เทียนศึกษาการแยกจิตก็รู้สึกได้ว่าเป็นวิธีเดียวกันกับที่เคยศึกษาเมื่อชาติก่อน
ไม่ยากเท่าไร แค่แบ่งดวงจิตออกมาเป็นเก้าดวงเท่านั้น จากนั้นก็เตรียมหาว่าควรจะนำไปปล่อยไว้ที่ส่วนไหนของโลกมิติอะไรเท่านั้น
“ คงไม่ยากสำหรับเจ้าใช่ไหม เจ้าทำตามนี้แล้วก็ไปจัดการส่งจิตไปกำเนิดให้เรียบร้อย หากเจ้ามีปัญหาก็ถามอาจารย์ได้ตลอด”
“อาจารย์ถ้าหากว่า ดวงจิตที่ไปเกิดใหม่นั้น เกิดเสียชีวิต สิ่งที่ทำไปมิเสียเปล่าหรอกหรือ ข้าส่งจิตไปกำเนิดเพิ่มมากกว่านี้ได้ไหม” เทียนสงสัย
“ ไม่ได้ ถ้าเจ้าส่งจิตไปกำเนิดเพิ่ม เจ้าก็ต้องฝึกเขาให้มีพลังถึงเซียนสวรรค์เท่ากันทั้งหมด เพราะว่าขั้นตอนหลอมรวมดวงจิตนั้น หากดวงจิตใดที่ยังไม่มีพลังถึงระดับเซียนสวรรค์เท่ากัน เจ้าก็ไม่สามารถหลอมรวมได้ เจ้าจะคัดเลือกมาหลอมรวมเฉพาะที่สำเร็จเพียงสิบคนไม่ได้ ต้องเอาดวงจิตทั้งหมด มาหลอมรวมเป็นดวงจิตเดียวนี่คือพื้นฐานขั้นแรก ของการฝึกตนเป็นเทียนจุน ส่วนเรื่องที่เจ้ากลัวจิตที่กำเนิดใหม่จะเสียชีวิตนั้น เจ้าลืมไปได้เลย เพราะว่าหากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้า สามารถชุบชีวิตขึ้นใหม่ได้ตลอด”
“ ข้าเข้าใจแล้ว”
“ การฝึกตน ไม่ว่าจะระดับไหน จิตใจต้องแน่วแน่ มั่นคง อย่าใช้หนทางลัด เพราะจะทำให้จิตของเจ้าไม่บริสุทธิ์ ถึงขั้นตอนสุดท้ายเวลา ย่อยความคิดสุดท้ายจะเกิดเป็นรอยด่างในใจของเจ้า ทำให้สำเร็จเป็นเทียนจุนยากขึ้นไปอีก จำไว้”
“ ขอรับอาจารย์”
เทียนกลับมาที่พักที่ชั้นห้าสิบ แล้วก็เริ่ม ทำการแยกดวงจิตออกมาทั้ง 9 ดวงทันที
หลังจากทำจิตให้ว่างเปล่าแล้ว เทียนก็เริ่มแยกจิตออกมาทีละดวง จนครบเก้าดวงลอยมาอยู่ตรงหน้าเทียน แล้วใช้วิชาดวงดาวพยากรณ์ หาพิกัดตำแหน่งที่เหมาะสมแต่ละดวงจิต แล้วปล่อยให้ดวงจิตไปถือกำเนิดใหม่เองตาม ธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่โลกแห่งใด มิติใด เทียนสามารถก็สามารถรับรู้ได้ตลอด เทียนลืมตาขึ้นมา
“ สำเร็จ เหลือเพียงรอเวลาให้พวกเจ้ากำเนิดขึ้นมาเท่านั้น...”
เทียนคิดว่าต่อไปนี้คงต้องสะสมทรัพยากรฝึกฝน ไว้ให้คนทั้งเก้าคน รวมทั้งไท่ซีกับเซรีนด้วย เทียนรีบออกไปหาศิษย์พี่เฉินคุนทันที
“ เจ้าจะเข้าเมืองหรือ?”
“ ใช่ ข้าต้องการซื้อทรัพยากรในการฝึกฝนหลายอย่าง แต่ไม่รู้ว่าตลาดค้าขายแดนสวรรค์เขาใช้อะไรแลกเปลี่ยนกัน”
“ ก็ใช้คะแนนความดีนี่แหละ ในหกเขตเทียนจุน ทุกๆเขตล้วนใช้คะแนนความดีทั้งหมด จะได้ไม่มีปัญหาในการแลกเปลี่ยน เมื่อเจ้าพร้อมแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ”
ทั้งคนหายวับมาอยู่ตลาดค้าขายแดนสวรรค์ เทียนเห็นมีร้านอาหาร ร้านค้าอยู่เต็มไปหมด เหมือนโลกมนุษย์เลย
“ นี่คือร้านขายทรัพยากร และ อาวุธในการฝึกฝนที่ใหญ่ที่สุด ร้านฟ้าประทาน พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ” เทียนเข้ามาดูก็เห็น ทรัพยากรฝึกตน ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร
ระดับเซียนทั้งหลาย หรือ จะเป็นผลึกเซียน น้ำทิพย์สวรรค์ และศาสตราวุธต่าง ๆล้วนมีให้ชมมากมาย แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นระดับเซียนขึ้นไป ไม่มีระดับต่ำกว่านี้ เทียนคงต้องซื้อ ทรัพยากรระดับเซียนไปก่อน แล้วค่อยลงไปที่แดนเทพยุทธ์ ค่อยซื้อใหม่อีกที
“ ท่านเซียนน้อย พวกท่านต้องการสิ่งใดบอกข้ามาได้เลย”
“ ข้าต้องการทรัพยากรระดับเซียนเริ่มต้น ควรซื้ออะไรก่อนดี”
“ นี่เลย ท่านเซียน ถ้าระดับเริ่มต้นควรใช้ผลึกเซียน ไปก่อน ผสม กับผลไม้เซียนเหล่านี้ แล้ว ก็มีน้ำทิทย์สวรรค์ แล้วก็ควรมีอาวุธเซียนไว้ติดตัว 1 ชิ้นด้วย”
เจ้าของร้านนำเสนอสินค้าให้เทียนเลือกมากมาย เทียนเลือกซื้อทรัพยากรของเซียนระดับที่ 1 จนถึงระดับ ที่ 80 ส่วนระดับที่ 81-100 นั้นระดับจ้าวสวรรค์นั้น ทางร้านไม่มีขาย เจ้าของร้านคิดชุดละ 1 ล้านนี่ขนาดลดให้ 20 % แล้ว เทียนจึงซื้อมาเก็บไว้ก่อน ไว้มีคะแนนมาเพิ่มเมื่อใด ค่อยมาซื้อเพิ่ม บัดนี้คะแนนของเทียนเหลือแค่เพียง 2 หมื่นเท่านั้น ทั้งสองกำลังจะเดินทางกลับ เทียนก็เห็นร้านด้านหน้ามีคนเข้าไปมุงดูกันเยอะมาก เลยชวนศิษย์พี่ไปดู
“ นี่คือร้านเกมสัประยุทธ์ อารามของเราก็ซื้อ แบบเกมสัประยุทธ์จากที่ร้านนี้ไปติดตั้งในหอกระบี่ในสำนักเช่นกัน”
“ ชื่อ เหมือนเกมของโลกของมนุษย์เลยนะ แล้วทำไมคนถึงเข้ามาเยอะจัง”
“ พวกเขาก็มาเข้าแข่งขันชิงคะแนนรางวัลเหมือนในสำนักเราน่ะซิ”
“ น่าสนใจ กติกาเป็นยังไง”
“ ที่นี่แบ่งเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว กับ แบบผ่านด่าน จนถึงเอาชนะตัวสุดท้าย รางวัล ก็มีแข่ง ระดับ เซียนจักรพรรดิ ชนะครบ 10 ครั้ง ได้ 5 แสน แบบผ่านด่านจะได้ 1 ล้าน ระดับฟ้า ก็จะแข่งเหมือนกัน แต่รางวัลจะได้เป็นสองเท่า คือ 1 ล้าน กับ 2 ล้าน ส่วนระดับเซียนสวรรค์ จะได้ 2 ล้านกับ 4 ล้าน เจ้าลองดูก็ได้ ฝีมือเจ้าน่าจะสู้ได้ทั้งสองระดับ เพียงลงคะแนนเพื่อเข้าแข่งเพียง 1 หมื่นคะแนนเท่านั้น”
ศิษย์พี่แนะนำให้เทียนลองแข่งดู เทียนสนใจอยู่แล้วเลยลองเล่นแบบสู้ตัวต่อตัว
ใช้พลังเซียนระดับจักรพรรดิ
เทียนเข้าไปห้องแข่งขัน ร่างกายถูกดึงไปที่บรรยากาศบนเนินเขาแห่งหนึ่ง
มีชายถือทวนยาว ยืนมองมาด้วยสีหน้าเย็นระเยือก
“ ข้าม่งฉุย อันดับ 70 ร้านเกมสัประยุทธ์”
“ ข้าหลี่เทียน มือไร้อันดับ”
พอทักทายกันจบ ม่งฉุยลอยตัว พุ่งหอกเข้าใส่เทียนก่อนเลย เทียนแค่ใช้มือซ้ายยกขึ้นปล่อยแสงนพเก้าออกไปทีเดียว ตูม ! ม่งฉุยร่างหายไปในพริบตา
เทียนจัดการอีกเก้าคน ภายในท่าเดียว ไม่นานก็เดินออกมา ศิษย์พี่เฉินคุนกระโดดดีใจตัวลอย เทียนเอาชนะได้เงินรอบแรก มา ห้าแสนคะแนน เทียนบอกว่าขอต่อเลย อยากลองสู้แบบผ่านด่าน
“ แบบผ่านด่านมีทั้งหมดสามด่าน หากกำจัดคู่ต่อสู้หมดแล้ว กำจัดตัวหัวหน้าเป็นตัวสุดท้าย ถึงจะชนะการแข่งนี้ได้” ศิษย์อธิบายให้เทียนฟังอย่างย่อ ๆ
เทียนเข้ามาในด่านแรก บรรยากาศรอบ ๆ กลายเป็นประสาทหินโบราณ เทียนมองไปรอบ ๆ มีนักรบกล้ามใหญ่ถือขวาน กับ ถือดาบใหญ่ พุ่งออกมาจากกำแพงหินกลุ่มละ ห้าคน เทียนชักดาบมารมุรามาสะออกมา ฟันไปดาบเดียว ห้าคนขาดครึ่งทันที แล้วกลุ่มคนพวกนี้ก็ออกมาเพิ่งจากสิบคน เป็นร้อยคน เทียนไล่ฟันจนขาดสองท่อน ไม่มีรอดเลยสักคน จนผ่านด่านแรกไปอย่างง่ายดาย
พอด่านที่สอง คราวนี้ปราสาทหินเคลื่อนตัวเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง มีต้นไทรขึ้นรกเต็มไปหมด ปรากฏว่ามีมนุษย์งูโผล่ออกมาพุ่งฉกเข้าใส่เทียน เป็นร้อยๆ ตัว เทียนใช้พลังเพลิงปล่อยออกมาแผดเผา พวกมนุษย์งู จนตายไม่เหลือ ตัวสุดท้ายใหญ่หน่อยพุ่งเข้างับหัวเทียนพอใกล้จะถึงตัว เทียนใช้ตาที่สามเปิดออกมา มีแสง9สีพุ่งเข้าตัดร่างงูยักษ์กลายเป็นงูสไลด์ไปในทันที
พอด่านที่สาม มีเงาดำพุ่งเข้ามาหาเทียนเป็นจำนวนมาก เทียนใช้เนตรสวรรค์มองก็รู้ว่าพวกมันใช้ เวทย์สร้าง เงาวิญญาณ เทียนแค่ปล่อยแสงพุทธะออกไป เงาดำก็ถูกเผาไหม้ไปจนหมด จนกระทั้งตัวสุดท้ายออกมาเป็น ตะขาบยักษ์ช่วงบนเป็นมนุษย์ ช่วงล่างเป็นตะขาบร้อยขา มันปล่อยแขนมีคมเข้าตัดร่างเทียนทันที
เทียนหลบออกมาแล้วปล่อยแสงนพเก้าเข้าใส่ ร่างมนุษย์ตะขาบยักษ์ มันโดนหั่นเป็นส่วนๆ ทันที แต่ว่ามันกลับฟื้นคืนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เทียนใช้ดาบเข้าฟันจนกลายเป็นชิ้นอีกรอบ มันกำลังฟื้นตัวอีก เทียนก็ใช้ฝ่ามือยูไลตบเข้าไปอีกที มนุษย์ตะขาบตายสามครั้ง เทียนถูกส่งตัวออกมาชนะไปอย่างง่ายดาย จากนั้นเทียนลุยต่อระดับเซียนฟ้า สุดท้ายเทียนก็เอาชนะไปอย่างง่ายดาย ทั้งสองแบบ
เทียนเดินออกมาจากร้านเกมสัประยุทธ์ ด้วยคะแนนที่ได้ทั้งหมด สี่ล้านห้า เทียนแบ่งให้ศิษย์พี่เฉินคุนไปใช้ 1 ล้านคะแนน เอาไว้มีพลังระดับ เซียนสวรรค์ค่อยมาลุยกันใหม่อีกรอบ ผู้จัดการร้านรีบเข้ามาสอบถามชื่อที่อยู่ของเทียน เพื่อทำบันทึกเอาไว้
และจะขอให้เทียนฝากจิตเพื่อแข่งแบบตัวต่อตัวทั้งสองระดับ โดยทางร้านจะแบ่งรายได้ให้ 80% เทียนทิ้งจิตพลังไว้สองระดับ แล้วก็กลับไปอารามเมฆาเขียว
พอกลับไปก็มีทหารสวรรค์มากันเต็มอารามเมฆเขียว โดยมีท่านผู้ดูแลอาราม นักพรตเสียนเฟิงคอยต้อนรับ และยังห้ามใครเข้าออกอารามอีก ศิษย์พี่เฉินคุนรีบไปถามรายละเอียดกับศิษย์ที่รออยู่ทางเข้าอารามทันที ไม่นานก็กลับมาบอกกับเทียนว่า
“ มีนักโทษของสภาสวรรค์ หลบหนีเข้าในบริเวณภูเขาแถบนี้ เวลานี้พวกทหารสวรรค์กำลังตามหากันอยู่”
“ นักโทษสวรรค์ใครหรือ?”
“ ทายาทของฉีเซียนต้าเซิ่ง ซุนเสี่ยวหลง”
“ ฮ้า เสี่ยวหลงหรือ เขาทำผิดอะไร” เทียนเอ่ยด้วยความตกใจ
“ เรื่องนี้ไม่มีใครทราบแน่ชัด รู้แต่เขาสังหารนักรบสวรรค์ไปแล้วกว่าพันคน แต่ที่ผ่านมา พวกสภาสวรรค์พยายามขับไล่พวกที่เป็นเชื้อสายอสูร ถูกขับไล่จากแดนเซียนและแดนสวรรค์ ไปอยู่แดนสนธยาทั้งหมด เซียนอสูรตนใดขัดขืนก็ถูกสังหาร ใครสังหารไม่ได้ก็ถูกกักขังไว้ ที่คุกสวรรค์ ชั่วนิรันดร์ แต่ไม่รู้ซุนเสี่ยวหลงหนีออกมาได้อย่างไร”
ทหารสวรรค์ค้นจนทั่วก็ไม่พบ แต่มีอยู่ที่เดียวไม่ได้เข้าไปค้น คือที่หลังเขาอารามเจ้าสำนัก
“ ท่านขุนพลเผิงอู่ ที่อารามเจ้าสำนัก ไม่มีใครเข้าไปที่นั่นได้ ท่านไม่ต้องห่วง”
“ ข้าจะขอพบท่านเทียนจุนได้ไหม” ขุนพลเผิงอู่ มีพลังระดับเซียนสวรรค์ เชื่อมั่นว่าเสี่ยวหลงน่าจะยังอยู่ในอารามแห่งนี้
“ ไม่มีใครพบท่านมานานแล้ว เรื่องนี้ข้าช่วยไม่ได้จริง”
“ กระจายกำลังล้อมเอาอารามเมฆเขียว ห้ามใครเข้า ออก รอจนกว่าจะสืบทราบแน่ชัด ว่าไม่มีนักโทษของสภาสวรรค์แล้ว ค่อยมาตัดสินใจกันใหม่”
ขุนพลเผิงอู่ประกาศออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับ นักพรตเสียนเฟิง
“ ท่านขุนพลท่านทำเช่นนี้ มันไม่เกินไปหน่อยหรือ?”
“ ข้าทำตามหน้าที่ หวังว่าท่านนักพรตจะเข้าใจ” ขุนพลเผิงอู่ไม่แยแสคำพูดของ นักพรตเสียนเฟิงเลย กองกำลังนับพันกระจายตัวโอบล้อม เพื่อกดดันให้ท่านหลี่ตงปิน เปิดอารามเจ้าสำนักเพื่อให้ทหารสวรรค์ตรวจค้นให้ทั่ว
เทียนหลับตาส่งจิตถามอาจารย์หลี่ตงปินขออนุญาตจัดการทหารสวรรค์ที่บังอาจมาปิดอาราม พออาจารย์อนุญาต เทียนก็เดินเข้าไปในอารามทันที โดนไม่สนใจว่า ศิษย์พี่พยายามจะห้ามปรามเอาไว้ ทหารสวรรค์นับร้อยที่เฝ้าประตู เห็นเทียนเดินเข้ามา เลยยกทวนขวางกั้นไม่ให้เข้า
“หาเรื่องเจ็บตัว” เทียนเอ่ยจบก็ สะบัดมือปล่อยพลังรัศมีเทพเซียนจากสองโลกออกไป ทหารสวรรค์นับร้อย กระเด็นลอยหายไป เทียนเดินไปที่หลังเขาทันทีเพราะว่าเทียนรู้สึกถึงคนที่คุ้นเคยที่สุดคนหนึ่งของเขากำลังรอคอยเขาอยู่
แต่ว่ามีทหารสวรรค์เฝ้าอยู่อีกนับร้อย เทียนคร้านที่จะคุยด้วยสะบัดมือ ออกไปเบาๆ ทหารสวรรค์กระเด็นหายไปจากภูเขาอีกเหมือนเคย ขณะที่จะเข้าม่านประตู ก็มีกองกำลังทหารสวรรค์เข้ามาหลายร้อยคน ล้อมเทียนเอาไว้ มีขุนพลเผิงอี้ เข้ามายืนขวางหน้าเทียน แล้วเอ่ยเสียงคำรามออกมาว่า
“ ไอ้หนูนี่แกเป็นใคร กล้าทำร้ายทหารสวรรค์ แกไม่กลัวตายหรือ?”
“ ข้าคือศิษย์หลักของอาจารย์หลี่ตงปิน เทียนจุน พวกแกบังอาจมาเข้าในเขตอาราม ข้าในฐานะศิษย์ ของท่านอาจารย์ขอสั่งให้พวกเจ้าไสหัว ไปไกลๆ มิเช่นนั้นจะหาว่า ข้าไม่เตือน”
“ นี่เจ้ากล้าหรือ”
เทียนไม่สนใจ เริ่มปล่อยพลังนำแข็งเย็นสุดขั้วออกมา ทหารสวรรค์รอบๆ หนีไม่ทันกลายเป็นน้ำแข็งทันที ขุนพลเผิงอี้เห็นเช่นนั้นตกใจไม่คิดว่าเทียนจะกล้าแต่ว่าสายไปแล้วทหารหลายร้อยคนกลายเป็นน้ำแข็งไปกว่าครึ่ง
ขุนพลเผิงอี้สั่งให้ทหารสวรรค์ที่เหลือจู่โจมเทียนทันที แต่ว่ายิ่งเข้าใกล้ก็กลายเป็นน้ำแข็งไปหมด ขุนพลเผิงอี้เห็นทหารสวรรค์ทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็ง ก็ปล่อยพลังเซียนสวรรค์ออกมา ทำลายพลังน้ำแข็งของเทียน แต่ว่าเทียนปล่อยพลังแสงออกมาเก้าสาย โดนร่างของขุนพลเผิงอี้ จนร่างทะลุ เป็นรูเก้ารู ทำให้ร่างกายถึงกับหยุดนิ่งทันที เทียนเลยปล่อยความเย็นสุดขั้วเข้าใส่ต่อเลย ฟึบ ! ความเย็นเหนือจุดเยือกแข็งเข้าร่างขุนพลเผิงอี้กลายเป็นหุ่นน้ำแข็งยืนอยู่เฝ้า ม่านประตู อารามของเจ้าสำนัก
เทียนก้าวเข้าประตูม่านน้ำเข้าไป พบชายหนุ่มคนหนึ่ง ร่างกายซูบผอม เสื้อผ้าขาดวิ่น คุกเข่าอยู่ต่อหน้า ท่านอาจารย์หลี่ตงปิน พอเห็นเทียน ชายหนุ่มน้ำตาไหลออกมา แล้วเดินเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าเทียนทันที
“ ท่านพ่อ”
“ เสี่ยวหลง”
เทียนดึงตัวเสี่ยวหลง เข้ามากอดเอาไว้คิดถึงวัยเด็กที่ชอบเรียกเทียนว่า แม่จ๋า แม่จ๋า พอโตขึ้นกลับไม่พูดแบบนั้นแล้ว เทียนเห็นอาจารย์ยืนยิ้มอยู่ไม่พูดอะไร
“ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วย เสี่ยวหลงเอาไว้”
“ ไม่เป็นไร พวกเจ้าสองคนคุยกันไปเถอะ” อาจารย์หลี่ตงปินเอ่ยจบก็หายวับไป
“ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า แล้วซุนหงอคงหายไปไหน ทำไมปล่อยให้เจ้าตกอยู่ในสภาพแบบนี้” เทียนเอ่ยถามทันที...