เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 71 ข่าวคราวของเซล่า

    ทำไมถึงรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกกันนะ มันรู้สึกอึดอัดไปหมดแล้ว แล้วก็ความนุ่มนิ่มที่สัมผัสกับใบหน้าของผมนี่มันคืออะไรมันมาจากทางซ้ายและทางขวาเลย
    ผมลืมตาขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดไปหมดเหมือนเดิม มันเกิดอะไรขึ้นมืดไปหมดและมันก็ยังมาพร้อมกับความนุ่มนิ่มที่สบายใบหน้าจริงๆ ไม่สิจะมาหลงไปกับมันไม่ได้ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน ผมใช้เวลาคิดไปสักสองถึงสามวินาทีก่อนที่จะได้บทสรุปว่าผมมาอยู่ที่ไหน มันก็คือ...
    ผมพยุงร่างของตนเองขึ้นมาก่อนที่จะมองไปยังต้นเหตุมันก็คือก้อนเนื้อนุ่มนิ่มของไอวี่กับเพย์ตันที่ดันหน้าของผมมาเมื่อสักครู่ทั้งที่ยังหลับไปแบบนั้นยังกล้าที่จะทำแบบนี้เล่นเอาผมเกือบไปโลกหน้าเพราะมันเข้าจริงๆแล้ว สงสัยต้องใช้วิธีสยบพวกมันให้อยู่หมัดซะแล้ว
    ผมยื่นมือไปสัมผัสมันก่อนที่จะเปิดใช้ทักษะระดับสูงสุดทันทีในการบีบคั้นมันก่อนที่เสียงร้องเบาๆของไอวี่กับเพย์ตันจะดังขึ้นไม่หยุด ผมใช้เวลากับมันไปได้สักระยะไม่ว่าจะลงน้ำหนักมากน้อยขนาดไหนก็ไม่ได้ส่งผลให้พวกเธอทั้งสองตื่นขึ้นมา ถ้าอย่างก็ต้องทำแบบนี้ผมจัดร่างของพวกเธอทั้งสองมาโอบกอดเอาไว้ก่อนที่จะเปลี่ยนวิธีใหม่โดยการทำมันจากด้านหลัง
    ก่อนที่จะใช้มือไปสะกิดหัวของมันพร้อมกับบีบมันก่อนที่ไอวี่กับเพย์ตันจะลืมตาตื่นขึ้นเพราะความเสียวซ่านที่แผ่ไปทั่วร่าง
    “เจ้า ทะ...ทำอะไรแบบนี้ในตอนเช้าขนาดนี้กัน”
    “หรือว่านายไม่พอใจค่ำคืนที่เราอยู่ด้วยกัน ถ้าอย่างก็เพิ่มอีกวันก็ได้นะ”
    ผมปล่อยมือจากตัวของพวกเธอก่อนที่จะลุกขึ้นเตรียมที่จะออกไปจากตรงจุดนี้ในเมื่อสยบพวกมันได้แล้วก็ถึงเวลาที่จะต้อง... ผมไม่ทันที่จะเดินออกไปก็ถูกเส้นใยของไอวี่มาพันรัดรอบตัวยกผมมาไว้ที่เตียงเหมือนเดิม
    “คิดจะหนีไปไหนในเมื่อมากระตุ้นฉันกับเพย์ตันแบบนี้ก็มารับผิดชอบก่อนสิ”
    “ผมมีเรื่องต้องทำนะเวลานี้ไม่...อุ๊บ”
    ผมก็โดนไอวี่ประกบริมฝีปากแล้วก็ใช้ทักษะจูบที่เร้าอารมณ์ออกมาทำให้อารมณ์ความรู้สึกของผมพุ่งขึ้นมาในทันที หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่ทุกคนจะคิดกันไปผมก็เลยต้องอยู่กับพวกเธอไปอีกสามชั่วโมงเต็มรวมไปถึงลากชาร์ลอตต์กับไอริสมาร่วมวงด้วย
    “สดชื่นจริงๆเลย ดีแล้วที่นายคิดจะทำแบบนี้”
    ไอวี่ยืนเหยียดกายในสภาพที่เปลือยเปล่าก่อนที่จะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดมาสวมใส่ สาวๆคนอื่นๆก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน ส่วนผมที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงในตอนนี้กำลังพูดเตือนตนเองว่าอย่าไปหยอกล้อกับไอวี่ในเวลาที่ไม่ถูกไม่ควรเลยเพราะเธอกล้าทำทุกอย่างจริงๆแตกต่างไปจากไอรีนที่จะเขินอายกับเรื่องแบบนี้
    ทันใดนั้นเองแนแธเนียลที่เฝ้าหน้าประตูห้องก็รับสารมาจากทหารอีกทีว่ามีคนมาขอพบกับผม แนแธเนียลก็เลยมาเคาะประตูห้องก่อนที่จะพูดออกมา
    “คุณซัมเมอร์ครับมีคนที่ชื่อ อิซาเบลล่า ไวโอเล็ท มาขอพบครับ”
    “หืม! อิซาเบลล่าเหรอ บอกให้เธอรอที่ห้องรับแขกไปก่อนไม่เกินห้านาทีเดี๋ยวฉันตามไป”
    อิซาเบลล่ามาขอพบกับผมนั้นทำให้ชาร์ลอตต์ที่ยืนข้างๆผมเดินออกไปพบกับเธอก่อนคนแรกในทันที ส่วนไอวี่ ไอริส เพย์ตัน ก็เดินตามชาร์ลอตต์ออกไป ผมเองก็รีบรังสรรค์ชุดประจำของตนเองออกก่อนที่จะเดินตามไปติดๆ
    .........
    อิซาเบลล่านั่งอยู่ที่ห้องรับแขกที่ประดับตกแต่งไปด้วยความงดงามของดอกไม้นานาชนิดแต่ว่าใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความหม่นหมองอย่างชัดเจนไม่ได้สดชื่นแบบที่ผ่านๆมา
    เมื่อผมเดินมาจนถึงห้องแล้วบรรยากาศภายในห้องก็เต็มไปด้วยความอึดอัดใจยกเว้นไอวี่ที่ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องไม่สบายใจอะไรนั่นก็เพราะเธอไม่ได้สนใจตราบใดที่เซล่ายังเป็นวงศ์วานของผมเป็นไปไม่ได้ที่จะเสียท่านอกจากว่าพวกระดับสูงจากโลกเบื้องบนที่เป็นฝ่ายอำนาจเข้ามาแทรกแซงจริงๆถึงจะเรียกว่างานเข้าของแท้
    “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคุณไวโอเล็ท”
    อิซาเบลล่าที่พบเห็นผมก็พุ่งตัวเข้ามาก่อนที่จะก้มหัวลง
    “ฉันขอโทษด้วยจริงๆ เซ...เซล่าเธอ เธอ”
    ผมจับไหล่ของอิซาเบลล่าก่อนที่จะพูดกับเธอ
    “มีเรื่องอะไรค่อยๆพูดมาก็ได้”
    “เซล่าถูกจับตัวไปแล้ว”
    “โดนจับตัวไปแล้ว! มันเป็นใคร?”
    “คนที่จับตัวไปก็คือ เบนจามิน เดคลัน ราชาของพวกกลุ่มมนุษย์ชุดดำหรือจะเรียกเขาว่าเป็นผู้นำกลุ่มของพวกนั้นก็ได้”
    (สำหรับใครที่จำ เบนจามิน เดคลัน ไม่ได้ให้ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 43 ใหม่มันจะมีการเกริ่นนำของเขาเล็กน้อยอยู่)
    “โอ้! ดูเหมือนมันจะต้องการเปิดศึกกับฉันนะ”
    “นาย...ไม่...ไม่โกรธฉันเหรอที่ช่วยอะไรไม่ได้”
    “ดูก็รู้ว่าเธอพยายามสุดความสามารถแล้วและลูเชียโน่ก็คงโดนพวกมันพาตัวไปด้วยละสิถึงไม่เห็นเขาเลย”
    “ใช่แล้ว เขาก็ถูกพาตัวไปด้วย ที่ฉันไม่ได้ถูกพวกมันจับไปด้วยก็เพราะโดนลูเชียโน่ช่วยออกมาก่อน ทำให้ ทำให้...”
    “บอกผมมาหน่อยสิว่าพวกมันได้พาคนจากโลกที่สูงกว่ามาด้วยรึเปล่า”
    “คนจากโลกที่สูงกว่าเหรอ จริงสิฉันจำได้ว่ามีคนหนึ่งที่มีรัศมีพลังแตกต่างไปจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง เขาจะมีลักษณะเป็นคนที่มีผ้าสีดำคาดหัวเอาไว้ ด้านหลังก็จะมีดาบคู่สีน้ำเงินและสีแดง” การอธิบายลักษณะของคนที่มาจากโลกที่สูงกว่าทำให้ไอวี่พูดออกมาในทันทีเพราะเป็นคนที่เธอเคยประลองฝีมือด้วยและมันก็พ่ายแพ้ไปในขณะที่ไอวี่ยังไม่แม้แต่ขยับตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่แต่มันดันหนีไปได้ก่อน นั่นก็เพราะเธอจงใจปล่อยมันให้หนีไปเพราะตอนนั้นเธอรีบไปสะสางเรื่องบางอย่าง
    “หืม! เจ้านั่นนี่เอง”
    “เธอรู้อะไรเหรอไอวี่”
    “ก็เจ้านั่นมันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลยมันมีดีแค่ความเร็วที่มากกว่าคนอื่นก็เท่านั้น กับทักษะที่แปลกประหลาดที่สามารถฟันข้ามมิติได้แค่นั้นเอง”
    การพูดที่เรียบง่ายของไอวี่สร้างความตกใจให้กับอิซาเบลล่า ความแข็งแกร่งนั่นมันไม่ใช่แค่ความเร็วแต่เป็นพละกำลังที่มหาศาลแต่ท่าทางลักษณะที่ไอวี่พูดออกมามันเหมือนกับว่าชายคนนั้นอ่อนแอไม่มีความสามารถมากพอจะมารับมือกับเธอได้
    "ทำไมเธอถึงต้องทำหน้าเหมือนกับคนพวกนั้นด้วย ก็เป็นที่เธอคิดนั่นแหละฉันเคยต่อสู้กับมันมาแล้วแต่มันก็ยังไม่สามารถเข้ามาใกล้ฉันในระยะสามสิบเมตรได้เลยด้วยซ้ำทีนี้พอใจรึยัง"
    สายตาที่จ้องมองมาของไอวี่ทำให้อิซาเบลล่าใจสั่นไหวไปเล็กน้อยเธอไม่เคยพบเจอคนที่มีความสามารถที่ทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่าได้ขนาดนี้มาก่อนมันมากกว่าราชาคนเถื่อนที่เจอกันในตอนนั้นซะอีก
    "ใจเย็นก่อนไอวี่เธอจะมองอิซาเบลล่าเป็นศัตรูไม่ได้นะ ฉันเข้าใจแล้วว่าเซล่าถูกจับตัวไปแต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะเซล่าเธอไม่เป็นอะไรหรอก"
    คำพูดของผมทำให้อิซาเบลล่าที่รู้สึกผิดเริ่มที่จะสบายใจขึ้นมา
    ส่วนไอวี่ที่กลายเป็นไม่ถูกชะตากับอิซาเบลล่าก็เดินหนีออกไปจากห้องในทันทีเพราะถ้าเธอไม่เดินออกมาอาจเผลอลงมือกับอิซาเบลล่าได้
    อิซาเบลล่าลุกขึ้นและกลับมานั่งที่เดิมจากนั้นก็เริ่มเล่าความเป็นมาทั้งหมดให้กับผมกับสามสาวได้รับฟัง มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเมื่อเจ็ดวันก่อนที่จะเกิดการก่อกบฏครั้งใหญ่ของธีโอดอร์ขึ้นมามันเป็นวันที่เซล่าที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเอมิเลียกลับไปเยี่ยมเยือนบ้านเกิดของตนเองเมื่อยังเด็กในตอนที่ไปแฝงตัวออกมาเที่ยวดูโลกภายนอก ที่นั่นมีป้าคาร่าที่เป็นเสมือนแม่แท้ๆของเซล่า และยังมีคุณปู่ไบร์ทกับคุณย่าสมาย
    พวกเขาต้อนรับการมาของเอมิเลีย(เซล่า)ที่มาเยี่ยมด้วยรอยยิ้มและเต็มไปด้วยความยินดีเพราะตั้งแต่ครั้งนั้นที่เอมิเลีย(เซล่า)หายตัวไปนั้นพวกเขาก็ตามหาเธอกันแทบพลิกแผ่นดินแต่พอได้ฟังคำอธิบายจากเซล่าที่ว่าเธอถูกลักพาตัวไปจริงแต่ก็มีคนของเผ่าเอลฟ์ได้ช่วยเอาไว้พอดี แน่นอนว่ามันคือเรื่องที่ปรุงแต่งขึ้นมาของเอมิเลีย(เซล่า)เองเพราะถ้าให้ใครรู้ว่าเธอเป็นเอลฟ์ถึงแม้ว่าบ้านของป้าคาร่าจะไม่ได้คิดอะไร
    แต่รับรองได้เลยว่าผู้คนโดยรอบจะต้องพยายามลักพาตัวเธอไปให้กับราชาของพวกมนุษย์แน่ๆ เนื่องจากความขัดแย้งที่ฝังลึกระหว่างมนุษย์กับเอลฟ์มันยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและไม่นานมานี้ก่อนที่เธอจะเข้าไปในดันเจี้ยนพ่อของเธอก็ประกาศออกมาว่าจะไม่ขอต้อนรับการมาของมนุษย์อีกต่อไป
    แต่ว่าเวลาแห่งความสุขมันชั่งน้อยนิดเมื่อพวกของมนุษย์ชุดดำบุกเข้ามาภายในบ้านที่ในตอนนั้นมีเอมิเลีย(เซล่า) ลูเชียโน่ อิซาเบลล่าอยู่กันพร้อมหน้า โดยเบนจามิน เดคลัน เขาได้เข้ามาพร้อมกับใช้ป้าคาร่าเป็นตัวประกันเอาไว้เพื่อจะจับตัวของเอมิเลีย(เซล่า)ไปเนื่องจากเขาล่วงรู้ความลับของเอมิเลีย(เซล่า)ที่ว่าเธอเป็นคนของเผ่าเอลฟ์ ทำให้ทุกคนโดยเฉพาะป้าคาร่าตื่นตกใจพร้อมกับปฏิเสธออกมาก่อนที่เอมิเลีย(เซล่า)จะตอบออกมาอย่างชัดเจนและเผยร่างที่แท้จริงของเธอออกมา
    เพราะสักวันหนึ่งเธอก็ตั้งใจจะบอกความจริงนี้ออกไปอยู่ดีไม่ว่าเร็วหรือช้ายังไงทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดีเล่นเอาทุกคนตกตะลึงกันไปหมดไม่มีใครที่ไม่รู้จักรูปโฉมของ เซล่า แคลร์ ผู้สืบทอดหัวหน้าเผ่าเอลฟ์คนต่อไปแน่นอน ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าของเบนจามินทำให้เขาทั้งตกใจและดีใจในเวลาเดียวกันไม่คิดว่าเอลฟ์ที่เป็นปลอมตัวมาจะเป็น เซล่า แคลร์ผู้โด่งดังคนนั้นไปได้ จากนั้นเซล่าก็ได้ตอบตกลงที่จะยอมไปกับเบนจามินเพื่อให้เขายอมปล่อยป้าคาร่าไป
    ทุกอย่างที่คิดว่าจะราบรื่นกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อเบนจามินใช้ทักษะเพื่อหวังจะฆ่าทุกคนให้พ้นทางไปซะแต่ด้วยเซล่าที่ล่วงรู้ความคิดของเขาจึงวางแผนทุกอย่างเอาไว้ก่อนแล้วทำให้ทุกอย่างเหมือนกับว่าเบนจามินได้ฆ่าพวกเขาตายไปทั้งหมดโดยหลงเหลือเอาไว้แค่ลูเชียโน่กับอิซาเบลล่าและในระหว่างที่พวกเขาจะโดนจับตัวไปนั้นอิซาเบลล่าก็ถูกลูเชียโน่ใช้วิธีการบางอย่างทำให้ตัวของอิซาเบลล่าพุ่งหายวับไปโผล่สถานที่บางแห่งที่อยู่ห่างไกลออกไปกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรในทันที
    เหตุการณ์ทั้งหมดก็จบลงด้วยการจับตัวของเซล่ากับลูเชียโน่ไปจากนั้นพวกเขาก็ถูกนำไปยังฐานที่ตั้งของกลุ่มมนุษย์ชุดดำที่ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน และต่อจากนั้นอิซาเบลล่าก็ไม่รู้ว่าเซล่ากับลูเชียโน่เป็นตายร้ายดียังไงอีก
    “จากที่ฟังเธอเล่ามาทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นแผนการของเซล่าเองมากกว่าและตอนนี้เธอก็กำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างโดยที่ส่งเธอมาบอกกับฉันแบบนี้ แสดงว่าเบื้องหลังของเจ้าเบนจามินคนนี้ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ และการหาฐานที่ตั้งของพวกมันก็ง่ายนิดเดียว”
    ผมสัมผัสสายรัดข้อมือของตนเอง อีกอันผมก็เคยให้ไว้กับเซล่าเมื่อตอนที่อยู่ในดันเจี้ยนแล้วทำให้มันสามารถระบุที่อยู่ของเซล่าออกมาได้ จากนั้นมันก็ปรากฏแผนที่ขึ้นมาบอกตำแหน่งของเซล่าออกมาและสภาพแวดล้อมลักษณะทางกายภาพทั้งหมดรวมถึงภูมิประเทศอันตรายต่างๆความเสี่ยงที่ส่งผลต่อผู้ใช้งานข้อมูลทุกอย่างมันปรากฏออกมาให้ผมได้เห็น
    ลักษณะของฐานกลุ่มมนุษย์ชุดดำจะเป็นฐานที่มีฐานลวงหนึ่งฐานที่ตั้งเอาไว้เพื่อหลอกกลุ่มอื่นๆส่วนตัวฐานที่แท้จริงจะอยู่ชั้นใต้ดินลึกลงไปกว่าห้าสิบกิโลเมตรและไม่ต่างอะไรจากเขาวงกตดีๆนี่เอง
    ผมใช้เวลาสักเล็กน้อยในการทำความเข้าใจมันจากนั้นก็หันไปถามชาร์ลอตต์ก่อนจะชี้จุดบนแผนที่ให้เธอดู
    “ตรงจุด 1596pos มันคือที่ไหน”
    “เดี๋ยวนะของข้าคิดก่อน..... รู้สึกว่ามันจะห่างจากพระราชวังแห่งนี้ไปประมาณสามพันสามร้อยสามสิบสามกิโลเมตรนะ”
    “ไกลกว่าที่คิดไว้อีกนะ มันน่าจะใช้เรือเหาะของไอวี่ไปได้แต่ปัญหามันจะอยู่ที่วัตถุที่ตรวจจับการมาถึงของผู้บุกรุกมันเยอะเกินไปนี่สิ”
    ไอวี่ที่เดินออกห้องไปนานแล้วก็มาปรากฏตัวข้างๆผมก่อนจะพูดออกมา
    “นายไม่ต้องคิดอะไรให้มันยุ่งยากฉันสามารถพานายไปได้และก็ไม่ต้องไปกังวลวัตถุตรวจจับไร้สาระนั่นด้วย”

    “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเหมือนกันสำหรับการเดินทางเข้าไปก็ฝากเธอด้วยก็แล้วกัน”
    “อืม รีบไปเตรียมกันเถอะพวกเราจะออกไปล่าพวกมันกันในอีกสองชั่วโมงต่อจากนี้”
    เรื่องที่ผมไม่ได้บอกใครถึงสถานะปัจจุบันของเซล่าก็เพราะว่าตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรไปจากราชินีของที่นั่นใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยวแต่อย่างใดบางทีคงเป็นแผนบางอย่างของเธอก็ได้ทำให้ผมที่มองดูแบบนั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เธอไปเรียนรู้การหลอกลวงคนมาจากใครกันนะ ( จากใครกันน้าโรเบิร์ต... ) . . .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน