ตอนที่ 24 ศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ?!
การกระทำของไลท์ มันทำให้ผู้คนในร้านอาหารสามเวลา อดที่จะทึ่งและตะลึงงันไปกับสิ่งที่เขาทำมากจริงๆ
มาร์คัสปากอ้า ตาค้างไปแล้ว...แม้แต่มันก็ไม่สามารถที่จะจุดเปลวไฟขึ้นมาได้ในชั่วพริบตาแบบนั้นและมันก็ไม่เคยเห็นใครทำได้แบบนี้มาก่อนอีกด้วย
‘ปีศาจสิงสู่...จริงๆ เหรอ!!’
มันจมหายไปกับความคิดดังกล่าว ก่อนจะยืนแข็งค้างอย่างโง่งมอยู่อย่างนั้น
ส่วนทางด้านโทมัสและจิม สองคนนี้คือผู้ที่มีพลังเวทขั้นสูงเหนือกว่ามาร์คัส จนเรียกได้ว่าคนละชั้น แต่อย่างที่ได้บอกไป การจุดไฟในชั่วพริบตาโดยไม่จำเป็ต้องร่ายคาถา สิ่งนี้ทั้งสองคนเชื่อว่า ในโลกนี้มีอยู่ไม่กี่คนที่จะสามารถทำมันได้...โดยหนึ่งในนั้น ได้มีไลท์ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!!
ทั้งนี้ข้ามเื่การจุดไฟนี้ไปก่อน เพราะนอกเหนือจากเื่อัศจรรย์นี้แล้ว ไลท์ยังได้สร้างความประหลาดใจ ตบหน้าทุกคนไปอีกฉาด ด้วยการยื่นเปลวไฟดวงน้อยๆ จ่อเข้าไปที่วัตถุก้อนกลมๆ ที่ทุกคนต่างก็ไม่รู้จักว่ามันคืออะไร
ก่อนที่ในชั่วพริบตาเดียวกันนั่นเอง
‘พรึ่บ~!!’
เปลวไฟได้ถูกจุดอยู่บนก้อนแอลกอฮอล์ จากดวงไฟน้อย กลายเป็เปลวไฟสีน้ำเงินที่เชื่อกันว่ามีความร้อนแรงกว่าเปลวไฟสีแดงเป็สองเท่า พลันสว่างวูบลุกโชนอยู่บนกองฟืน
“นี้มัน ศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ??!!” โทมัสอุทานออกมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
แม้แต่ตัวของโทมัสเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะรำคาญในการใของตัวเอง แต่จะให้เขาทำอย่างไร
ในเมื่อ ไลท์ ผู้าุโเร้นกายที่ตนเองพบเจอโดยบังเอิญ คือต้นเหตุของเื่ทั้งหมด!!
โทมัสไม่คิดเลยว่า คนๆ เดียว จะสามารถมีทักษะได้มากมายขนาดนี้ แต่ถึงกระนั้นไลท์ที่เป็ต้นเื่ของทั้งหมด กลับไม่รู้เลยว่าตัวเอง ได้สร้างความแตกตื่นให้กับคนอื่นๆ มากแค่ไหน
‘ฟู่~!’
ทันทีที่ฟืนติดไฟจากแอลกอฮอล์ ไลท์ก็ได้ทำการวางกระทะลงไปบนเตา ก่อนที่จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เพื่อรอให้ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วกระทะจนมันเริ่มส่งไอควันลอยขึ้น
เมื่อนั้นไลท์จึงค่อยๆ เทราดน้ำมันลงไป พร้อมทั้งยกกระทะหมุนวนเป็วงกลมเพื่อให้น้ำมันไหลไปตามกระทะจนทั่วทั้งผืน
กระเทียมที่สับละเอียดเป็สิ่งแรกที่ชายหนุ่มได้นำลงไปผัดในกระทะ เขาใช้เวลารอให้กระเทียมเริ่มเปลี่ยนสีเป็สีเหลืองอ่อนที่เข้มชัดขึ้นเล็กน้อย
ก่อนจะนำเนื้อหมูที่หั่นเป็ชิ้น ขนาดเท่าๆ กัน ประมาณหนึ่งกำมือ วางลงไปในกระทะ โดยที่ไม่กลัวความร้อนจากเตาเลยแม้แต่นิดเดียว
เนื้อหมูเมื่อถูกความร้อนและน้ำมัน มันก็เริ่มดีดดิ้นประหนึ่งกำลังเต้นระบำอยู่บนกระทะ ระหว่างนั้นเอง คุณตาเกลที่เฝ้าดูอยู่วงนอกก็ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าขั้นตอนต่อไปของการทำข้าวผัด
นั้นได้มาถึงจุดสำคัญแล้ว ซึ่งก็คือการเทข้าวลงไปผัดนั่นเอง
“ไลท์เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ!”
คุณตาเกล รู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจว่าข้าวผัดของไลท์จะออกมาไม่ดีและอาจทำให้สองนักผจญภัยนั้นโกรธเหมือนเช่นเมื่อวาน ตัวคุณตาอยากที่เข้าไปห้าม แต่ก็สายไปเสียแล้ว...มือที่เรียวยาวและดูกระชับเต็มไปด้วยมัดกล้ามของไลท์ ได้เอื้อมมือไปหยิบข้าวแห้งๆ ที่คุณตาเกลลืมอุ่นทิ้งไว้ั้แ่เมื่อคืน ตักลงสู่กระทะจนหมดเกลี้ยง
ไลท์ไม่ได้รอช้าหรือปล่อยให้ข้าวร้อนจนเกินไป เขารีบใช้ตะหลิวแหวกข้าวให้แยกออกจากกัน พลางเปิดพื้นที่ตรงกลางของกระทะเอาไว้ เพื่อตอกไข่ลงไปจำนวน 2-3 ฟอง
และพร้อมกันนั่นเอง เขาก็ได้เกลี่ยไข่ที่กำลังกระจุกตัว ขยี้พวกมันให้แยกออกจากกัน ก่อนจะรีบใช้ตะหลิวนำข้าวกลับมาผสมรวมกันกับไข่
พลางนำซอสปรุงรส น้ำมันหอย น้ำตาลและพริกไทย ที่ได้ซื้อมาจากร้านค้าระบบ เทราดลงบนข้าวที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆ
และในชั่วพริบตานั่นเอง ในระหว่างที่ข้าวได้รับของเหลวจากเครื่องปรุงรส นานาชนิด ผสานกับไข่ที่ตอกลงไปเมื่อครู่
ทันใดนั้น ‘กร่องแกร้ง!’ ไลท์ได้เริ่มละเลงผัดข้าวอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งผัด มือหนึ่งจับกระทะให้อยู่ในมุมที่้า
ทุกอย่างสัมพันธ์กันอย่างชำนิชำนาญ ‘. . .’ ภายในร้านปรากฏเพียงเสียงของกระทะที่ดังประสานกับตะริว
ไม่มีใครอ้าปากพูด ไม่มีใครกล้าส่งเสียง...ทุกคนตะลึงงันกับการผัดข้าวของพ่อครัวหนุ่ม ที่เก่งกาจเกินกว่าจะหลอกเลียนแบบได้!!
กลิ่นหอมๆ จากกระทะเริ่มโชยออกมา ไข่ ข้าว กระเทียม พริกไทย...ทั้งหมดกอปรรวมกันจนส่งกลิ่นที่ทำให้ความหิวของผู้ที่สูดดม พุ่งทะยานจนหยุดไม่อยู่
โครกคราก~!
โทมัสและจิมที่แบกท้องมาั้แ่เช้า เพื่อเดินทางมาฝากท้องกับร้านของเขา ไม่อาจต้านทานกลิ่นหอมๆ นี้ได้เลย
ท้องของชายทั้งสอง ร่ำร้องถึงอาหาร จนน้ำลายในปากกลืนกระทบลงท้องดังเอื้อกใหญ่ๆ!
สติของทั้งสองคนเริ่มหลุดลอย พวกเขามองการทำอาหารของไลท์ ด้วยสายตาที่เหม่อลอย โดยไม่รู้เลยว่าขั้นตอนการผัดต่อจากนี้เป็เช่นไร พวกเขารู้เพียงว่า ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ข้าวผัดสีเหลืองทอง ตัดสลับด้วยผักคะน้าและผักชี ได้วางพร้อมสรรพอยู่บนหน้าของพวกเขาแล้ว!
หอมเหลือเกิน!! กลิ่นแบบนี้มันบ้าไปแล้ว!!
ความคิดของโทมัสและจิมเตลิดไปไกล ทั้งสองไม่สนใจพิธีรีตองหรือกลัวว่าอาหารจะมียาพิษอยู่หรือไม่อีกต่อไป
‘อาหารฝีมือผู้าุโคือความอร่อยที่มองข้ามเื่ทั้งหมดได้!!’
กรวม...ข้าวผัดคำโตและไข่ที่ซึมอยู่ในเนื้อข้าว ได้ถูกตักเข้าปากอย่างรวดเร็วและในทันทีที่ข้าวถูกเคี้ยวอยู่ในปาก ความอร่อยของข้าวผัดจานนี้ก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง
“อร่อย!!” โทมัสะโออกมาด้วยความสุขที่ล้นปริ ข้าวร้อนๆ ที่ผัดจนติดกลิ่นไหม้จางๆ ความเข้มและรสนัวที่มีครบทุกรสชาติ มันคือมิติใหม่ของข้าวผัด
ไม่มีอีกแล้ว ข้าวผัดแฉะๆ ที่เป็ก้อนเมือก ต่อจากนี้ข้าวผัดในมุมมองของโทมัสและจิม จะต้องเป็ข้าวผัดแห้งๆ แบบนี้และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทุกประการ อาหารทั้งหมดจะต้องเป็ฝีมือจากชายที่ชื่อว่า
‘ไลท์’ คนเดียวเท่านั้น!!
“อย่าพึ่งรีบกินข้าวจนหมดสิ...ลืมไปแล้วเหรอว่ายังมีไข่ดาวด้วย!!” ไลท์ถือจานที่มีไข่ดาววางอยู่้ามาให้กับทั้งสองคน
มันคือไข่ที่ด้านนอกถูกทอดจนกลายเป็สีน้ำตาล กรอบ...ถัดมาคือสีของไข่ขาวและไข่แดงที่ยังคงสภาพเป็ไข่แดงเฉกเช่นตอนแรกที่อยู่ในไข่
‘ไข่ยังไม่สุกนี้??!!’ คุณตาเกลและมาร์คัส เห็นการทอดของไข่ดาวนี้จนครบถ้วน แน่นอนว่าทั้งสองนั้นตื่นกลัวการทอดไข่แบบนี้ เฉกเช่นตอนแรก
แต่เพราะการทอดของไลท์ ที่ทำดูเหมือนง่ายๆ ไม่ได้มีความกลัวใดๆ ปรากฏให้เห็น จึงทำให้ทั้งคู่ดูจะมีความกล้า จนสามารถยืนดูเขาจากด้านนอกได้
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากไข่ดาวที่ไลท์ได้ยกมาเสิร์ฟทีหลัง ในจานนั้นยังมีมะนาวที่ถูกหั่นครึ่งวางเคียงคู่มาอีกด้วย
“มะนาว??!!”
หมอนั้นเอามะนาวไปทำอะไร ประดับจาน?!
มาร์คัสมองดูด้วยความสงสัย ถ้าจะประดับจานทำไมต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากด้วยเพราะร้านอาหารแห่งนี้ ขายอาหารเพียงจานละ 1 เหรียญทองมณีเท่านั้น
ไม่ใช่ร้านอาหารหรูๆ ภายในหมู่บ้านดาราฉายที่จะขายกันจานละ 3-5 เหรียญทองมณีสักหน่อย
สิ้นเปลือง...อวดดี!! มาร์คัสลอบด่าไลท์อยู่ภายในใจด้วยความอิจฉาและเต็มไปด้วยอคติ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนที่ดูจะสนใจกับการเอามะนาวไปให้ของตัวพ่อครัวหนุ่ม น่าจะเป็โทมัสและจิมที่เป็ลูกค้าเสียมากกว่า!
“ท่านผู้าุโครับ...ขอถามได้ไหมว่าเ้าสิ่งนี้เอามาทำไม?” จิม ชี้ไปที่มะนาว ที่ตนเองสงสัยและไม่เคยเห็นร้านอาหารแห่งไหนเอามะนาวเกือบครึ่งลูกมาให้กันแบบนี้
“อ้อ...ก็แค่ บีบมะนาวลงไปบนข้าว จากนั้นก็คลุกแล้วกลิ่นดูสิ!” ไลท์อธิบายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เขาไม่รังเกียจที่จะอธิบายในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้
‘เพราะการไม่รู้ ไม่ใช่เื่ที่ผิด...หากจะผิดก็คงเป็เพราะไม่ถามทั้งๆ ที่ไม่รู้เสียมากกว่า!!’
จิมในฐานะองครักษ์ แน่นอนว่าต้องเป็คนแรกที่ต้องลิ้มลองก่อนโทมัส ฉะนั้นเมื่อรับรู้ถึงวิธีการจากไลท์
องครักษ์หนุ่มก็เริ่มบรรจงบีบมะนาว ออกแรงเล็กน้อย จนพอมีหยดน้ำจากมะนาว ตกลงสู่ข้าวผัดที่แสนอร่อย 1หยด...2หยด
“พอก่อน...ถ้ายังไม่เคยกินอะไรแบบนี้ ให้ลองทีละน้อยๆ จะดีกว่า” ไลท์ยังคงกำกับถึงวิธีการกินให้กับลูกค้าทั้งสองคน
จิมพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะวางมะนาวที่ถูกบีบไปเพียงเล็กน้อยเอาไว้ที่เดิม พลางเริ่มคลุกข้าวผัดที่จิมนึกเสียดาย ถึงรสชาติที่อาจจะเปลี่ยนไปของมัน
“ลองกินดูสิ!” หลังจากจิมได้คลุกข้าวจนเข้าที่ ก็ถึงเวลาที่จะต้องกินมันแล้ว
จิมตักข้าวผัดที่หยอดมะนาวขึ้นมาหนึ่งคำ ส่งมันเข้าสู่ภายในปากเพื่อลิ้มรส ‘เฮ้ย...เป็ไปได้ยังไง มัน...อร่อย!!’ ว่ากันว่ารสเปรี้ยวคือรสชาติที่ทำให้มนุษย์ เกิดปฏิกิริยาร่วมได้มากที่สุด
มันคือรสชาติแรกที่มนุษย์จะรับรสได้ไวกว่ารสอื่นๆ เฉกเช่นเดียวกัน เมื่อมะนาวถูกบีบลงไปในข้าวผัด รสััที่มีรสเปรี้ยวก็ช่วยให้ข้าวผัดจานนี้ มันมีความล้ำลึกที่เพิ่มมากขึ้น
อร่อย...ไม่สิ มันโคตรอร่อยเลยถึงจะถูก!!
“เป็ยังไงบ้างจิม...รสชาติของมันเป็ยังไง?!” โทมัสเฝ้ารอคำตอบขององครักษ์ประจำตัว ด้วยความร้อนใจ
ว่ารสชาติของข้าวผัดจะออกมาในทิศทางไหน จะแย่จนกินไม่ได้หรือจะแย่จนเสียรสชาติเดิมไปกันแน่!
จิมไม่ได้ตอบกลับในทันที เขากลับทำบางสิ่งที่ต่างออกไป ด้วยการหยิบมะนาวที่วางทิ้งไว้ข้างๆ ขึ้นมาบีบลงบนจานเสียอย่างนั้น!!
“ถูกใจสินะ...แต่อย่าหยดเยอะจนเกินไปล่ะ เพราะอะไรที่มากไปก็ไม่ใช่เื่ดีเสมอไป!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00
(ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)