[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 136 พ่อจะไปเสี่ยงไม่ได้นะ

    ตอนที่136 พ่อจะไปเสี่ยงไม่ได้นะ

            ความตึงเครียดภายในค่ายทำให้เหล่าวัยรุ่นและเด็ก ๆรับรู้ได้ว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ ๆ เหล่าผู้ใหญ่และวัยรุ่นจำนวนหนึ่งกำลังค้นอาวุธและอุปกรณ์มากมายข้ามไปยังประตูมิติไปยังเขาโอลิมปัสกันทำให้รู้ว่าอีกไม่นานจะเกิดเหตุไม่คาดคิดภายในค่ายเช่นกันแต่ตอนนี้เขาโอลิมปัสกำลังมีการโจมตีเกิดขึ้นทำเหล่าผู้ใหญ่และวัยรุ่นเกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์ต้องไปฝั่งนั้นกันหมดเด็กน้อยสองคนมองครอบครัวของพวกเขากำลังบอกลาและอวยพรให้ปลอดภัยนั้นทำให้หนึ่งในสองมองอย่างไม่ชอบใจ ถ้าเกิดอะไรกับครอบครัวที่เขารักตอนนี้พวกเขาโดนอยู่ภายในบ้านพักหมายเลขสามเพื่อความปลอดภัยแต่ว่าเขาไม่ชอบที่ต้องอยู่แต่ในบ้านแบบนี้นั้นทำให้เขาต้องหาทางออกจากตรงนี้ดีที่บ้านโพไซดอนแต่ละคนกำลังยุ่งวุ่นวายกับการรับมือการโจมตีที่จะตรงดิ่งมาที่ค่ายนี้เช่นกันเขาเลยพาน้องสาวแอบออกมาจากบ้านพักได้อย่างง่ายดายน้องสาวก็ไม่สนใจอะไรและตามพี่ชายไปอย่างชอบใจเช่นกัน

             

            “เราหนีออกมาแบบนี้พวกบ้านโพไซดอนจะไม่ตามหาเหรอ?”

            “ไม่มีทางตอนนี้ทุกคนกำลังวุ่นวายก็ถึงตาเราที่จะออกทำภารกิจมั้ง”

            “ภารกิจอะไรกัน?”

            “จัดการพวกปีศาจที่กำลังบุกมาโจมตีที่นี่ไง!!”

            “ครั้งก่อนแอบออกไปยังไม่เข็ดหรือไง?”

            “พูดอะไรนะ?” เดวิคทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

            “อย่ามาทำหน้าแบบนั้นนะ ครั้งก่อนพี่กินยาทำให้โตแล้วออกไปต่อสู้กับพวกปีศาจที่บุกมาโจมตีเรานี่น่าจนพ่อจับได้ตอนที่จบการต่อสู้นะ”

            “อ๊ะ...”

             

            เดวิคนึกถึงเรื่องก่อนหน้านั้นที่พวกปีศาจบุกมาแล้วเขานั้นรู้สึกอยากสู้มากๆ จนต้องกินยาที่เหลือสองขวดสุดท้ายมาดื่ม แล้วออกไปโจมตีพวกปีศาจที่บุกมาแล้วนั้นเด็ดจนพ่อบอกว่านิสัยแม่เป็นไงลูกก็เป็นแบบนั้นเขาโดนดุต่อหน้าพวกพี่ ๆ หลายคนทำเอาอายสุด ๆ แต่ทำไงได้เลือดภายในมันร้อนไปหมดถ้าไม่ออกมาทำอะไรแบบนี้เขาคงอกแตกตายแน่ ๆคาเร็นน่ามองพี่ชายที่นับวันสติเกินความเป็นเด็กวัยหกขวบไปทุกที แต่ก็ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เธอก็เหมือนกันต่อหน้าแม่ก็เป็นเด็กน้อยแต่ตอนอยู่กับพี่สองคนเธอกับพี่เหมือนเด็กยที่มีสติปัญญาเกินอายุ

             

            “ช่างเรื่องนั้นละกันแล้ว...เราจะไปโจมตีที่ไหนดี?”

            “ต้องตรวจสอบว่าตอนนี้เหลือกี่จุดระหว่างที่แม่อยู่เขาโอลิมปัสที่ตอนนี้กำลังมีการโจมตี ถ้าทำให้ตรงนี้ไม่เหลืออะไรเราค่อยไปช่วยแม่ต่อ”

            “พี่นี่น่า...คิดการณ์ไกลเกินเด็กจริง ๆ”

            “เธอคิดว่าเราเป็นเด็กหรือไง?”

            “ไม่ได้คิดมาตั้งแต่อายุสามขวบแล้วล่ะ”

            “หึ ๆ” เดวิคยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาแล้วพูดบางอย่างกับน้องสาว“เธอคิดใหม่ได้นะ...”

            “เรื่องอะไร?”

            “เรื่องนั้น...ที่คุณแองเจิลพูดนะ...”

            คาเร็นน่ามองพี่ชายที่ไม่ได้มองเธอเลยสักนิดนั้นทำให้เธอยกมือขึ้นแล้วตีหลังอีกฝ่ายทันที

            “อ๊าก!!”

            “จะให้ฉันคิดใหม่ทำไม? ฉันพูดไปตอนนั้นแล้วนะ...ว่าถ้าทำก็ต้องทำด้วยกัน...เพื่อช่วยแม่กับน้าโฟกัส!!”

            “คาเร็นน่า...”

            “พี่จะทำด้วยกันฉันไม่ใช่เหรอ?” คาเร็นน่ายกยิ้มให้พี่ชายด้วยใบหน้าที่ดูใส่ซื่อแต่ภายใต้ใบหน้านั้นกลับมีความเป็นผู้ใหญ่อยู่

            เดวิคที่มองน้องสาวที่มีการตัดสินใจเด็ดขาดมากกว่าเขานั้นทำให้เขานับถือเธอสุด ๆ“แน่นอน...พี่จะอยู่ข้าง ๆ เธอตลอดไป”

            “อืม...รีบไปก่อนเถอะเดียวพวกผู้ใหญ่จะตามเรามาได้นะ” คาเร็นน่ากำลังเดินนำไปข้างหน้าทันที

            “เดี๋ยวสิ อยู่ในร่างนี้มันลำบากนะ!!” เดวิคยกมือขึ้นมาห้ามอีกฝ่ายให้หยุดก่อน

            “เอ๊ะ!?” คาเร็นน่าหยุดมองพี่ชายที่พูดแบบนั้นก็ทำให้ลางสังหรณ์มันผุดขึ้นมาว่าพี่ชายจะทำอะไร

             

            เดวิคยิ้มมุมปากแล้วยกขวดยาขวดหนึ่งขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วคาเร็นน่าเห็นขวดยานั้นก็นึกแล้วว่าใช่อย่างที่เธอคิดก่อนที่ร่างกายของเด็กชายวัยหกขวบจะค่อย ๆขยับใหญ่ขึ้นพร้อมกับเสื้อผ้าที่เปลี่ยนไปด้วยคาเร็นน่ามองพี่ชายที่ตอนนี้กลายเป็นชายหนุ่มวัยสิบแปดปี ใบหน้าของเขากำลังยกยิ้มอย่างชอบใจที่ได้อยู่ในร่างนี้ทำเอาเธอส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะถามเธอถึงสภาพเขาตอนนี้

             

            “ฉันเป็นไงล่ะ?”

            “ก็...งั้น ๆ นะ...สำหรับเด็กชายวัยหกขวบ”

            “เธอหมายความว่าไง?” เดวิคเท้าเอวก้มมองน้องสาวที่ตอนนี้ตัวเล็กกว่าเขาจนน่ารักมากๆ

            คาเร็นน่าหยิบขวดยาบางอย่างขึ้นมาบ้างเธอยกมันขึ้นมาดื่มเช่นเดียวกับอีกฝ่าย แล้วร่างกายของเธอค่อย ๆ ขยายใหญ่มากขึ้นจนเดวิคค่อย ๆ ถอยหนีเขาจ้องมองรูปลักษณ์ของน้องสาวที่กลายเป็นหญิงสาววัยสิบหกหรือไม่ก็สิบเจ็ดปีทรงผมสีทองลอนยาวสลวย ดวงตาสีเขียวคล้ายผู้เป็นแม่ กำลังจ้องมองพี่ชายด้วยสายตาหยิ่งๆ ใส่

            “เพราะว่าฉันก็ทำได้เหมือนกันไงล่ะ~” 

            “เดี๋ยว!!ทำไมเธอถึงมียานั้นแม่สร้างสูตรสุดท้ายก่อนที่แม่จะเผาพวกยาทั้งหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?!”

            “พี่คิดว่าฉันอยู่แต่ในลูกแก้วมาสองสามปีเฉย ๆหรือไง?”

            “นี่!!” เดวิคมองน้องสาวก่อนจะแบมือของบางอย่าง"มีอีกไหม?"

            “เสียใจฉันไม่ให้พี่ง่าย ๆ หรอกนะ!!”

            “เธอ!!”

            “พี่น่าจะรู้นะว่าการกินยานี้บ่อย ๆมีสิทธิ์ที่จะติดอยู่ในร่างนั้นไปยาว ๆ นะ แม่เคยเตือนไม่ใช่เหรอ?”

            “ก็...” เดวิคหงอยทันทีที่น้องสาวเริ่มดุใส่เขา

            “ไปเถอะ เราจะต้องจัดการอีกเยอะแต่ว่าก่อนที่จะจัดการจะต้องไปตรวจสอบก่อนนะว่ามีกี่จุดแล้วจะทำไง?”

            “ไปดูที่บ้านใหญ่กัน!!คุณปู่น่าจะเก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ที่โซนประชุม”

            “งั้นไปกันเลย!!”

             

            ทั้งสองก้าวไปข้างหน้ากันอย่างรวดเร็วเพื่อตรงดิ่งไปยังบ้านใหญ่เพื่อหาข้อมูลการโจมตีพวกปีศาจที่อยู่รอบค่ายถ้าจัดการพวกมันได้อย่างรวดเร็วในตอนนี้อาจจะสามารถช่วยทุกคนที่อยู่ที่นี่ไปสมทบกับคนที่อยู่ในเขาโอลิมปัสได้ลางสังหรณ์ของทั้งสองกำลังบอกว่าแม่ของพวกเขากำลังลำบาก ถ้าพวกเขาไม่รีบทำอะไรทั้งสองก้าวตรงไปยังบ้านใหญ่จนกระทั่งเจอกลุ่มคนที่รู้จักทั้งสองจึงรีบหาที่ซ่อนทันทีทั้งสองคนหลบหลังต้นไม้ใหญ่พร้อมกับแอบฟังสิ่งที่พวกเขากำลังคุยกันแต่ประโยคแรกที่ได้ยินก็คือการเสนอของเด็กบ้านเฮเฟตัสถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ไปสอดแนมแทนมนุษย์ได้ตอนนี้กำลังพลของค่ายมีอยู่แค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์แต่ชายตรงหน้าเด็กบ้านเฮเฟตัสกำลังตัดสินใจที่จะออกไปจัดการปีศาจด้วยตัวเองเช่นกันจนสองแฝดหันมองก็เห็นว่าคนที่ตัดสินใจแบบนั้นคือพ่อของตนเอง

             

            “ขอโทษนะแบบนั้นจะเสียเวลากว่าที่พวกเราออกไปอีกนะฉันยอมไปเสี่ยงเพื่อที่จะจัดการกับพวกมันให้จบ ๆ”

            “แต่ว่าเรายังไม่รู้เลยนะว่าตอนนี้จำนวนมันมีเพิ่มขึ้นหรือเปล่านะถ้าพวกนายไปแล้วคุณแอนนาเบ็ธรู้มีสายฮ่ากันแน่ ๆ”

            “ก็อย่าบอกก็เท่านั้นพวกนายจะไปบอกคุณนายแจ็กสันหรือไง?”

            “ถ้าบอกก็ดีสินายจะได้โดนบ่นง่าย ๆอย่าลืมนะนายเป็นลูกเขยบางเขา ถ้าเกิดลูกเขยเป็นอะไรขึ้นมาทำไงแล้วนายอย่าลืมว่าตัวเองนั้นมีลูกแล้วสองคน ถ้าลูก ๆ มาได้ยินว่าพ่อกำลังจะไปเสี่ยงตายข้างนอกเด็ก ๆ จะคิดไง?”

            พออีกฝ่ายพูดถึงลูกทั้งสองของเขาที่ทั้งน่ารักและฉลาดมาก ๆจนเขานั้นไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลยสักอย่าง เพราะเหมือนเด็ก ๆจะรู้หมดว่าเขาจะทำอะไร แต่ครั้งนี้บอกไม่ได้และต้องรีบออกไป

            “ขอโทษนะ...ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรแต่อย่าบอกลูกฉันได้ไหม? เบ็น”

            “จริงของฟีนีอุสนะ เบ็นนายช่วยเก็บเงียบก็จบแล้ว!!” โคลเดินออกมาโอบไหล่ฟีนีอุส แต่ก็โดนเจ้าตัวปัดทิ้ง

            “พวกนายจะบ้าหรือไง?” เบ็นตะโกนใส่ทั้งสองคนที่กำลังให้เขาเงียบปากของตนเอง“การที่พวกนายจะออกไปกันสิบกว่าคนคิดเหรอว่าคุณนายแจ็กสันจะไม่รู้!!”

            “ก็วุ่นวายแบบนี้ไม่มีใครรู้หรอก”

            “ใช่ ๆ”

            “ถ้าไม่มีคนพูดก็จบแล้ว!!”

            “เห็นไหม? ทุกคนเห็นด้วยกันหมด!!”โคลมองไปหาทุกคนที่จะไปกับพวกเขาที่จะไปจัดการพวกปีศาจด้วยกัน

            “นี่ฟังกันหน่อย!! ฟีนีอุส!! ถ้าเกิดพวกนายเสียท่าไม่ได้กลับมาล่ะ!!”

            “คงไม่มีหรอก...ถ้ามี...ฉันรอที่จะโดนด่าอย่างเดียว...”

            คำพูดของฟีนีอุสที่พูดแบบนั้นทำเอาเด็กหนึ่งได้ยินถึงกับรู้สึกฟิวส์ขาดผู้เป็นพี่ชายส่ายหน้าอย่างไม่ชอบใจที่พ่อของเขานั้นพูดแบบนั้นออกมาก่อนที่จะเห็นว่าน้องสาวของเขากำลังเดินออกไป

            “เห้ย!!คาเร็นน่า!!” เดวิคตาตื่นทันใดที่น้องสาวกำลังตรงดิ่งอย่างไม่สนใจอะไรเลย

            “ถ้าอยากโดนด่าก่อนออกไปทำเรื่องเสี่ยงตายก็ได้นะ!!”คาเร็นน่าตะโกนออกไป

             

            เสียงอันแหลมสูงของหญิงสาวทำเอาหนุ่ม ๆ ที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันมามองพวกเขาก็ต้องชะงักกับความงามของหญิงสาวที่กำลังเดินตรงมาหาพวกเขาด้วยสีหน้าอันฉุนเฉียวแต่ฟีนีอุสที่เห็นแวบแรกว่าหญิงสาวนั้นมีใบหน้าที่คล้ายเขามาก ๆและมีดวงตาสีเขียวคล้ายกับแฟนสาวเขาจนเขารู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นคล้ายลูกสาวคนเล็กของเขาก่อนที่เธอจะหันมาทางเขาอย่างรวดเร็ว

             

            “คิดว่าออกไปจัดการพวกปีศาจกันแค่นี้แล้วจะจบเรื่องง่ายๆ ไม่เตรียมตัวไม่ตรวจสอบอะไรสักอย่าง!!ว่าปีศาจมีกี่ตนถ้าไปกันแค่นี้แล้วปีศาจมีกันเป็นร้อยหรือพันกว่าตนจะเกิดอะไรขึ้น!!”

            “ใช่!!” เบ็นเสริมคำพูดของหญิงสาวทันที

            “เอ่อ...”

            “แล้วนายหน่อยคนที่ยุยงกันนั้นพวกนายมีความสามารถพอที่จะจัดการกับปีศาจนับพันได้งั้นเหรอ? ถ้าโดนตลบหลังขึ้นมาทำไง!? ไม่ได้ใช้ความคิดก่อนจะออกไปทำภารกิจยังกล้ายุยงคนอื่น ๆ อีกคิดอะไรกันอยู่!!”

            “ใช่!!” เบ็นเสริมและพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            ฟีนีอุสเกาหัวอย่างสงสัยว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นใครถึงกำลังสั่งสอนพวกเขากันทำเอาโคลที่อยู่ตรงนั้นอย่างจัดการหญิงสาวจริง ๆ แต่ฟีนีอุสห้ามแล้วพูดต่อทันที

            “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใครนะแต่ฉันทำเพื่อค่ายและทุกคนที่อยู่ที่นี่จะได้ปลอดภัยฉันถึงหาอาสาที่จะออกไปโจมตีพวกมัน!!”

            “แค่สิบคนเดียวนะ!! ครั้งก่อนก็เสี่ยงตายเกือบไม่รอดแล้วนะ!! พ่อคิดว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องเล่นหรือไง!!”

            “พ่อ?” ฟีนีอุสถึงกับอ้ำอึ้งที่อีกฝ่ายมาเรียกเขาว่าพ่อ

            ทุกคนที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกฟีนีอุสว่าพ่อก็ได้แต่ซุบซิบก่อนที่โคลจะแซวอีกฝ่ายเรื่องของหญิงสาวตรงหน้า

            “นี่นายมีลูกอายุราวคราวเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

            “จะบ้าหรือไง!! ฉันมีแต่ลูกสองแฝดเว้ย!!”ฟีนีอุสตะโกนใส่เพื่อนที่พูดแซวเขาก่อนที่จะหันไปหาหญิงสาวอีกครั้ง “นี่เธอเป็นใครกัน!?”

            คาเร็นน่าเท้าเอวมองอีกฝ่ายที่เอ่ยถามแบบนั้นกับเธอ ทำให้เธออยากเอาดาบมาฟันคนเป็นพ่อที่มองไม่ออกเลยว่าตรงหน้าของตนเองคือใครก่อนที่ลูกชายคนโตจะวิ่งออกมาจากที่ซ่อน

            “พ่อครับ!!” เดวิครีบออกมาจากที่ซ่อนเพื่อไม่ให้เรื่องมันวุ่นวายและไปช่วยเก็บอารมณ์น้องสาวที่ดูจะพุ่งได้ตลอดเวลา

            ฟีนีอุสได้ยินเสียงคุ้นเคยก็หันไปมองก็เห็นลูกชายในร่างวัยรุ่นกำลังเดินมาหาเขานั้นทำให้เขาเท้าเอวมองอย่างไม่ชอบใจ

            “นี่ลูกอยู่ในร่างนี้อีกแล้วเหรอ!?”

            “อ๊ะ!!” เดวิคเห็นท่าทางของพ่อก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะห้ามอีกฝ่ายไม่ให้ดุเขา“ใจเย็นก่อนนะผมไม่รู้จะห้ามใครก่อนเลย! จะห้ามพ่อหรือน้องดี!!”

            “น้อง? คาเร็นน่าอยู่แถวนี้เหรอ?”ฟีนีอุสมองหาลูกสาวว่าอยู่ไหน

            เดวิคมองพ่อก่อนจะเอามือตบหน้าผากอีกฝ่ายเบา ๆก่อนที่เขาจะขยับมือไปทางหญิงสาวตรงหน้าของผู้เป็นพ่อ

            “ถ้าพ่อยังอยากโดนน้องด่าต่อผมก็จะหลบให้นะ...”

            “หือ!?” ฟีนีอุสมองลูกชายก่อนจะมองหญิงสาวตรงหน้าเขาตั้งสติไม่กี่นาทีก็ต้องตกใจ “ว่าไงนะ!คาเร็นน่าเหรอ!?”

            “ดู ๆเธอทำพ่อนึกไม่ออกเลยนะว่าลูกสาวตอนโตจะมีหน้าตายังไงนะแต่ว่าคาเร็นน่าเธอก็ไม่ควรพูดแบบนั้นกับพ่อเขานะ”

            “เป็นพี่ไม่โกรธหรือไง!? พ่อกำลังจะพาตัวเองไปสู่เส้นทางความตายนะ!!” คาเร็นน่าหันไปเท้าเอวให้พี่ชายดวงตาสายตาดุดัน

            เดวิคมองแล้วนึกถึงยายแอนนาเบ็ธขึ้นมาทันที ก่อนจะปลอบน้องสาว“น่า ๆพ่อเขาเก่งจะตายไปนะ พี่เคยเห็นพ่อต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนเลยนะ”

            “เหรอ!? หนูเชื่อตายล่ะ! ครั้งก่อนที่พี่ไปร่วมต่อสู้ก็กลับมาด้วยสภาพอันสะบักสะบอมแบบนั้นเนี่ยนะ!!”

            “อ๊ะ!!”

            เดวิคไม่กล้าเถียงน้องสาวเลยเพราะหลักฐานมันอยู่ตรงหน้ามาหลายรอบ เขาค่อย ๆหันไปหาพ่อเพื่อช่วยเขาในการห้ามน้องสาวหน่อยเขาไม่ค่อยได้รับมืออารมณ์โกรธน้องสาวเท่าไหร่

            “พ่อ...ช่วยพูดอะไรหน่อยสิ...” เดวิคกระซิบเบา ๆแต่รู้สึกเหมือนคนเป็นพ่อไม่ตอบสนองอะไรเขาเลยสักอย่าง “พ่อ...ได้ยินผมไหม?”

            เดวิคมองพ่อที่ไม่ตอบสนองก็เห็นสายตาของพ่อกำลังจ้องมองน้องสาวไม่วางตาทำเอาคนเป็นน้องสาวหันไปมองเช่นกันว่าพ่อของเธอเป็นอะไรไปสายตาที่จ้องมองเธอไม่วางตาจนเธอเป็นห่วงพ่อขึ้นมา

            “พ่อค่ะ...เป็นอะไรนะ?” คาเร็นน่ายกมือขึ้นมาโบกมือตรงหน้าของตนเป็นพ่อ

            ฟีนีอุสสะดุ้งเล็กน้อยที่ลูกสาวเตือนสติของเขาก่อนที่สายตาของเขาจะหันไปมองเจ้าพวกเพื่อนบ้าที่กำลังจ้องมองลูกสาวเขาตาเป็นมันยิ่งบางคนถึงกับซุบซิบว่าลูกสาวเขาโตมาสวยสุด ๆ ทำเอาเลือดขึ้นหน้าสุด ๆเขาหันไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋าก่อนจะดึงออกมาคลุมตัวลูกสาวทันที

            “อ๊ะ! พ่อทำอะไรนะคะ!?”

            “ยกเลิกแผนทั้งหมดซะ!!”

            “ห๊า!?”

            พวกกลุ่มเพื่อนที่เตรียมตัวจะออกไปโจมตีพวกปีศาจต่างมองกันอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรไปถึงยกเลิกแผนทั้งหมดอย่างง่ายดาย

            “เดี๋ยวสิ!! ถ้าไม่ออกไปตอนนี้พวกมันอาจจะบุกมาก็ได้นะ!!”

            “ไม่ได้ยินที่พูดหรือไงยกเลิกแผนทั้งหมด!! เบ็น!!”

            “ว่า!!”

            “ใช้แผนนายรีบส่งสิ่งประดิษฐ์ของนายออกไปโดยด่วนฉันให้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง!!”

            “แจ่มเลย!! จัดไปอย่าให้เสีย! งั้นฉันขอตัวก่อนล่ะ!! ทุกคนไปเร็ว!!”

            เบ็นรีบพาสมาชิกบ้านของเขากลับไปที่บ้านเพื่อไปเอาสิ่งประดิษฐ์ที่ว่าทันทีทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยังสงสัยว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นอะไรถึงห้ามออกไปก่อนที่เจ้าตัวจะหันมามองพวกเขาด้วยสายตาอาฆาต

            “มองอะไรไม่ทราบ!! ไม่รีบตามพวกเบ็นไปหรือไง!?”

            “ครับ!!”

            สายตาของฟีนีอุสทำเอาพวกผู้ชายตรงนั้นต่างพากันขนลุกไปตาม ๆกัน ก่อนที่พวกนั้นจะพากันรีบตามเบ็นไปอย่างรวดเร็วถึงไม่บอกว่าตามไปทำไมถ้าอยากรู้ว่าพวกปีศาจมีกี่ตนก็ต้องสอบถามจากพวกเบ็นที่ส่งสิ่งประดิษฐ์ไปสอดแนมแทนนั้นล่ะโคลที่อยู่ตรงนั้นถึงกับส่ายหน้าเบา ๆ เขารู้ว่าเพื่อนของเขาเป็นอะไรก่อนจะแซวเบาๆ

            “ไอ้หวงลูกสาว!!”

            “หุบปากไปเลย โคล!!” ฟีนีอุสกล่าวออกมาใส่อีกฝ่าย “นายไม่เข้าใจหรอกขอให้นายมีลูกสาวมั้งจะเข้าใจ”

            “แหม ๆ สำหรับฉันน่าจะยากนะ...” โคลกล่าวแบบนั้นก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น

            พอไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้วเหลือแค่สามพ่อลูก ฟีนีอุสก็ดึงผ้าออกจากตัวลูกสาวที่พอดึงผ้าออกผมของเธอก็ยุ่งเล็กน้อยทำเอาคนเป็นพ่อที่เห็นก็เกิดขำนิดหน่อย

            “ครืน!!! ดูผมลูกสิ...”

            “เพราะใครละคะ!?” คาเร็นน่ารู้สึกมุมปากกระตุกอย่างเคืองๆ พ่อของเธอ

            “พ่อขอโทษนะ...แต่ลูกทั้งสองคนทำไมอยู่ร่างนี้กัน...?”

            “อ๊ะ...!!”

            ทั้งสองคนโดนยิงคำถามก็มานึกได้ว่าพวกเธอก็มีแผนที่จะออกไปจัดการกับปีศาจนี่น่าแต่คาเร็นน่าดันว่าของเธอไปเป็นชุด ถ้าเธอกับพี่ชายออกไปอีกกลุ่มคงโดนด่าแน่ ๆ

            “คือว่า...” เดวิคไม่รู้ว่าจะอธิบายให้พ่อฟังยังไง

            “พวกเราคงมีความคิดคล้ายกันนะคะ...” คาเร็นน่าพูดดอกมาทันทีเพราะรู้ว่าถ้าโกหกก็โดนเหมือนกัน

            “หือ? ความคิดเหมือนกัน!?”ฟีนีอุสคิดคำพูดของลูกสาวก่อนจะคิดว่าก่อนหน้าเขาจะทำอะไรก่อนจะตาโตมองลูกทั้งสองคน "เดียวนะ!! ลูกสองคนคิดจะออกไปข้างนอกเหรอ!?”

            “คาเร็นน่าพูดทำไมนะ!!”

            “พี่คิดว่าพ่อจะไม่รู้เหรอ!? ถ้าเราออกไปเองก็โดนบ่นอยู่ดี”

            “เธอนี่มัน!!”

            “หยุดทั้งสองคนเลย!! ตอบคำถามพ่อก่อน!! คิดจะออกไปจัดการพวกปีศาจเหรอ!?”

            “ครับ/ค่ะ”

            ฟีนีอุสถึงกับปวดหัวเลยถ้าไม่ใช่เขาจะออกไปก่อนแล้วลูกมาห้ามเขาก็คงได้เห็นลูกสองคนตามไปด้วยแน่ ๆ ดีที่เกิดเหตุเมื่อกี้ก่อนไป เขาเข้าไปจับตัวลูกสาวทันที

            “ดีที่ลูกโกรธพ่อคาเร็นน่าไม่งั้นพ่อคงได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดฝันแน่ ๆ”

            “สิ่งไม่คาดฝัน...?”

            ฟีนีอุสมองลูกสาวคนเขายกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของเดวิคเช่นกันเขาเกือบเสียลูกชาย เขาจะไม่ยอมให้มีเหตุการณ์ครั้งที่สองเด็ดขาด

            “พ่อจะไม่ยอมให้ลูกเป็นอะไรเด็ดขาด...พ่อไม่ยอมเสียทั้งสองคนไปแน่ๆ”

            สีหน้าของทั้งสองนิ่งไปชั่วขณะคำพูดของผู้เป็นพ่อทำให้ทั้งสองคนรู้สึกภายในหน้าอกมันอึดอัดไปหมดเหมือนถ้าเกิดอะไรขึ้นคนเป็นพ่อจะโทษตัวเองก่อนแน่ๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา คาเร็นน่ามีสีหน้าที่อมทุกข์เล็กน้อยเธออยากเข้าไปกอดคนเป็นพ่อแต่ทว่าก็มีสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น

             

            ตู้ม!!

             

            ทั้งสามคนต่างหันไปมองก็เห็นควันลอยมาจากบริเวณบ้านพักทำให้พวกเขามองอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ทั้งสามคนจะรีบวิ่งกันไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ถามอะไรเลยว่าเกิดอะไรขึ้นพวกเขาวิ่งจนมาถึงแถวบ้านพักพวกเบ็นที่กำลังวิ่งตรงมาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีระเบิดเกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งนั้นก็คือบ้านเฮเฟตัส เบ็นเห็นแบบนั้นก็ตกใจก่อนที่จะมีเด็กบางคนรีบวิ่งออกมาดีที่บ้านเฮเฟตัสแต่ละคนมีความทนทานเรื่องไฟกันหมด แต่ทว่าก็มีวัยรุ่นคนหนึ่งกระเด็นออกมาจากบ้านเบ็นเห็นก็รีบวิ่งเข้าไปรับอีกฝ่ายทันที

             

            “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม!?”

            “พี่เบ็น...” เด็กชายมองอีกฝ่ายที่เข้ามาประคองเขาก่อนที่เขาจะชี้ไปทางบ้านพัก “ระวัง...หมอนั้น...โผล่มาทาง...เงา...”

            “ว่าไงนะ!?” เบ็นหันไปมองไม่เห็นอะไรแต่ทว่าไม่มีคนออกมาจากบ้าน

             

            เสี้ยววินั้นเองก็มีบางอย่างขึ้นมาจากเงาของเบ็นจากด้านหลังพร้อมกับดาบที่กำลังยกขึ้นมาฟาดเบ็นรีบหันไปอย่างรวดเร็วแต่เข้าไม่มีการป้องกันอะไร เสียงเหล็กปะทะก็ดังขึ้น เย็นจ้องมองลูกชายของฟีนีอุสที่เข้ามาป้องกันการโจมตีจากชายปริศนาแต่เดวิคนั้นกับชายตรงหน้าได้ชายตรงหน้าที่มีผิวกลายสีขาวและผมขาวไปต่างจากร่างเดิมมากชายคนนั้นมองเด็กชายด้วยสายตาไม่พอใจ

             

            “เดวิค!!”

            “ไม่ได้เจอกันสักพักใหญ่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะพี่ดีแลน!!”

             

    จบตอนที่ 136 โปรดติดตามตอนที่ 137ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120