ตอนที่ 150 รับรู้ความน่ากลัว
ตอนที่ 150 รับรู้ความน่ากลัว “ขอโทษท่านจริงๆ ข้าไม่รู้ว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่จะมาปรากฏตัวในเผ่ามนุษย์เช่นนี้ ตอนนี้ข้าไม่ติดใจเรื่องการตายของน้องชายข้าแล้ว… ไม่สิ! ต้องพูดว่ามันสมควรตายด้วยซ้ำที่บังอาจไปทำให้คนระดับท่านคุ่นเครือง” ในระหว่างกำลังคุกเข่าพูดขอโทษหยางเฉินอยู่เอโรก็คิดในใจไปด้วย ‘ตอนนี้สู้ไปยังไงก็แพ้ ต้องรวมกำลังเพื่อจัดการมันเท่านั้น’ ถึงตอนนี้เอโรจะพูดจาดีกับหยางเฉินอยู่ก็ตาม แต่ความจริงแล้วไม่ได้มีความคิดเช่นนั้นเลยแต่ด้วยพลังที่ต่างกันเกินไปทำให้เอโรรู้ซึ่งถึงความต่างชั้นเลยวางแผนยอมแพ้ก่อน แล้วจะใช้กำลังจำนวนมหาศาลกับหยางเฉินแทน ทางหยางเฉินเมื่อเห็นท่าทางการขอโทษและคุกเข่าของเอโรก็เข้าใจดีว่าสิ่งที่เอโรกำลังทำอยู่เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น เพราะหยางเฉินเคยเจอคนแบบนี้มาเยอะในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่ทำให้จำจนถึงกระดูกดำคนประเภทเช่นนี้ก็ไม่มีทางจดจำได้แน่นอน “หึ! ข้าบอกให้ยอมแพ้ตั้งแต่เมื่อไหร่” หยางเฉินเอ่ยเสียงไม่พอใจ แล้วชี้นิ้วไปที่ขุนพลทั้งสองที่โดนจับอยู่บนหัว “ข้าถามว่าเจ้าต้องการให้ข้าจัดการกับขยะทั้งสองนั่นไหมต่างหาก ไม่ได้ให้ตอบอย่างอื่น” เมื่อหยางเฉินถามอีกครั้งตัวเอโรที่ก้มหน้าอยู่ก็เหงื่อตกทันทีเพราะรู้ว่าถ้าตัวเองเลือกผิดแม้แต่นิดเดียวชีวิตของเขาก็คงต้องจบลงเช่นกัน ‘เอายังไงดี ฟังจากการพูดของมันไม่มีทางปล่อยพวกเราไปหมดแน่!’ เอโรคิดในใจขณะกำลังก้มหน้าอยู่ แล้วก็รู้ดีว่าคนอย่างหยางเฉินไม่มีทางปล่อยพวกต้นไปแน่ คิดด้วยความหนักใจสักพักเอโรก็เงยหน้าขึ้น “ตอบมาสักที ข้าได้ว่างขนาดนั้น” หยางเฉินเล็งเอาคำตอบ“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ถ้าเป็นไปได้ท่านสามารถปล่อยพวกข้าไปได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าเผ่านางฟ้าของข้าจะไม่เป็นศัตรูกับท่านอย่างแน่นอนครับ” เอโรพูดพร้อมใบหน้าปั้นยิ้มเพราะต้องการทำให้หยางเฉินพอใจ ระหว่างที่ยิ้มรอคำตอบของหยางเฉินก็พรางคิดไปด้วย ‘ถ้ามันยังมีสมองอยู่ต้องยอมรับข้อเสนอที่เราบอกไปแน่ หึหึ!’ แบะ!แบะ! ฝ่ามือทองคำของหยางขยี้ร่างของขุนพลทั้งสองกลางอากาศแหลกละเอียด สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวกตำรวจ ผู้คน และเอโรต่างอ้างแกค้างกับภาพที่พวกตนได้เห็นกันทั้งหมด ก้อนเนื้อของขุนพลทั้งสองเองก็ค่อยๆ หล่นลงพื้นเป็นจำนวนมาก แต่ที่หล่นลงมาต่างก็เป็นเศษชิ้นส่วนเล็กชิ้นส่วนน้อย แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าของใครเป็นของใคร “แบบนี้ไม่สวยแล้วสิ ขุนพลเผ่านางฟ้าตายสงครามต้องเกิดแน่ๆ”“ยิ่งไปกว่าสงครามพวกเราต้องตกใจเรื่องของชายคนนั้นก่อนไม่ใช่หรือไง ที่สามารถสังหารขุนพลเผ่านางฟ้าได้ง่ายดายแบบนั้น”“…พูดไม่ออกเลยว่าต้องตกใจเรื่องอะไรก่อนกันแน่???” เสียงของผู้คนดังขึ้นมาหลังจากเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยความคิดของผู้คนที่ตกใจตอนนี้มีเรื่องให้ตกใจอยู่หลายอย่างทั้งเรื่องของหยางเฉินที่สามารถจัดการขุนพลเผ่านางฟ้าได้ง่ายขนาดนั้น หรือจะเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดสงครามขึ้นอย่างแน่นอนจากเรื่องการตายครั้งนี้ ‘ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้เราเองก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้ว’ หยางเฉินคิดในใจเมื่อได้ยินเสียงผู้คนพูดกัน จากนั้นจึงตัดสินใจเอาผ้าปิดหน้าออกเพื่อแสดงตัวตน สำหรับหารตัดสินใจของหยางเฉินที่เปิดเผยตัวเร็วกว่าที่คิดเป็นเพราะสามารถยืนยันความแข็งแกร่งของพวกที่เรียกตัวเองว่าเผ่าทั้งห้าได้บ้างแล้ว เพราะเมื่ออิงจากพลังของพวกเอโรที่ได้ชื่อว่า 3 ขุนพลเผ่านางฟ้าที่มีพลังอยู่ประมาณขั้นกลืนพิภพช่วงต้น ก็พอจะเดาระดับพลังออก ซึ่งสิ่งที่หยางเฉินมั่นใจตอนนี้ก็คือพลังแค่ขั้นกลืนพิภพยังได้เป็นเหมือนคนใหญ่คนโตเช่นนี้พวกที่เหลือพลังคงไม่เท่าไหร่เช่นกัน จึงตัดสินใจเปิดเผยตัวตน “นะ นั้นมันไม่ผิดแน่ ปะ ปรมจารย์หยาง!!!” ตำรวจคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาแบบตกใจ สิ้นเสียงตะโกนของตำรวจคนนั้นทุกสายตาต่างจ้องมองไปที่หยางเฉิน โดยเฉพาะเอโรที่จ้องไปด้วยหน้าตาตกใจแบบสุดๆ ‘ปรมจารย์หยางคนที่เป็นหัวหน้าสำนักหยางคนนั้นนะเหรอ ไม่จริง ไม่ใช่แล้ว ไหนเผ่าแวมไพร์บอกว่ามันตายที่เมืองใต้พิภพอะไรนั้นแล้ว??? มันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง???’เอโรคิดในใจด้วยความสับสน เพราะข่าวเรื่องการตายของหยางเฉินทุกเผ่าต่างได้ยินมาจากเผ่าแวมไพร์ที่รับผิดชอบเรื่องข่าวของหยางเฉิน แล้วทางเผ่าแวมไพร์ก็ยืนยันมาแล้วว่าหยางเฉินได้ตายไปในเมืองใต้พิภพเมื่อหนึ่งปีก่อน การที่หยางเฉินปรากฏตัวออกมาแบบนี้ทำให้เอโรสับสนสุดๆ “คุกเข่า!” หยางเฉินพูดแล้วปล่อยไอพลังใส่เอโร หลังจากที่เป็นแบบนั้นเอโรที่ตกใจอยู่ก็คุกเข่าลงทันทีแบบไม่รู้ตัวพร้อมกับสีหน้าตกใจแบบเดิม ช่วงเวลาตอนนี้เอโรเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วด้วยเช่นกัน ตั้งแต่เรื่องที่ไอรอนตายในการโจมตีเดียว แล้วก็เรื่องที่ไม่สามารถสัมผัสพลังอะไรจากหยางเฉินได้เลยสักนิด ซึ่งเรื่องทั้งหมดก็เป็นเพราะหยางเฉินพลัเหนือกว่าตนเองมาก จึงสามราถปกปิดพลังเอาไว้ได้นั้นเอง ‘บ้าจริง มามีเรื่องกับคนที่ไม่สมควรมีเรื่องที่สุดสะแล้วสิ’ เอโรสบถในใจด้วยความรู้สึกผิดพลาด “เจ้ารู้ใช่ไหม ว่าการประชุมจัดอยู่ที่ไหน?” หยางเฉินหันไปถามหัวหน้าตำรวจ“ทะ ท่านจะไปเข้าร่วมด้วย ระ เหรอครับ…”“….” หยางเฉินไม่ได้ตอบได้แต่มองหัวหน้าตำรวจที่ตอบมาด้วยแววตาแบบไม่พอใจ“ขะ ขอโทษครับ” หัวหน้าตำรวจกล่าวขอโทษพร้อมก้มหน้าลง “ตอนนี้การประชุมได้เริ่มไปแล้วประมาณ 30 นาที ส่วนชั้นที่พวกห้าเผ่ากำลังประชุมกับสำนักหยางอยู่ก็เป็นชั้นบนสุดของโรงแรมครับ”“อ่า” เมื่อรู้ตำแหน่งหยางเฉินก็เงยหน้ามองโรงแรมเมฆสวรรค์ที่เป็นชั้นบนสุดที่มีมากว่าสองร้อยชั้นกว่าจะไปถึงจุดจัดงานประชุม ซึ่งถ้าจะเดินหรือขึ้นลิฟต์ไปไม่นานก็ถึง แต่ทว่า หยางเฉินกลับคิดว่าแบบนั้นไม่ง่ายเกินไป การที่จะปรากฏตัวต่อหน้าพวกนั้นสำหรับหยางเฉินแล้วมันไม่ใช่การเจรจาสงบศึกหรือต่อรองอะไรทั้งสิ้น แต่มันเป็นการประกาศสงครามต่างหาก ‘จะไปยังไงดีนะ….?’ หยางเฉินคิดในใจถึงการขึ้นไปแบบไม่ปกติ แล้วในระหว่างกำลังคิดอย่างหนักใจหางตาก็ได้มองเห็นปักของเอโรที่มีขนาดใหญ่ บวกกับร่างกายของเอโรที่มีขนาดใหญ่ ทันใดนั้นความคิดที่จะใช้เอโรเป็นตัวช่วยบินขึ้นไปก็เข้ามาในหัวของหยางเฉินทันที ตามจริงการลอยขึ้นไปมันไม่ได้เป็นปัญหากับหยางเฉินเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าทำแบบนั้นการเปิดตัวก็ดูธรรมดาไป แต่กลับกัน การที่ใช้เอโรเป็นแท่นเหยีบเพื่อหยามหน้าเผ่านางฟ้ามันดีกว่ากันเป็นไหนๆ “เจ้าชื่อว่าเอโรใช่ไหม” หยางเฉินกล่าวถามเพื่อยืนยัน“ครับท่าน” เอโรตอบเสียงเกร็งเมื่อได้ยินคำตอบหยางเฉินก็ชี้นิ้วไปที่ปีกของเอโร “ปีกนั้นสามารถบินขึ้นไปที่ชั้นบนสุดได้ไหม”“มะ ไม่มีปัญหาครับ” หลังตอบคำถามเอโรก็คิดด้วยความสงสัย ‘อะไรของมัน? อยู่ๆ ก็มาถามเรื่องปีกของเรา แถมยังถามเรื่องการบินอีก???’“หมอบลง” หยางเฉินกล่าวแล้วชี้นิ้วลงพื้นด้านหน้า ตัวเอโรที่สงสัยกับสิ่งที่หยางเฉินจะทำก็ไม่ได้ถามอะไร แล้วยอมหมอบลงตามคำสั่งของหยางเฉินโดยไร้คำถาม เพราะตัวของเอโรรู้ดีว่าการที่หยางเฉินยังไม่ฆ่าตนแบบขุนพลทั้งสองมันก็เป็นเรื่องที่โชคดีมากแล้ว หลังจากที่เอโรหมอบลงไปหยางเฉินก็เดินเข้าไปหาแล้วขึ้นไปเหยีบไหล่ทั้งสองข้างของเอโรพร้อมกับมือขวาจับหัวเอาไว้เพื่อเป็นตัวยึดร่างกาย พวกตำรวจและผู้คนที่มุงดูการต่อสู้ตั้งแต่เริ่มต่างก็แปลกใจกับภาพที่พวกตนกำลังเห็นอยู่กันมาก เพราะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ามนุษย์ที่ต้องก้มหัวให้พวกห้าเผ่าเทพตั้งแต่ที่พวกนั้นปรากฏตัวออกมาจะสามารถทำอย่างที่หยางเฉินทำอยู่ได้ บัดนี้พวกมนุษย์ที่มองดูอยู่ต่างเต็มไปด้วยความหวังเมื่อได้เห็นการปรากฏตัวอีกครั้งของหยางเฉินกับเรื่องที่เกิดขึ้น แถมยังมีเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างการเหยีบอยู่บนร่างกายของหนึ่งในสามขุนพลของเผ่านางฟ้าอยู่ด้วย ‘บ้าจริงทำไมเราต้องยอมมันขนาดนี้ด้วย!’ เอโรคิดด้วยความรู้สึกเจ็บใจแต่ด้วยความต่างชั้นและอยากรอดชีวิตเลยไม่ได้พูดอะไรออกมาตามที่คิดออกมา จากนั้นจึงหันหน้าไปหาหยางเฉินที่เหยีบตัวเองอยู่ด้วยใบหน้าปั้นยิ้ม “ท่านต้องการทำอะไรครับ”“บินขึ้นไป!”“ขึ้นไป?”เมื่อโดนเอโรทวนคำถามหยางเฉินก็ชี้นิ้วไปชั้นบนสุดของโรมแรมเมฆสวรรค์ “บินขึ้นไปข้าจะไปทำอะไรสักหน่อย!”“เอ่ะ?!?!?” เอโรอุทานเสียงตกใจ สำหรับเอโรตอนนี้แล้วการทำตามคำสั่งแบบนั้นมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากยอมตายเลยสักนิด เพราะถ้าผู้นำเผ่านางฟ้าให้ตัวเองยอมให้หยางเฉินขนาดนั้นยังไงก็โดนฆ่าแน่นอน เลยอุทานตกใจออกมาแบบนั้น แต่ว่า ตอนนี้เอโรก็ยังสองจิตสองใจ ‘ถ้าไม่บินมันฆ่าเราตายตรงนี้แน่ แต่ถ้าบินท่านผู้นำเผ่าก็ต้องฆ่าเรา เฮ้อ~ นี่มันบ้าอะไรกัน!’ “รออะไรไม่ได้ยินคำสั่งหรือไง!!!” หยางเฉินกล่าวเสียงแข็ง พร้อมแววตาไม่พอใจมองที่เอโร“คือว่า….”“ไม่ต้องห่วง หัวหน้าเผ่านางฟ้ามันไม่มีโอกาสฆ่าเจ้าหรอก แต่ถ้าไม่บินได้เป็นแบบขยะสองชิ้นเมื่อกี้นี้แน่!” ระหว่างพูดหยางเฉินก็เบนสายไปยังชิ้นส่วนศพของสองขุนพลที่โดยขยี้ไป เมื่อได้ยินแบบนั้นและมองเห็นสภาพของสองขุนพลเอโรก็เข้าใจทันทีว่าสิ่งที่หยางเฉินกำลังพูดกับตนนั้นไม่ใช่เพียงการขู่ แต่มันเป็นเรื่องจริง ทำให้เอโรที่ไม่มีทางเลือกต้องกลั้นใจตอบหยางเฉินว่า “ครับท่าน!” เมื่อตอบเรียบร้อยเอโรก็เริ่มขยับปีกทั้งสองข้างแล้วร่างขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากพื้นดิน ในระหว่างนั้นเองเอโรก็พรางคิดไปด้วย ‘เรื่องของหัวหน้าเผ่าเอาไว้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน ตอนนี้เราต้องรอดก่อน!’