ฮ่าวเทียนจ้องมองใบหน้าของต้วนง้วนเฟยอย่างจริงจังก่อนจะกล่าว
“ ศิษย์พี่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ ขยะ เองก็ย่อมมีหนทางพัฒนาตนในเส้นทางของมัน และผู้ที่ดูถูกมัน ย่อมมีวันต้องสำนึกเสียใจ! เกราะกังวาลแสงเจิดจ้า!! ” ฮ่าวเทียนะเิเกราะปราณออกทั้งรวมกำลังปิดปากแผลที่ยามนี้เืไหลอาบอย่างรวดเร็ว ต้วนง้วนเฟยถอยร่นออกมาก่อนจะสะบัดพัดสีทองเกยคางไว้พลันกล่าว
“ ธาตุแสงาทรงพลังนัก น่าเสียดายเ้าาเ็มาก่อนแล้ว มิเช่นนั้นคงยืนหยัดได้นานกว่านี้ ” ฮ่าวเทียนปลดปล่อยดวงจิตัประกายแสงออกมา คำรามก้องก่อนจะสวมใส่ศาตราเทพบนมือ พุ่งทะยานจู่โจมอีกฝ่าย ทว่าด้วยหลายปัจจัยที่เด็กหนุ่มต้องแบกรับ ทำให้ไม่อาจต่อกรต้วนง้วนเฟยได้แม้แต่น้อย ร่วมสิบกระบวนเข้าไปแล้ว แค่แตะต้องตัวเขายังเข้าไม่ถึง ต้วนง้วนเฟยเริ่มถอนหายใจพลันกล่าว
“ ศิษย์พี่เห็นว่าเ้าควรยอมแพ้เสีย หากยังดื้อรั้นแสดงความโง่งมต่อไป... ข้าจะเริ่มสวนกลับล่ะนะ ”
น้ำเสียงแค่นต่ำกดดันคำสุดท้ายเองทำให้ฮ่าวเทียนเหงื่อตก เพียงอีกฝ่ายปลดปล่อยปราณออกมาตนก็รับแรงกดดันอย่างยากลำบากแล้ว หากมิใช่ศาตราเทพในมือช่วยเหลือ ด้วยกำลังสามในสิบส่วนของฮ่าวเทียนยามนี้ รับหมัดอีกฝ่ายก็ตกตายแล้ว ไม่ทันได้คิดสิ่งใดมากมาย ต้วนง้วนเฟยเริ่มก้าวเข้าหาเด็กหนุ่ม สะบัดพัดใส่หนึ่งครั้งเกราะปราณะเืส่งให้าแเก่าก่อนของเด็กหนุ่มเริ่มปะทุอีกครา เหล่าผู้ชมที่ได้เห็นถึงกับปิดตาไว้ไม่กล้ามองดูสภาพของทายาทแห่งแสงถูกบดขยี้ช้าๆ ฮ่าวเทียนยามนี้คิดสวนกลับยังยากลำบาก
“ เอ้าๆ ศิษย์น้อง ไม่ใช่เ้าแกร่งมากมายรึไง เช่นนี้จะตายเร็วนะ มีสิ่งใดก็รีบแสดงออกมา ” ฮ่าวเทียนลอบคิดในใจ
“ คนผู้นี้เลวร้ายนัก ลอบหาจังหวะใช้ปราณทำลายดวงจิตข้าหลายครา แต่ละท่วงท่าที่แสดงออกภายนอกดูดีภายในคิดทุบทำลายข้าให้ตกตาย... ” ฮ่าวเทียนอย่างไรยังไม่ยอมแพ้กัดฟันอดทนสู้ต่อไป เมื่อเห็นว่าเริ่มเสียเปรียบ จึงเปิดใช้พลังศาตราเทพเข้าต่อกร ร่างกายที่าเ็ของเด็กหนุ่มแบกรับแรงกดของศาตราเทพแทบไม่ไหว สิ่งเดียวที่ทำให้มันยืนหยัดอยู่จนตอนนี้คือแรงใจเท่านั้น
บนฝั่งที่นั่งราชวงศ์ เหล่าาุโต่างพูดคุยกัน
“ ท่านเ้าสำนัก ข้าเห็นว่าฮ่าวเทียนพร์สูงส่งน่าชื่นชม หากยังให้เขาถูกทุบตีเช่นนี้ จนสูญเสียพร์ไป เป็เื่น่าเสียดายยิ่ง เราควรหยุดเขานะท่าน ” เ้าสำนักยังคงนิ่งเฉยไม่เอ่ยปาก คนที่กล่าวออกกลับเป็องค์าาเสียเอง
“ ยืนหยัดถึงเพียงนี้ก็น่าภาคภูมิใจแล้ว แรงใจเองก็ใช่ว่าไม่สิ้นสุด ถึงจุดที่ต้องพอ ก็ควรพอ ” ถ้อยคำจากองค์าามิได้กล่าวออกมาง่ายๆ น้ำเสียงนี้พุ่งทะยานกังวาลลงไปถึงเวทีประลอง คล้ายจะบอกกล่าวแก่ฮ่าวเทียน ได้ยินดังนั้นผู้ชมเริ่มะโบอกเด็กหนุ่มให้หยุดการประลองเสีย มีชีวิตอย่างไรดีกว่าตกตาย ...ต้วนง้วนเฟยเริ่มหงุดหงิดกับเื่ราว รับมือเด็กหนุ่มไปก็กล่าวไป
“ เอาอีกแล้ว...ข้าล่ะสงสัยจริง ไม่ว่าใครประลองกับเ้าหากทุบตีเ้าจะถูกหมายตาเป็ตัวร้ายไปทันที ข้าที่สูงส่งต้องลดตัวมาเหยียบย่ำเ้าก็แขยงพอทนแล้ว ยังแย่งบทข้าไปอีก มา! ให้บิดาสั่งสอนเ้า!” ต้วนง้วนเฟยเก็บพัดในมือลง เริ่มบรรเลงกระบี่ใส่ฮ่าวเทียน แต่ละกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยปราณขั้นสูงหนักแน่น
ฮ่าวเทียนพบเจอรัศมีพลังระดับสูงกว่าตนนัก ทำได้แค่ป้องกันด้วยศาสตราเทพ ไม่อาจโต้ตอบแม้แต่น้อย เนื้อกายถูกเฉือนทีละส่วน มองดูเด็กหนุ่มที่กำลังหอบหายใจรวยริน ผู้คนไม่อาจทำใจดูต่อไปได้ เพียงไม่กล้าตำหนิองค์ชายแห่งราชวงศ์จึงได้แต่นั่งเงียบส่งเสียงซี้ดซ้าด ฮ่าวเทียนยามนี้เริ่มทนไม่ไหวจึงรีบส่งสมาธิตนเข้าสู่ดวงจิต พบัประกายแสงกำลังแหวกว่ายอย่างกล้าแกร่ง นั่นเพราะตนกำลังใช้พลังของมันอยู่ ตรงข้ามกับปีศาจสีแดงที่กำลังนอนหลับฝันดี
“ ดวงจิตัเปรียบได้กับิญญาของข้า ตัวตนยิ่งใหญ่ปานนี้ข้ากลับไม่อาจดึงเอาพลังเขามาใช้ให้ดีพอ น่าละอายนัก...” ฮ่าวเทียนยยืนมองดวงจิตัที่ร่อนลงมาตรงหน้าตนอย่างแน่นิ่ง ก่อนจะได้ยินเสียง
“ เหอๆ เ้านาย ท่านว่ามันยิ่งใหญ่เรอะ ข้ากลับเห็นว่ามันยังเป็จิ้งเหลนน้อยน่าชัง หากมันตัวโตกว่านี้สักสิบเท่าข้าจึงเกรงกลัวมันบ้าง... ” ฮ่าวเทียนหันกายตามเสียงมาและกล่าวต่อ
“ ข้ามาที่นี่เพื่อเ้า แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดเ้าจึงมาอยู่ในกายนี้ แต่คิดอาศัยร่างผู้อื่นหลับนอนฟรีๆได้อย่างไร มาให้ท่านปู่ของเ้าเก็บเงินขวัญถุงซะดีๆ! ”
ร่างปีศาจสีแดงหัวเราะร่วนก่อนจะกล่าว
“ ฮ่าๆ นายท่าน ข้าเป็พลังของท่านมิใช่รึ อ้อ... ยามนี้ท่านกำลังเสี่ยงตายอยู่สินะ ทั้งไม่อาจบังคับใช้ปราณทมิฬได้ ข้าเองก็ช่วยเหลือท่านไม่ได้ สภาพท่านยามนี้มีแต่จะถูกไอมารกัดกินจนตกตาย ” ฮ่าวเทียนตอบกลับทันที
“ เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร ? ” ร่างปีศาจสีแดงครุ่นคิดจึงยืดแขนออกด้านขวา เปิดมิติออกดึงเอาดวงิญญาร่างชายหนุ่มหน้าตาเหมือนฮ่าวเทียนมากุมไว้
“ ถ้าเป็เ้านี่คงควบคุมปราณทมิฬได้ดีกว่าท่านกระมัง ? ” ฮ่าวเทียนขนลุกซู่ทั้งกาย ก่อนจะกล่าวต่อ
“ ท่าน จะช่วยข้าจริงๆรึ ? ” ร่างเงาชายหนุ่มไม่ตอบอันใด ทั่วร่างค่อยๆถูกไอมารกลืนกิน ก่อนปีศาจสีแดงจะกล่าว
“ เ้านี่คือร่างตัวแทนผนึกบัดซบนั่น ทว่าก็เป็เสี้ยวดวงิญญาของเ้านายด้วย เื่ง่ายดายนัก ให้มันออกควบคุมกายท่าน ท่านก็รั้งอยู่นี่รอดูผลงานกับข้า เป็อย่างไรเล่า ?” ฮ่าวเทียนมองดูชายหนุ่มที่ใบหน้าเหมือนตนไม่ผิดเพี้ยน ขบคิดอยู่นานจึงกล่าวออก
“ หากช่วยให้ชนะได้ ข้าต้องอาศัยปราณทมิฬแล้ว ขอท่านช่วยเหลือข้าด้วย ” ร่างเงานั้นลืมตาและถามกลับฮ่าวเทียนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ตัวข้า...เ้าแน่ใจแล้วนะ? ” น้ำเสียงเรียบเฉยนี้ทำให้ฮ่าวเทียนขนลุกก่อนจะตะคอกกลับ
“ พวกเ้าทั้งหมด! จะเป็ตัวอะไรข้าไม่รับรู้ เพียงรู้ว่าพวกเ้าอยู่ในกายข้า ข้าจึงเป็ใหญ่ และยามนี้ให้พวกเ้าช่วยเหลือข้ามผ่านศัตรูที่ไม่อาจชนะได้ เลิกมากความและทำงานกันเสียที! ”
ร่างปีศาจสีแดงเห็นเด็กหนุ่มตะคอกด้วยบันดาลโทสะจึงโน้มตัวลงและกล่าวออก
“ ตามที่นายท่านบัญชา... ” มันจัดแจงที่นั่งให้นายเหนือหัวมันและส่งร่างิญญาของชายหนุ่มอีกคนออกไปยังโลกภายนอกด้วยรอยยิ้มฉีกกว้าง ัประกายแสงที่กำลังโลดแล่นจึงสงบนิ่งลงกับที่ ปล่อยให้ปราณทมิฬทะลักล้นกลืนกินดวงจิตฮ่าวเทียนจนสิ้น ฮ่าวเทียนคำนึงในใจ “ ข้าทำเช่นนี้ ถูกต้องแล้วรึไม่... ” ...ยามนี้บนเวทีประลองฮ่าวเทียนยังคงยืนหยัดรับการโจมตีไม่ล้มลง ต้วนง้วนเฟยที่กำลังเบื่อหน่ายกล่าวออก
“ น่าจะพอเสียที กระบวนท่าต่อไปจะส่งเ้าลงไปนอนด้านล่างเวที และจดจำไว้ว่าอย่ายุ่งกับน้องหญิ....!! ” ระหว่างที่มันกำลังพูดจาใส่เด็กหนุ่ม จู่ๆเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นบนกาย และค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภาพเด็กหนุ่มหายไปจากตรงหน้า ยามนี้ปรากฏอยู่ด้านหลังมัน มือขวาทิ่มทะลวงด้านหลัง่เอวมันจนทะลุมาข้างหน้า โลหิตมากมายไหลทะลักออกจากแผลนั้น เริ่มปรากฏรอยเืไหลออกจากปากของมัน สองตาถมึงทึงใบหน้าบูดเบี้ยว
ต้วนง้วนเฟยรีบรวมกำลังสะบัดทิ้งร่างของฮ่าวเทียนออก ลงไปทรุดอยู่กับพื้น มองดูแผลตนค่อยๆถูกปราณทมิฬกัดกินราวกับพิษกร่อนกระดูก ฮ่าวเทียนมองดูมือที่เปื้อนเืของตนจึงกล่าวออก
“ ข้ากลับมาแล้ว... แม้ไม่ใช่ห้วงเวลาที่ถูกต้องนัก ข้าััทุกสิ่งได้ดังเดิม... ทว่า สีสันบนโลกยังคงแดงสด ยังมิเปลี่ยนแปลง! ” เด็กหนุ่มะโก้องฉีกยิ้มกว้าง ก่อนสองตาจะถูกครอบงำด้วยปราณทมิฬจนแทบจะดำสนิท แผลทั้งร่างกำลังสมานตัว กล้ามเนื้อบีบรัดปลดปล่อยปราณทมิฬสุดหยั่งออกมา ชิงเสวียนและเว่ยซินเหงื่อตกหน้าซีด นี่เองคือตัวตนที่พวกนางััได้อยู่บ่อยครั้ง ฝั่งเหล่าาุโตัวสั่นเทิ้มด้วยการปรากฏตัวของปราณทมิฬบริสุทธิ์ที่ไม่อาจเข้มข้นไปกว่านี้ องค์าาผุดลุกขึ้นยืนกล่าวออก
“ ความหนาวเหน็บทะลวงจิตใจนี้ ช่างคล้ายคลึงกับบันทึกมารโลหิตสีชาดในอดีตกาลนัก! ” เ้าตำหนักเทพยุทธ์กำลังจะออกตัวไปบนเวทีประลอง ประมุขสำนักกลับรั้งตัวเขาไว้
“ เขามิได้เสียการควบคุม ข้ายังอยากดูพลังนี้ให้แน่ชัด เ้าอย่าเพิ่งร้อนรน ”
ฮ่าวเทียนในร่างมารรู้ดี หากมันปลดปล่อยจิตมารออกมาย่อมถูกผู้คนล้างสังหาร พลันนึกถึงเด็กหนุ่มที่ยังรออยู่ในดวงจิตจึงสงบใจลงกล่าวออก
“ ข้ารู้ นี่ยังไม่ถึงเวลาที่ผนึกคลายตัว เพียงแต่ต้องจัดการสวะตัวน้อยตรงหน้านี้สินะ ? ” ต้วนง้วนเฟยลุกขึ้นช้าๆก่อนจะชี้กระบี่มาตรงหน้า
“ เ้า เ้าขยะ กล้าเรียกองค์ชายเช่นข้าว่าสวะตัวน้อยรึ เ้าจะไม่ได้ตกตาย...! ” ไม่ทันสิ้นคำพูด ไม่ทันหายใจครบเข้าออก ต้วนง้วนเฟยโดนสองนิ้วของฮ่าวเทียนทิ่มทะลวงข้อมือที่จับดาบไว้อีกครา ดาบหลุดจากมือ เส้นโลหิตแตกทะลาย ส่งให้โลหิตพุ่งทะลักออกไม่หยุดหย่อน จนเ้าตัวเริ่มสั่นกลัวด้วยความเ็ป
“ เ้า เ้ามันบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว!! ” ผู้ชมเห็นภาพสยดสยองตรงหน้าต่างเอามือบังไว้ไม่กล้ามองดูต่อไป ฮ่าวเทียนกล่าวออก
“ ข้าคือขยะและเ้าคือผู้สูงส่งมิใช่รึ รีบๆแสดงอำนาจออกมาอีก เร็วเข้า... ” สองมือของมันบดขยี้กระดูกข้อมือลามไปยังแขนทีละเปราะสองเปราะ ต้วนง้วนเฟยไม่อาจต่อต้านปราณทมิฬได้ส่งเสียงอ๊ากกดังลั่นโหยหวนจนผู้ชมบางคนน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเ็ปแทน... เมื่อครู่ยังคิดสงสารฮ่าวเทียน ยามนี้ยิ่งกว่าเวทนาองค์ชายรูปงาม
ดวงจิตฮ่าวเทียนะโออกไป
“ ท่าน พอได้แล้ว แค่นี้เพียงพอแล้ว รีบกลับมาซะ ก่อนข้าจะกลายเป็มารปีศาจในสายตาผู้คน! ” ฮ่าวเทียนเร่งบังคับให้ปีศาจในกายดึงดวงจิตนั้นกลับ มันกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความพอใจก่อนจะทำตามคำสั่ง ฮ่าวเทียนลืมตาขึ้นกลับมาในร่างตนตามเดิมอีกครา รีบเดินออกจากสถานการณ์นั้น สองมือเปื้อนเืสั่นเทิ้ม ทว่าบางสิ่งในใจกลับตรงข้าม มันยังคงอยากบดขยี้ร่างคู่อริให้ทรมานยิ่งกว่านี้สักสิบเท่า ความรู้สึกที่บังเกิดในใจนี้ทำให้ฮ่าวเทียนหวาดกลัวและยากจะยอมรับนัก ก่อนมันจะรีบกล่าวออก
“ ศิษย์พี่ท่านพอใจรึยัง ข้าชนะแล้ว ” ต้วนง้วนเฟยยังส่งเสียงร้องอืออา ก่อนจะกล่าวออกเสียงดัง
“ ข้ายอมแพ้ ยอมแล้ว พอทีๆ รีบๆพาข้าออกไปเร็วเข้า ยิ่งเร็วยิ่งดี!! ” มันลนลานสั่นเทิ้มกุมแขนไว้มั่นทิ้งกระบี่ไม่ใยดีก่อนจะรีบวิ่งลงจากเวที ท่ามกลางสายตามากมาย ฮ่าวเทียนค่อยๆปรับเอาปราณทมิฬกลับคืน ดวงตาที่แดงก่ำค่อยๆเกิดประกายสีทองเจิดจ้าทดแทน ทว่าเมื่อปราณทมิฬคลายลงความเ็ปค่อยๆแทนที่ ฮ่าวเทียนทรุดลงกับพื้น ทว่ายังคงกัดฟันเร่งปล่อยปราณแสง์ออกเพื่อแสดงให้ผู้คนเห็นว่าตนมิได้ถูกมารครอบงำ เทียนอวิ๋นที่ยืนกำมือแน่นมาเนิ่นนานจึงค่อยๆคลายใจนั่งลงช้าๆ
จบตอน
ติดตามเื่ราวและการอัพเดทของนวนิยายเื่นี้ที่ได้อีกช่องทางที่ : www.facebook.com/legendofdevilgodsNovel/