“นี่มัน... ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม... นักฆ่าพันศพ ทาเคดะ จิโร่มือเชือดเลือดเย็นที่น่าหวาดกลัวที่สุดในเขตสงครามทรายโลหิต...ถึงกับถูกพาลาดินขู่จนเสียขวัญวิ่งหนีไปเนี่ยนะ?”
ในตอนนั้นเองเมื่อเห็นทาเคดะ จิโร่ หนีไปโดยไม่ทันได้สู้ หลี่ว์อันที่อยู่ข้างๆก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง ตกใจจนกรามแทบจะหลุดเขารู้สึกเพียงว่าโลกทัศน์ของตัวเองถูกทำลายจนย่อยยับ
สวี่ซาซาและเฉาอวี่เองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออกเช่นกัน
แต่เมื่อเห็นทาเคดะจิโร่ กำลังจะหนีพ้น ทั้งสองคนก็เลิกตกใจทันทีพร้อมกับรีบตะโกนเตือนลู่เซิ่งด้วยความร้อนรนว่า “แย่แล้วมันจะหนีไปแล้ว!”
“ลู่เซิ่ง รีบหยุดเขาสิ!”
“หึหึ ไม่ต้องรีบ!”
แต่ลู่เซิ่งยังคงท่าทีสงบนิ่งเหมือนเดิมไม่เพียงแต่ไม่พุ่งตัวออกไปไล่ตามทันที เขายังบิดขี้เกียจอย่างไม่ทุกข์ร้อนอีกด้วย
“ที่ว่าไม่ต้องรีบนี่มันหมายความว่ายังไง?”
เมื่อเห็นท่าทางของเขาสวี่ซาซาแทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโห เธอรีบพูดขึ้นทันทีว่า“นั่นมันทาเคดะ จิโร่นะเขาคือมือเชือดที่ฆ่าผู้ใช้อาชีพของประเทศเสินเซี่ยเราไปนับพันคนถ้าปล่อยให้เขาหนีไปได้ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยเสือเข้าป่าหรอกนะ”
“เสือ? เสือที่ไหนกัน?”
ลู่เซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้นก่อนจะด่าออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า “เศษสวะแบบนี้เนี่ยนะคู่ควรจะเรียกว่าเสือ?ฉันว่ามันเป็นได้อย่างมากก็แค่หนอนแมลง”
“แต่... แต่ว่า...”
สวี่ซาซายังคงอยากจะพูดต่อแต่ถูกลู่เซิ่งโบกมือตัดบทเสียก่อน
“วางใจเถอะ ฉันไม่ปล่อยมันไปหรอก”
ในเวลาเดียวกันบนทุ่งราบที่ห่างออกไปหลายพันเมตร
เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งไม่ได้ไล่ตามมาทาเคดะ จิโร่ก็คิดไปเองว่าอีกฝ่ายฝีเท้าช้าเกินไปเลยไล่ตามเขาไม่ทันจึงถอดใจไปแล้ว เขาจึงแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ไอ้พวกหมูชั้นต่ำ แกคอยดูเถอะ!”
“รอให้ฉันกลับไปรวมพลเหล่านักฆ่าชั้นยอดของ ‘หน่วยล่ามังกร’ได้ก่อน แล้วฉันจะกลับมาเล่นกับแกให้หนำใจ”
ในขณะนี้ป่ารกชัฏอยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ ขอเพียงเขาหลบเข้าไปในป่าได้เขาก็จะสามารถอาศัยสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนหนีเอาตัวรอดไปได้
แต่ทว่าในจังหวะสำคัญที่เขากำลังจะเร่งความเร็วเพื่อเผ่นหนีไปนั้นเอง
ในที่สุดเหล่าโครงกระดูกรอบกายลู่เซิ่งก็เริ่มขยับแล้ว
ใช่แล้วพวกมันขยับแล้ว
เพียงเห็นโครงกระดูกตัวแรกเริ่มลงมือก่อนมันยกธนูขาดรุ่งริ่งในมือขึ้น แล้วเล็งยิงไปที่ทาเคดะ จิโร่ที่อยู่ไม่ไกลในทันที
“ยิงระบุเป้าหมาย!”
ซวบ!
วินาทีต่อมาศรที่แผดเผาด้วยเปลวเพลิงลุกโชนก็พุ่งแหวกห้วงอากาศออกไปตรงไปยังร่างจริงของทาเคดะ จิโร่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
“เอ๊ะ? นี่มัน...สกิลเฉพาะอาชีพของนักแม่นปืนงั้นเหรอ?”
ทาเคดะจิโร่ตกใจสุดขีดเห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าโครงกระดูกพวกนี้จะสามารถใช้สกิลเฉพาะอาชีพที่มีแต่นักแม่นปืนเท่านั้นที่ใช้ได้
และสกิล‘ยิงระบุเป้าหมาย’ ของนักแม่นปืนก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของสกิล ‘เคล็ดวิชาลับ: คาถาแยกเงาพันร่าง’ของเขาพอดีเพราะมันสามารถแยกแยะร่างจริงของเขาได้โดยอัตโนมัติและติดตามเป้าหมายไปทุกที่
แต่ทว่าในนาทีชีวิตเช่นนี้ทาเคดะ จิโร่ไม่มีเวลามานั่งคิดไตร่ตรองแล้ว
เมื่อเห็นศรติดตามพุ่งเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆด้วยความลนลาน เขาทำได้เพียงหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมาฟาดดาบฟันศรนั้นจนขาดเป็นสองท่อน
แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ทันทีที่โครงกระดูกตัวแรกเริ่มลงมือ
หลังจากนั้นก็เปรียบเสมือนคลื่นที่ซัดถาโถมตามกันมาโครงกระดูกตัวอื่นๆ ต่างก็เลียนแบบและพากันใช้ทักษะที่ตนถนัดออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ลอบสังหารนองเลือด!”
“กระโดดฟันหาญกล้า!”
โครงกระดูกบางส่วนถือดาบโล่บ้างกริชบ้าง และอาวุธระยะใกล้ต่างๆ พุ่งเข้ารุมล้อมร่างจริงของทาเคดะ จิโร่
“ลูกไฟระเบิด!”
“ศรน้ำแข็ง!”
“เฉือนมิติ!”
“สายฟ้าต่อเนื่อง!”
โครงกระดูกบางส่วนถือไม้เท้าเวทพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ธาตุระยะไกลที่มีอานุภาพรุนแรงต่างๆ เข้าใส่กลางอากาศ
“พิโรธสัตว์ป่า!”
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโครงกระดูกบางตัวที่มีซากกระดูกของสัตว์ป่าไม่ทราบชนิดติดตามอยู่ข้างกายถึงขั้นสามารถบังคับสัตว์ป่าให้เข้าร่วมต่อสู้ได้ด้วย
ตู้ม!
ฉับ!
ซวบ!
เปรี้ยง!
วินาทีต่อมา พวกเฉาอวี่ก็ได้เห็นกองทัพโครงกระดูกนับพันนับหมื่นลงมือพร้อมกันด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
พริบตานั้นแสงของสกิลนับไม่ถ้วนพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็วราวกับห่าฝนดาวตกที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้า ระดมพุ่งเข้าใส่ทาเคดะจิโร่ที่อยู่ไม่ไกลอย่างบ้าคลั่ง
ปัง!ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!...
HP-126!
HP-177!
HP-62!
HP-47!
HP-155!
HP-92!
...
“อ๊ากกกก...”
เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังระงมไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
ภายใต้การรุมจู่โจมอย่างบ้าคลั่งของเหล่าโครงกระดูกนับไม่ถ้วนบนหัวของทาเคดะ จิโร่ปรากฏตัวเลขดาเมจพุ่งออกมาถี่ยิบจนแทบจะรวมเป็นกลุ่มก้อนจนมันกลายเป็นสัญลักษณ์ที่พร่าเลือนจนอ่านไม่ออกไปในที่สุด
“นี่... โครงกระดูกพวกนี้คือเหล่าผู้ใช้อาชีพที่เคยล่วงลับไปในหุบเขาสิ้นหวังแห่งนี้งั้นเหรอ?”
ในที่สุดหลี่ว์อันที่มีเลเวลสูงสุดก็ดูเหมือนจะมองอะไรบางอย่างออกจึงโพล่งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“อะไรนะ? ผู้ใช้อาชีพที่ล่วงลับงั้นเหรอ?”
สวี่ซาซาและเฉาอวี่ได้ยินดังนั้นก็รีบเพ่งมองไปทันทีแล้วก็ได้พบว่าเหล่าโครงกระดูกที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมารอบกายลู่เซิ่งนั้นส่วนใหญ่สวมใส่อุปกรณ์ติดตัวเอาไว้ด้วย
และโครงกระดูกบางตัวเห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ร่างกายยังไม่เน่าเปื่อยสมบูรณ์ยังพอมองเห็นเค้าโครงหน้าตาเดิมเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ได้
“พระเจ้าช่วย เป็นผู้ใช้อาชีพจริงๆ มิน่าล่ะพวกนี้ถึงได้ใช้สกิลเฉพาะที่ปรากฏในอาชีพต่างๆ ได้!” เฉาอวี่ร้องเสียงหลง
“แล้วคนพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใช้อาชีพของประเทศเสินเซี่ยเราด้วย”
สวี่ซาซาแสดงสีหน้าโศกเศร้าออกมา
เพราะในบรรดาโครงกระดูกเหล่านั้นเธอเห็นผู้คนจำนวนมากสวมชุดคลุมมาตรฐานที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศเสินเซี่ย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกตะลึงกับความสามารถที่เหนือชั้นของลู่เซิ่งอยู่นั้นเอง
“หยุด! ได้โปรด... หยุดมือเถอะ!”
ทันใดนั้นเสียงร้องขอชีวิตก็ดังมาจากเบื้องหน้า นั่นไม่ใช่นักฆ่าพันศพ ทาเคดะ จิโร่ผู้มีชื่อเสียงโหดเหี้ยมเลื่องลือแห่งเขตสงครามทรายโลหิตหรอกหรือ?
ทว่าในวินาทีนี้เขาไม่มีความสง่างามเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วไม่เพียงแต่จะถูกโครงกระดูกนับไม่ถ้วนถล่มจนบาดเจ็บสาหัสและกระอักเลือดออกมาต่อเนื่องแม้แต่หลอดเลือดที่เคยมีสูงถึง 14,000 กว่าหน่วยก็ถูกซัดจนเหลือเพียง 100 กว่าหน่วยสุดท้ายดูเหมือนชีวิตเขากำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า
โชคดีที่ลู่เซิ่งยังมีเรื่องอยากจะถามเขาอยู่จึงยังไม่รีบร้อนที่จะลงมือปลิดชีพ แต่กลับสั่งการด้วยจิตวิญญาณแทน
“หยุดได้แล้ว!”
ครืนนนนนน...
วินาทีต่อมาแสงสีของสกิลต่างๆ บนท้องฟ้าก็มลายหายไปในทันทีเหล่าโครงกระดูกนับไม่ถ้วนหยุดการเคลื่อนไหวลงแทบจะพร้อมกันโดยไม่มีการขัดขืนคำสั่งของลู่เซิ่งแม้แต่นิดเดียว
ทางด้านทาเคดะจิโร่ที่รักษาชีวิตไว้ได้ชั่วคราวกลับไม่มีสีหน้าที่ผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อยในทางกลับกัน เขากลับมีสีหน้าเหมือนเห็นผีพลางชี้ไปที่ลู่เซิ่งที่อยู่ไม่ไกลพร้อมกับตะโกนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“แก... แกคือ... ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดงั้นเหรอ!!!!”
“อะไรนะ? ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุด?”
เมื่อได้ยินชื่อเรียกที่หาได้ยากยิ่งนี้สวี่ซาซาและคนอื่นๆ ก็ตาโตด้วยความตกใจราวกับได้ยินเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างที่สุด
โดยเฉพาะหลี่ว์อันที่แทบจะทำลูกตาถลนออกมาจากเบ้า
“ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุด มันคือตัวอะไรกันแน่?”
จะมีก็เพียงแต่ลู่เซิ่งเท่านั้นที่ยังคงทำหน้ามึนงงและเต็มไปด้วยความสงสัย
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อเรียกนี้