เสียงทุ้มเข้มที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นดังลอดออกมาก่อนที่ภาพเ้าตัวจะปรากฏออกมาบนหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวเสียอีกทำให้เจม่อนยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
" ยังครับ ยังเหลือซีนตอนบ่ายอีก 2-3 ซีน แล้วก็ต้องตรงไปที่โรงแรมเลย คุณเพิ่งทำงานเสร็จเหรอครับ"
เจม่อนมองภาพชายหนุ่มรูปงามในเครื่องแบบตำรวจอวกาศอย่างพิจารณา ดูเหมือนว่าเ้าตัวเพิ่งกลับมาจากข้างนอกก็ติดต่อมาหาตัวเองเลย เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยน
หลังจากวันนั้นที่ตกลงกัน อัลดริชก็โทรติดต่อเขามาตลอดเมื่อมีเวลาว่างอย่างที่บอกจริงๆ แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มติดต่อมาไม่อยู่ในชุดทำงานก็อยู่ในห้องทำงานแทบทั้งหมด มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่อยู่ภายในห้องนอนของเขา ดูก็รู้ว่าชายหนุ่มงานยุ่งขนาดไหน บางครั้งเขายังอดเป็ห่วงไม่ได้จนต้องเอ่ยเตือนให้พักผ่อนบ้างไม่ต้องโทรมาหาเขาก่อนก็ได้ แต่ก็ถูกอัลดริชปฏิเสธทุกครั้ง เขายังบอกอีกว่าตัวเองชินกับการทำงานแบบนี้อยู่แล้วไม่ต้องเป็ห่วง เจม่อนถึงไม่พูดอะไรอีก
' ครับ เพิ่งกลับเข้ามาก็โทรหาคุณเลย ไม่ได้เห็นคุณเกือบ 12 ชั่วโมงแล้ว คิดถึงผมบ้างไหมครับ '
เจม่อนหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำหยอกเย้าของอัลดริช ผู้ชายคนนี้ไม่เคยปล่อยโอกาสไปเฉยๆ เลยสิน่า เมื่อคืนก็เพิ่งโทรมาไม่ใช่หรือไง แค่ 3 วันยังโทรถี่ขนาดนี้ ถ้าตกลงลองคบกันดูไม่รู้ว่าจะอาการหนักกว่านี้ไหม หรืออาจจะเพลาลงมาหน่อยก็ยังไม่แน่ใจ สงสัยคงกลัวว่าจะทำคะแนนได้ไม่ดีพอถึงได้ขยันติดต่อมานัก แต่เขากลับชอบพฤติกรรมแบบนี้ของอัลดริชไม่น้อยเลย
" ครับๆ ตอนนี้ก็เห็นผมแล้วคุณกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนดีไหมครับ ตอนเย็นค่อยโทรมาอีกก็ได้ "
เจม่อนอดพูดไม่ได้จริงๆ เมื่อมองเห็นเค้าความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้าหล่อเหลานั่น
อืม.. หรือเขาจะลองหาวัตถุดิบมาปรุงยาบำรุงให้อัลดริชดู
อย่าดูถูกว่าเขาเป็พวกชอบร่ายคาถาอ่อนด้อยเป็อันขาด เพราะวิชาปรุงยาของเขาถือเป็อันดับ 1 ของรุ่น ไม่ว่าจะปรุงอะไรก็ออกมายอดเยี่ยมและเป็ที่้าเสมอ ดังนั้นแม้เขาจะชอบร่ายคาถาผิดพลาดอยู่บ่อยๆ จึงไม่มีผลต่อการเรียนและเกรดเท่าไรนัก คิตตี้ยังเคยบอกว่าที่เขามีปัญหาเื่การร่ายคาถาก็เพราะความสามารถทั้งหมดไปรวมกันที่พร์การปรุงยาหมดแล้ว
อันนี้เขาก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยอยู่เหมือนกัน
ก็ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีวัตถุดิบที่้าไหม แต่ไม่มีก็ไม่เป็ไรเพราะเขาสามารถหาของที่ใกล้เคียงมาทดแทนได้ น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถนำยามากมายที่ปรุงไว้ติดตัวมาที่แห่งนี้ได้ ไม่อย่างนั้นไอ้ยากระจอกงอกง่อยนั้นคงทำอะไรเขาไม่ได้
แต่ตอนนี้เขาเริ่มมีคอยน์มากพอให้หาซื้อวัตถุดิบในปรุงยาได้บ้างแล้ว อืม... หรือเขาน่าจะปรุงยาสักตัวสองตัวส่งให้พวกเอมอนกินด้วยดีนะ
อัลดริชได้ยินคำพูดของเจม่อนก็ยิ้มอย่างอบอุ่นมากขึ้น
' แค่คุณเป็ห่วงผม ผมก็หายเหนื่อยแล้วล่ะครับ '
" ปากหวานจริงๆ "
' หวานได้กว่านี้อีกนะครับ คุณอยากลองชิมดูไหม '
" อืม~~ ถ้าพรุ่งนี้คุณว่างมาผมก็อยากลองชิมดูนะครับ "
เจม่อนยิ้มจนดวงตาโค้งลง แต่อัลดริชที่ได้ยินคำตอบกลับต้องกำหมัดแน่นเพื่อระงับอาการตื่นเต้นของตัวเอง
ที่เ้าแมวน้อยพูดคืออะไร นี่ไม่ใช่กำลังส่งสัญญาณบอกเขากลายๆ อยู่หรือ
ช่างเป็เ้าแมวน้อยจอมยั่วยวนใจคนไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ
' คุณรอผมได้เลยเ้าแมวน้อย '
" เอาสิครับ ผมจะตั้งตารอนะ "
เจม่อนหัวเราะเสียงใส อัลดริชเองก็พลอยหัวเราะตามออกมาด้วย ทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกสักหนึ่งเจม่อนจึงไล่ให้อัลดริชไปพักผ่อน ซึ่งชายหนุ่มก็ทำตามอย่างว่าง่าย
เมื่อวางสายเจม่อนก็เจอกับสายตาของฮาร์ดี้ที่มองอยู่ และพอจะเดาได้ว่าฮาร์ดี้เองก็น่าจะเดาความสัมพันธ์ของตนกับอัลดริชได้ แต่คงเพราะเธอมองไม่เห็นหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของเขาจึงไม่รู้ว่าคนที่ติดต่อมาคือใครเท่านั้น เจม่อนเองก็ไม่คิดปิดบังฮาร์ดี้อยู่แล้วถึงได้กล้ารับสายอัลดริชต่อหน้าเธอ
" เป็คนที่ผมจะลองคบดูน่ะ "
" ไว้ใจได้ไหม "
ฮาร์ดี้รู้ว่าบริษัทมีกฎห้ามศิลปินมีแฟนนอกจากจะเป็คู่ที่บริษัทเห็นว่าสามารถทำเงินได้จึงจะอนุญาต แต่เธอไม่้าให้ศิลปินในการดูแลของตัวเองต้องลำบากใจขนาดนั้น เธอคิดเสมอว่าการคบใครสักคนก็ไม่ผิดอะไร แต่อีกฝ่ายต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างกันออกมาจนกระทบกับงานของศิลปินที่เธอดูแลอยู่เท่านั้น
" ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเธอจะได้เห็นเขาพรุ่งนี้ ไว้ถึงเวลาเธอก็ช่วยฉันดูเขาด้วยก็ได้นะ ฉันเชื่อสายตาของเธออยู่แล้ว "
ที่เจม่อนกล้าพูดแบบนี้เพราะมั่นใจว่าอัลดริชเป็คนไม่เลว อีกอย่างในความทรงจำของร่างเดิมก็ไม่ค่อยมีข้อมูลด้านลบของผู้ชายคนนี้เลย เขารู้เพียงชายหนุ่มเป็ตำรวจยศใหญ่ที่เที่ยงตรงคนหนึ่ง ฐานะก็ร่ำรวยใช้ได้ ไม่มีภรรยาหรือคู่หมั้น เสียดายที่เ้าของร่างตายก่อนจึงไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าของอัลดริชเป็อย่างไร พอมาลองสืบหาในเน็ตก็ไม่ได้ต่างจากที่รับรู้มามากนัก เขาถึงวางใจที่จะลองคบกับอัลดริชดูสักครั้ง ของแรร์ไอเทมแบบนี้เขาไม่โง่ถึงขนาดปล่อยให้หลุดมือไปเฉยๆ หรอกนะ
ด้านฮาร์ดี้ก็โล่งใจที่เจม่อนไม่คิดจะปกปิดความลับอะไรกับเธอ เพราะการเป็ผู้จัดการส่วนตัวต้องรับรู้เื่ราวทุกอย่างของศิลปินถึงจะดูแลจัดการได้อย่างถูกต้อง และเพราะเจม่อนเป็ศิลปินในการดูแลคนแรกของเธอ เธอจึงทุ่มเทและใส่ใจกับเจม่อนมากเป็พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นิสัยใจคอ ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต หรือความชอบเธอล้วนศึกษามาแล้วอย่างรอบคอบ
" ได้สิ ฉันจะช่วยนายเอง แต่มีอะไรนายต้องบอกฉันก่อนนะ ฉันจะได้ช่วยคิดหาวิธีป้องกันไว้ก่อน ในวงการนี้มีแต่เสือสิงห์กระทิงแรดแค่เผลอก้าวพลาดก็อาจจะจบไม่สวย "
" ฉันรู้แล้ว เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงต้องมีเธอ แต่เธอวางใจได้ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครมาเล่นงานฝ่ายเดียวแน่นอน "
ฮาร์ดี้เห็นท่าทางมั่นใจของเจม่อนก็พยักหน้าอย่างเบาใจ แต่ในหัวกลับคิดสารพัดวิธีเพื่อป้องกันและกรุยเส้นทางให้ศิลปินของตัวเอง
ถึงเธอจะรู้จักเจม่อนได้ไม่กี่วันแต่การศึกษาตัวตนของเจม่อนทำให้เธออดนึกถึงตัวเองไม่ได้ คนที่ต้องพยายามด้วยตัวเองไม่มีเส้นสายอะไรย่อมลำบากกว่าคนอื่นเสมอ แต่วางใจได้ต่อจากนี้เธอจะช่วยผลักดันเจม่อนอีกแรง ถ้าเจม่อนประสบความสำเร็จ เธอในฐานะผู้จัดการก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปด้วย
ด้านวิคตอเรียที่ถ่ายซีนเ้าปัญหาเสร็จสิ้นก็กำลังอารมณ์เสียอย่างที่สุดเมื่อวู้ดดี้แจ้งข่าวที่กำลังแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ตอนนี้ให้เธอฟัง
" ใครมันเอาไปโพสต์ พี่หาตัวมันออกมาได้หรือยัง "
วู้ดดี้ส่ายหัวอย่างจนใจเพราะเขาให้คนไปสืบมาั้แ่ข่าวแพร่ออกมาแล้วก็ยังหาต้นโพสต์ไม่พบ เหมือนว่าคนโพสต์หายไปในอากาศไม่มีตัวตนั้แ่แรก แม้เขาจะติดต่อให้ทางบริษัทจัดการกับคลิปและแฮชแท็กแล้วก็ยังไม่สามารถควบคุมกระแสข่าวได้
" ทำไมเธอไม่ให้ตระกูลเมอร์เลสช่วยล่ะ " เอมอนเสนอความคิดอย่างหวังดีแต่ถูกวิคตอเรียตวาดออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
" เื่นี้จะรบกวนคุณพ่อกับพี่ชายไม่ได้ ถ้าช่วยอะไรไม่ได้ก็หุบปากไปเลย "
เธอจะให้พ่อและพี่ชายเธอมายุ่งเื่นี้ไม่ได้ เดิมทีพวกเขาก็ไม่เห็นด้วยที่เธออยากเป็นักแสดงอยู่แล้ว อีกอย่างเื่ที่เธอเพิ่งรับรู้มาเมื่อไม่นานมานี้ทำให้เธอกลัวที่จะทำตัวเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน
" ถ้างั้นเราไม่สร้างข่าวใหม่มากลบข่าวเธอล่ะ " แม้จะโกรธที่ถูกตวาดใส่แต่เอมอนยังต้องอาศัยวิคตอเรียเพื่อการยังชีพอยู่จึงได้แต่ต้องช่วยคิดหาวิธีช่วยผู้หญิงหน้าตายคนนี้เท่านั้น
วิคตอเรียกับวู้ดดี้ดวงตาสว่างวาบขึ้นมาทันที
จริงด้วย!! พวกเขาก็แค่หาข่าวใหม่มากลบเท่านั้น ทำไมถึงคิดไม่ได้นะ
" ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพี่เอง เวนดี้พักผ่อนเถอะยังมีคิวถ่ายอีกซีนตอนบ่ายนะ ทำใจให้สบาย "
วู้ดดี้จีบปากจีบคอพูดก่อนเดินออกไปข้างนอกเพื่อดำเนินการทันที แต่วิคตอเรียกับรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน
" พี่ ฉัน้าเห็นข่าวของเจม่อน "
เพียงเท่านี้วูดดี้ก็รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไง ชายหนุ่มรับปากแล้วเดินออกไปอย่างเร่งรีบทันที
วิคตอเรียอารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อคิดว่าคนที่จะโดนเล่นงานแทนเธอคือเจม่อน เมื่ออารมณ์ดีหญิงสาวก็เข้าไปพูดคุยกับแฟนคลับในบล็อกของตัวเองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เอมอนมองท่าทางของวิคตอเรียก็ไม่ได้คิดทักท้วงอะไร แค่ได้ยินว่าจะเล่นงานเจม่อนเธอก็รู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก แต่การที่วิคตอเรียยังเข้าไปพูดคุยกับแฟนคลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้มีแต่จะยิ่งทำให้แฟนคลับของลีลี่โกรธแค้นมากขึ้นเท่านั้น แต่เธอไม่คิดจะเตือนวิคตอเรียถึงเื่นี้เลยแม้แต่น้อย
เฮอะ!! ใครใช้ให้นังสารเลวนี้มาตวาดใส่เธอกันล่ะ
เจม่อนที่นั่งอยู่ห้องแต่งตัวหลังจากเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมเข้าฉากเรียบร้อยแล้วถูกเ้าแมวอ้วนะโเข้ามาในอ้อมแขนอย่างกะทันหันก็รู้ว่าต้องเกิดเื่อะไรขึ้นแล้วแน่นอน
' เ้านายคนพวกนั้นกำลังคิดเล่นงานเ้านายอยู่ '
" กัดไม่ปล่อยจริงๆ เธอไปจัดการได้เลย "
' ให้คิตตี้ส่งของขวัญให้พวกนั้นไหมเ้านาย '
" เอาสิ อืม~~ ในเมื่อพวกนั้นสร้างข่าวให้ฉัน ฉันก็จะเป็ข่าวให้แล้วกัน "
' ได้เลยเ้านาย เชื่อมือคิตตี้ได้ '
พูดจบเ้าแมวอ้วนก็ะโออกทางหน้าต่างไปอย่างรวดเร็ว
เจม่อนหลี่ตาลงอย่างใช้ความคิด และรู้สึกว่าตัวเองคงต้องรีบปรุงยาดีๆ สักสองสามอย่างออกมาเป็ของขวัญให้คนพวกนั้นเร็วๆ เสียแล้ว
" เจใกล้ได้เวลาแล้วพวกเราไปกันเถอะ "
เจม่อนส่งเสียงรับคำฮาร์ดี้แล้วลุกออกจากห้องแต่งตัวไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่พอเดินออกมากลับต้องประหลาดใจเมื่อด้านหน้ากองถ่ายมีคาราวานเครื่องดื่มและอาหารมากมายมาจอดเทียบท่าไว้ ้าและด้านข้างร้านเ่าั้ถึงกับมีป้ายและสแตนดี้รูปเขาวางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ แต่ที่สะดุดตามากกว่าอย่างอื่นก็คือตัวอักษรบนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่บนร้านเ่าั้ที่พอเอามาเรียงกันครบทุกร้านจะปรากฏข้อความ 2 ข้อความว่า
~ ขอให้การทำงานราบรื่น ~
และ
~ ขอให้ซีรีส์ประสบความสำเร็จ ~
ลงชื่อ ผมคือแฟนคลับตัวยงของคุณ
เมื่อเจม่อนเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าใครเป็คนส่งของพวกนี้มา ถ้าไม่ใช่อัลดริชแล้วยังจะมีใครอีก
ยังไม่ทันที่เจม่อนจะได้ขบคิดอะไรให้ถี่ถ้วนเขาก็ได้รับข้อความหนึ่งจากการแจ้งเตือนของนาฬิกา AI
' ผมเลือกแต่ร้านที่อร่อยๆ มาให้คุณทั้งนั้นเลยนะ กินเยอะๆ นะครับ แล้วพรุ่งนี้เจอกันครับเ้าแมวน้อยของผม '
เจม่อนไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดีกับความเล่นใหญ่ของผู้ชายคนนี้ แต่ดูจากสีหน้าทีมงานและผู้กำกับเนวานที่ยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วการส่ง food support ของอัลดริชก็คงไม่ได้สร้างปัญหาหรือเป็การรบกวนกองถ่ายแต่อย่างใด
" นี่คงไม่ใช่คนคนนั้นของนายส่งมาใช่ไหมเจ "
ฮาร์ดี้อ้าปากค้างมองคาราวานอาหารและเครื่องดื่มยาวเป็สายแต่ไม่รบกวนการทำงานของกองถ่ายก็อดทึ่งไม่ได้ นี่ต้องร่ำรวยขนาดไหนถึงเหมาของพวกนี้มาได้
ต้องบอกก่อนว่าแม้ตอนนี้วัฒนธรรมด้านอาหารปรุงสุกจะพัฒนาจนเกือบเทียบเท่าโลกในอารยธรรมเดิม แต่ราคาของอาหารและเครื่องดื่มบางประเภทก็ยังสูงเกินกว่าที่ชาวดวงดาวบางคนจะซื้อหามาได้ อย่างเช่นพวกเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลังพวกนี้ ราคาต่อแก้วไม่ใช่ถูกๆ เลย
" อืม จากเขานั่นแหละ "
ฮาร์ดี้เริ่มคิดจริงจังแล้วว่าหากเจม่อนคบกับผู้ชายคนนี้ก็น่าจะไม่แย่อะไร
" เขาทำได้ดีมากเลย นายดูสิว่าผู้กำกับกับทีมงานอารมณ์ดีขนาดไหน "
เจม่อนพยักหน้าไม่ตอบอะไรก่อนส่งข้อความขอบคุณไปให้อัลดริชแล้วเดินตรงเข้าไปหาผู้กำกับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
แต่ยังไม่ทันที่เจม่อนจะได้เอ่ยอะไรเนวานก็หันมายิ้มแย้มให้ก่อนอยากเป็กันเองทั้งยังขอบคุณสำหรับอาหารและเครื่องดื่มพวกนี้อีกด้วย
เจม่อนเองก็ถ่อมตัวบอกเพียงว่าต้องขอบคุณเหล่าแฟนคลับของเขาที่คอยซัพพอร์ตอย่างดีเท่านั้น ชายหนุ่มจึงถือโอกาสขอเวลาเนวานถ่ายรูปไว้อัพลงบล็อกของตัวเองเพื่อขอบคุณแฟนคลับหลังจากถ่ายซีนสุดท้ายเสร็จ ซึ่งเนวานก็ไม่ขัดข้องทั้งยังอัพรูปลงบล็อกส่วนตัวของตัวเองอีกด้วย
ทุกคนต่างมีความสุขกับอาหารและเครื่องดื่มที่แฟนคลับของเจม่อนส่งมาให้ ฐานะในกองถ่ายของเจม่อนจึงมั่นคงและสะดวกสบายมากขึ้น เหล่าทีมงานเองก็ให้ความช่วยเหลือและเป็กันเองขึ้นด้วย บรรยากาศในการทำงานจึงผ่อนคลายและราบรื่นเป็พิเศษ ยกเว้นวิคตอเรียและเอมอนที่ต้องเข้าฉากกับเจม่อนที่โมโหจนสีหน้าบิดเบี้ยวแทบดูไม่ได้
หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เนาวานก็เข้ามาบีฟความ้าของตัวเองกับเจม่อนและวิคตอเรียอีกครั้ง
" ซีนนี้เป็ซีนที่พวกเธอเจอกันครั้งแรกหลังจากเดวินรู้ว่าลีวานกลับมาจากการทำภารกิจแล้ว พวกเธอสามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้เต็มที่เลย เข้าใจไหม "
ทั้งสองพยักหน้ารับรู้ เนวานจึงเดินกลับไปนั่งหลังมอนิเตอร์อย่างสบายใจ
" เอาล่ะพร้อมนะ "
" 5 4 3 2 1 แอคชั่น!! "
หลังจากไม่ได้ข่าวคราวลีวานคู่หมั้นหนุ่มมาเกือบ 3 เดือนเต็ม พอได้ยินว่าเขากลับมาถึงบ้านแล้วและยังได้รับาเ็ไม่น้อย คุณชายน้อยเดวินก็พุ่งพรวดออกจากคฤหาสน์ตรงไปยังบ้านข้างๆ ที่เป็ที่อยู่ของลีวานทันที
แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็ภาพรอยยิ้มสดใสของสตรี 3 คนภายในบ้าน สองคนแรกเดวินรู้จักเป็อย่างดีเพราะพวกเธอคือแม่และน้องสาวของลีวาน แต่อีกคนเขาไม่รู้จักมาก่อน
เท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในบ้านพลันหยุดชะงักกลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างคล้ายถูกน้ำเย็นสาดใส่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆ รอบตัวราวกับแต่งแต้มไปด้วยความอบอุ่นสวยงามของดอกไม้อันบริสุทธิ์ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของแม่และน้องสาวของลีวานเหมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงใจเนวินจนปวดร้าว
ตลอดมาผู้หญิงสองคนนี้ไม่เคยมีสีหน้าที่ดีให้เขาเลยสักครั้ง ทั้งที่เขาเองก็ดีต่อพวกเธอมาโดยตลอด แต่ตอนนี้พวกเธอกลับยิ้มแย้มสดใสราวกับดอกไม้ที่ผลิบานให้ผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่ง
นี่มันช่างน่าตลกสิ้นดี
" คุณชายครับ "
เฮเด็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเดวินเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของคุณชายน้อยก็นึกเป็ห่วง พอหันกลับไปมองภาพสตรีทั้งสาม ดวงตาคมเข้มจึงทอประกายเ็าขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
เดวินมองภาพตรงหน้าอีกครู่หนึ่งก่อนยืดตัวขึ้นเต็มความสูง สีหน้าหม่นหมองชั่วครู่แปรเปลี่ยนเป็เย่อหยิ่งถือตัวตามฐานะคุณชายนายพลผู้สูงศักดิ์ แม้แต่แววตาอ่อนหวานเมื่อครู่ยังคมเข้มและแข็งกร้าวจนคนรอบตัวััได้ถึงความสูงส่งและสง่าราศีได้อย่างชัดเจน
" ฉันไม่เป็ไร " เดวินพูดโดยไม่หันไปมองเฮเด็นแล้วสาวเท้าเข้าไปในบ้านลีวานด้วยฝีเท้ามั่นคงไม่หลงเหลือความตื่นเต้นลนลานอย่างเมื่อแรกเริ่มอีก
คุณชายอย่างเขาจะไปใส่ใจเื่เล็กๆ เหล่านี้ทำไม ในเมื่อคนที่เขาสนใจมีแค่ลีวานเท่านั้น คนพวกนี้นับเป็อะไรได้ ในเมื่อไม่คิดสนใจเขา เขาเองก็ไม่คิดให้ค่าคนพวกนั้นอีก
" สวัสดีครับคุณน้า ผมได้ยินว่าคู่หมั้นผมกลับมาแล้ว ไม่ทราบว่าจะเข้าไปเยี่ยมได้ไหม "
คำพูดมีมารยาทแต่เ็าและห่างเหินทำให้แม่และน้องสาวของลีวานนิ่งงันจนทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน แม้จะนึกโกรธเคืองแต่พอเห็นสีหน้าและแววตาเ็าของเดวินก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ป๊อปปี้เมื่อได้ยินว่าผู้มาเยือนคือคู่หมั้นของลีวานก็หน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตสดใสหม่นแสงลงจนคนรอบตัวััได้ แต่เดวินไม่สนใจพวกเธอ
" ตกลงผมเข้าไปเยี่ยมได้ไหมครับ " เดวินเอ่ยซ้ำ สีหน้าและน้ำเสียงยิ่งเ็าลง และเพราะเป็คุณชายสูงศักดิ์มาแต่กำเนิดเวลาเ้าตัวไม่พอใจ รังสีกดดันจึงยิ่งเข้มข้นจนคนรอบข้างไม่กล้าขัดคำสั่ง
" ลีวานยังพักผ่อนอยู่ค่ะ อีก 2-3 ชั่วโมงคุณค่อยมาเยี่ยมเขาใหม่ได้ไหมคะ " น้ำเสียงหวานใสของป๊อปปี้ราวกับน้ำทิพย์ชโลมใจทำให้สองแม่ลูกหายจากอาการอึดอัดหวาดกลัวเดวินขึ้นมาบ้าง
" ใช่แล้ว คุณชายค่อยมาเยี่ยมใหม่เถอะค่ะ พี่ชายเพิ่งกลับมาอย่าเพิ่งมาวุ่นวายเลย "
" วุ่นวาย? " เดวินเลิกคิ้วสวยขึ้นมองน้องสาวของลีวานพลางเหยียดยิ้มอย่างเ็า
" ฉันไม่เคยรู้เลยว่าการมาเยี่ยมคู่หมั้นคือการวุ่นวาย "
" ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่พี่ชายาเ็อยู่ พี่สาวบอกว่าพี่ชายต้องพักผ่อนเยอะๆ อาการถึงจะดีขึ้น "
เดวินกวาดตามองน้องสาวลีวานด้วยสายตาเ็าก่อนเลยไปที่ใบหน้าซีดเซียวของป๊อปปี้
" โอ้ว.. อย่างนั้นเหรอ "
" ชะ ใช่ค่ะ ลีวานต้องพักผ่อนเยอะๆ อาการาเ็ถึงจะดีขึ้น " ป๊อปปี้บีบมือแน่น ดวงตากลมโตวาวใสไปด้วยน้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้
เดวินมองใบหน้าของหญิงสาวทั้งสามแล้วหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน และหันหลังเดินออกมาทันที ทิ้งไว้เพียงคำพูดประโยคหนึ่งเท่านั้น
" บอกลีวานว่าฉันมาเยี่ยม แล้วก็ไม่ต้องมาทำท่าทางใสซื่อให้ฉันดู มันน่าขยะแขยง "
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)