ตอนที่ 11 ิญญาหญิงชุดขาว
บรรยากาศภายในอุโบสถร้างของวัดสีกระจ่างยามนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แสงแดดที่เคยสาดส่องลงมาผ่านหลังคาที่พังทลายดูเหมือนจะถูกบดบังด้วยหมอกสีเทาจางๆ ที่เย็นเยียบจนลมหายใจของธีรภพกลายเป็ไอ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่เหี่ยวแห้งลอยมาปะทะจมูก แต่มันกลับเป็กลิ่นหอมที่ชวนให้รู้สึกใจหายมากกว่าจะสดชื่น
ธีรภพก้าวขึ้นมาจากอุโมงค์ใต้ดิน มือขวากระชับด้ามดาบนิรันดร์โลหิตที่เพิ่งได้รับมา ใบดาบสีดำทมิฬส่งแรงสั่นะเืจางๆ ตอบรับกับเนตรอสูรบนฝ่ามือที่บัดนี้ลืมตาขึ้นเล็กน้อยภายใต้ถุงมือผ้าอาคม
“ระวังนะคะ ธีรภพ แรงอาฆาตไม่มีเลย แต่มวลความเศร้ามันหนาแน่นมาก” ลลินทิพย์กระซิบพลางยกไม้เท้าขึ้นเตรียมพร้อม
เบื้องหน้าของพวกเขา ตรงหน้าพระพุทธรูปศิลาไร้เศียร ร่างของสตรีคนหนึ่งยืนนิ่งสนิท เธอสวมชุดห่มสไบสีขาวนวลที่ดูสะอาดสะอ้านผิดกับสภาพวัดที่รกร้าง ผมยาวสยายถึงกลางหลังปกปิดใบหน้าเกือบทั้งหมด ร่างของเธอโปร่งแสงจนมองเห็นอิฐมอญที่กำแพงด้านหลัง แต่กลิ่นอายพลังงานที่แผ่ออกมากลับกดดันจนพื้นหินรอบๆ เริ่มมีน้ำแข็งเกาะ
ฮึก... ฮือ...
เสียงร้องไห้เบาๆ ดังขึ้น แต่มันไม่ได้ดังออกมาจากปากของิญญาตนนั้น แต่มันดังสะท้อนอยู่ในจิตของคนทั้งคู่ ธีรภพรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบคั้น ความทรงจำเกี่ยวกับความโดดเดี่ยวในวัยเยาว์พุ่งพล่านขึ้นมาจนเขาเกือบจะลดดาบลง
“อย่าฟังเสียงนั่นตรงๆ ค่ะ! เธอไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเรา แต่นี่คือรัศมีิญญาของผู้ที่ตายด้วยความโศกเศร้าอย่างที่สุด” ลลินทิพย์ร่ายมนต์เกราะจันทราปิดกั้นหูให้ธีรภพทันที
ธีรภพตั้งสติได้ เขาเดินเข้าไปหาเธออีกสามก้าว “คุณเป็ใคร และมาที่นี่ทำไม”
ิญญาหญิงชุดขาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ผมที่ปรกหน้าเลื่อนออก เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามดุจรูปปั้น แต่ดวงตาของเธอกลับว่างเปล่าและมีคราบน้ำตาเป็สีเืไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง
“ท่านผู้สืบทอด ในที่สุดท่านก็มา” เสียงของเธอดังแว่วเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล
“ข้าคือแม่หญิงนวลผู้พิทักษ์ความลับแห่งทุ่งประลัย ข้าเฝ้ารอคอยสายเืศราวิญญ์มานานนับร้อยปี”
“ผู้พิทักษ์งั้นเหรอ” ธีรภพขมวดคิ้ว “ปู่ผมบอกว่าที่นี่คือที่กบดาน ไม่ใช่ที่คุมขัง”
“มันคือทั้งสองอย่าง” แม่หญิงนวลค่อยๆ ยื่นมือที่ซีดขาวออกมา “ที่นี่คือที่พักของพวกท่าน แต่เบื้องล่างของวัดแห่งนี้ ยังมีผนึกที่กักขังสิ่งนั้นเอาไว้ และตอนนี้ผนึกนั่นกำลังสลายไปเพราะไออาคมจากสภาอาคมขาวที่แผ่ขยายมาถึงที่นี่”
ทันใดนั้น แม่หญิงนวลก็ขยับกายเข้ามาใกล้ธีรภพอย่างรวดเร็ว เธอแตะนิ้วลงบนตราประทับที่หลังมือของเขา เนตรอสูรบนฝ่ามือตอบรับด้วยการเปิดออกกว้าง แสงสีแดงและแสงสีขาวประหลาดพุ่งเข้าหากัน
ภาพนิมิตะเิขึ้นในหัวของธีรภพ
เขาเห็นหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอยุธยา ผู้คนในหมู่บ้านเดินเหินเหมือนหุ่นเชิด ใบหน้าของพวกเขาไม่มีดวงตา มีเพียงหลุมดำมืดสนิท บนท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านมีเมฆสีดำรูปร่างคล้ายกงเล็บขนาดมหึมาที่กำลังตะปบลงมา และที่ใจกลางหมู่บ้าน มีเสาหินโบราณที่สลักลวดลายเดียวกับตราบนมือของเขา แต่สัญลักษณ์นั้นถูกราดด้วยเืสดๆ ตลอดเวลา
“หมู่บ้านบางระมาด ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของเพลิงกัลป์” แม่หญิงนวลกล่าว “หากท่านไม่ไปที่นั่นเพื่อปิดผนึกที่ถูกเปิดออก ตราประทับของท่านจะกลายเป็กุญแจที่นำพาความพินาศมาสู่โลกมนุษย์”
ร่างของแม่หญิงนวลเริ่มสลายกลายเป็ละอองแสงสีขาว “จงไป ก่อนที่มันจะตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์... และระวังชายผู้สวมหน้ากากนกฮูกให้ดี”
สิ้นคำพูด ร่างของิญญาหญิงชุดขาวก็จางหายไป ลมเย็นที่เคยพัดวนก็สงบลง ทิ้งให้ธีรภพและลลินทิพย์ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง
“หมู่บ้านบางระมาด ฉันเคยได้ยินชื่อนี้นะคะ” ลลินทิพย์รีบหยิบสมุดบันทึกของเธอขึ้นมาเปิด “มันเป็หมู่บ้านที่หายไปจากแผนที่เมื่อประมาณสิบปีก่อน ทางสมาคมจอมเวทย์ลงความเห็นว่าเป็เพราะโรคระบาด แต่ดูเหมือนจริง ๆ แล้วจะเป็เื่อาคม”
“ไม่ใช่แค่เื่อาคมธรรมดาแน่” ธีรภพมองมือตัวเองที่ยังคงสั่นเทา “เนตรอสูรของผมมันบอกว่า ที่นั่นมีพลังที่เหมือนกับผม แต่มันเน่าเสียและบ้าคลั่งกว่ามาก”
เขาเดินไปหยิบถุงย่ามที่บรรจุตำราอาคมเืและบันทึกสยบิญญา “ลลินทิพย์ คุณจะกลับไปที่สมาคมก็ได้นะ เื่นี้มันอันตรายเกินไปสำหรับคุณ”
ลลินทิพย์ชะงัก เธอจ้องมองธีรภพด้วยสายตาเคืองๆ “คุณคิดว่าฉันเสี่ยงชีวิตพาคุณหนีมาจากคุกชั้นเจ็ด เพื่อมาทิ้งคุณไว้กลางทางเนี่ยนะ อีกอย่าง... ถ้าไม่มีเวทจันทราของฉันคอยคุมเนตรอสูรให้ คุณนั่นแหละที่จะกลายเป็ปีศาจก่อนจะถึงหมู่บ้านเสียอีก”
ธีรภพยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ขอบคุณนะ”
ทั้งคู่ตัดสินใจออกเดินทางทันทีโดยอาศัยความรู้จากเฒ่าพรายและแผนที่เก่าที่พบในห้องลับใต้ดิน การเดินทางมุ่งหน้าสู่เขตป่าลึกที่ชาวบ้านท้องถิ่นเรียกกันว่า “ทุ่งประลัย” ซึ่งเป็ที่ตั้งของหมู่บ้านบางระมาด
ตลอดทางที่เดินผ่านหมู่บ้านใกล้เคียง ธีรภพสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ชาวบ้านเริ่มนำยันต์สีแดงแปลกๆ มาแปะไว้ที่หน้าบ้าน และมีกลิ่นธูปหอมฉุนกึกพัดมาจากทิศทางของหมู่บ้านเป้าหมาย
“คนพวกนั้นกำลังทำอะไร” ธีรภพถามลลินทิพย์
“มันคือยันต์เรียกิญญาค่ะ ไม่ใช่ยันต์ป้องกัน” ลลินทิพย์หน้าเสีย “มีใครบางคนกำลังล่อลวงให้ชาวบ้านแถวนี้ส่งพลังงานชีวิตไปที่บางระมาด นี่มันค่ายกลดูดิญญาสเกลใหญ่มาก!”
ขณะที่พวกเขาเดินลัดเลาะตามคันนาที่แห้งแล้งจนถึงชายป่าทึบ เสียงระฆังวัดที่ตั้งอยู่ไกลๆ ก็ดังขึ้นสามครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงระฆังที่สดใส มันกลับเป็เสียงทุ้มต่ำที่ทำให้คนฟังรู้สึกคลื่นไส้
ก๊อง... ก๊อง... ก๊อง...
“นั่นไม่ใช่ระฆังคน” ธีรภพกระชับดาบนิรันดร์โลหิตในมือ แสงสีแดงจากใบดาบเริ่มส่องสว่างขึ้น “เนตรอสูรมันเห็นแล้ว ลลินทิพย์ เตรียมตัว”
เื้ัต้นไม้ใหญ่ที่ชายป่า ปรากฏร่างของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเดินออกมา แต่ละคนมีท่าทางแข็งทื่อ ดวงตาของพวกเขาเป็สีขาวโพลนและมีควันดำซึมออกมาจากหูและจมูก พวกเขาถือจอบ เสียม และมีดพร้าที่อาบไปด้วยอาคมสีเขียว
“พวกเขายังไม่ตาย แต่ถูกควบคุม” ลลินทิพย์กล่าวพลางวาดไม้เท้าสร้างเกราะป้องกัน “เราฆ่าพวกเขาไม่ได้นะคะ”
“ผมรู้” ธีรภพกล่าวเสียงเรียบ เขาไม่ได้ชักดาบออกสุดฝัก แต่กลับใช้นิ้วโป้งดีดดาบให้โผล่มาเพียงเล็กน้อย แสงสีแดงจากเนตรอสูรบนฝ่ามือฉายผ่านช่องว่างของดาบ
“อาคมเื : คลื่นเสียงสยบคลั่ง”
เขาดีดดาบกลับเข้าฝักดัง
คลิก!
แรงสั่นะเืจากพลังอาคมพุ่งกระจายเป็วงกว้าง ชาวบ้านที่ถูกควบคุมถึงกับเข่าอ่อนล้มพับลงไปนอนกับพื้นทันที ควันดำที่สิงสู่อยู่ระเหยสลายไปในอากาศ
“สุดยอด คุณเริ่มคุมพลังได้ละเอียดขึ้นแล้วนะ” ลลินทิพย์เอ่ยชม
“แค่ชั่วคราวเท่านั้น เ้าของอาคมนั่นคงรู้แล้วว่าเรามาถึง” ธีรภพมองเข้าไปในป่าทึบที่บัดนี้ดูเหมือนจะอ้าปากรับพวกเขาเข้าไป “แม่หญิงนวลเตือนเื่ชายหน้ากากนกฮูก ผมรู้สึกว่าหมอนั่นแหละคือต้นเหตุของเื่ทั้งหมด”
ลึกเข้าไปในหมู่บ้านบางระมาดที่มืดมิดแม้จะเป็เวลากลางวัน บนยอดศาลาไม้เก่าที่ใกล้จะพังทลาย ชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีม่วงเข้มสวมหน้ากากไม้แกะสลักเป็รูปนกฮูกขนาดใหญ่กำลังนั่งอยู่ รอบตัวเขามีซากิญญานับร้อยดวงลอยวนเวียนเป็บริวาร
“ในที่สุด กุญแจที่แท้จริงก็มาถึง” ชายหน้ากากนกฮูกหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงของเขาเหมือนมีคนหลายคนพูดพร้อมกัน “ตราประทับต้องห้าม เมื่อมันผสมกับเืของผู้บริสุทธิ์ในหมู่บ้านนี้ ประตูแห่งอเวจีจะเปิดออกเสียที”
เขาสะบัดมือเบาๆ ิญญาชุดขาวจำนวนมากพุ่งออกจากตัวเขา มุ่งหน้าไปทางชายป่าที่ธีรภพและลลินทิพย์กำลังก้าวเข้ามา
“จงไป ไปต้อนรับแขกของเราด้วยความโศกเศร้าที่พวกมันไม่มีวันลืม”
ธีรภพหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นป้ายไม้เก่าๆ ที่สลักชื่อว่า ‘บางระมาด’ ป้ายนั้นสั่นไหวไปมาทั้งที่ไม่มีลม และที่ใต้ป้ายนั้น มีร่างของหญิงสาวชุดขาวนับสิบคนยืนเรียงรายขวางทางอยู่ ทุกคนมีใบหน้าเหมือนแม่หญิงนวลไม่มีผิดเพี้ยน
“ภาพลวงตาเหรอ” ธีรภพถาม
“ไม่ใช่ค่ะ นี่คือิญญาจำลองที่สร้างจากความแค้น” ลลินทิพย์มีสีหน้าเคร่งเครียด
“ถ้าเราฝ่าเข้าไปตรงๆ เราจะถูกความเศร้ากัดกินจิตใจจนกลายเป็พวกเดียวกับคนในหมู่บ้าน”
ธีรภพมองไปที่ฝ่ามือขวาของเขา เนตรอสูรเปิดกว้างขึ้นจนเห็นรูม่านตาที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกได้ถึงพลังที่อยากจะกระชากิญญาเ่าั้มาเป็ของตน
“ผมจะเปิดทางเอง ลลินทิพย์ คอยคุมสติผมไว้ด้วยนะ”
เขาก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้วของหมู่บ้านบางระมาด ทันใดนั้น เสียงร้องไห้โหยหวนนับพันก็ดังประสานกันจนพื้นดินสั่นะเื นี่คือจุดเริ่มต้นของการทดสอบที่แท้จริงของผู้ใช้อาคม ตราประทับต้องห้ามกำลังจะถูกท้าทายด้วยอาถรรพ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเจอ
จบตอนที่ 11
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์