เฉินอี้มองผีพรายน้ำที่ถูกขังอยู่ในเกราะคุ้มภัยผีพรายน้ำเป็นดวงจิตวิญญาณ ลักษณะเป็นหญิงสาวชุดขาว มักชอบปรากฏตัวเวลาเช้า เที่ยงเย็น และเที่ยงคืน ชอบจับเหยื่อเพื่อเอาร่างที่ไร้วิญญาณมาเป็นร่างของตน
เหตุที่เฉินอี้รู้ว่าบริเวณนี้มีผีพรายน้ำเพราะวิญญาณปลา
ผีพรายน้ำมักเกิดมาจากการรวมพลังงานของซากพืชซากสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจนกลายเป็นดวงจิตและก่อความเดือดร้อนให้กับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
เฉินอี้มองไปที่ใบหน้าผีพรายน้ำตนนั้นผิวสีเขียวซีด ผมยาวรุงรังปิดบังใบหน้า เห็นประกายตาและฟันแหลมคม มันส่งเสียงกรีดร้องที่เหมือนเสียงเล็บขูดแผ่นไม้มันมองเฉินอี้ด้วยความโกรธแค้น
“เจ้ามาจับข้าทำไมกัน!” มันเอ่ยถามเฉินอี้เสียงที่เปล่งออกมาเหมือนมีหลายเสียงทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ปะปนกัน
“ปล่อยวิญญาณพวกเขาเสียเถิด แล้วข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”
“ข้าต้องเชื่อเจ้าหรือ!"
เฉินอี้มองลงไปใต้น้ำเขาเห็นแสงวิญญาณที่มิได้เห็นมาก่อนหน้านี้ เพราะผีพรายน้ำได้สร้างมนต์ลวงตาเอาไว้
แสงวิญญาณที่เหมือนดวงไฟเล็กๆกลมๆ นับสิบดวงติดอยู่ในดงพืชใต้น้ำ ซึ่งน่าจะเป็นรังของผีพรายน้ำตนนี้
“ปล่อยวิญญาณของพวกเขาไปเถิด ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายเจ้า”
“เฉินอี้!” จินลี่หยางเรียกเขาและมองดูสิ่งที่ลอยอยู่เหนือน้ำ มีแสงสีขาวล้อมรอบเหมือนกรงขัง“นั่นมันตัวอันใดกันน่ะ!”
“พี่ลี่หยางอย่าเข้ามาขอรับ มันอันตราย” เฉินอี้บอกเขาตอนนี้เหงื่อซึมออกมาตามใบหน้าของเขาแล้ว
คนงานบางส่วนที่ตามจินลี่หยางมาเห็นภาพนั้นเข้าก็พากันอกสั่นขวัญแขวน เพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
“ตงเปียน ขังมันให้ข้าที” เฉินอี้กล่าวตงเปียนเคลื่อนกายเข้ามาและส่งพลังเกราะคุ้มภัยไปครอบร่างผีพรายน้ำไว้
เฉินอี้ลดมือลงจากการบังคับยันต์เกราะคุ้มภัยและล้วงยันต์ออกมาอีกแผ่นหนึ่ง
“ยันต์ธาตุทองทะลวงต้านพลังประจิม” เมื่อกล่าวจบยันต์แผ่นนั้นก็มีแสงสีทองลอยออกมาและพุ่งลงไปใต้น้ำเส้นสายสีทองเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณที่ติดอยู่ในดงพืชใต้น้ำและปลดปล่อยขึ้นมาเหนือน้ำดวงวิญญาณเหล่านั้นต่างพุ่งออกไปตามทิศทางที่มันปรารถนาและหายไป จนหมด
ผีพรายน้ำกรีดร้องและฝ่ากรงขังที่ตงเปียนสร้างไว้ออกมาได้ มันพุ่งตรงมาหาเฉินอี้ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชัง “ข้าจะฆ่าเจ้า!!”
จินลี่หยางเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาเฉินอี้เพื่อใช้ตนเองเป็นเกราะกำบังให้เขา
“พี่ลี่หยาง! ถอยออกไปก่อน!” เฉินอี้ดันตัวจินลี่หยางออกแต่เขาไม่ไป
“พี่ลี่หยาง!” เฉินอี้ส่งเสียงอย่างอับจนหนทางเขาจึงตัดสินใจหยิบว่านกู่เซียวออกมาและซัดเข้าใส่ผีพรายน้ำตนนั้น
เมื่อว่านกู่เซียวโดนตัวผีพรายน้ำมันก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและสลายหายไป
เฉินอี้หอบหายใจจินลี่หยางเห็นว่าเหตุการณ์เงียบสงบลงแล้วจึงค่อยๆ หันไปมองข้างหลังของตนเองเมื่อไม่เห็นมีอะไรเคลื่อนไหวแล้วก็รีบหันมาหาเฉินอี้ “เจ้าเป็นอันใดหรือไม่!”
เฉินอี้ที่ยังหอบหายใจเพราะเหนื่อยส่ายหน้าให้เขา “ไม่เป็นไรขอรับ” เฉินอี้นิ่งไปครู่หนึ่ง “พี่ลี่หยางขอรับ”
“หืม”
“ปล่อยข้าได้แล้วขอรับ”
จินลี่หยางเพิ่งรู้ตัวว่ายังกอดเฉินอี้ไว้แน่นอยู่จึงรีบปล่อยมือและถอยออกมา
คนงานที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่พากันพูดคุยด้วยความตื่นเต้นตกใจจางฝูลู่ที่วิ่งตามมาทีหลังเมื่อได้ยินว่าเกิดอันใดขึ้น ก็มิกล้าลงมาดูแต่เมื่อเห็นว่ามีจินลี่หยางอยู่เขาจึงเบาใจ
เฉินอี้มีสีหน้าไม่พอใจจินลี่หยางนัก“พี่ลี่หยางไม่น่ามาขวางข้าไว้เลย”
จินลี่หยางขมวดคิ้ว“ก็ข้ากลัวว่าเจ้าจะมีอันตราย”
เฉินอี้หน้าบึ้ง“ข้าตั้งใจจะสวดไล่วิญญาณเท่านั้น กลายเป็นว่าข้าต้องกำจัดนาง” เฉินอี้ถอนใจอย่างไม่สบายใจ“ข้ามิได้อยากให้เป็นเช่นนั้น”
“ลี่หยางเขาเป็นห่วงเจ้านะเฉินอี้ อย่าได้ต่อว่าเขาเลย” ตงเปียนมองหน้าจินลี่หยางที่ยังระรื่นอยู่“ลี่หยางเขาเศร้าแล้วนะ”
เฉินอี้ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมา“แล้วพี่ลี่หยางเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ”
“ข้าไม่เป็นไร” จินลี่หยางยิ้ม
หากมิใช่เพราะว่าเขากลัวพี่ลี่หยางจะได้รับอันตรายเขาก็คงไม่ต้องถึงกับทำให้วิญญาณของผีพรายน้ำสลายไป
เมื่อออกเดินทางอีกครั้งจินลี่หยางก็เข้ามานั่งในรถม้า จางฝูลูจึงออกไปนั่งที่ด้านนอกแทน เฉินอี้อารมณ์ไม่ค่อยดีนักจึงพลอยเงียบกันไปหมด
“เฉินอี้ ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าสักหน่อย” จินลี่หยางเอ่ยขึ้น เฉินอี้จึงหันมาทางเขา
“อันใดหรือขอรับ”
“เหตุใดเจ้าจึงชอบพูดว่าหากวันใดไม่มีเจ้า” จินลี่หยางจ้องหน้าเฉินอี้ “ความหมายของประโยคนี้คืออะไร”
เฉินอี้ยิ้ม“พี่ลี่หยางคงมิคิดว่าพวกเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดหรอกนะขอรับ”
จินลี่หยางขมวดคิ้ว“เหตุใดล่ะ”
เฉินอี้ถอนใจเบาๆ“เราทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ตนเองต้องทำอย่างไรเล่าขอรับอย่างเหล่าจางสักวันเขาก็จะมีครอบครัวเป็นของตนเอง พี่ลี่หยางเองวันหนึ่งก็ต้องกลับเมืองหลวงเช่นกันส่วนข้า…” เฉินอี้ยิ้มอย่างอ่อนใจ “แค่เพียงได้พบพ่อกับแม่อีกสักครั้งก็มิขออันใดมากไปกว่านี้อีกแล้วขอรับ”
“เฉินอี้ เหตุใดจึงคิดเช่นนั้นรู้หรือไม่ว่าเจ้ามีความสำคัญกับข้าและจางฝูลู่มากเพียงใด” จินลี่หยางขมวดคิ้ว
“ขอบคุณขอรับพี่ลี่หยาง” เฉินอี้ยิ้ม “ท่านทำให้ข้าดีใจนะ”
จินลี่หยางมองรอยยิ้มนั้นพลางถอนใจ
เขาทำใจโกรธเด็กคนนี้ไม่ลงจริงๆ