น็อกที่กลับมาถึงบ้าน ได้พูดคุยกับทุกคนถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะให้ทุกคนรีบไปพักผ่อน และหลังจากที่ไปรับพ่อของเขากลับมาในวันพรุ้งนี้แล้ว เขาจะเรียกประชุมกับทุกคนในบ้านอีกครั้ง เพื่อที่จะได้อธิบายถึงสถานการณ์ต่างๆ ให้ฟังอย่างละเอียดพร้อมๆ กัน และตอนนี้เขาเองก็ง่วงมากแล้ว [ขี้เกียจ] จึงขอตัวไปนอนก่อน ทุกคนเริ่มที่จะชินชากับนิสัยของน็อกแล้วจึงได้แต่แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ทันทีที่น็อกขึ้นมาถึงห้องนอนเขา ก็พบนีน่าลูกสาวตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง น็อกจึงไปนั่งอยู่ริมหน้าต่าง แล้วเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดมนไร้ซึ่งดวงดาวประดับประดา ในใจพลันอดคิดไม่ได้ว่าเวลาแห่งการต่อสู้ที่แท้จริงมันกำลังจะเริ่มขึ้น ในตอนนี้เขานั้นพอรับรู้เรื่องราวของทั้งสองโลกมาอย่างละเอียด ตั้งแต่กลับมาจากการประลองนั่น ชีวิตที่สงบสุขของครอบครัวเขาอาจจะเหลืออยู่ไม่มากนัก
เพราะความจริงแล้วภัยภิบัติที่แท้จริงกำลังจะมาถึง ตัวเขาซึ่งมีระบบการประมวลผลที่สุดยอด ในวันที่เขาอัพร้านค้าแต้มสีดำเป็นระดับ 7 ทำให้ได้รับทักษะมวลความรู้จักรวาล มาเป็นของแถม มันทำให้เขาได้รับรู้ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างเข้า และมันกำลังเริ่มนับถอยหลังอย่างช้าๆ น็อกเพียงแค่อยากจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อให้ครอบครัวของเขามีความสุขที่สุดในช่วงเวลาที่เหลือนี้ ก่อนที่จะไม่รู้ว่าอนาคตพรุ้งนี้จะอยู่หรือตาย.....
ข้อมูลส่วนตัวชื่อ นนท์ธวัช ทรัพย์ทวี ชื่อเล่น น็อก อายุ 17ชื่อเบื้องหลัง หลิงเทียน อาชีพ นักเรียน , นักร้อง , นักฆ่า , สายตำรวจฉายา ม้ามืด สถานะ ปกติ สถานะพิเศษ สายเลือดศักดิ์สิทธิ์ พรสวรรค์ ตีสีหน้าระดับสูงค่าสถานะ พลังกาย 18,051 [ปกปิด]ความเร็ว 18,074 [ปกปิด]สติปัญญา 35,976 [ปกปิด]โชค 4 เสน่ห์ 335 พลังปราณ 98,501,350 / 98,501,350 [ปกปิด]ระดับ ดินแดนจักรพรรดิ ขั้น 1 [ปกปิด] ทักษะ ฟุตบอลระดับกลาง 200/1,000 แฮกเกอร์ระดับสูง MAX ภาษาโลก [พิเศษ] MAXมวลความรู้จักรวาล MAX ทักษะพิเศษ ปราณหยินหยาง ขั้น 9 [เปลวเพลิง 2/9] [น้ำแข็ง 1/9]ก้าวนภาสวรรค์ ขั้น 9 เซียนโอสถสวรรค์ ขั้นที่ 9เนตรราชันย์ ขั้นที่ 9 หลอมศาสตราวุธ ขั้น 9เขียนอักขระ ขั้น 9ทักษะต่อสู้เหมันต์ไรใจ ขั้น 13 MAXเพลิงวายุอัสนี ขั้น 13 MAXหกบุพผาหยก ขั้น 13 MAXหมื่นกระบี่สยบสวรรค์ ขั้น 13 MAXPoint 951,800 แต้มสีดำ 11,454,800 แต้มสีขาว 0 นับถอยหลังเวลาแห่งภัยภิบัติ 890 วัน 16 ชั่วโมง 38 นาที 21 วินาที
น็อกที่มองดูค่าสถานะของตัวเองที่ก้าวกระโดดขึ้นสูงอย่างพรวดพราด ในความเป็นจริงแล้วนั้นเขาสามารถเอาชนะการประลองที่ผ่านมาได้แบบสบายๆ ด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะเขายังไม่สามารถเอาชนะตัวตนของเจ้าตำหนักต่างๆ ได้จึงต้องใช้ไอเทมปกปิดพลังที่เพิ่มสูงขึ้นมา เพราะเขาไม่อาจรู้ได้ว่าเจ้าตำหนักแต่ละคนใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรูกันแน่ แต่อย่างน้อยๆ ที่เขามั่นใจคือเจ้าตำหนักปฐพีแรกอรุณนั้นเป็นศัตรูอย่างแน่นอน และยังเป็นคนที่ต้องระวังเป็นพิเศษอีกด้วย ส่วนช่องนับเวลาถอยหลังนั้นเขาพบมันปรากฏขึ้นมาหลังจากตอนที่เรียนทักษะมวลความรู้จักรวาล พอลองสอบถามระบบก็พบว่า หากต้องการคำตอบจำเป็นต้องใช้ Point จำนวนหนึ่งล้านเพื่อแลกกับคำตอบ ทำให้เขาถึงกับหัวเสียอย่างรุนแรงเพราะก่อนหน้านี้เขาใช้มันถามคำอื่นๆ ไปหลายแสน Point ทำให้ต้องแลกเงินมาอีกจำนวนมาก แต่กระนั้นมันก็ยังไม่พออยู่ดี คืนนี้เขาก็คงต้องออกไปปล้นเงินกับพวกผู้มีอิทธิพล หรือไม่ก็ไปหออรุณเบิกฟ้าเพื่อหาเงิน ในระหว่างที่เขากำลังชั่งใจอยู่นั้น
"เอาว่ะ!!? ถ้าตรูไม่ลงนรก แล้วใครจะลงไปฟร่ะ!!?"
----------------------------------------------------------
เช้าวันต่อมา
น็อกตื่นขึ้นมาด้วยความสะลึมสะลือเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นมาอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ขณะที่เขากำลังแต่งตัวก็พลันอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เพราะพักหลังๆ มานี้ ไม่ว่าเขาจะนอนดึกขนาดไหน ก็จะตื่นเช้าโดยอัตโนมัติและที่สำคัญ เขารู้สึกว่าเสียงปลุกยามเช้าที่เคยได้ยินก็เริ่มจางหายไป ก่อนจะเลิกคิดเรื่องไร้สาระ แล้วรีบลงไปด้านล่างทันทีเพื่อลงไปรอรับพ่อของเขาที่น่าจะกำลังมาถึงสนามบิน
ทันทีที่น็อกลงมา แทบจะในเวลาเดียวกันที่ทุกคนออกมาจากห้อง ต่างก็มองไปมาที่เขาอย่างอดแปลกใจไม่ได้ น็อกที่เห็นแบบนั้นก็รีบสำรวจร่างกายของเขาทันที ก่อนจะเอามามือมาลูบหน้าไปมา "ก็ไม่มีอะไรติดหน้านิหว่า!!?" ก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ และถามอย่างสงสัย "เอ่อ!! ทุกคนผมมีอะไรแปลกไปงั้นหรอ ทำไมถึงมองกันแบบนั้นล่ะ"
"เปล่าหรอก ทุกคนคงแปลกใจล่ะมั้งที่ลูกตื่นเช้า เพราะมันมันผิดวิสัยของลูกน่ะ" แม่ของเอ่ยออกมา
"โห!!? นี่ผมแค่ตื่นเช้าเองนะจะแปลกใจอะไรกัน" น็อกถามอย่างงงๆ
"ช่างเถอะ!!? เดี๋ยวแม่กับลิลลี่จะไปรับพ่อที่สนามบินก่อนนะ"
"อ้าว!!? ไม่ให้ผมไปด้วยล่ะครับแม่"
"พี่จ๋า หนูกับแม่ไปรับพ่อเองดีกว่า ขืนพี่ไปด้วยสนามบินได้อลหม่านจากแฟนคลับของพี่อีกแน่ๆ"
"เพราะฉะนั้นลูกรออยู่ที่บ้านก็แล้วกันนะ"
"ครับๆ" น็อกได้แต่ตอบรับอย่างจนใจ
หลังจากที่แม่กับลิลลี่ออกไปแล้ว น็อกที่ไม่มีอะไรทำก็ชวนพรีมกับนพคุยเล่นเรื่อยเปื่อยเพื่อรอเวลาที่ทุกคนกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา แต่จู่ๆ น็อกก็เริ่มถามคำถามที่ถึงกับทำให้ทั้งสองถึงกับคิดหนักขึ้นมาทันที
"พรีม นพ ถ้าเกิดพรุ้งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ถูกกำหนดให้มนุษย์ต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ พวกเธอจะทำยังไงหรอ?"
"........!!?"
จากคำถามง่ายๆ ของน็อกทำให้ทั้งสองถึงกับเงียบไปนาน จนกระทั่งครออบครัวของเขากลับมาด้วยความร่าเริง แต่ทันทีที่เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศภายในบ้านที่ขมุกขมัวแล้ว ถึงกับรู้สึกตึงเครียดขึ้นในเวลาเดียวกัน เพราะเพื่อนของลูกชายทั้งสองนั่งหน้าเครียดราวกับมีเรื่องคิดไม่ตก แม้แต่มินมินเองที่บังเอิญได้มายินคำถามแบบนั้น ก็ถึงกับนิ่งเงียบอยู่อีกมุมนึงไปเหมือนกัน
"เกิดอะไรขึ้นหรอ!!" พ่อของน็อกที่จับสัมผัสได้เอ่ยถามขึ้น
"ไม่มีอะไรครับ ก็แค่ปัญหาเชาว์เล็กน้อย" น็อกตอบด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะเอ่ยต่อ "ในเมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้วผมมีเรื่องประชุมอย่างเร่งด่วนครับ"
ทุกคนจึงมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหารที่กลายมาเป็นโต๊ะประชุมไปแล้ว ก่อนที่น็อกจะให้เมดสาวกางม่านอักขระเพื่อป้องกันเสียงหลุดรอดออกไป ท่ามกลางสายตาของคนในบ้านมีมองมาราวกับว่านี่คงไม่ใช่การประชุมเล็กๆ ซะแล้วสิ
"เรื่องแรก ผมได้ท้าทายผู้นำมหาอำนาจทั้งเจ็ดประเทศไป เพราะไม่ต้องการให้มายุ่งวุ่นวายอะไรกับครอบครัวผมในช่วงเวลานี้มากนัก เรื่องนี้เดี๋ยวผมจะจัดการเอง เรื่องที่สอง หลังการประชุมกับผู้นำทั้งเจ็ดผมจะได้รับเงินบางส่วนผมต้องการให้พ่อกับแม่ไปหาซื้อเกาะแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุคนได้มากที่สุด และจะต้องมีเนื้อที่ในการเพาะปลูกสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แล้วพวกเราจะสร้างที่อยู่กันตรงนั้น เป็นที่พักสำรองในยามฉุกเฉิน เรื่องที่สาม ผมมีคำถามเล็กน้อยอยากให้ทุกคนลองคิด ถ้าหากสมมุติว่าถ้าโลกทั้งสองถูกรุกรานจากอสูรพร้อมกัน แล้วให้เลือกอยู่ที่โลกใดโลกหนึ่งทุกคนจะเลือกอยู่ที่ไหน" สิ้นเสียงของน็อกทุกคนถึงกับคิดหนักเป็นอย่างมาก ใจจริงน็อกเองก็ยังไม่อยากให้ครอบครัวของเขารับรู้เรื่องราวพวกนี้ แต่หากปล่อยไปแบบนี้ลำพังเขาเพียงคนเดียวคงไม่อาจรับมือกับปัญหามากมายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กันได้แน่ ดังนั้นควรเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ ขืนรอต่อไปเรื่อยๆ เขาอาจต้องสูญเสียคนในครอบครัวเป็นแน่ ตั้งแต่วันที่น็อกได้ทักษะมวลความรู้จักรวาลมา มันทำให้เขาเริ่มมีความคิดอ่านผิดแผกแปลกไปราวกับเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้
"ไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้ครับทุกคน ยังพอมีเวลาเหลืออยู่" น็อกกล่าวทิ้งท้ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ทุกคนได้มีเวลาคิด ก่อนจะขอตัวออกไปข้างนอก
----------------------------------------------------------
น็อกที่เดินไปคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็มาหยุดอยู่สถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ซึ่งในชีวิตก่อนเขาเคยอาศัยอยู่ มันชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่ แต่ก็มีความทรงจำดีๆ หลายอย่างเกิดขึ้นเช่นกัน ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขารีบกดดูเมื่อเห็นว่าคนโทรมาคือเลขาชิน เขาได้แต่สบถอย่างหัวเสีย "ติดต่อมาเร็วเกินไปแล้วเฟ้ย!!" ถึงจะบ่นแต่ก็ยังรับสายอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ว่าไงครับ เลขาชิน?"
"คุณน็อกครับ ผมโทรมาแจ้งกำหนดการอีก 2 วันผู้นำทั้งเจ็ดประเทศจะมารวมตัวกันที่โรงแรมพาราไดซ์ เวลา 12.00 น. ครับ"
"โอ้วว!!!? ดำเนินการเร็วมาก ขอบคุณนะครับเลขาชิน"
"ครับ แล้วก็ยอดเงินในบัญชีของคุณน็อก กับพ่อของคุณเหลือไม่ถึงหนึ่งล้านแล้วนะครับทำให้ไม่สามารถซื้อหุ้นจากผู้ขายหุ้นรายอื่นๆ ได้แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับท่านประธานและเจ้าของบริษัท Js music ได้ลงขันร่วมกันเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดมาให้คุณก่อนครับ"
น็อกรีบกล่าวขอบคุณทันทีก่อนจะสบถในใจเล็กน้อย "เวรกำ!!! นี่ตรูใช้เงินหมดแล้วหรอฟร่ะเนี่ย น่าขายหน้าชะมัด!!?"
เมื่อน็อกวางสายเขาก็มองไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินจากไป ทันทีที่เริ่มละจากสายตาคน เขาก็เร่งความเร็วในการเดินทางทันที และเพียงไม่กี่ลมหายใจเขาก็เดินทางมาถึงหออรุณเบิกฟ้า ในระหว่างที่กำลังเร่งรีบไปยังหอประมูล เพื่อจัดการธุระ
"ฟิ้ววววว!!?"
"หมับ!!?"
หลิงเทียน ที่สัมผัสถึงอาวุธลับที่จู่โจมเขาก่อนจะใช้ปลายนิ้วคีบไว้อย่างง่ายดาย และถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้าคิดจะทำอะไร หลานฮัว?"
"ก็แค่ทักทายเล็กน้อยเท่านั้นเองเจ้าค่ะ" หลานฮัวตอบด้วยน้ำเสียงดีใจเล็กน้อย
"ยังไม่ถึงกำหนด 1 ปีเจ้ามานี่ทำไม"
"แหม!! ต่อให้ข้าฝึกหนักกว่านี้อีก 100 ปีก็คงไม่มีทางเอาชนะตัวตนระดับจักรพรรดิได้หรอกเจ้าค่ะ"
"พรึ่บ!!!?"
ทันทีที่ได้ยินคำตอบ หลิงเทียนเข้าประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว และใช้อาวุธลับที่หลานฮัวโจมตีมาจ่อไปที่คอของนาง พร้อมกับจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง
"เจ้ารู้ได้ยังไง!!?"
"ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ข้าไม่มีทางปริปากบอกใครเป็นแน่"
"เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!!?"
"ก็แค่อยากเป็นคนติดตามของคุณชายหลิงก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ"
หลิงเทียนประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างคิดไม่ตก เพราะเขาไม่เคยรับมือกับผู้หญิงได้แถมยังโดนปั่นหัวบ่อยๆ อีกด้วย ทำให้เขาค่อนข้างวิตกกังวลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับคนที่รู้ความลับของเขา หากเป็นผู้หญิงทั่วไป เขาจะลงมือสังหารอย่างไม่ลังเล แต่หากเป็นคนที่เคยรู้จักทำให้เขาค่อนข้างมีความลังเล แต่ที่น่าสนใจคือนางรู้ได้ไงว่าเขามีพลังระดับไหน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลดอาวุธลง
"ข้าจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าเจ้าจะไม่หักหลังข้า!!?" หลิงเทียนเลือกจะหยั่งเชิงเล็กน้อย
"ข้ายินยอมทำพันธะสัญญาโลหิตกับท่าน" หลานฮัวตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เหตุผลล่ะ!!?" หลิงเทียนยังคงสงสัย
"เพราะข้าเองก็สามารถมองเห็นอนาคตได้เช่นเดียวกับท่าน"
ในประโยคสุดท้ายหลานฮัวก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของหลิงเทียน เพื่อให้เขาได้ยินเพียงคนเดียวเท่านั้น และในเวลาเดียวกันที่หลิงเทียนได้ยินคำตอบ เขารีบคว้าไปที่ข้อมือของหลานฮัวก่อนจะรีบพุ่งทะยานหายไปอย่างรวดเร็ว