บทที่ 4
“เจ๊ รอผมด้วย”ฉันที่กำลังเดินเข้าประตูโรงเรียนถึงกับชะงักเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร“ใครมาส่ง”เขาเอ่ยถามเมื่อเดินมาถึงตัวฉันเป็นที่เรียบร้อย“จะใครก็ช่างเถอะน่า”ฉันเอ่ยอย่างปัดๆ ไม่ได้อยากจะปิดเป็นความลับอะไรหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากบอกแค่นั้นเอง“แฟนเหรอ?”เขาเอ่ยถามพร้อมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“แล้วแต่จะคิด”“งี้ผมก็อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มนะสิ”“อกหักอะไรกันขา สุดหล่อของเจ๊”เสียงโหยหวนของเจ๊บอสซี่ดังมาแต่ไกล ก่อนที่ชินจะรีบมาหลบอยู่ข้างหลังฉัน ท่าทางหมอนี่คงจะกลัวเจ๊แกมาก“ว่ายังไงขา สุดหล่อ”เจ๊แกพยายามชะโงกคอเพื่อสบสายตากับชิน“อย่ามายุ่งกับผมนะ”เขาตะโกนออกมาเสียงดังพอสมควร ในขณะที่มือพยายามจับเสื้อนักเรียนฉันไว้แน่น แน่นขนาดนี้เสื้อฉันจะยับมั้ยวะ“โอ๋ๆ ที่รักอย่ากลัวเค้าเลยนะ เค้ารักตะเองนะ มามะ มาให้เขาจุ๊บสักที”พูดจบเจ๊แกก็เดินผ่านหน้าฉันไปก่อนจะดึงมือชินออกจากเสื้อของฉันไปกุมซะเลย“ไปไกลๆเลยนะเจ๊”เขาทำท่าทางราวกับเจ๊แกเป็นตัวอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจ ฉันที่กำลังยืนมองได้แต่สงสารเขาในใจ เพราะตอนนี้ใบหน้าเขาเหมือนอยากจะร้องไห้ เจ๊แกเล่นรุกซะขนาดนี้ถ้าฉันเป็นเขาฉันคงจะกลัวเหมือนกัน“สุดหล่ออย่าใจร้ายกับเค้านักเซ่”เจ๊แกตัดพ้ออย่างแง่งอน ทำท่าทางอย่างนั้นคิดว่าน่ารักหรือไงกัน มันไม่น่าดูเอาซะเลยนะเจ๊“ปล่อยมือผมด้วยครับ ผมขอร้อง”เขาขอร้องอ้อนวอนเจ๊บอสซี่ด้วยสายตาเว้าวอน เมื่อเจ๊แกยังคงกุมมือเขาไว้แน่น“โฮก ทำไมที่รักทำกับเค้าอย่างนี้ เค้าทำอะไรผิด ที่รักคิดจะทิ้งเค้าไปใช่มั้ย เค้ามันไม่ดีตรงไหน”เอาเข้าไป ฉันชักรำคาญอีเจ๊บอสซี่แล้วนะ“เจ๊ หุบปากได้มั้ย รำคาญวะ”ฉันที่เริ่มทนฟังเสียงน่ารำคาญของเจ๊แกไม่ไหวจึงโพล่งออกไปในที่สุด“หล่อนกล้ารำคาญคนสวยๆอย่างเจ๊ได้ยังไงกัน โฮก คนไม่สวยใจร้ายยย”“โอ๊ย เจ๊หยุดพล่ามสักทีเถอะ ก่อนที่ใบหน้าสวยๆของเจ๊จะมีแผล”ฉันเอ่ยข่มขู่เจ๊แกเพื่อให้แกหยุดพล่ามอะไรที่มันไร้สาระสักที“โหดร้าย หล่อนกล้าใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงร่างบอบบางอย่างเจ๊เชียวหรือ หล่อนรู้หรือเปล่ากว่าเจ๊จะออกมาสวยขนาดนี้ต้องใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวนานแค่ไหน บลาๆ”ยังคงพล่ามไม่หยุด เอาเข้าไป ให้ตายเหอะ ฉันชักจะปวดหัวกับเจ๊แกซะแล้วสิ“พอ…พอเถอะเจ๊ ขอร้องล่ะ”“โฮก ทำไมหล่อนเป็นคนแบบนี้ &^%$#@$”เจ๊แกพล่ามซะยาวเหยียดจนฉันได้แต่เอามืออุดหูไว้ด้วยความรำคาญ“อีเจ๊ ปวดหัวโว้ย หุบปากได้แล้ว”ฉันตะคอกใส่เจ๊แกก่อนจะเอื้อมมือไปตบหัวเจ๊แกไปทีนึงด้วยความหมั่นไส้ เชื่อมั้ยว่าเจ๊แกยอมสงบปากลง ซะที่ไหนล่ะ…“ที่ร้ากก ช่วยเค้าด้วย ชะนีรังแกคนสวย บลาๆ”เจ๊แกกอดแขนนายชินอย่างติดหนึบ ก่อนจะทำหน้าทำตาให้ดูน่าสงสาร ฉันที่เริ่มทนเจ๊แกไม่ไหวรีบค่อยๆหมุนตัวเพื่อขึ้นอาคารก่อนจะรีบวิ่งออกจากที่ตรงนั้นในทันที โดยไม่คิดที่จะรอนายชินที่โดนเจ๊แกกักตัวไว้ ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกเมื่อหลุดพ้นจากตัวอันตรายที่สามารถทำลายแก้วหูของฉันได้อย่างเจ๊บอสซี่ ก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนและเดินไปนั่งที่โต๊ะเรียนของตัวเองโดยไม่คิดแม้แต่จะทักทายเพื่อนร่วมห้องที่กำลังนั่งเมาส์มอยกันอย่างออกรส“หวัดดียายแว่น…”เสียงเอ่ยทักทายที่ดังขึ้นทำให้ฉันที่กำลังก้มหน้าก้มตาตั้งใจอ่านหนังสือถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับร่างบอบบางของเพื่อนร่วมห้องที่ฉันจำได้ว่าเธอชื่อฟักแฟง“หวัดดี…”ฉันทักทายหล่อนกลับไป ก่อนก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป โดยไม่สนใจหญิงสาวที่ถือวิสาสะนั่งลงที่โต๊ะข้างๆกันกับฉัน ซึ่งเป็นที่นั่งของชินนั่งเอง“นี่ๆ ถามอะไรหน่อยสิ”หล่อนสะกิดแขนฉันเบาๆอย่างเกรงอกเกรงใจ“ถามมาสิ?”ฉันว่าพลางอ่านหนังสือไป“เธอเป็นอะไรกับเด็กใหม่เหรอ?”“เด็กใหม่?”“สุดหล่อไง”คำตอบที่หลุดออกจากปากหล่อนทำให้ฉันถึงกับบางอ้อ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสุดหล่อที่หล่อนพูดถึงเป็นใครถ้าไม่ใช่ชิน…“ทำไม?”ฉันมองหน้าหล่อนแวบหนึ่งก่อนจะหันมาสนใจกับหนังสือตรงหน้าต่อ“เธอไม่ได้เป็นแฟนเขาใช่มั้ย”หล่อนเอ่ยถามอย่างรอคอยคำตอบ“หา! แฟน ไปเอามาจากไหน?”ฉันอุทานด้วยความตกใจพลางขยับแว่นตาให้เข้าที่ เรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย ทำไมถึงได้มีข่าวเรื่องที่ฉันเป็นแฟนกับหมอนั่น“เขาลือกันไปทั่วโรงเรียนแล้ว นี่เธอไม่รู้เลยเหรอ?”ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบ“เธอไม่ได้คบอยู่กับเขาแน่นะ?”หล่อนถามย้ำเพื่อความแน่ใจ“อื้ม…”“โล่งอก”ทำไมต้องโล่งอกด้วยวะ ฉันว่าหล่อนแปลกๆนะ มาถามฉันแค่นี้“ช่วยบอกเขาหน่อยได้มั้ยว่าฉันชอบเขา”หล่อนเอ่ยออกมาก่อนจะทำหน้าเว้าวอนขอร้อง“ทำไมไม่บอกเอง”ฉันขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย เรื่องแค่นี้ทำไมไม่บอกเองวะ“อ๊ายย ฉันเขินอ่า นะ ช่วยบอกเขาให้หน่อย นะ นะ พลีส”หล่อนสบตากับฉันพร้อมกระพริบตาปริบๆ“ไว้จะบอกให้”ฉันตกลงรับปากที่จะบอกชินให้หล่อน ก่อนที่หล่อนจะกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจราวกับถูกล๊อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง“อ๊าย ขอบใจนะ ฉันรักเธอที่สุดเลยยายแว่น มามะให้ฉันหอมแก้มที”หล่อนทำท่าทางราวกับจะเข้ามาโอบกอดฉัน“หยุดอยู่ตรงนั้นเลย”ฉันเอ่ยห้ามในทันทีที่หล่อนกำลังจะหอมแก้มฉันจริงๆ“เจ๊ ทิ้งผมอีกแล้วนะ ไม่รักกันแล้วใช่มั้ย?”เสียงตัดพ้อที่ดังหน้าประตูห้องทำให้ฉันต้องหันขวับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับร่างสูงที่กำลังเดินหน้ามุ่ยเข้ามาในห้องเรียน“ไว้คุยกันใหม่น่ะ”ฟักแฟงกระซิบบอกฉันก่อนจะเลี่ยงเดินไปนั่งกับกลุ่มเพื่อน“อะไรของนาย”“เจ๊อ่ะ ทิ้งผมไว้กับตัวอะไรไม่รู้”เขาว่าพลางก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆตัวฉัน“พูดงี้ระวังเจ๊แกจะจับกินตับเอานะ”ฉันพูดพลางหัวเราะเบาๆ“อย่าพูดอย่างนั้นเซ่ ขนลุกวุ้ย เจ๊รู้มั้ยว่าเจ๊บอสซี่ทำอะไรกับผมบ้าง”ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะสนใจกับหนังสือตรงหน้าต่อ“เจ๊…ฟังกันบ้างสิวะ”เสียงตบโต๊ะที่ดังขึ้นทำให้ฉันถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่หนังสือในมือจะถูกแย่งอย่างรวดเร็ว และ…ฟิ้วหนังสือเล่มที่ฉันกำลังอ่านกำลังบินอยู่กลางอากาศด้วยฝีมือเขาก่อนที่มันจะกระทบเข้ากับกระดานหน้าห้องและตกลงสู่พื้นในที่สุด กลุ่มหญิงสาวที่กำลังเมาส์มอยอย่างสนุกปากกลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้เห็นการกระทำของชิน หนุ่มสุดหล่อที่พวกหล่อนหลงใหลเผียะฉันเอื้อมมือตบใส่แขนเขาอย่างแรง ก่อนจะตวัดสายตามองเขาอย่างโมโห"ผะ…ผมขอโทษ”เขาเอ่ยอย่างสำนึกผิด ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปเก็บหนังสือที่เขาขว้างเมื่อสักครู่“ตะเองงง หายโกรธเค้าน้า เค้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้เค้าเถอะนะ นะ”เขาพยายามง้องอนฉันด้วยการดัดน้ำเสียงหวานราวกับผู้หญิงพร้อมยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้า ก่อนจะกระพริบตาปริบๆมองฉันอย่างอ้อนๆ ชิ คิดหรือว่าทำอย่างนี้แล้วฉันจะหายโกรธ ไม่มีทางสักหรอก“น่า นะ หายโกรธเค้าเถอะนะ เค้าสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว”ฉันสะบัดหน้าไปอีกทาง ทำท่าทางไม่สนใจเขา“ตะเองง เดี๋ยวเค้าเลี้ยงข้าวตะเองเป็นการไถ่โทษเลยเอ้า แถมยอมเป็นเบ๊ให้ตะเองโขกสับได้หนึ่งอาทิตย์ สนใจมั้ยครับ”เขาสะกิดแขนฉันเบาๆ พยายามยื่นนิ้วก้อยง้องอนอีกครั้ง“ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ชักช้าข้อเสนอเป็นโมฆะทันทีนะครับ”“หนึ่ง”“สอง”ข้อเสนอของเขาน่าสนใจดีนะ ว่ามั้ย…“สะ…”“ตกลง”ฉันตอบตกลงในทันทีก่อนที่เขาจะนับถึงสาม ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยของตัวเองเข้าไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเขา“หายโกรธผมแล้วนะ”เขาเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจ ว่าฉันหายโกรธเขาแล้วจริงๆ“อื้ม”ฉันพยักหน้ารับ ก่อนจะเหลือบสายตามองเขานิดหน่อย เห็นว่าเขากำลังฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันสวยที่เรียงกันเป็นแถวของเขา เพียงไม่นานอาจารย์ประจำวิชาแรกสำหรับวันนี้เดินเข้ามาในห้องเรียน ก่อนจะสอน สอน สอน พร้อมสั่งการบ้านกองโตจนนักเรียนในห้องได้แต่ร้องโอดครวญ