บทที่ 26 ทูตประชาสัมพันธ์ผู้พิทักษ์น้ำแข็งโลก
ภายในจอขนาดใหญ่ ฮั่วอวี๋กำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนอย่างละเอียด ชายหนุ่มตรวจความหนาของชั้นน้ำแข็งและเก็บตัวอย่าง
คนห้าคนที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะยาวกลางห้องประชุมบนเวที มองไปยังฮั่วอวี๋ที่อยู่บนจอฉายภาพ
ทั้งห้าคนนี้ประกอบไปด้วยผู้ชายสามคนผู้หญิงสองคน พวกเขาคือตัวแทนจากกองกำลังที่แข็งแกร่งในองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็ง
ศูนย์บัญชาการผู้พิทักษ์น้ำแข็ง
มูลนิธิอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขั้วโลก
สมาคมพิทักษ์สัตว์ขั้วโลก
สมาคมวิทยาศาสตร์ขั้วโลก
กองทัพเรือรักษาความสงบระหว่างสองขั้ว
องค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งเป็องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากการร่วมมือของนานาประเทศและองค์กรมากมาย แน่นอนว่าขั้วอำนาจต่าง ๆ ก็กระจายไปตามองค์กรย่อย ๆ เหล่านี้
ในบรรดาคนทั้งห้ามีชายชราผมขาวผู้หนึ่ง แผ่นป้ายชื่อที่ระบุถึงตัวตนของเขาวางอยู่บนโต๊ะ
รองผู้บัญชาการหน่วยผู้พิทักษ์น้ำแข็ง อู๋ซง!
เอกสารกองเล็กวางอยู่ตรงหน้าผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ในนั้นเป็ข้อมูลส่วนตัวของฮั่วอวี๋ั้แ่เด็กจนโต
หลังจากเห็นว่าชายหนุ่มที่อยู่ในหน้าจอทำภารกิจลาดตระเวนอย่างเคร่งครัดและเริ่มพูดจาหยอกล้อกับเหล่าผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสด อู๋ซงก็แย้มยิ้มชายชราหยิบรีโมตคอนโทรลที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะกดปิด
เด็กคนนี้คล้ายกับหลานชายของเขาจริง ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน อู๋ซงก็ตระหนักได้ถึงการแสดงท่าทางของตน เขารีบกระแอมออกมาเบา ๆ เพื่อดึงความสนใจของคนทั้งหมด
“เอาละ เรามาคุยกันเื่ฮั่วอวี๋ ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มรุ่นเยาว์ดีกว่า" เสียงอู๋ซงแหบแห้งและทุ้มเล็กน้อย ราวกับกำลังป่วย
“ฮั่วอวี๋ ผู้พิทักษ์น้ำแข็งสัญชาติจีน ศึกษาภาควิชาภูมิศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์ปักกิ่ง หลังจากจบการศึกษา เขาได้เข้าร่วมกองทัพของจีนเป็เวลาสองปี พอออกมา ฮั่วอวี๋ก็เข้าร่วมองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งและทำการฝึกอบรมเป็เวลาสามเดือน ที่สำคัญ เขาคืออันดับหนึ่งในรุ่น!"
อู๋ซงไม่ได้มองเอกสารในมือ เขายังคงร่ายประวัติฮั่วอวี๋ให้คนอื่น ๆ ฟังต่อไป
สตรีวัย 40 ปีที่นั่งอยู่ด้านข้าง อดไม่ได้ที่จะหันไปมองอู๋ซงอย่างแปลกใจ
เธอคิดว่าอู๋ซงในวันนี้แปลกไปจากเดิม ตอนที่อีกฝ่ายพูดถึงผู้พิทักษ์น้ำแข็งก็รู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังโอ้อวดอย่างไรอย่างนั้น
เธอก้มหน้าครุ่นคิด พลางมองดูประวัติการศึกษาของฮั่วอวี๋
มหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์ปักกิ่ง?
นี่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ตาแก่อู๋ซงดำรงตำแหน่งเป็ครูใหญ่กิตติมศักดิ์หรอกเหรอ?
สตรีวัยกลางคนแย้มยิ้ม ท่าทางที่สง่างามทำให้นักวิจัยรุ่นเยาว์หลายคนที่อยู่ด้านล่างเวทีอดไม่ได้ที่จะมองตาม
ทุกคนต่อว่าโจโฉ แต่ทุกคนก็อยากเป็โจโฉ
อู๋ซงที่นั่งอยู่ตรงกลางเอ่ยต่อ “ในแง่ของภูมิหลังทางครอบครัว บิดาของฮั่วอวี๋เป็พันเอกพิเศษของกองทัพจีน ส่วนมารดาเป็อาจารย์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ตระกูลฮั่วไม่มีประวัติเสื่อมเสียมาตลอดสามรุ่น"
“ฮั่วอวี๋มีผลการเรียนดีเยี่ยมตอนอยู่มหาวิทยาลัย ระหว่างรับราชการเขาก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันยิงปืนของกองทัพ เด็กหนุ่มคนนี้มีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น”
“หลังการฝึกอบรมผู้พิทักษ์น้ำแข็ง เขาก็ได้รับการเลื่อนขั้นจากผู้พิทักษ์น้ำแข็งฝึกหัดเป็ผู้พิทักษ์น้ำแข็งรุ่นเยาว์เพื่อไปประจำการที่สถานีหน้าด่าน 249 ซึ่งถูกทอดทิ้งเป็เวลานาน เด็กคนนี้อาสาไปด้วยตัวเอง"
หลังจากเอ่ยจบ ชายชราก็หยุดพูดไปครู่หนึ่งและกล่าว “นั่นคือภูมิหลังส่วนตัวทั้งหมดของฮั่วอวี๋ ต่อไปเรามาคุยกันดีกว่าว่า องค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งจะให้รางวัลเขาอย่างไร”
"ก่อนเด็กคนนี้จะเข้าประจำการที่สถานีหน้าด่าน 249 เขาได้ส่งคำร้องสามข้อกับทางองค์กร หนึ่งในนั้นคือสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด”
“หลังจากที่ทางองค์กรอนุมัติคำขอ ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มก็ได้ทำการถ่ายทอดสดเป็เวลาติดต่อกันสี่วัน ในเวลาสั้น ๆ เขาได้เผยแพร่วิดีโอหายากเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผิดปกติของฝูงหมาป่าอาร์กติก นอกจากนั้นยังช่วยเหลือลูกหมาป่าเอาไว้ด้วย”
“ภายใต้คำโฆษณาชวนเชื่อของฮั่วอวี๋ ผู้ติดตามขององค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งในเวย์ปั๋วเพิ่มขึ้นถึง 200,000 คน"
“ใน่สามวันที่ผ่านมา จำนวนผู้สมัครเป็ผู้พิทักษ์น้ำแข็งของจีนก็เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า”
"มูลนิธิผู้พิทักษ์น้ำแข็งของจีนได้รับเงินบริจาคจากทั่วประเทศสูงถึง 120 ล้านหยวน"
อู๋ซง ผู้มีสีหน้าจริงจังอยู่ตลอดเผยรอยยิ้มจาง ๆ โดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง จากนั้นเสียงที่ทุ้มต่ำเพราะอาการาเ็ของเขาก็ดังขึ้น
“นี่คือความสำเร็จที่ยากจะลืมเลือนของผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มคนนี้ ดังนั้น ผมเสนอให้เลื่อนขั้นฮั่วอวี๋จากผู้พิทักษ์น้ำแข็งรุ่นเยาว์มาเป็ผู้พิทักษ์น้ำแข็งระดับกลาง เราควรเปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดบางส่วนในองค์กรให้เขาทราบ!"
ราวกับ้าจะโน้มน้าวทุกคน ชายชรากล่าวเสริม “แม้ว่าคุณสมบัติของฮั่วอวี๋จะยังไม่สมบูรณ์ และระยะเวลาการฝึกอบรมของเขาก็แค่สามเดือนเท่านั้น แต่องค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งเป็องค์กรใหม่ เรา้าผู้ที่มีความสามารถหลากหลายมารักษาชีวิตขององค์กร!”
คนที่เหลือบนโต๊ะมองหน้ากัน
"ไม่มีปัญหา"
"เห็นด้วย"
"ได้"
"ได้"
ชายวัยกลางคนผิวเข้มสวมเครื่องแบบทหารเรือที่อยู่ด้านซ้ายสุดมองอู๋ซง ก่อนจะเอ่ยด้วยความคาดหวัง “ผมหวังว่าหลังจากที่เวลาประจำการของฮั่วอวี๋ในขั้วโลกเหนือสิ้นสุดลง ทางองค์กรจะส่งเขามาให้เรา ผมตั้งใจจะให้เขาเป็ทหารเรือรักษาสันติภาพและจัดการเรือรบ”
อู๋ซงส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้มและเอ่ย “ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเื่นี้ สุดท้าย มันก็ขึ้นอยู่กับความ้าของเขา"
เ้าหน้าที่ผิวเข้มพยักหน้าและไม่กล่าวอะไรต่อ
เมื่อเห็นภาพนี้ ชายชราก็เหยียดยิ้มในใจ อีกฝ่ายเริ่มะโออกมาขอกำลังคนแล้วเหรอ?
เหล่าเซี่ยจากแผนกชีววิทยาเองก็ร้องขอกำลังคนจากเขาเช่นกัน แต่เขาปฏิเสธไป ดังนั้นกองทัพเรือรักษาสันติภาพของจะได้ไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
นักวิจัยและสมาชิกองค์กรหลายคนที่อยู่ด้านล่างเวทีเห็นผู้ว่ามีอำนาจทั้งห้าได้ลงคะแนนเสียงแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คัดค้าน
เพราะอย่างไรเสีย ความสำเร็จของฮั่วอวี๋ก็เป็ที่ประจักษ์ แม้ว่าคุณสมบัติของเขาจะยังไม่สูงพอ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเคยได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็ผู้พิทักษ์น้ำแข็งระดับกลางั้แ่อายุยังน้อยเช่นนี้
เมื่อเห็นแบบนี้ อู๋ซงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจและเอ่ยต่อ “เอาละ เรามาคุยเื่ต่อไปกัน"
คนทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างเวทีตระหนักได้ว่า เื่สำคัญกำลังจะมาถึง พวกเขาจึงนั่งตัวตรงและตั้งใจฟัง
“ผลจากการประชาสัมพันธ์ของฮั่วอวี๋นั้นเป็ที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนดี ดังนั้น ผมจึงอยากเสนอให้มอบสถานะทูตประชาสัมพันธ์ผู้พิทักษ์น้ำแข็งโลกให้เขา!"
ทันทีที่ประโยคดังกล่าวออกมา ก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นด้านล่างเวที
สี่คนที่เหลือที่อยู่บนเวทีเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
ครู่ต่อมา ชายชาวยุโรปผมบลอนด์ก็ยกมือขึ้น
อู๋ซงพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตให้อีกฝ่ายถามคำถาม
ชายคนดังกล่าวลุกขึ้นยืนและเอ่ย “รองผู้บัญชาการอู๋ ตำแหน่งทูตประชาสัมพันธ์ผู้พิทักษ์น้ำแข็งโลกคืออะไร? องค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งไม่เคยจัดตั้งตำแหน่งนี้ขึ้น ไม่ใช่ว่าเราควรพิจารณาเื่นี้ให้ดีก่อนเหรอครับ?
“ก่อนหน้านี้อาจไม่มี แต่ตอนนี้มีแล้ว" ชายชราตอบคำถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ก็เหมือนกับชื่อของมันนั่นแหละ ทูตประชาสัมพันธ์คือโฆษกในการประชาสัมพันธ์องค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งสู่สังคม”
“หน้าที่ของทูตประชาสัมพันธ์คือการใช้อิทธิพลของพวกเขาในฐานะบุคคลสาธารณะสนับสนุนองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็ง และใช้โอกาสที่มีเผยแพร่วิกฤตการณ์ขั้วโลกในปัจจุบัน รวมถึงสนับสนุนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม คอยชี้แนะประชาชนโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวให้มีส่วนร่วมในการรักษาขั้วโลกเหนือและพัฒนาองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็ง”
เมื่อเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวจากคำพูดของอู๋ซง ชายคนดังกล่าวก็ไม่กล้าถามอะไรอีก เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนั่งลง
แม้ชายชราจะเป็เพียงรองผู้บัญชาการของศูนย์บัญชาการผู้พิทักษ์น้ำแข็ง แต่ ณ ที่นี้เขาคือบุคคลที่มีอำนาจเด็ดขาดที่แท้จริง
เนื่องจากผู้บัญชาการของศูนย์บัญชาการผู้พิทักษ์น้ำแข็งชอบลงไปหน้างานอีกฝ่ายจึงประจำการอยู่ที่สถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ในเขตขั้วโลกเป็เวลา 300 วันต่อปีเพื่อแนะนำการทำงานให้กับแนวหน้า เขาไม่ค่อยอยู่ที่ศูนย์ใหญ่เท่าใดนัก
ตรงกันข้ามกับอู๋ซง รองผู้บัญชาการ ชายชราผู้นี้เปรียบเสมือนผู้คุมหางเสือที่แท้จริงขององค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็ง!