บทที่ 39
“เอาล่ะคุณหลินฟางฟาง การทัวร์ของฉันได้สิ้นสุดลงแล้ว หากมีอะไรสงสัยก็มาถามได้อีกครั้ง แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อย่าเลยจะดีกว่านะครับ” ไอซ์กล่าวหลังจากที่เขาทำหน้าที่พาเธอไปแนะนำกับอาจารย์หลายๆท่านที่คณะมาแล้ว ก่อนที่เขาจะโบกมือลา เพราะตอนนี้มันก็เป็นเวลาเกือบจะบ่ายสองโมงแล้ว“ฉันเข้าใจแล้ว.. แต่..ฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนนายอีกเรื่อง” หลินฟางฟางกล่าวพร้อมกับหลบหน้าหลบตา“เรื่องอะไรเหรอ.. ถ้าไม่มากเกินไป ฉันก็พอจะทำให้ได้” ไอซ์หันกลับมาตอบกลับกับเธอ“ก็มือถือของฉันพังไปแล้ว.. ก็เลยโทรหาพ่อบ้านไม่ได้น่ะสิ ฉันไม่ได้โทษนายหรอกนะ แต่อย่างน้อยก็ช่วยไปส่งฉันที่โรงแรมหน่อยจะได้ไหม” หลินฟางฟางกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็มองหน้าเธอเล็กน้อย เธอคงจะหมดหนทางแล้วจริงๆ ไหนๆเขาก็ทำหน้าที่นี้มาแล้ว จะช่วยก็ต้องช่วยให้สุดจนตลอดรอดฝั่งถึงจะถูก ไอซ์กดมือถือของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะกดโทรออกไปอย่างช้าๆ“สวัสดี.. คุณคงเป็นผู้ดูแลของตระกูลหลินที่ประเทศไทย ผมได้รับเบอร์ของคุณมาจากประธานหลิน” ไอซ์กล่าวกับปลายสาย หลังจากที่เขารับสายโดยที่เขารอสายไม่ถึง 3 วินาทีเท่านั้น“สวัสดีครับคุณอนุวัฒน์.. ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” ปลายสายตอบกลับ“คุณรู้จักผม.. ก็ดีเหมือนกัน จะได้คุยกันได้ง่ายๆ ตอนนี้คุณหนูของพวกคุณเลิกคลาสแล้ว ส่งคนมารับเธอด้วย มือถือของเธอพัง อ่า..จริงสิ แล้วก็ห้ามเปิดเผยเรื่องของผมด้วย ผมไม่ต้องการความเดือดร้อนจากเธอ” ไอซ์กล่าว“เข้าใจแล้วครับคุณอนุวัฒน์ ผมจะทำตามคุณ และไม่ให้ผิดหวังครับ” แม้ว่าปลายสายจะลำบากใจไม่น้อยที่จะต้องโกหกคุณหนู แต่ว่าถ้าทำให้คนสนิทของคุณเทียนหลงไม่พอใจ มันจะไม่เป็นผลดีกับทั้งตัวของคุณหนู แล้วก็ตระกูล“ดี!! พวกคุณจะมาถึงภายในกี่นาที..” ไอซ์กล่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง“เรียนคุณอนุวัฒน์ คนของเราประจำอยู่หน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว คาดว่าไม่เกินสองนาทีครับ” ปลายสายตอบกลับ ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างสุขใจ ตัวปัญหาจะหลุดออกไปจากตัวเขาเสียที“ได้ และจำเอาไว้ว่า ‘เนียน’ เข้าไว้...” ไอซ์เน้นย้ำไปอีกครั้ง“โปรดวางใจครับ..” จากนั้นไอซ์ก็ตัดสายไป ท่ามกลางความมึนงงของหลินฟางฟาง เพราะว่าไอซ์นั้นพูดโทรศัพท์เป็นภาษาไทย เธอจึงไม่เข้าใจเลย“สรุปนายสามารถขับรถไปส่งฉันได้ไหมที่โรงแรม..” หลินฟางฟางกล่าวถามอีกครั้ง“เออ.. จะว่ายังไงดีล่ะ จะว่าได้ก็ได้ แต่มันจะดีเหรอ ที่ให้ฉันไปส่งเธอที่โรงแรมน่ะ เธอก็เป็นถึงไอดอล ถึงจะกะทันหันไม่มีใครจับตาเธอในตอนนี้ แต่พวกปาปารัสซีอยู่เต็มไปหมด ถ้าฉันไปส่งเธอ จะเป็นข่าวเอาได้นะ ว่าเธอชวนผู้ชายเข้าโรงแรมน่ะ… อ่า!! หรือว่าทั้งหมดนี้คือเป้าหมายของเธอ ไม่น้า ฉันกำลังจะถูกคุณทำไม่ดีไม่ร้าย ไม่น้า ใครสามารถช่วยฉันได้ไหมเนี่ย” ไอซ์กล่าวขึ้นมา และยิ้มอย่างกวนๆ“ไอ้.. ช่างเถอะ มันก็จริงของนาย แล้วฉันจะทำยังดีล่ะนี้ เบอร์พ่อบ้านหลินก็จำไม่ได้..” ถึงเธออยากจะด่าชายคนนี้มากแค่ไหน แต่ก็ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่าในตอนนี้คือเธอจะกลับโรงแรมยังไงดี ไม่นานรถเบนลี่คันงามก็เคลื่อนตัวเข้ามาหลายคัน ก่อนจะจอดสนิท“ขออภัยที่ให้รอครับคุณหนู... เชิญครับ” พ่อบ้านตระกูลหลินเปิดประตูพร้อมกับเอ่ย“โอ้... เป็นพ่อบ้านที่ทำงานดีมาก” เธอยิ้มก่อนจะขึ้นไปนั่งตามคำเชิญชวน เธอไม่ได้คิดเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะชายที่เธอเพิ่งจะไม่สบอารมณ์ด้วย ประตูถูกปิดลงอย่างเบาๆ หญิงสาวมองไอซ์ด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเลื่อนกระจกลงมาพูดกับไอซ์“เรื่องในวันนี้ก็ให้คิดว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน.. เราเองก็ผิดทั้งคู่ หวังว่าเราจะได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในอนาคต เจ้าคนอาภัพรัก..” หลินฟางฟางกล่าว สำหรับเธอแล้วไอซ์ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร แค่จุดเริ่มต้นของพวกเขาทั้งสองมันเป็นเรื่องบังเอิญที่ชวนให้เป็นศัตรูกันเท่านั้น ไอซ์มองหน้าเธอที่แลบลิ้นราวกับล้อเลียนเขาแบบเด็กน้อยนั้น มันก็อดที่จะทำให้เขานั้นยิ้มออกมาไม่ได้ และเมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปจากคณะบริหารเรียบร้อยแล้ว เขาก็หัวเราะออกมาลั่นสนามหน้าตึก“ฮ่าๆๆ.. อยากเห็นหน้าของเธอตอนที่รู้ความจริงชะมัด ฮ่าๆ” ไอซ์ไม่ได้โง่ คนจีนก็มักจะเป็นอย่างนี้ไม่เคยเปลี่ยน การที่หลินฟางฟางปรากฏตัวอยู่ตรงนี้มันพิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง ตระกูลหลินต้องการที่จะส่งตัวของคุณหนูของพวกเขาให้มาเป็นภรรยาของคุณเทียนหลง หรือก็คือเขาอย่างแน่นอน แล้วถ้าเธอรู้ความจริงว่าเขาคือคนที่จะเป็นสามีเธอตามที่ตระกูลต้องการ เธอจะแสดงสีหน้ายังไงกันนะ ‘แค่คิดก็สนุกแล้ว’ ไอซ์ส่ายหัวปรับอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยังลานจอดรถที่เขาจอดเอาไว้ และหวังว่าจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลเพื่อดูอาการของคุณแม่ของคุณปังปอนสักหน่อย แต่เขาก็พอเดาได้ว่าเขาจะต้องเจอกับอะไร หากเดินไปที่ลานจอดรถ... “เห้ย!! มึงมาได้สักทีนะไอ้กวก..” นักเลงหลายสิบคนเดินปรากฏตัวมาพร้อมกับในมือถืออาวุธจำพวกไม้เบสบอล ไม้หน้าสาม ท่อนเหล็กกันทุกคน ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย“ไม่คิดว่านายจะเล่นถึงขนาดนี้เลยนะคิง.. แต่ก็เอาเถอะ ฉันจะช่วยส่งแกไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลกันหลายๆเดือนเลยก็แล้วกัน” ไอซ์กล่าวพร้อมกับยืนมองอย่างสบายๆ“ยังจะปากดีไม่เข้าเรื่องอีก ไม่เจอกันไม่กี่วัน แกกล้าขึ้นเยอะเลยนี่หว่า.. แน่นอนว่าแกไม่ถึงตายหรอก” คิงที่ยืนอยู่ข้างหลังเหล่านักเลงได้พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความโกรธ ไอ้กวกนี่มันหักหน้าเขาในห้องเรียน หากไม่สั่งสอนเสียบ้าง เขาก็จะกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นเอาได้“ใช่ๆ ยังจะปากดีอีก ไม่เห็นเหรอว่าลูกพี่ใจดีกับแกแค่ไหน อย่างน้อยแกยังได้กลับไปหาพี่สาวของแก แต่จะครบสามสิบสองหรือเปล่ามันก็อีกเรื่อง ฮ่าๆ” ลิ่วล้อของคิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะ“โอ้.. นายสุดยอดไปเลย.. แต่ก็แค่ลมปาก มีดีแต่เหาหรือยังไง เข้ามาได้แล้ว รู้ไหมว่ามันเสียเวลา” ไอซ์กล่าวพร้อมกับท้าทายให้พวกมันเข้ามาพร้อมๆกัน เพราะเขาไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว“อยากเห็นจริงๆว่ามึงจะปากดีได้อีกแค่ไหนกัน ..ไป!! จัดการมันซะ ขอแค่มันไม่ตาย จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” คิงเริ่มสั่งให้ลูกน้องที่มันจ้างมา เข้ากระทืบไอซ์ในทันที รอยยิ้มของไอซ์ปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนที่นักเลงที่ใกล้ที่สุดจะกระโจนเข้ามาถึงตัวเขา ไอซ์เคลื่อนตัวด้วยความเร็วพื้นฐานตามค่าสถานะ แน่นอนว่าระดับของไอซ์ไม่มีใครเลยที่มองทัน หลายคนยังมองเห็นไอซ์ยืนอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง นักเลงหลายคนกระโจนเข้าไปยังจุดเดียว แต่ในวินาทีนั้นเอง การหวดไม้ก็มีเสียง ‘หวืด’ กันหมดทุกคน มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าการโจมตีนี้พลาดเป้า แต่สิ่งที่เจ้าคิง และลิ่วล้อจะต้องตกใจ มันเป็นเพราะเหล่านักเลงได้นอนลงไปนอนกองกับพื้นกันทั้งหมด ร่างกายยังไม่ได้รับรู้เลยว่าพวกเขาโดนอะไรไป แม้แต่ความเจ็บปวดก็ยังไม่แสดงออกมาให้เห็น มันอาจจะเรียกได้ว่าการโจมตีที่เร็วกว่าประสาทสัมผัสของคลื่นสมอง แต่ไม่นานความเจ็บปวดที่มันควรจะเกิดก็ปรากฏอย่างเด่นชัด นักเลงหลายคนลูกบริเวณหน้าอกของตนเอง แต่มือของเขาก็ต้องพบเจอกับสิ่งที่มันไม่คิดว่ามันจะได้สัมผัส พวกมันก้มลงมองสาเหตุนั้นอย่างชัดๆ ก็ปรากฏเป็นซี่โครงอกหลายซี่ทิ่มแทงออกมาจากร่างเนื้อ กระดูกหัก!?.. อ๊ากกกกกก!!!!!!!!!