แสงหลากสีสว่างวาบ คลื่นพลังวานรีผสานสายฟ้า หมุนเป็นเกลียวสว่านจู่โจมสดายุห่างออกไปเจ็ดเมตร สายฟ้าแลบแปลบละอองน้ำสาดกระจายกลายเป็นสะเกล็ดไฟ สายลมสั่นสะเทือนก่อเกิดคมมีดวายุ สะเกล็ดดินลอยสูงกลายเป็นหอกดิน แสงสว่างและความมืดเป็นลิ้วๆพุ่งผสานมากับเกลียวน้ำ ทหาเวทมนต์เจ็ดธาตุบ้าคลั่งทรงอนุภาพถาโถมเข้าจู่โจมสดายุราวกับจะถล่มโลก เจ้าตัวน้อยตกเป็นเป้ามองดูแล้วยังไงก็คงไม่มีทางรอด ทว่าความคิดแบบนั้นต้องถูกลบทิ้งไป เพราะคนที่ตกเป็นเป้าคืออดีตสัตว์เลี้ยงของผู้เล่นที่เก่งที่สุด
ทันใดนั้นเพลิงสีรุ้งอันรุนแรงสาดแผ่ขยายออกจากร่างสดายุเป็นแผ่นผืนราวกับสึนามิ ซู่.... เสียงการโจมตีของซีโร่ถูกเพลิงสีรุ้งเผาผลาญราบไม่เหลือซาก
“อะไร!!?...” ชายหนุ่มตกใจอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองกับสิ่งที่เห็น มหาเวทย์ประสานเจ็ดธาตุที่ภาคภูมิใจสังหารศัตรูมานับไม่ถ้วนกลับถูกไฟสีรุ้งเผาเป็นจุลในพริบตา
แววตาดุร้ายเยี่ยงอินทรีจับจ้องชายหนุ่มอย่างบาดลึก แฝงด้วยความเกลี้ยวกราดแค้นเคือง สดายุมองปาดเดียวทราบได้ทันทีว่าซีโร่แทะโลมม่ามี๊ของตน เพลิงสีรุ้งรุกไหม้มือขวาก่อนจะปรากฎกริชโหยหา
!!...
ซีโร่มองซ้ายแลขวา จู่ๆเด็กตรงหน้าพลันหายตัวเอาไปต่อหน้าเสียดื้อๆ
“ร่ายเวทย์ตรวจจับเร็ว” ชายหนุ่มสั่ง ไม่ว่าจะคิดยังไงสายตานั่นที่มองมาบ่งบอกชัดเจนว่าต้องการสังหารเขาแน่นอน ไม่ใช่สังหารตามคำสั่ง หากแต่เป็นความแค้นประการหนึ่ง “แววตานั่น? มันแค้นอะไรเรา เราไปทำอะไรให้มันแค้นหรือไง คิดไปก็เสียเวลายังไงก็ต้องฆ่ากันอยู่ดี”
จอมเวทย์ยี่สิบคนตวัดไม้คฑาในมือยิงพลังเวทย์ใส่อากาศธาตุที่ว่างเปล่า เงาหนึ่งปรากฎวูบเป็นวินาทีเดียวกับเวทย์ศรแสงเริงระบำบรรลุถึงตัว
บึ่มม...บึ่ม..ตูม..ตูมๆๆๆๆ เสียงระเบิดดังถี่ยิบ ฉุ... สดายุร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากเวทมนต์ธาตุแสง แม้จะไม่เจ็บมากแต่ที่โดนเข้าไปก็ถือว่าเป็นมหาเวทย์จึงพอสร้างความรู้สึกเจ็บให้สดายุได้ เด็กน้อยร่างลอยลิ่วในอากาศ หยาดโลหิตสีรุ้งหยดลงพื้นก่อนบริเวณนั้นจะกลายเป็นทะเลเพลิงสีรุ้ง
“หยุด!.. หยุดก่อน” ซีโร่ห้ามให้นักเวทย์หยุดกระหน่ำยิงสดายุ มองรอบตัวบนพื้นวิหารกลายเป็นทะเลเพลิง ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย หากเวทมนต์ปีกวาโยหมดเวลา จะต้องตกลงทะเลเพลิงดุจอเวจีอย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นคงต้องสังหารสดายุด้วยการโจมตีครั้งเดียวเพื่อให้สลายกลายเป็นละอองแสง
“สดายุ” ฟ้าครามโผล่พรวดโอบอุ้มลูกชายนักเขมือบไว้ด้วยความห่วงใยราวกับลูกชายแท้ๆ แม้จะรู้ว่าสดายุเป็นอมตะแต่เธอก็ไม่อยากเห็นเจ้าหนูเจ็บตัว ยิ่งได้ยินเสียงร้องเมื่อครู่เธอรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบจะทนไม่ได้
“สดายุ พักไหมลูก” เจ้าหล่อนถามเสียงอ่อนโยนใบหน้าเปื่อนหมองยิ้มถนุถนอม
สดายุส่ายศรีษะเล็กน้อยแววตาบอกว่าจะลุย แค่นี้จิ๊บๆ เพลิงสีรุ้งสว่างวาบทั่วร่างในเสี้ยววินาทีเจ้าหนูน้อยก็กลับมาสมบูรณ์
“เฮ่ย....!” ซีโร่ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น “บ้าน่า พลังแบบนั้น?.. ฟีนิกซ์อมตะ!!”
ไม่รู้ว่าสดายุเป็นนกฟีนิกซ์ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะปกติมักจะอยู่ในร่างมนุษย์อีกทั้งตอนปรากฎตัวระบบก็ไม่ได้บอกว่าเป็นนกฟีนิกซ์เนื่องจากสดายุวิวัฒนาการ หรือต่อให้คืนร่างจริงคนก็คิดไปว่าคงเป็นเผ่าปักษาทั่วไปที่มีสกิลเชื่อมโยงกับศิลาเลยทำให้ช่วยฟื้นฟูพรรคพวกได้ และสกิลนั่นคงเป็นของศิลาที่เป็นเจ้านาย แต่ทว่าแท้จริงแล้วคือพลังของสดายุราชันย์แห่งผืนฟ้า
คฑาเวทย์สะบัดวูบวาบ ก่อนจะยิงเวทมนต์ระดับกลาง ระดับต่ำโจมตีสองแม่ลูก
“เจ้าพวกนี้ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย” ฟ้าครามเปรย หรี่ตามองพิจรณา “กระจกยาตะ” บึ่มมม... เสียงระเบิดดังสนั่นสะท้านสะเทือนอีกครั้ง สดายุอาศัยจังหวะนี้หายเข้าในเงาอีกครั้ง โชคดีไอเทมทั้งหมดไม่ได้หายไปยังอยู่เหมือนเดิมหลังจากปลดพันธสัญญา
เวทมนย์ยังคงกระหน่ำยิงจู่โจมใส่ฟ้าคราม หมายจะให้กระจกยาตะแตกกระจุย
เวทมนต์ระดับต่ำและระดับกลางสามารถร่ายเสร็จได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถใช้ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เวทมนต์และการรับมืออันเยือกเย็นแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความแข็งแกร่งของกิลด์เทพผู้สร้าง
อีกทั้งแต่ละคนยังเคลื่อนไหวสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลาโดยที่ไม่เสียกระบวนทัพ ทำให้มองดูคล้ายดวงดาวห้าแฉกมีชีวิตและกำลังร่ายรำ
“ชิ!.. เป็นปัญหากว่าที่คิด คนพวกนี้ยังพอว่า แต่ปัญหาจริงๆคือพวกมันสามารถใช้พลังของกระบวนทัพดาวห้าแฉกที่พี่ศิคิดขึ้นมาได้อย่างไร้จุดบกพร่อง”
กระสุนเวทมนต์กระจายตัวตามตำแหน่งโอบร้อมฟ้าครามโจมตีเข้ามาจากทุกทิศทั่วทาง เจ้าหล่อนกระโดดข้ามมิติมาปรากฎตัวอีกด้านของกระบวนทัพ ซีโร่ยิ้มกิ่มตวัดคฑาเวทมนต์รู้อยู่ก่อนแล้วว่าหญิงสาวจะปรากฎตัวออกมาตรงนี้เพราะเขาจงใจเปิดด้านหลังเอาไว้เพื่อหลอกล่อ
!!... ฟ้าครามตกใจทันทีที่ปรากฎตัวออกมาพลังเวทมนต์ของซีโร่ก็โหมเข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่งและแม่นยำเกิดเสียงระเบิดสะท้านภพ สะใจผู้ที่โจมตี พลังเวทมนต์เจ็ดธาตุจู่โจมใส่ฟ้าครามไม่พลาดเป้า
เจ้าหล่อนกระโดดออกมาจากกลุ่มควันและแสง ดาบในมือยกสูงโฝเหนือหัวพร้อมจะฟันแยกร่างศัตรูเป็นสองซีก
จอมเวทย์คนหนึ่งพุ้งเข้ามายืนขวางเพื่อจะรับการตีแทนซีโร่
“ระวัง... นั่นมันภาพลวงตา” ชายคนหนึ่งเตือนลั่น
อั๊ก...อ๊าก...อ๊ากกก เสียงร้องโหยหวนนับไม่ถ้วนดังมาจากด้านหลังซีโร่ เขารีบหันกลับมามองถึงกับแทบจะเป็นลมเห็นพรรคพวกของตนถูกหญิงสาวและเด็กหนุ่มสังหารไปกว่าครึ่ง
ชายหนุ่มยิ้มชอบใจ “มันต้องดุแบบนี้ กระแทกใจพี่รุนแรงเลยน้องสาว” ซีโร่หน้าตาหื่นกระหาย
ซีโร่ให้พวกนักเวทย์ดาบเข้าสะกัดฟ้าครามและสดายุเอาไว้ โดยที่ห้ามฆ่าหญิงสาวเพราะเขาอยากจับทำพันธสัญญา จากสกิลตรวจสอบรู้แล้วว่าจันทราเทพผู้นี้ยังไม่มีผู้ทำพันธสัญญา
สดายุพุ้งพรวดเข้าโรมรันกับนักเวทย์ดาบยี่สิบคนอย่างสูสี จอมเวทย์ที่เหลือใช้เวทย์ธาตุแสงโจมตีสนับสนุนคอยปั่นป่วนสดายุ
เสียงเปรี้ยงดังหนึ่งครั้งเรียกสายตาทุกคนเห็นซีโร่ร่างจมฝังเพด้านงิหาร ใบหน้าบูดเบี้ยวจำเคล้าเดิมแทบไม่ได้ เลือดอาบชะโลมกาย หยดลงพื้นชุ้มฉ่ำ
เสียงเปรี้ยงดังขึ้นอีกสองครั้งติด ฟ้าครามมองตามเสียง สัมพาทีลอยลิ้วอีดกำแพงดังสนั่นแตกร้าว
เขตแดน?... รูปแบบนั้น เผ่าปีศาจ ไม่ซิ รายละเอียดต่างออกไป เทพปีศาจ!!..
ฟ้าครามประหลาดใจเล็กน้อย ไม่ติดว่านอกจากศิลาแล้วจะยังผู้อื่นที่ครอบครองถึงสองเผ่าได้อยู่อีก
ฝ่ายเคียวเมไม่ได้ดีไปกว่ากันกระเด็นไปคนละทางกับสัมพาที ร่างจมฝังลึกในกำแพงวิหาร ในระหว่างนั้นเสียงร้องของเหล่สจอมเวทย์ดังขึ้นไม่ขาดช่วง กระบวนทัพเริ่มปั่นป่วนแตกกระเจิงจากการรุกไล่ของสดายุ
วินาทีเดียวกัน ฟ้าครามขาดสมาธิไปชั่วเสี้ยววิ ซีโร่ยกน้ำยาฟื้นพลังชีวิตขึ้นกระดกพรวดรวดเดียวสิบขวด อาศัยจังหวะจันทราเทพคนงามเผลอ โถมตัวลงมาจากด้านบนศรีษะของเธอ เท้าขวาสำนึกพลังเวทมนต์อัสนีมาเต็มเปี่ยมหมายจะตอกส้นให้เจ้าหล่อนหัวแตก
ฟ้าครามหมุนตัวตวัดวาดขาขวาเตะสวนต้านรับเท้าของชายหนุ่มเอาไว้ได้อย่างน่าดูชม พลังความมืดและสายฟ้าต้านทานกันชั่วขณะก่อนที่ชายหนุ่มจะกระเด็นกลับไปทางที่มา
อั๊ก!.. ซีโร่กระอีกเลือดออกมา เขาสับสน ไม่เข้าใจ พลังธาตุสายฟ้าของเขาวิวัฒนาการเป็นมหาธาตุระดับสามร้อยแล้วแท้ๆ มันมีอนุภาพเทียบเท่ากับสายฟ้าของเทพเจ้าซุส เขาใช้สายฟ้าสยบมาแทบทั่วแดนดิน สิ่งที่สายฟ้าของเขาใช้ไม่ค่อยเป็นผลน่าจะมีแค่ธาตุที่แพ้ทางอย่างธาตุดิน
ซีโร่ไม่ได้คิดผิด พลังสายฟ้าของเขามีอนุภาพมากที่สุด หากไม่นับศิลา แต่ชายหนุ่มลืมคิดไปว่าธาตุความมืดและแสงสว่างคือสองธาตุที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ ไม่แพ้ธาตุใดในวัฏจักรธาตุ อีกอย่างหญิงสาวตรงหน้าก็คือจันทราเทพอดีตเทพีแห่งรัตติกาลร่างเริ่มต้นคือภูติแห่งความมืด คือผู้ที่ใช้พลังธาตุความมืดแข็งแกร่งที่สุด
ซีโร่ข่มความเจ็บปวดใช้ปีกวาโยพยุงตัว ปรายตามองจอมเวทย์ของตนที่ตอนนี้ลดลงไปมากกว่าครึ่งอย่างน่าตกใจเพียงเพราะเจอกับเด็กน้อยคนเดียว
น่ารังเกียจเสียจริง
ฟ้าครามสบฏอยู่ภายในใจ ผู้ชายอะไรกล้ายกเท้าเตะศรีษะผู้หญิงหน้าตาเฉย แบบนี้ต้องฆ่าทิ้ง
ขณะเดียวกันด้านสัมพาทีกำลังวิ่งอยู่บนเพดานวิหาร เคียวเมวิ่งอยู่ที่พื้น ทั้งสองสาดคลื่นพลังใส่กันไม่ยั้ง
สัมพาทียิ้มกว้างตารุกวาวเป็นประกาย
“อีก.. เอาอีก มากกว่านี้อีก ทำให้ข้าสนุกมากกว่านี้อีก เพื่อตอบแทน ข้าจะสังหารเจ้าแบบไร้ความเจ็บปวด” ตลอดเวลาสัมพาทีแทบจะไม่เคยพบเจอคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกับตนเองเลย ความแข็งแกร่งที่มากเกินไปทำให้เกิดช่องว่างระยะห่างที่ไม่มีศัตรูคนไหนเอื้อมถึง
“อย่าได้ใจให้มันมาก นักกกก...” เคียวเมตวาดลั่น ฟันดาบใส่อากาศส่งคลื่นพลังแสงสีขาวรูปสิงโตเข้าโจมตีสัมพาที
บึ่ม... เสียงระเบิดดังอีกครั้งพร้อมฝุ่นควันลอยฝุ้งในอากาศ สัมพาทีวิ่งบนเพดานฝ่ากลุ่มควันออกมาก่อนจะดีดเท้าโถมตัวพุ้งลงเข้าหาเคียวเม ร่ำไห้แทงออกหลายครั้งติดด้วยความรวดเร็วเกินสามัญสำนึก
ควิ้ง..ควิ้งๆๆๆๆๆ....
ลำแสงสแดงเลือดเป็นลิ้วอันเลื่อนลอย คล้ายจริงคล้ายฝันหนึ่ง หรุบหรู่วูบวาบในอากาศดุจภาพมายา พลังเอกลักษณ์โลหิตถูกเพลิงสีชาดหมุนล้อมรอบ สายลมสีเขียวอ่อนหมุนคว้างตามโลหิต กระแสสายฟ้าสีส้มรากยาวเคียงคู่มา ทะยานข้ามระยะอีกไม่กี่วิจะบรรลุถึงตัวศัตรู ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าพริบตา
วินาทีความเป็นความตาย เคียวเมตวาดก้อง “เคลื่อนดารา” วูบบบ
ร่างชายหนุ่มกลายเป็นแสงดาวตกพุ้งหลบออกมาได้ราวปฏิหาริย์ เปรี้ยงงง...ตูมมม พลังทำลายหนักหน่วงตกกระทบพื้นระเบิดกระจุยกระจาย ราวกับพื้นทำจากมันฝรั่งทอดแผ่นที่กรุบกรอบ อั๊กกก... ขายหนุ่มร้องครางออกมา แม้จะหลบรอดไปได้ทว่าสระเกล็ดคลื่นพลังที่แจกกระตายก็ตามไปเล่นงานจากด้านหลัง
“มันพลังทำลายบ้าอะไรกันวะ... เมื่อกี้เกือบคิดว่าเป็นภาพมายาแล้วเชียว ถ้าสัมผัสไม่ได้ถึงแรงเข่นฆ่าที่แฝงมาเราคงยืนตัวแข็งไปพบยมบาล”
ทว่านั่นยังไม่ใช่ปัญหา ดูเหมือนมันจะยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ แต่เรานี่ซิ ทุ่มแทบจะสุดกำลังแล้วยังสร้างแผลให้มันไม่ได้เลย ในเกมมันมีไอ้ตัวแบบนี้ด้วยหรอ ไม่ซิ จะไม่มีได้ยังไงก็มันยืนอยู่ตรงหน้า แล้วแบบนี้จะเอาอะไรไปชนะคนอย่างมัน?..
จอมเวทย์ที่เหลืออีกยี่สิบคนขยับวูบวาบสับสนหลอกล่อสดายุ คฑาสะบัดวูบ ยิงมหาเวทมนต์อจู่โจมเป้าหมาย กะจะให้ตายในคราเดียว จอมเวทย์เปลี่ยนจากการใช้เวทมนต์ระดับต่ำมาเป็นใช้มหาเวทมนต์ ตลอดช่วงแรกใช้เวทย์ระดับต่ำนั้นเพราะพวกเขากำลังแบ่งสมาธิไปร่ายมหาเวทย์และหน่วงเก็บเอาไว้ รอเวลางัดออกมาใช้ วิธีนี้จะทำให้พวกเขาใช้มหาเวทย์ออกมาได้ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง
โหยหากรีดวาดในอากาศก่อเกิดม่านเพลิงสีรุ้งราวกับกำแพงสวรรค์ เสียงระเบิดสะท้านฟ้าดังติดๆถี่ยิบราวกับฟ้าแตก วิหารแห่งแสงศรัทธาสั่นคลอนวิปโยคพร้อมจะถล่มทุกเมื่อ
ไม่จริง!!!.......
จอมเวทย์อุทานออกมาตาแทบถลนออกจากเบ้า หยุดหายใจชั่วขณะจากอาการไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น
มหาเวทย์แสนร้ายกาจและภาคภูมิใจที่ส่งศัตรูให้อาจมมานักต่อนัก ไม่สามารถทะลวงฝ่าม่านเพลิงสีรุ้งเฉิดฉันจรัสแสงพร่างพราวนั้นได้ ไม่ต้องคิดเลยว่าคนที่อยู่ด้านหลังจะได้รับผลกระทบไหม คำตอบคือไม่เลยสักนิด
วูบบบ... เงาหนึ่งขยับวูบวาบ