ตงหยางก้าวเดินไปพร้อมกับ เยว่ฉานชายอาภรณ์สีแดงปลิวไสวไปตามแรงลม ทั้งคู่ค่อยๆ ก้าวเดินช้าๆ ก่อนจะขึ้นไปบนแท่นพิธี ที่มีจอกเหล้ามงคลอยู่ ก่อนที่ทั้งสองจะถือจอกเหล้าในมือคล้องมือกันเตรียมดื่มเหล้ามงคล ฝูงชนต่างจับจ้องเป็นตาเดียวไปที่พวกเขาทั้งสองคน เพื่อเป็นพยานในงานแต่งงานครั้งนี้
อี้เฉินกำหมัดแน่น หากเขาไม่ทำอะไรตอนนี้ตัวเขาได้เสียใจไปตลอดชีวิตเป็นแน่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก สำแดงวิชามังกรทะยานนภาหายออกไปอย่างฉับพลันไปอยู่ด้านข้างเยว่ฉานในทันที ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือเปิดผ้าสีแดงที่ปกปิดใบหน้าของนางออก เพียงในเวลาอันเสี้ยววิ
ฝูงชนที่จับจ้องอยู่ ต่างใจสั่นสะท้านไม่มีใครคาดคิด ว่าจะมีคนใจกล้าห่อฟ้ากล้าทำลายงานแต่งงานครั้งนี้ องครักษ์รอบๆ ต่างเดือดดาล ระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้าๆ" เยว่ฉานที่เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ตัวนางถึงกับน้ำตาไหลริน ไม่คิดอี้เฉินยังจะกล้ามางานแต่งงานของนาง แถมยังกล้ามาทำลายงานแต่งงานของนางอีก ถึงกับเปิดหน้าเจ้าสาวต่อหน้าฝูงชน
อี้เฉินไต่ถามเยว่ฉาน"เหตุใดงานแต่งงานของท่าน ตัวท่านถึงร้องไห้จนตาแดงเช่นนี้เล่า" แม้แต่ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ยังได้ยินสิ่งที่อี้เฉินพูด แต่พวกเขาก็ส่ายหัวเด็กหนุ่มผมขาวนั่นตายแน่ ซีเผิงถึงกับเดือดดาล อี้เฉินทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังจริงๆ เขาอยากตะโกนด่าอี้เฉินเสียตรงนี้ นี่หรือคือการไม่เข้าไปฆ่าตัวตายของเจ้า
เยว่ฉานดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาอย่างร้อนรน "เจ้ารีบไปจากที่นี่เสีย ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าทำอะไร หุนหันพลันแล่น"
แต่ในเสี้ยววินาที ตงหยางที่อยู่ข้างๆ เยว่ฉาน ก็ระเบิดปราณพลังขั้น กษัตริย์ ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ซัดฝ่ามือใส่หน้าอกอี้เฉินจนรอยกระเด็นออกไปไกล กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ก่อนจะถูกองครักษ์นับสิบล้อมไว้ทุกทิศทุกทาง
อี้เฉินที่ยันร่างขึ้นมาได้เขา เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้จนตัวตาย เขาสร้างหอกปราณพลังขึ้นมาถืออย่างไม่หวาดกลัว
ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ต่างถอยหนี เหมือนว่าอีกไม่กี่ลมหายใจรอบๆ จะเกิดการต่อสู้ใหญ่เป็นแน่ "ไอ้หนุ่มนั้นตายแน่ถูกล้อมไว้หนาแน่นขนาดนั้น แถมองครักษ์ทุกคนยังอยู่ขั้น กษัตริย์กันหมด ไหนจะมีผู้ครองแคว้นเยว่อย่าง เยว่เทียนอยู่อีกหากเขาลงมือชายหนุ่มได้ตายในพริบตาเป็นแน่"
เยว่เทียนตะโกนก้อง "เจ้ากล้าคิดทำลายงานแต่งงาน ของสองแคว้นใหญ่งั้นหรือ เหมือนเจ้าคงอยากตายมากสินะ"เยว่เทียนระเบิดปราณพลังขั้นเทวะออกมา ยกฝ่ามือปลดปล่อยปราณพลังออกไปกดดันอี้เฉินอย่างรุนแรง
ร่างอี้เฉินสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง กายามีเลือดไหลซึมออกมา รอบๆ เหมือนถูกปราณพลังบางอย่างกดดันอย่างรุนแรง เข่าของเขาค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นลงไปข้างหนึ่ง แต่ก็ไม่ยอมแพ้พยายามจะยันร่างขึ้นมาให้ได้ นี่หรือคือความห่างชั้นของขั้นพลัง เพียงยกมือกดลงมา ตัวเขาก็ไม่อาจต้านทานได้
เยว่ฉานที่เห็น เยว่เทียนปู่ของนางคิดจะฆ่าอี้เฉินจริงๆ นางรีบเข้าไปห้ามโดยไว "ข้าขอท่านปล่อยเด็กคนนี้ไปได้หรือไม่ ท่านปู่ถือว่าข้าขอ"
"ข้าจะไม่ตามใจเจ้าอีกต่อไป เยว่ฉาน"ก่อนที่ชายชราจะลดมือลง กลับมาท่าทีเงียบขรึมอีกครั้ง "องครักษ์จับตัวมันไว้ แล้วพามันไปขังคุกใต้ดินเสีย"
ตงหยางที่ยืนชมอยู่ห่างๆ เขาเองก็เดือดดาลเป็นโทสะ ไม่คิดว่าอี้เฉินจะใจกล้าขนาดนี้ถึงกับกล้ามาทำลายงานแต่งงานของเขากับเยว่ฉาน "มันช่างใจกล้าห่อฟ้าจริงๆ ไม่คิดว่ามันจะเอาชีวิตมาทิ้งแบบนี้"
ตงหยางส่งปราณจิตออกไปหาผู้อาวุโสแคว้นตงทันที "ท่านตาท่านพูดคุยกับผู้ครองแคว้นเยว่ให้ข้าหน่อย ข้าอยากสะสางความแค้น ที่มีต่อเด็กหนุ่มคนนั้นมันเป็นความแค้นที่มีต่อกันมายาวนาน ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้"
ผู้อาวุโสแคว้นตงที่ได้ยินเสียงของตงหยางที่ส่งมา เขาเอยพูดขึ้นในทันที "เยว่เทียน เหมือนว่า ตงหยางกับ ไอ้เด็กหนุ่มผมขาวนั้นจะมีความแค้นที่ต้องสะสางกันอยู่ท่านช่วยจัดการต่อสู้ ได้หรือไม่"
ผู้อาวุโสแคว้นตงเองก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี หากปล่อยไว้จะมีคน กำเริบเสริบสารอีกคิดใช้เด็กหนุ่มเป็นตัวอย่างเสียเลยอย่างน้อย ตงหยางก็อยู่ขั้น กษัตริย์ ถือว่าได้เปรียบเด็กหนุ่มไม่น้อย
เยว่ฉานที่อยู่ข้างๆ ปู่ของนางได้ยินหมดทุกอย่างหากให้อี้เฉินต่อสู้กับตงหยาง ก็ไม่ต่างอะไรจากส่งอี้เฉินไปตายไม่ใช่หรือ เยว่ฉานเอ่ยค้านด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือ"ท่านปู่ถือว่าข้าขอร้องท่าน ปล่อยเด็กคนนี้ไปเถอะ เด็กคนนี้เพียงแค่ทำเพื่อข้าเท่านั้น"
เยว่เทียน ไม่สนใจคำพูดของเยว่ฉานอีกต่อไปก่อนเอ่ยพูดออกมา "ดีๆ เอาอย่างนั้นก็ได้ความแค้นเคืองทุกอย่าง จะได้จบลงที่นี่"
เยว่ฉานที่ได้ยินถึงกับดวงตาแดงก่ำนั่งคุกเข่าร้องไห้ เป็นเด็กน้อยในทันที "ท่านปู่อย่าทำเช่นนี้ เลยข้าขอร้องท่านละ จะให้ข้าทำอะไรก็ยอม"
เยว่เทียน ตวาดเสียงแข็ง"เจ้าอยู่ เฉยๆ เสียเยว่ฉาน อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้"
เยว่ฉานนั่งน้ำตาไหลริน นางไม่อาจห้ามปู่ของนางได้อีกต่อไป
เทียนเยว่ระเบิดปราณพลังขั้น เทวะ ออกมาอย่างรุนแรง ปราณพลังหลั่งไหลขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ปราณพลังที่ปลดปล่อยออกไปก่อรูปขึ้นมาเป็นสนามประลองเป็นตายใจกลางท้องฟ้าตระกูลเยว่
.....
ฝูงชนที่เห็นต่างใจสั่นสะท้าน "หรือว่าพวกเขาคิดจะประหารเด็กหนุ่มผมขาวนั้นงั้นหรือ"
มีฝูงชนหลายๆ คนยังไม่จากไป ล้วนมองดูความเป็นไปที่จะเกิดขึ้น "ไอ้เด็กหนุ่มผมขาวนั่นตายแน่ กล้าหักหน้าตงหยางต่อหน้าฝูงชนแบบนี้ มันไม่รอดแน่"
"ตงหยางคงคิดจะ ฆ่าไอ้เด็กหนุ่ม ด้วยมือตัวเองเพื่อล้างอายสินะ"
หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยพูด "ข้าว่า เยว่ฉาน นางน่าสงสารออก เจ้าเองก็เห็นใบหน้าของเจ้าสาวไม่ใช่หรือ มีแต่คราบน้ำตา"
"แต่ข้ารู้สึกคุ้นใบหน้าเด็กหนุ่มผมขาวนั้นมาก เขาใช่อนุชนที่ได้อันดับที่สองหรือเปล่า"บางคนเริ่มจับสังเกตได้ต่างพากันพูดคุย
"น่าจะใช่ หรือว่าอนุชนที่เก่งกาจที่สุดเป็นอันดับสอง จะต้องมาตายที่นี่จริงๆ" ฝูงชนต่างถอนหายใจด้วยความเสียดาย ในศักยภาพของอี้เฉิน
ซีเผิง กับเวินรั่วเจียง ที่มาร่วมงานแต่งงาน ถึงกับกำหมัดแน่นอยากจะช่วยอี้เฉินก็ไม่อาจทำได้ ถึงให้ไปขอความช่วยเหลือจากสำนักเซียนก็คงไร้ประโยชน์ กว่าจะไปถึงอี้เฉินคงกลายเป็นศพไร้ที่กลบฝังไปแล้ว แต่เวินรั่วเจียงไม่ยอมแพ้นางรีบเดินทางกลับสำนักเซียนในทันที เพื่อรายงานให้เจ้าสำนักอักษรได้รับรู้
.....
เยว่เทียน โยนอี้เฉินขึ้นไปบนลานประลองเป็นตายทันที ก่อนเอ่ยพูด "เจ้าหาเรื่องใส่ตัวเองนะเจ้าหนู ข้าเตือนเจ้าแล้วแม้แต่เยว่ฉานก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้"
อี้เฉินที่ถูกโยนขึ้นไปบนสนามประลองเป็นตาย เขาถึงกับหน้ามืดทะมึนไม่คิดเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้แต่เขาก็ไม่นึกเสียใจ หากเขาไม่ทำอะไรลงไปเขาจะเสียใจมากกว่านี้ ผมสีขาวของเขาปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะยันร่างขึ้นยืน
ตงหยางบินทะยานขึ้นสนามประลองเป็นตายอย่างรวดเร็ว เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงปานจะกินเลือดกินเนื้อ"วันนี้ข้า จะกลบฝังตัวเจ้าด้วยมือของข้าเอง จะไม่ให้ผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สองเป็นแน่"
อี้เฉินที่ได้ยินเขายกยิ้ม อย่างน้อยๆ คนอื่นที่อยู่รอบๆ ก็ไม่สอดมือเข้ามายุ่งถึงจะเป็นการแขวน เขาประจาน ต่อหน้าฝูงชนก็ตาม
"ข้าเองก็รอเวลานี้มานาน ความแค้นทุกอย่างจะได้จบลงเสียที" ถึงเขาจะเสียเปรียบเรื่องขั้นพลังที่ห่างชั้นกันก็ตาม
แต่เขายังมีปราณพลังสายฟ้าอยู่หากต่อสู้ ยืดเยื้อมันก็ไม่แน่
ตงหยางหวนนึกถึงวันนั้นได้ เขาไม่ควรปล่อยให้อี้เฉินให้มีชีวิตรอดในวันนั้น แต่วันนี้เขาจะทำให้ถูกต้องกลบฝังความแค้นที่มีต่อกันเสีย
ตงหยางหยิบกระบี่ในแหวนมิติออกมา อี้เฉินเองก็เรียกหอกเลือดออกมาเช่นกันก่อนจะชี้ไปที่อีกฝ่าย ศาสตราวุธที่พวกเขาใช้อยู่ในขั้นพลังเดียวกัน อยู่ในระดับ ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร
....
ฝูงชนที่ชมอยู่ด้านล่างต่างใจสั่นสะท้าน "พวกเขาสองคนจะประลองเป็นตายกันงั้นหรือ"
"เหมือนจะเป็นเช่นนั้น ผู้รอดจะมีเพียงหนึ่ง แต่ที่ข้าตกใจไอ้เด็กผมขาวนั้นถึงกับมีอาวุธเลือด"
.....