ตอนที่ 49 เสน่ห์ของการแสดง
ตอนที่ 49 เสน่ห์ของการแสดงตอนนี้ในห้วงแห่งความฝันของตัวเอง ที่สามารถถามได้ก็มีแค่หลินชงเท่านั้น หลินชงสามารถบอกส่วนที่บกพร่องของตัวเองได้ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะชี้จุดออกมาให้ตัวเอง ก็ไม่เลวเลย“เธอโดนข่มแล้ว” หลินชงขมวดคิ้วแล้วตอบกลับหวังซิน“ผมรู้ว่าตัวเองโดนข่มแล้ว แต่แค่ผมจะต้องทำยังไงถึงจะแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองได้ล่ะ?ตอนนี้ผมยังหาไม่เจอเลยว่าจุดบกพร่องของตัวเองอยู่ตรงไหน” หวังซินได้ถามต่อไปอย่างไรก็ตามวันนี้จะต้องถามจุดบกพร่องของตัวเองออกมาให้ได้ แล้วหลังจากนั้นก็จะแก้ไขให้ถูกต้องเมื่อหลินชงได้ยินคำพูดนั้น จึงพูดว่า: “การถ่ายละครจะต้องใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้ามาด้วย การแสดงอารมณ์ภายนอกของนายถึงแม้ว่าจะทำได้สมบูรณ์ และทำได้ถึงเงื่อนไขของการแสดงแล้ว แต่ความรู้สึกของนายก็ไม่ได้เอาใส่เข้าไปในนั้น” การอธิบายของหลินชง ได้ทำให้หวังซินชะงักไป จึงถามทันทีว่า: “ใส่อารมณ์ความรู้สึกงั้นเหรอ?ทำยังไงถึงจะสามารถใส่อารมณ์ความรู้สึกลงไปได้ครับ?” หวังซินก็รู้ว่าการถ่ายละครจะต้องใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไป ซึ่งในโลกยุคหลังก็ได้ยินมาบ้างเล็กน้อย เพื่อการแสดงของตัวเองแล้วการเป็นนักแสดงที่ดี จะต้องแสดงลักษณะนิสัยของตัวละครออกมา ที่ให้ลักษณะนิสัยของตัวเองพัฒนาไปสู่บทบาทที่ต้องการจะแสดงได้ จนกระทั่งมีบางส่วนที่อาจจะเสพติดไป เพื่อเพิ่มให้ตัวเองมีอารมณ์ร่วมกับบทบาท ที่คิดว่าตัวเองเป็นตัวละครที่อยู่ในละครสถานการณ์แบบนี้ แน่นอนว่าหวังซินทำไม่ได้ ก็แค่ไม่มีวิธีที่จะทำในจุดนี้ได้ ทักษะการแสดงแม้ว่าจะสูงแค่ไหน ก็เกรงว่าจะไม่สามารถถ่ายละครที่ดีออกมาได้จริง ๆ ซึ่งนี่ก็คือจุดบกพร่องของตัวเอง“ละครโทรทัศน์เรื่องนี้ใช้สภาวะแวดล้อมที่เกินจริงในการผลักดันการดำเนินเรื่อง ดังนั้นข้อเรียกร้องที่มีต่อนักแสดงก็เลยไม่สูง การแสดงของนายโดยปกติแล้วส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างเส้นที่ผ่านหรือไม่ผ่านเกณฑ์ของการแสดง ถ้าสามารถผ่านได้ ฉันก็จะให้นายผ่านในเทคเดียว แต่ว่าแบบนี้ก็จะไม่มีส่วนช่วยใดใดต่อการแสดงของนายเลย และไม่สามารถยกระดับการแสดงของนายได้อีกด้วยเมื่อได้ยินหลินชงพูดแบบนี้แล้ว หวังซินก็ชะงักโดยก่อนหน้านี้เขาคิดมาตลอดว่าตัวเองมีห้วงแห่งความฝันแล้ว เรื่องพวกนี้ก็ล้วนไม่ใช่ปัญหา แต่วันนี้ที่หลินชงได้พูดออกมา เขาก็พึ่งจะเข้าใจถึงปัญหาทุกอย่างที่อยู่ในตัวเขาเองเดิมทีการแสดงของตัวเองนับได้ว่าแทบจะไม่ผ่านเกณฑ์ด้วยซ้ำ ประจวบกับละครซิทคอมที่ไม่ได้มีเงื่อนไขว่านักแสดงต้องมีทักษะทางการแสดงที่สูง ถึงทำให้ตัวเองผ่านได้!เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สำหรับหวังซินแล้ว จะต้องเป็นการโจมตีครั้งยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน“นายสามารถลองเอาอารมณ์ของนายใส่เข้ามาในบทบาท ถ้าทำไม่ได้ การแสดงที่ผ่านมาของนายก็จะไม่พัฒนา” ในห้วงแห่งความฝัน หลินชงได้แนะนำให้กับหวังซินซึ่งการแนะนำนี้ ในตอนก่อนหน้านี้ก็เคยพูดกับหวังซินแล้ว โดยไม่อาจพูดได้ว่าหวังซินไม่ใส่ใจ แต่แค่ใส่ใจแล้วก็ไม่เกิดประสิทธิภาพใดใดเลยในตอนนี้หลินชงได้พูดถึงปัญหานี้ขึ้นมาอีกครั้ง แค่คิดก็รู้ว่าจะต้องเข้าถึงบทบาทงั้นเหรอ? อารมณ์ความรู้สึก การเรียกร้องข้อนี้มีความสำคัญแค่ไหนกันเมื่อนึกไปถึงก่อนหน้าที่ซ่งเหมียวเหมียวข่มการแสดงช่วงนั้นของตัวเอง ด้วยท่าทางที่โมโหแบบนั้น อารมณ์ความรู้สึกก็เหมือนกับแม่ในชีวิตจริงที่หลังจากพบว่าลูกชายโดดเรียน ซึ่งในช่วงนี้ ก็ได้ทำให้หวังซินรู้ว่าการแสดงของตัวเองแท้จริงแล้วแย่ขนาดไหนแต่ว่าทำยังไงถึงจะสามารถเข้าถึงอารมณ์ของตัวเองได้นะ?สิ่งนี้สำหรับหวังซินแล้ว ก็สัมผัสส่วนสำคัญที่อยู่ในนั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อยหลินชงได้บอกถึงสาเหตุที่อยู่ในตัวเขาอย่างชัดเจนแล้ว แต่ตัวเองก็ไม่มีวิธีที่จะทำในจุดนี้ได้เลยในเวลานี้ได้ทำให้หวังซินเข้าใจแล้ว การฝึกฝนทักษะการแสดงของตัวเองในห้วงแห่งความฝันโดยไม่หยุดยั้ง เดิมทีนั้นไม่ได้ผลเลยการแสดงสิ่งนี้ ยังจะต้องอาศัยพรสวรรค์จริง ๆ ที่เหมือนกับหยางเจียอิ่ง ซึ่งไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน แต่เมื่อถึงเวลาแสดง โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถผ่านได้ในครั้งเดียว นี่จึงพิสูจน์ว่าโดยปกติแล้วหยางเจียอิ่งจะเข้าถึงอารมณ์ของตัวเองในตอนที่แสดงคนที่ไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนคนหนึ่ง สามารถเข้าถึงบทบาทที่แสดงได้ในทันที แล้วทำให้ตัวเองเปลี่ยนเป็นบทบาทที่ต้องการแสดง นี่ก็คือพรสวรรค์ที่แท้จริง“นายค่อย ๆ ลองปรับเปลี่ยนลักษณะนิสัยของตัวเองก่อนได้ ลักษณะนิสัยตามปกติในชีวิตของนายก็คล้ายกับลักษณะนิสัยของตัวละครหลิวซิงอยู่แล้ว ซึ่งพูดตามหลักของการแสดง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่พอถึงคิวแสดงของนายทีไร ก็มักจะมีปัญหาสารพัดอย่าง นี่น่าจะเป็นปัญหาที่นายไม่ได้ตั้งใจ” หลินชงได้แสดงความเห็นต่อหวังซินอีกครั้งเมื่อหวังซินได้ยินหลินชงที่พูดในห้วงแห่งความฝันแบบนี้แล้ว ตัวเองก็กลับอึ้งไปตัวเองไม่มีความตั้งใจงั้นเหรอ?นี่เป็นไปไม่ได้รึเปล่า?ทุกครั้งตอนที่คนอื่นพักผ่อน ตัวเองก็จะฝึกอยู่ในห้วงแห่งความฝันตลอด และหลังจากที่ผู้กำกับบอกว่าเริ่มได้ ตัวเองถึงจะเริ่มแสดงออกมา ความพยายามที่ตัวเองทุ่มเทไปทั้งหมดก็เกือบจะเป็นสิบเท่าของนักแสดงคนอื่น ๆ แล้วจะไม่มีความตั้งใจได้ยังไง?“ผมไม่มีความตั้งใจงั้นเหรอ?” เมื่อหวังซินได้ยินคำพูดนี้ก็อยากหัวเราะ แต่ทันใดนั้นเองเขาก็นึกถึงปัญหาสำคัญในนั้นได้ จึงยิ้มไม่ออกเลยเป็นเพราะว่าห้วงแห่งความฝัน ที่ทำให้เขาพอจะสามารถแสดงบทบาทของตัวเองได้ในนั้น ทำหนึ่งรอบไม่ได้ก็ทำสิบรอบ ทำสิบรอบไม่ได้ก็ทำหนึ่งร้อยรอบ ทำจนกว่าจะผ่าน แล้วตัวเองถึงจะได้เอาออกมาแสดงในตอนถัดไปซึ่งเรียกได้ว่าตอนที่ถ่ายทำจริงก็รู้ว่าตัวเองสามารถผ่านไปได้ ดังนั้นจึงไม่ได้เอาอารมณ์ความรู้สึกใส่เข้าไปในนั้นด้วย ถึงยังไงก็ตามในห้วงแห่งความฝัน ตัวเองก็ผ่านอยู่แล้ว ดังนั้นในด้านการแสดง ตัวเองก็แทบจะไม่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจลงไปเลยแม้แต่น้อยที่หลินชงพูดว่าไม่ตั้งใจ ในเวลานี้คิดแล้วก็รู้สึกว่าจริง ๆ ยังมีเหตุผลอยู่บ้าง ที่ตัวเองไม่มีความตั้งใจในการไปถ่ายทำละครโทรทัศน์เรื่องนี้“ประสบความสำเร็จก็อยู่ในห้วงแห่งความฝัน ล้มเหลวก็อยู่ในห้วงแห่งความฝัน!” หวังซินจึงได้ถอนหายใจอยู่ในห้วงแห่งความฝันของตัวเองการประสบความสำเร็จ เป็นเพราะว่าตัวเองฝึกฝนมาสิบรอบร้อยรอบ แล้วการล้มเหลว ก็เป็นเพราะว่าตัวเองได้ผ่านอยู่ในห้วงแห่งความฝัน เมื่อจับท่าทีที่สำคัญของการแสดงได้แล้ว ก็ไม่ได้ใส่อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองลงไปจริง ๆ “ละครเรื่องนี้ถ่ายทำไปห้าสิบตอนแล้ว ตอนนี้ก็พึ่งจะหาสาเหตุของตัวเองเจอ!” ในใจของหวังซินเต็มไปด้วยความทุกข์ใจในโลกยุคหลังเขาก็เป็นแค่ตัวประกอบ ตอนนี้ได้แสดง《Home With Kids》ขึ้นมากระทันหัน ประจวบกับตัวเองก็มีห้วงแห่งความฝันอีก ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยสนใจปัญหาด้านการแสดงของตัวเองสักเท่าไหร่ ในทางกลับกันก็เป็นเพราะการมีอยู่ของห้วงแห่งความฝันที่ทำให้ตัวเองอวดดีตอนนี้ก็พบปัญหาในตัวเองขึ้นมาทันที ถ้าต้องการจะปรับปรุงในเวลาอันสั้น ก็คงจะเป็นปัญหาจริง ๆ “มีปัญหาก็ไม่ปรับปรุง ก็ไม่ใช่นิสัยของหวังซินคนนี้ ลำบากยากเย็นแค่ไหน ฉันก็จะต้องปรับปรุงในส่วนนี้ให้ได้!” หวังซินกำหมัดของตัวเองแน่น ที่สายตาก็ได้เปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นขึ้นมาไม่ใช่ว่าตัวเองไม่มีอารมณ์ร่วมเข้าไปงั้นเหรอ? งั้นก็เริ่มใหม่ ซึ่งก็ลืมให้หมดว่านี่อยู่ในห้วงแห่งความฝัน จึงทำความคุ้นเคยกับบทละคร คุ้นเคยกับตัวละคร แล้วเริ่มแสดงใหม่อีกครั้ง! หลินชงที่อยู่ในห้วงแห่งความฝันได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในสายตาหวังซิน จึงพยักหน้า ที่รู้ว่าหวังซินได้เข้าใจเหตุผลในนั้นแล้วหลังจากนั้นเธอก็พูดกับหวังซินว่า: “ตอนนี้นายไปแสดงกับโค้ชซ่งอีก ถ่ายฉากเมื่อสักครู่นี้ แล้วนายลองใส่ความรู้สึกของตัวเองลงไป” ในครั้งนี้ หวังซินได้เริ่มลองเอาความรู้สึกของตัวเองใส่เข้าไปในการแสดง แล้วจึงเริ่มแสดงกับซ่งเหมียวเหมียวในห้วงแห่งความฝันอีกครั้งการแสดงอีกครั้ง ในครั้งนี้หวังซินก็แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง แม้ว่ายังจะไม่ได้ใส่อารมณ์เข้าไปในการแสดงทันที แต่ก็ไม่พ้นที่จะโดนซ่งเหมียวเหมียวแสดงข่มจนไม่มีทางที่จะแสดงต่อไปได้ครั้งที่หนึ่ง หวังซินได้แสดงกับซ่งเหมียวเหมียวที่เป็นนักแสดงระดับปรมาจารย์จบลงในฉากหนึ่งอย่าง ‘ยากลำบาก’ ซึ่งฉากถัดมา หวังซินก็เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว“ผู้กำกับหลินครับ ครั้งนี้เป็นยังไงบ้างครับ?” “ไม่ได้ ในด้านของอารมณ์ยังใส่ไปไม่ลึกพอ นายจะต้องเข้าถึง ‘หลิวซิง’ ตัวละครนี้ด้วย” หลินชงชี้ถึงปัญหาของหวังซินออกมาหวังซินจึงเริ่มแสดงอีก แต่ได้เปลี่ยนฉากแสดงแล้วเพราะหลังจากที่คุ้นเคยในทุกฉากแล้ว หวังซินก็ยังกลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถใส่ความรู้สึกของตัวเองลงไปได้จริง ๆ ในทางกลับกันก็เหมือนกับการฝึกฝนโดยทั่วไป ซึ่งหลังจากที่คุ้นเคยแล้ว จะไม่ใส่อารมณ์ก็ไม่ได้หลังจากที่เปลี่ยนฉากและบทแสดงแล้ว หวังซินได้คิดว่าตัวเองก็คือหลิวซิง ซึ่งวิธีการพูดและการเคลื่อนไหว ต่างก็ตั้งเงื่อนไขให้ตัวเองทำตามท่าทางของตัวละคร ‘หลิวซิง’ นี้ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป หวังซินได้เข้าถึงบทแสดงแล้ว ซึ่งในละครเขาก็แยกไม่ออกว่าที่จริงแล้วตัวเองคือหวังซินหรือว่า ‘หลิวซิง’ อีกทั้งในเวลาอันรวดเร็วนี้ เขาก็พบจุดบกพร่องในการแสดงของตัวเองในก่อนหน้านี้ เมื่อเทียบกับการแสดงโดยปกติกับการแสดงในเวลานี้ ก็คือแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว“ไม่เลวเลย มีพัฒนาการนะ” เมื่อถ่ายออกมาแล้วฉากหนึ่ง หลินชงก็ได้แสดงความเห็นต่อหวังซิน หลังจากนั้นหลินชงจึงพูดอีกว่า: “แต่ก็ยังไม่ดีพอ นายต้องจำไว้ว่า ในเวลานี้นายคือหลิวซิง นายไม่ใช่หวังซินอีกต่อไปแล้ว” เมื่อได้ยินที่หลินชงแสดงความคิดเห็นต่อตัวเองอีกครั้ง หวังซินก็หายใจเข้าออกลึก ๆ อีกครั้ง แล้วลองลืมสถานะนักแสดงของตัวเอง โดยเอาตัวเองเข้าไปแทนที่ในบทบาท ‘หลิวซิง’ นี้ซึ่งฉากการแสดงก็เปลี่ยนไปอีก หวังซินยังคงต่อบทกับซ่งเหมียวเหมียว โดยที่ครั้งนี้มีความไหลลื่น ‘หลิวซิง’ ที่แสดงโดยหวังซินก็เหมือนว่าเป็น ‘หลิวซิง’ จริง ๆ ตัวละครนี้ปรุงแต่งขึ้นมาภายใต้ปากกาของเขา ที่ถูกเขาสร้างให้มีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ จนแทบจะเป็นหลิวซิงที่ฉลาดหลักแหลมอย่างแท้จริงโดยในตอนที่ต่อบทละครกับซ่งเหมียวเหมียว ทั้งบทพูด ภาษา ท่าทาง อารมณ์ ในทุกด้านก็แทบจะเหมือนกับ ‘หลิวซิง’ จริง ๆ นี่จึงทำให้หลินชงที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าในเวลานี้หวังซินก็ได้พบเสน่ห์ของการแสดงแล้ว ซึ่งเขาก็รู้สึกว่าตัวเองได้ค่อย ๆ ตกหลุมรักกับบทบาทหลิวซิงนี้เข้าให้แล้ววิธีการใช้น้ำเสียงการในพูดคุยของตัวเอง ทุกการเคลื่อนไหวก็แทบจะเหมือนกับหลิวซิงเลยเมื่อรอจนฉากนี้ถ่ายทำเสร็จเรียบร้อย เขาก็ได้มองหลินชงอีก ซึ่งครั้งนี้หลินชงก็พูดมาตรง ๆ เลยว่า: “ไม่เลวนะ ครั้งนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย เข้าถึงอารมณ์ได้จริง ๆ แสดงได้ตั้งใจดีมาก” ถึงแม้ว่าจะอยู่ในห้วงแห่งความฝันของตัวเอง แต่เมื่อได้ยินหลินชงประเมินตัวเองแบบนี้แล้ว ในใจของหวังซินก็ยังรู้สึกดีใจมากอีกทั้งในด้านการแสดงที่ความสนุกจริง ๆ แล้วคือการปลอมตัว ซึ่งการปลอมตัวในบทบาทที่แตกต่างกัน ในแต่ละบทบาทก็ล้วนมีจุดที่ตัวเองชื่นชอบ นี่ถึงจะเป็นการแสดงอย่างแท้จริง“การแสดงจำเป็นต้องใส่อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองลงไป ในช่วงเวลานี้สิ่งที่ฉันแสดงออกมาทั้งหมดก็คือบทบาทของหลิวซิง หลังจากนี้ฉันก็คือหลิวซิง” หวังซินพูดกับตัวเองที่อยู่ในห้วงแห่งความฝัน เมื่อพูดคำเหล่านี้จบ เขาก็หัวเราะออกมาการเดินออกมาจากห้วงแห่งความฝันของตัวเอง ในเวลานี้ท้องฟ้าก็มืดแล้ว หวังซินหยิบกล้องถ่ายวิดิโอขึ้นมาอีกครั้งพร้อมดูฉากในตอนบ่ายที่ตัวเองเล่นกับซ่งเหมียวเหมียวการได้เห็นการแสดงที่แย่ ๆ ของตัวเอง แม้กระทั่งหวังซินเองก็อยากจะทุบกล้องถ่ายวิดีโอให้พังก่อนหน้านี้มองไม่เห็นปัญหาช่วงนี้ของตัวเองในวิดีโอ แต่ตอนนี้หลังจากที่เข้าใจว่าจะต้องใส่อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองแล้ว การที่เห็น ‘หลิวซิง’ ที่อยู่ข้างในนั้น ก็งงเป็นไก่ตาแตก ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวจะดูเกินจริงมาก แต่ก็ไม่มีอารมณ์ใด ๆ ร่วมอยู่ในนั้นเลย เมื่อเทียบกับซ่งเหมียวเหมียวแล้ว ก็ไม่ใช่ระดับเดียวกันโดยสิ้นเชิง...