ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่395 ปะทะกับเทพสวรรค์ ซูเจิน

        อี้เฉินครั้นเห็นในสายตาของเขาในฉับพลัน เทพสวรรค์ก็มาปรากฏกาย ไล่ตามเขามาจนทัน เขาถึงกับหนังตากระตุกถี่ยิบ จิตวิญญาณภายในร่างกรีดร้องถึงอันตรายในทันที ทว่าเมื่อคิดจะขยับกาย หนีออกไปอีกครา กลับถูก เข็มค่าวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นจากปราณพลัง พุ่งเข้าแทงร่างของเขาในฉับพลัน


 

"ไอ้เวรเอ๊ย" อี้เฉินเอี้ยวตัวหลบสุดชีวิต ทว่าก็ไม่วายถูกกายยา ทำให้เกิดบาดแผลเน่าเปื่อย จนต้องให้อี้เฉิน ต้องปลดปล่อยพลังของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ออกมารักษา



         "หืม เจ้ามีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์อย่างนั้นหรือตามหลักแล้ว เจ้าน่าจะเน่าเปื่อยตายไปแล้วนี่" เทพสวรรค์ซูเจิน เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดคนที่มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์ ที่หาพบเจอได้ยากจะมาอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ มองดูอี้เฉินหลบหนีออกไปด้วยความบ้าคลั่ง ทว่าในใจกับเปี่ยมไปด้วยความยินดี หากได้กระดูกศักดิ์สิทธิ์ของอี้เฉินมา ฤทธิรณของเขาได้มากขึ้นไปอีกหลายเท่า อาจจะเทียบเท่าเหล่าสัตว์ประหลาด ขั้นเทพสวรรค์องค์อื่นๆ ก็เป็นได้



         "เจ้าจะหนีไปไหน อย่างไรเจ้าก็หนีข้าไม่พ้น มาให้ข้าจับตัวเจ้ากลับไปเสีย ดี ..ดี เจ้าหนุ่มน้อย" เทพสวรรค์ซูเจิน กล่าวพร้อมตามไล่ล่าอี้เฉิน ไปติดๆ ในกรอบสายตา แฝงด้วยความโลภที่ไม่อาจปิดบังได้

 


         อี้เฉินที่เหยียบอากาศหนีออกไป คงมีแค่ช่วงเวลาที่ เทพสวรรค์ซูเจิน ประมาทในยามนี้เท่านั้นที่เขาจะทำอะไรได้ ฉับพลันอี้เฉินก็เรียกกระถางทองแดงออกมา  ก่อนจะสาดเท น้ำเลือดที่เต็มเปี่ยมไปด้วย คำสาป ตราประทับกัดกินขั้นพลังออกไปทั่วทิศ ส่งละอองเลือดแพร่กระจายออกไปหาเทพสวรรค์ ที่พุ่งเข้ามาไม่ทันระวังทั่วทิศในทันที



        ฉับพลันร่างของ เทพสวรรค์ซูเจิน ก็เต็มไปด้วยตราประทับสีแดงฉาน ขั้นพลังยุบฮวบฮาบในทันใด ใบหน้าของเขามืดทะมึนในทันที หากเขาไม่ได้อยู่ในขั้นพลังเทพสวรรค์ คงขั้นพลังตกลงฮวบฮาบอย่างแน่นอน ไม่คิดชายหนุ่มจะมี ตราคำสาปกัดกร่อนขั้นพลังเฉกเช่นนี้ "เจ้า เจ้า ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก"



          อี้เฉินที่เห็นกายา เทพสวรรค์ซูเจิน เต็มไปด้วยตราคำสาป ทว่าขั้นพลังของเขากลับไม่ยุบลงไปอย่างที่อี้เฉินคาดหวัง มันทำให้ประกายตา ของเขาหวั่นไหวในทันที ไม่คิดขั้นเทพสวรรค์ จะมีผลกับตราคำสาปเลือดน้อยถึงเพียงนี้ ตกหล่นมาอยู่ในขั้นพลังเทพสวรรค์ครึ่งก้าวเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะฆ่าสังหารเขาลง อี้เฉินด่ากราดไล่หลังออกไปด้วยความเวทนา "หากเจ้าอยู่ในขั้นพลังเดียวกับข้า ข้าสาบานข้าจะฆ่าสังหารเจ้าอย่างแน่นอน"



            เทพสวรรค์ซูเจินยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "หากเจ้าจะโทษต้องโทษที่เจ้า ช่างโอหังไม่ดูตาม้าตาเรือ เจ้าจงกลายเป็นปุ๋ยเสีย ส่วนกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะรับเอามันไปใช้เอง จงสำแดง เขตแดนความตาย" ฉับพลันโดยรอบอี้เฉินก็แปลเปลี่ยนเป็นสีดำมืดมิด ส่งกลิ่นอายความตายออกมารอยคละคลุ้ง ปิดล้อมจนอี้เฉินจนหนทางหนี ร่างที่วูบไหวราวกับหมอกควันของความตาย พุ่งปราดหมายจะช่วงชิง ดวงวิญญาณ จากชายหนุ่ม

 


          อี้เฉินเบิกตาออกกว้างครั้นเห็นการโจมตีปราณจิต เขาขับเคลื่อนปราณจิตเต็มกำลัง ปะทะการโจมตีในฉับพลัน ดวงวิญญาณภายในร่างก่อเกิดรอยแตกร้าวในพริบตา


"อ๊ากๆ เจ้าบัดซบเอ๊ย นี่ข้าจะต้องมาตายกลายเป็นปุ๋ยในดินจริงหรือ "อี้เฉินกล่าวออกมาตัดพ้อ ในความไร้พลังของตนเองไม่น้อย ปราณจิตภายในร่างจวนจะแตกสลาย ตายตกไม่คิดเทพสวรรค์จะมีวิชาโจมตีปราณจิตเฉกเช่นนี้

 


         "หืม ปราณจิตของเขาอยู่ระดับหลอมรวมดวงวิญญาณ อย่างนั้นหรือ" เทพสวรรค์ซูเจิน ตกใจไม่น้อย ถึงว่าชายหนุ่มผู้นี้ ถึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความยึดมั่นถือมั่นไม่ยอมแพ้ แม้ว่าจะอยู่ต่อหน้าขั้นพลังเทพสวรรค์ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ ยังคิดหาวิธีหนีอยู่ตลอดเวลา



          เทพสวรรค์ ซูเจิน ยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง วาดมือกลางอากาศปราณพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เอ่อล้นโหมซัดทะลักทลาย หมายมั่นจะหยุดชายหนุ่มไม่ให้ดิ้นรน คิดจะดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ สดๆ ออกจางร่างชายหนุ่ม ว่ากันว่าหากได้มาปลูกถ่ายขณะผู้ใช้ยังมีชีวิต ความเสียหายของกระดูกศักดิ์สิทธิ์จะถูกลดทอนลงไป "จงเบ่งบาน โซ่ตรวนแห่งความตาย" เขตแดนความตาย สั่นไหวในฉับพลัน เสียง"ปัง"ออกมาเป็นระลอกคลื่นไม่หยุด ก่อนที่โซ่สีดำทมิฬ ราวกับขวากหนามจะพุ่งออกมารอบทิศทาง แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ดุจดั่งดอกไม้ความตายที่เบ่งบาน

 


          แม้อี้เฉินจะรับรู้ทว่า สัญชาตญาณของเขา มันก็ให้ตัวเขาถอยหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างบ้าคลั่ง ครั้นที่ได้ยินเสียง"ฟึบ" ที่ฝ่าเท้า ร่างของเขาก็ถูกตรึงไว้ในทันที "อ๊ากๆ บัดซบ บัดซบ!!!" ทว่าอี้เฉินที่ไร้ทางเลือก จำใจต้องหนีออกไปทั้งๆ ที่บาดเจ็บเฉกเช่นนั้น



         "เจ้าหยุดดิ้นรนเสีย!!" ฉับพลันร่างเทพสวรรค์ก็พุ่งปราดเข้าหาอี้เฉิน ส่งกำปั้นที่ทะลักทลาย กัมปนาทออกมากึกก้อง ทว่าเมื่อในสายตาของ เทพสวรรค์เห็นคมแสง วิชาดัชนีตัดฟ้า กำปั้นของเขาก็พลันลดทอนการโจมตีลงไปหลายเท่า เมื่อเห็นพลังของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของอี้เฉินที่สำแดงออกมา ทว่าแรงระเบิดที่ดังออกมากึกก้อง ก็ส่งผลให้อี้เฉิน เข่าข้างหนึ่งของเขาทรุดลงกับพื้น ริมฝีปากกระอักเลือดขึ้นมาในทันที

 


          เทพสวรรค์ ซูเจิน ครั้นเห็นพลานุภาพของกระดูกศักดิ์สิทธิ์เขาอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมา ประหนึ่งในยามนี้เขามองชม กระดูกศักดิ์สิทธิ์ของตนเองสำแดงผล "เทพสวรรค์ หาญไป๋ซู เจ้าพลาดแล้ว ที่ปล่อยให้ข้าไล่ล่าชายหนุ่ม" ก่อนเขาจะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ด้วยใบหน้าอันชั่วร้าย ตวัดมือกลางอากาศด้วยปราณพลังทะลักทลาย ก่อนโซ่เส้นหนึ่งจะพุ่งแหวกอากาศ ออกมาจากความมืดมิด แทงแขนชายหนุ่มจนร่างห้อยกลางอากาศ ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด

 


          แขนอี้เฉิน ค่อยๆ เน่าเปื่อยไปช้าๆ แขนข้างนั้นของเขาถูกตรึงไว้อย่างสมบูรณ์ จนกายาห้อยต่องแต่ง หากคิดหนีก็มีแต่ต้องตัดแขนทิ้ง หากทำเช่นนั้นเขาจะกลายเป็นคนพิการในทันที ทว่าเมื่อเห็น เทพสวรรค์ ซูเจิน หมายมั่นจะดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ สดๆ จากร่างกายของเขาช้าๆ ส่งเลือดหลั่งไหลออกมาเป็นสาย ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดดิ้นทุรนทุราย อย่างบ้าคลั่ง จนดวงตาทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด ด้วยความโกรธแค้น

 


"อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก! เจ้าๆ ข้าจะฆ่าเจ้า" อี้เฉินคำรามอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำยอม ก่อนมืออีกข้างหนึ่งของเขาจะใช้วิชาดัชนีตัดฟ้า ตัดแขนที่ถูกตรึงทิ้งอย่างไม่ลังเล

 


แม้แต่เทพสวรรค์ยังตกตะลึง ครั้นที่อยู่ในช่วงที่เขากำลังจะดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ออกมาไม่คิดอี้เฉินจะยอมตัดแขนเพื่อแลกกับอิสรภาพเพียงชั่วคราว "เหตุใดเจ้าต้องดิ้นรนเล่าเจ้าหนุ่มน้อย ไม่ช้าเจ้าก็จะตายตกไปสบายแล้ว"

 


           อี้เฉินยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น เจ้าอย่าทำเป็นได้ใจไป แค่ขั้นพลังของเจ้าสูงกว่าข้า ฉับพลันอี้เฉินเรียกโลงศพสีทองออกมาจากทะเลความรู้ของเขาในทันที ด้วยกลิ่นอายโลกศพสีทองปลดปล่อยออกมา มันก็ทำให้ เทพสวรรค์ ซูเจิน ตกตะลึงไม่น้อย ทว่าเขาก็ไม่มีท่าทีหวั่นเกรง

 


          "จงเปิด" ครั้นเมื่อโลงสีทองถูกเปิดขึ้น ซากแขนเทวะก็เข้าไปหลอมรวมแขนของอี้เฉินในฉับพลัน ส่งอายความชั่วร้ายทะลักทลาย ในทันที แขนสีดำทมิฬ ค่อยกล้ำกราย ร่างกายอี้เฉินช้าๆ หมายจะกลืนกินร่างชายหนุ่ม ประหนึ่งความมืดที่ชั่วร้ายลุกลามไปทั่วกายา



           อี้เฉินร้องคำรามออกมาด้วยความ เจ็บปวด "อ๊ากๆ บัดซบ เจ้าคิดจะยึดครองร่างข้า งั้นหรือ" อี้เฉินเหวี่ยงแขนทุบกลางอากาศอย่างรุนแรง หมายจะหยุดอายความชั่วร้ายสีดำ ที่จะเข้ามากัดกินร่างเขา

 

           ทว่าน้ำเสียงที่แหบพร่าก็กล่าวออกมา "เจ้าช่างอ่อนแอยิ่งนัก ข้าขอร่างของเจ้าก็แล้วกัน" ก่อนอายความชั่วร้ายจากแขนจะค่อยๆ กลืนกินร่างอี้เฉินไปช้าๆ จนทำให้อี้เฉินไม่อาจควบคุมมันได้

 


เทพสวรรค์ ซูเจิน ที่เห็นชายหนุ่มคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขาเองตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ทว่าเมื่อเห็นอายความชั่วร้าย กายาของเขาก็รู้สึกหนาวสั่น จิตวิญญาณสั่งการ ควรรีบกำจัดพวกมันทั้งสองไปด้วยกันเสียเดียวนี้ มิอาจให้พวกมันหลอมรวมเป็นหนึ่งได้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน