"ไอ้บอล มึงไปลองน้องเจนนี่ยัง? ถ้ามึงยังไม่ได้ไป มึงอย่าเรียกตัวเองว่านักรีวิวรัชดาเลยว่ะ"
เสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มไลน์ "The Hunter" กลุ่มลับที่เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าสุภาพบุรุษนักล่าลายแทงเด้งขึ้นมาในบ่ายวันหนึ่ง ผมเลื่อนอ่านข้อความที่เพื่อนในกลุ่มคุยกันอย่างเมามัน รูปภาพที่ถูกเบลอไว้ประกอบกับการบรรยายสรรพคุณที่เกินจริง (ในความคิดผมตอนนั้น) ทำเอาผมอยู่ไม่สุข
"นั่นดิพี่บอล คนนี้คือที่สุดของรุ่นแล้วนะ ตัวนิดเดียวแต่ 'ไฟหน้า' คือของแท้ 38 นิ้ว นิ่มเหมือนมาร์ชเมลโลว์เลยพี่ ผมไปมาเมื่อวานซ้ำรอบสองแล้วเนี่ย" ไอ้อาร์ท รุ่นน้องคนสนิทในกลุ่มสำทับต่อ
ในวงการนักเที่ยวอย่างเรา การหาคนสวยหุ่นดีไม่ใช่เรื่องยากครับ แต่การจะหา "แรร์ไอเทม" ที่รูปร่างไซซ์มินิ เอวบาง แต่มีหน้าอกหน้าใจไซซ์ 38 นิ้วที่เป็น "ของแท้แม่ให้มา" นั้น มันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เพราะส่วนใหญ่ในพิกัดระดับนี้ถ้าไม่พึ่งหมอก็จะมาพร้อมกับหุ่นที่อวบอัดไปทั้งตัว แต่ "เจนนี่" คือข้อยกเว้นที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า... ต้องโดน!
ผมตัดสินใจทักไลน์ไปหาเอเย่นต์ประจำเพื่อจองคิวทันที
"น้องเจนนี่ วันนี้มีว่างไหมครับ?" ผมพิมพ์ไปอย่างมีความหวัง
"โอ๊ย พี่บอล น้องเจนนี่คิวทองมากค่ะ วันนี้เต็ม พรุ่งนี้เต็ม มะรืนก็มีคนจองยาวแล้วค่ะ ถ้าพี่จะเอาคิวช่วงเย็นหลังเลิกงาน ต้องรออีก 1 อาทิตย์เลยค่ะพี่"
คำตอบที่ได้รับทำเอาผมแทบค้าง 1 อาทิตย์เลยเหรอ? ปกติผมไม่เคยต้องรอใครนานขนาดนี้ แต่เพราะความอยากพิสูจน์ และเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ ที่มาไม่ขาดสาย ทำให้ผมตัดสินใจตอบตกลง
"โอเคครับ อีก 1 อาทิตย์ วันศุกร์หน้า 17.00 น. ล็อกคิวให้น้องเจนนี่เลยครับ"
เชื่อไหมครับว่า 7 วันหลังจากนั้น คือ 7 วันที่ยาวนานที่สุดในชีวิตผม ผมเฝ้าดูรูปน้องเจนนี่ในโปรไฟล์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในรูปเธอเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารัก ยิ้มเก่ง ดูไม่มีพิษมีภัย แต่ภายใต้เสื้อตัวโคร่งนั่นมันซ่อนอะไรไว้กันแน่? ผมต้องรู้ให้ได้
วันศุกร์ที่รอคอยมาถึงจนได้ครับ ผมลุกขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่เช้าด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมจัดการดูแลความสะอาดของตัวเองอย่างดีที่สุด ตั้งแต่การสครับผิวเบาๆ ตัดเล็บให้สั้นและมน เพราะผมรู้ว่าการสัมผัสของนิ่มๆ ต้องใช้ความอ่อนโยน และที่ขาดไม่ได้คือการฉีดน้ำหอมกลิ่นที่ดูภูมิฐานแต่เย้ายวนใจ
16.00 น. ผมรีบเคลียร์งานทุกอย่างแล้วบึ่งรถคู่ใจมุ่งหน้าสู่พิกัดย่านใจกลางเมือง ถนนที่ติดขัดในเย็นวันศุกร์ไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ในหัวผมจินตนาการถึงบทสนทนาที่เตรียมไว้ และที่สำคัญ... ผมแอบส่งข้อความรีเควสไปล่วงหน้าแล้วว่า "ขอให้น้องใส่ชุดนักศึกษา"
ทำไมต้องชุดนักศึกษา? สำหรับผม มันคือเสน่ห์ของความขัดแย้งครับ ความดูใสซื่อของชุดนักศึกษาพละหรือชุดพิธีการ มันจะดูเร่าร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อมันถูกสวมใส่อยู่บนร่างของสาวที่มีสรีระแบบ "เจนนี่"
ผมขับรถมาถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลาประมาณ 15 นาที ผมจอดรถแล้วนั่งรบสงบสติอารมณ์อยู่ในรถ ใจหนึ่งก็กังวลว่า "จะตรงปกไหม?" เพราะโดนแกงมาก็เยอะ แต่ความมั่นใจจากกลุ่มเพื่อนมันทำให้ผมกล้าที่จะเสี่ยง
เมื่อนาฬิกาบอกเวลา 16.55 น. ผมก้าวเท้าลงจากรถ เดินตรงไปยังลิฟต์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ ทุกก้าวที่เดินไปตามทางเดินที่ปูพรมหนานุ่ม มันเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ผมยืนอยู่หน้าห้องหมายเลขที่ได้รับมา สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะยื่นมือไปเคาะประตูเบาๆ
ก๊อก... ก๊อก...
ประตูค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งและน้ำหอมรสเชอร์รี่ที่ลอยมาปะทะจมูก และเมื่อประตูเปิดกว้างขึ้น... ผมก็ถึงกับยืนนิ่งไปชั่วขณะ
"สวัสดีค่ะพี่บอล... เข้ามาข้างในก่อนสิคะ"
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นทักทายผม พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสจนทำให้โลกทั้งใบดูสว่างขึ้น น้องเจนนี่ยืนอยู่ตรงหน้าผมในชุดนักศึกษาตามที่ผมขอไว้เป๊ะๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่ดูเหมือนจะรับภาระหนักเกินไป กับกระโปรงทรงเอสั้นกำลังดีที่โชว์เรียวขาขาวเนียน
โอ้โห... ตรงปกกว่าที่คิดไว้อีกครับ!
เจนนี่เป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กมากครับ ถ้าให้เดาน้องคงสูงไม่เกิน 155-158 เซนติเมตร เอวของเธอบางขนาดที่ผมคิดว่าสองมือของผมคงโอบรอบได้สบายๆ ใบหน้าของเธอจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และผิวที่ขาวอมชมพูจนเห็นเส้นเลือดจางๆ
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาผมที่สุด และเป็นเหตุผลที่ผมต้องรอมาถึง 1 อาทิตย์ก็คือ... "หน้าอก" ครับ ภายใต้เสื้อนักศึกษาที่ติดกระดุมจนถึงคอปก ผมเห็นความอวบอัดที่มันดันเนื้อผ้าออกมาจนตึงเปรี๊ยะ มันดูใหญ่และทรงพลังจนขัดกับขนาดตัวที่เล็กนิดเดียวของเธออย่างสิ้นเชิง ผมถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
"พี่บอล... ยืนเหม่ออะไรคะ? เข้ามาได้แล้วค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" น้องเจนนี่พูดยิ้มๆ พร้อมกับยื่นมือนุ่มๆ มาดึงแขนผมให้เข้าไปในห้อง
ภายในห้องถูกจัดไว้อย่างสะอาดสะอ้าน แสงไฟสีส้มสลัวๆ ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลาย น้องเจนนี่พาผมไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ความเป็นกันเองและอัธยาศัยของเธอดีเลิศอย่างที่เพื่อนผมคุยไว้จริงๆ เธอเริ่มชวนผมคุยเรื่องสัพเพเหระ เรื่องงาน เรื่องรถ ทำให้ความตื่นเต้นที่ผมมีในตอนแรกเริ่มมลายหายไป กลายเป็นความรู้สึกสบายใจเหมือนมาหาแฟนสาว
"พี่บอลรอนานไหมคะ? เจนนี่ขอโทษทีนะ คิวแน่นจริงๆ ค่ะช่วงนี้" เธอพูดพร้อมกับขยับเข้ามานั่งใกล้ผมมากขึ้นจนแขนของเราสัมผัสกัน
"รอนานครับ... แต่พอเห็นหน้าเจนนี่แล้ว พี่ว่าคุ้มที่รอครับ" ผมตอบไปตามตรง สายตายังคงลอบมองไปที่หน้าอกหน้าใจไซซ์ 38 ของเธอที่ตอนนี้มันเบียดเสียดอยู่ภายใต้เสื้อนักศึกษาจนกระดุมแทบจะปริออกมา
"แหม่... ปากหวานนะคะเนี่ย อยากรู้จังว่าปากจะหวานเหมือนคำพูดไหม"
เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจากซอกคอของเธอทำเอาผมแทบคลัง เจนนี่ใช้มือนุ่มๆ ของเธอประคองใบหน้าผมไว้ แล้วค่อยๆ มอบจูบที่แสนอ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความเรียกร้อง ลิ้นเรียวเล็กของเธอแทรกเข้ามาทักทายลิ้นของผมอย่างชำนาญ
จังหวะที่จูบกันอย่างนัวเนีย ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ผมเอื้อมมือหนาของผมไปสัมผัสกับสิ่งที่ผมถวิลหามาตลอดทั้งอาทิตย์ ผมวางฝ่ามือลงบนเนินอกที่นูนเด่นอยู่ภายใต้ผ้าเชิ้ตสีขาว
สัมผัสแรกที่ได้เจอ... มันคือที่สุดครับ!
มันนิ่มมากครับ นิ่มจนมือผมแทบจมหายลงไปในความอ่อนนุ่มนั้น มันไม่ใช่ความนิ่มแบบซิลิโคนที่เหนียวหนึบหรือแข็งเป็นลูกบอล แต่มันคือนิ่มแบบธรรมชาติที่มีน้ำหนัก มีการเคลื่อนไหวตามแรงมือที่ผมบีบเค้นลงไปเบาๆ
"นิ่มไหมคะพี่บอล... ของแท้นะคะ ไม่เคยผ่านมือหมอเลย" เจนนี่ผละออกจากจูบแล้วกระซิบถามข้างหูผม
"นิ่มที่สุดเท่าที่พี่เคยเจอมาเลยครับมุก... เอ๊ย เจนนี่" ผมถึงกับเรียกชื่อผิดเพราะความหลงใหล
ผมลองบีบเน้นน้ำหนักลงไปอีกนิด ความนุ่มนวลนั้นตอบสนองกลับมาอย่างยอดเยี่ยม มันนิ่มจนใจผมสั่นไปหมด ความขัดแย้งระหว่างสาวตัวเล็กเอวบางกับหน้าอกมหาศาลขนาด 38 นิ้วที่นิ่มนวลขนาดนี้ มันคือความสมบูรณ์แบบที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหลายปี
หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้ง นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของบทเรียนแรกเท่านั้น และผมรู้ดีว่า... งานนี้ "ลายแทง" ของเพื่อนผมไม่มีพลาดแน่นอน!