แล้วอาจารย์ก็พาเขาแยกไปทางด้านขวามือ เล้งปวยเริ่มรู้สึกบรรยากาศแห่งทิวทัศน์รอบๆข้างแปรเปลี่ยนไปทันทีทางเดินเริ่มแคบลงเรื่อยๆ “ป่ามายา” เล้งปวยบอกตัวเองเบาๆ เมื่อปรากฏว่ามีพลังกดดันอันมหาศาลพุ่งเข้าใส่ใบหน้า และส่วนต่างๆ หากฝีมืออ่อนด้อยอาจจะถึงกับกระอักโลหิตเสียชีวิตได้เลย แต่สำหรับเขาแค่นี้หาได้เป็นไรไม่
หลังจากทางแยกตรงมาได้อีกราวๆยี่สิบลี้ก็ปรากฏว่าอากาศเริ่มจะหนาวขึ้นมาและเพิ่มมากขึ้นจนเย็นยะเยือก มองไปด้านหน้าเห็นมีเพียงหมอกหนาทึบแทบไม่เห็สิ่งใด จากนั้นอาจารย์ได้หยุดลงแล้วหันกลับมาหาเขา พลางยื่นยาเม็ดหนึ่งมาให้
“ปวยเอ๋อที่เราเห็นอยู่ข้างหน้านั้นคือหมอกพิษกร่อนวิญญาณที่มีพษาอัร้ายกาจมาก มีหลายคนที่เคยถูกพษชนิดนี้แทรกซึมจนแทบเอาชีวิตไม่รอด เจ้าต้องกินยานี่ก่อนจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้”
“ท่านอาจารย์ได้โปรดวางใจ ร่างกายของข้าสามารถต้านนานาพิษได้ ฉะนั้นคงไม่ต้องใช้ยาหรอกกระมัง” มันพูดด้วยท่าทีที่ปลอดโปล่ง
“เช่นนั้นก็ประเสริฐยิ่ง เราจะคลายกังวลไปได้อีกไม่น้อย เพราะในสถานที่แห่งนั้นน่ากลัวที่สุดยังคงเป็นเรื่องการใช้พิษ เพราะรุ่นพี่ของเจ้าผู้นั้นก็ตกตายด้วยพิษ ด้วยเรื่องนี้เองที่เป็นเหตุทำให้อาจารย์กังวลไม่กล้าให้เจ้าเคลื่อนไหวใดๆ
จากนั้นทั้งอาจารย์และศิษย์ก็ฝ่าเข้าไปในหมอกพิษที่หนาทึบนั่น โดยปลอดภัย จากนั้นก็ลัดเลาะไปตามโขดหิน
ทันใดนั้นปราณมังกรเขาพลันตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าในระยะสองร้อยวาได้มีคลื่นพลังปราณอันรุนแรงปรากฏอยู่เมื่อเขามองไปทางอาจารย์เขายิ่งแปลกใจที่เห็นท่านซึ่งหลบอยู่ข้างโขดหินใหญ่นั้นนัยตาเบิกโพลงอย่างผิดปกติ ท่านกวักมือเรียกเล้งปวยเข้าไปหาพลางชี้ไปที่ด้านล่าง เมื่อมองตามไปได้เห็นกลุ่มคนที่แต่งตัวแปลกๆด้วยชุดสีขาวตรงหน้าอกปักเป็นรูปดวงอาทิตย์สีแดง สร้างความตื่นเต้นให้แก่เขายิ่ง อาจารย์พลันเรียกเขาให้เข้าไปหาและได้กระซิบบอกเขาอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้เขายิ่งมีท่าทีที่ตื่นเต้นมากกว่าเดิม
จากนั้นก็เพียงได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังเกรียวกราว แล้วใบหน้าของเล้งปวยพลันเปลี่ยนเป็นใบหน้าของ โอ้วเทียน ในอดีตขึ้นมาทันใด มันหยิบผ้าสีขาวขึ้นมาคลุมหน้าเผยให้เห็นแค่ในตาอันคมวาวคู่หนึ่ง ตามรูปลักษณ์การปรากฏตัวของโอ้วเทียนในอดีตมิผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย
“นี่ท่านอาจารย์ นับว่าศัตรูร้ายทางคับแคบจริงๆ” เล้งปวยมันพลันกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงที่อำมหิต รังสีสังหารได้แผ่กระจายออกรอบๆร่างอย่างเปี่ยมล้น
ร่างมันพลันเหินขึ้นฟ้าแล้วพุ่งตรงไปหากลุ่มคนที่ลานหินเบื้องล่างทันที
กลุ่มคนประหลาดมีทั้งหมด7 คนคล้ายดั่งชายชราผมขาวมีพลังถึงขั้นสวรรค์ตอนปลายแล้ว ส่วนอีก6 คนอยู่ขั้นกลางและขั้นต้น ตามลำดับ
“พี่ใหญ่ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวเลย ไม่สวยงามเหมือนทวีปของพวกเราด้วย” บุรุษหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มกล่าวออกมา
“แป๊ะยี่ เจ้าอย่าได้ประมาทไป หากไม่น่ากลัวประมุขไหนเลยให้พวกเรามามากคนเพียงนี้”เสียงกล่าวเตือนที่แฝงพลังปราณอันทรงพลังของผู้นำทีมทำให้อีกฝ่ายเงียบไป
ทันใดน้ันพลันมีเสียงขับขานบทกวีโบราณแว่วกังวานมาแต่ไกลแต่ได้ยินอย่างชัดเจนเพราะเป็นเสียงที่ขับด้วยสลมปราณที่กล้าแกร่ง
“สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดแต่ใต้หล้า เทพ อสูร มาร ต่างพากันระย่นย่อ มังกรทผันผ่านพริกทะยานขึ้นสู่ฟ้า ปฐพีแซ่ซ้องดุจดั่งเทพแดนสวรรค์”
ทันทีที่ได้ยินบทกวีโบราณขับขานมาเท่านั้น แป๊ะไซ ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มพลันสะดุ้งเฮือกขึ้นมาอย่างมิอาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้จนรู้สึกเข่าอ่อนเอาดื้อๆ มันย่อมจำเสียงนี้ได้ ดุจดั่งเสียงของพยามัจจุราชก็มิปาน
“มะ มะ มัน มัน ยังไม่ตาย… จริงๆ…” ในห้วงสมองของมันพลันปรากฏฉากไล่ล่าอันโหดเหี้ยมที่ยอดฝีมือนับร้อยในดินแดนของมัน กลุ้มรุม จู่โจม เข่นฆ่า เข้าใส่ คนผู้เดียว อย่างอำมหิต มันกลัดฟันสู้สุดชีวิตทั้งที่ถูกฝ่ามือพิษกร่อนวิญญาณแล้ว สุดท้ายมันหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
แต่ความหวาดผวา ระย่นย่อ ต่อคนผู้นั้นยังคงฝังรากลึกลงไปในจิตของพวกมันทุกคน จนไม่หยุดนิ่ง จัดขบวนออกเฝ้าค้นหา ติดตาม เพื่อขจัดเภทภัยในภายหน้าให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกมันคงนอนตาไม่หลับ
แป๊ะไช เป็นผู้เดียวในกลุ่มที่ได้เข้าร่วมไล่ล่า นอกนั้นเป็นคนใหม่ทั้งหมด เห็นพี่ใหญ่มีท่าทางเช่นนั้นมันอดพูดไม่ได้ “เป็นไรพี่ใหญ่ มันเพียงคนเดียวกลับตื่นเต้นไปได้มาข้าจะตัดคอมันเอง”
เด็กหนุ่มย่อมเป็น โคถึกไม่กลัวพยัคฆ์ มันชักกระบี่ออกแผ่พรุ่งไส่พร้อมร่างทะยานหาคู่ต่อสู้อย่างเร็ว มันถึงกับเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง ทว่า
“สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดแตใต้หล้า” เสียงกู่ก้องกังวาลดังขึ้น
พลันร่างบุรุษหนุ่มนามแป๊ะยี่พลันถูกดูดกลืนหายเข้าไปคลื่นแห่งพายุคลั่งที่หมุนดูดกลืนใทุกสรรพสิ่ง และมันกำลังเคลื่อนเข้าหาผู้ที่เหลืออย่างบ้าคลั่ง
“แป๊ะไซ เจ้าชาติชั่วจงมอบชีวิตบัดซบของเจ้า ข้าจะให้ที่เหลือไมตายดีแม้แต่สักคนเดียว”
ทั้งหกที่เหลือเห็นเช่นนั้นไม่ต่างกับได้เห็นพยายมที่กำลังจะมาเอาชีวิต ต่างพุ่งหนีไปคนละทางไม่เว้นแม้แต่แป๊ะไซที่ยิ่งแตกตื่นกว่าเมื่อหลายปีก่อน
ทว่าเคล็ดวิชานี้กลับไม่อนุญาตให้ใครเล็ดลอดไปได้ ทั้งหมดได้เช่นสังเวยให้พายุคลั่งจนหายไปกับทุกสรรพสิ่งในคราเดียว ดังนั้นผู้อาจารย์จึงได้เน้นย้ำพร่ำบอกต่อศิษย์อยู่ตลอดเวลา
“ปวยเอ๋อเอ๋ย หากมิใช่ศัตรูคู่อาฆาต อาจารย์ก็ไม่อยากให้เจ้าใช้กระบวนท่านี้เลย มันโหดเหี้ยมเกินไป จนอาจารย์ไม่อยากเชื่อว่าพลังของเจ้านั้นใช่ระดับ8 ของขั้นนภาจริงหรือไม่มันรุนแรงกว่าที่อาจารย์เคยใช้เสียอีก
“ขอรับอาจารย์ ข้าจะทำตามที่ท่านว่า”
“ แต่สำหรับคนพวกนี้แล้วเจ้าก็ไม่ต้องปราณี นี่แสดงว่ามันเริ่มแกะรอยตามอาจารย์มาได้ถูกทางแล้ว โอคงถึงคราที่เราต้องเริ่มดำเนินตามแผนเร็วขึ้นอีกแล้ว” จากนั้นอาจารย์ก็เดินนำเขาไปด้านล่าง เขาตามไปสักครู่ก็ไปถึงตรงจุดที่พอมองลงไปจะเห็นมีชะง่อนหินขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากหน้าผา อาจารย์ได้หยุดลงอีกครั้ง แล้วหันมาบอกต่อเขาว่า
“ระวังให้มาก ” พูดจบพลันเห็นร่างอาจารย์ได้ลอยละลิ่วดุจปุยนุ่นลงไปยังชะง่อนหินนั้นและต่อมาก็หายวับไป เล้งปวยพริ้วร่างตามลงไปบ้างด้วยวิชาท่ามังกรร่อนนภา ลอยลงไปช้าๆ พอลงไปถึงจึงพบว่าที่อาจารย์หายไปเพราะมีปากอุโมงลึกเข้าไปด้านในของหน้าผา
อาจารย์ก็เดินนำเข้าไปด้านในจนกระทั่งไปถึงจุดที่มีมวลอากาศปั่นป่วนบิดเบี้ยวจนมีประกายระยิบระยับนั่น อาจารย์จึงชี้ให้เขาดู “นี่คือประตูแห่งมิติอันเร้นลับที่จะเปิดไปสู่อีอีกโลกหนึ่ง”
เล้งปวยได้ยินเช่นนั้นรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง “อาจารย์ ข้าจะไม่ให้ท่านต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ” เขายากที่จะระงับความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้ได้ แล้วอาจารย์เล่าต่อไปว่า
“ลู่ซิงเทียนแอบเห็นตอนที่อาจารย์เข้าออกไปมา มันกับศิษย์ได้พากันลอบเข้าไปหลายครั้งโดยมิให้อาจารย์รู้ มาจนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้นกับมันและศิษย์ ทำให้ศิษย์มันตายไปเพราะถูกฝ่ามือพิษ ตัวมันก็ถูกฝ่ามือพิษจนบาดเจ็บสาหัสเช่นกันถึงจะหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้แต่อาจารย์ก็เพียงช่วยได้ชั่วคราวพิษยังคงแทรกซึมเข้ากระแสโลหิต สุดท้ายมันก็หนีหายไปทั้งที่บาดเจ็บคาดว่ากลับไปเสียชีวิตที่โลกนั้น”
“ปวยเอ๋อ มีหลายสิ่งที่เจ้าต้องเตรียมและเรียนรู้ก่อนจะเข้าไปเผชิญกับโลกนั้น ถ้ารีบร้อนข้ามไปในตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อันใดมีสู้เรากลับไปวางแผนก่อน
หลังจากกลับมาถึงกระท่อม อาจารย์ได้เล่าถึงช่วงชีวิตที่อยู่ในต่างโลกร่วมๆ 5 ปีให้ผู้เป็นศิษย์ฟังอย่างละเอียดจนผู้เป็นศิษย์ตื่นเต้นอย่างยิ่ง กระทั่งถึงตอนที่ถูกรุมสังหารและรอดกลับมาได้ แล้วสรุปว่า “แม้อาจารย์จะหนีรอดกลับมาได้แต่ด้วยการถูกฝ่ามืออสูรพิษกร่อนวิญญาณ ซึ่งมันจะค่อยๆกัดกร่อนพลังจิตวิญญาณของอาจารย์ลงเรื่อยๆ ทำให้ไม่กล้าที่จะกลับไปล้างแค้นได้ จึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่เขา
เล้งปวยจึงเข้าใจเหตุผลที่อาจารย์รีบถ่ายทอดเคล็ดทุกสรรพสิ่งล้วนก่อเกิดจากใต้หล้าให้มัน ที่แท้หากนานไปมันจะถ่ายทอดไม่ได้นั่นเอง