“พรุน ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะถามเธอ! ”
ท่ามกลางความว้าวุ่นของสนามประลอง
บุรุษแห่งราชสีห์กำลังหันหน้าเข้าเผชิญกับความจริงที่ตนเองหลบเลี่ยงมาตลอด
ความจริงที่ยากจะยอมรับได้ ว่าบิดาของตนนั้น…
“เขี้ยวนั้น… เป็นของชนเผ่าสิงโตใช่หรือไม่!? ”
...ได้ถูกสังหารโดยมิตรสหายต่างเผ่าที่ตนยอมรับว่าคือ [เพื่อน]
“เขี้ยว…”
คำพูดของไพไรต์ทำให้พรุนก้มลงมองดูเขี้ยวของชายที่ตนเคยสังหารไป
ในตอนนั้น ณ เวลาที่ยังไม่มีการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองทวีป ผู้กล้าสิงโต [แบไรต์] มีภารกิจในการแทรกซึมทวีปคริสตัลของพวกพรุน
ผลลัพธ์ของภารกิจ คือการที่แบไรต์ต้องสิ้นชีวิตลงเพราะความเข้าใจผิดอย่างน่าเศร้าของทั้งสองฝ่ายที่ยังมิอาจเข้าใจต่อกันได้
มุมมองที่แตกต่างกันจนไม่อาจเข้าใจกันได้ ณ เวลานั้น คือสาเหตุที่ทำให้แบไรต์ต้องเสียชีวิต
แน่นอนว่าไพไรต์ไม่ได้รับรู้รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น
ไม่รู้ว่าพ่อของเขาทำการสังหารนักเรียนไปเป็นจำนวนมากเพื่อหาหนทางกลับสู่ทวีปบ้านเกิด
และไม่รู้ว่าที่พรุนต้องสังหารพ่อของเขา มันก็เพื่อปกป้องเพื่อนของเธอที่กำลังจะโดนเอาชีวิตไปโดยพ่อของเขาเอง
“เขี้ยวนี้… ฉันได้มาจาก…”
พรุนสามารถพูดโกหกออกไปได้ถ้าหากต้องการจะทำ
“ใช่ค่ะ ฉันได้มาจากของชายชนเผ่าสิงโตคนหนึ่งค่ะ”
แต่เธอไม่ทำเช่นนั้น
“ฉัน… เป็นคนที่สังหารชายคนนั้นด้วยมือคู่นี้เองค่ะ”
เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป
สายตาอันแน่วแน่ของทายาทแห่งราชสีห์ มันบอกให้เธอรู้ ว่าเขารู้ความจริงทุกอย่างแล้ว
“เป็นอย่างงั้นจริง ๆ สินะ…”
ไพไรต์หลับตายืนนิ่งอยู่ใจกลางผิวน้ำของทะเลสาบตรงหน้าพรุน
สหายต่างเผ่าที่ตนเองเคยเคียดแค้น สหายที่ได้พิสูจน์ตัวตนสร้างสัมพันธ์จนเรียกได้เต็มปากว่าคือเพื่อน แต่แล้วเพื่อนคนนั้นกลับกลายเป็นตัวการของผู้สังหารพ่อตัวเอง
ความรู้สึกที่ซับซ้อนเช่นนี้ควรจะจัดการกับมันเช่นไรดี?
ความคับแค้นที่สุมอยู่ภายในอกนี้ควรจะจัดการกับมันเช่นไรดี?
ไพไรต์ไม่รู้
เขาไม่รู้เลย
แต่คราวนี้เขาจะไม่หันหน้าหนีความจริงอีกแล้ว
ดังนั้น
“พรุน---”
พริบตานั้นแรงกดดันได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของไพไรต์
ความแค้นและมิตรภาพ จิตอันสับสนทั้งสองได้ผสมปนเปจนก่อเกิดเป็นแรงกดดันที่ซับซ้อนอันหนักหน่วง
นักสู้ในเขตทะเลสาบต่างหยุดการต่อสู้ของตนเพราะแรงกดดันที่แผ่ขยายออกมา
บางคนสลบล้มตัวลง
บางคนหยุดนิ่งราวกับถูกสาบให้เป็นหิน
บางคนรีบวิ่งถอยห่างออกไปตั้งหลัก
อากาศหยุดนิ่ง เสียงเชียร์ฉับพลันเงียบลง แม้แต่ผิวน้ำของทะเลสาบยังกลายเป็นผิวกระจกที่เรียบสนิท
ราวกับว่าเวลาของสนามประลองกำลังถูกบังคับหยุดนิ่ง
ทุกคนต่างหันมาจับจ้องร่างของบุรุษสีทอง บุตรแห่งราชสีห์ที่ปลดปล่อยแรงกดดันนี้ออกมาเป็นสายตาเดียวกัน
“---มาประลองหนึ่งต่อหนึ่งกับผมซะ”
---ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะประลองท้าสู้กับพรุน เพื่อหาทางดับไฟที่กำลังสุมอยู่ในจิตใจของเขาให้มอดดับไปซะ
พรุนมองดูแววตาของไพไรต์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ทีมของเธอกำลังอยู่ในช่วงของระหว่างดำเนินแผนการเอาชนะงานแข่งประลองยุทธ์
ทุกคนต่างกำลังอยู่ในตำแหน่งของตัวเอง มองดูสัญญาณบอกตำแหน่งศัตรูจากแฟต แล้วให้สตรีภูติตัวน้อยสร้างการโจมตีชุดใหญ่สาดส่องไปทั่วสนาม
เพื่อจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ พรุนจะต้องรับทำหน้าที่เป็นแนวหน้าปกป้องสหายของเธอ
ศัตรูไม่ได้มีแต่เพียงไพไรต์เท่านั้น ดังนั้นจะรับคำท้าที่ไร้เหตุผลนี้ไม่ได้เด็ดขาด
แต่ถึงจะรู้ดีเช่นนั้น
“ได้ค่ะ”
เธอกลับตอบรับคำท้าออกไปอย่างไม่มีลังเล
เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่สายตาของไพไรต์มันทำให้เธอตอบรับตกลงคำท้าต่อสู้
ต้องตอบรับความปราถนาของชายตรงหน้า มิฉะนั้นจิตใจของเขาคงได้พังทลายเป็นแน่
เธอคิดเช่นนั้น
ไม่มีเสียงระฆังเปิดสนาม
ไม่มีซึ่งกรรมการ
หนึ่งสิงโตหนึ่งยักษา
ทั้งสองคนต่างเดินมายืนประจันหน้าบนผิวทะเลสาบ
ทุกสิ่งต่างหยุดนิ่ง…
หยุดนิ่งจนกระทั้ง
“!!! ”
สายลมได้กลับมาพัดอีกครั้ง
บุรุษสิงโตกางกรงเล็บออก แล้ววิ่งเหยียบเหนือผิวน้ำประชิดตัวสตรียักษา
ผิวน้ำแตกสาดกระเซ็นเป็นวงกว้าง ทิ้งกระแสลมเอาไว้เบื้องหลัง
ร่างเงาสีทองเยื้องกรายสู่เบื้องหน้า กวาดคมเขี้ยวอันแหลมคม จากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา ตวัดขาจากล่างขึ้นบน ออกทวงท่าต่อเนื่องมิหยุดหายใจ
ทวงท่าของเขานั้น [รวดเร็ว] [รุนแรง] และ [คมกริบ] เป็นการโจมตีอันไร้จุดบอดจะสวนกลับได้
“ฮ่ะ---! ”
พรุนยกแขนทั้งสองตั้งการ์ด แล้วเริ่มรับมือกับกรงเล็บสังหารที่แผ่พุ่งเข้าใส่
ผิวเรียบเนียนสีเขียวอ่อนเริ่มกลายเป็นรอยแผลถลอกยาว เลือดสีดำไหลผ่านผิวหนังเป็นสายธารยาว
แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่คิดจะหลบการโจมตีของศัตรู
เธอใช้แขนกับร่างกายอันแข็งแกร่งรับคมเขี้ยว ใช้สายตาจ้องมองร่างของบุรุษสีทองผ่านช่องว่างของแขนที่ยกตั้งการ์ดอย่างมิให้คลาดสายตา
ที่ไม่คิดหลบ เพราะเธอรู้ตัวว่ามิอาจหลบพ้น
เธอไม่อาจตามความไวของราชสีห์สีทองได้ทัน
เธอทำได้แต่เพียงตั้งรับเท่านั้น
แต่สตรีอย่างเธอไม่ใช่คนที่จะคอยเอาแต่ตั้งรับเพียงอย่างเดียว
ดวงตาคู่นี้ ถ้าหากคุ้นชินก็จะสามารถมองในที่มืดได้ชัด
ความเร็วที่ยากจะตามทัน หากได้จับจ้องก็จะเริ่มคุ้นชินแล้วไล่ตามทัน
สตรียักษากำลังพลักดันพัฒนาความสามารถด้านต่อสู้ที่หยุดนิ่งเพราะความดื้อรั้น
เธอผู้ละเลยวิชาต่อสู้ของผู้ให้กำเนิดเพื่อเดินในเส้นทางของวิทยาศาสตร์เวทตร์ กำลังกำลังปลุกพรสวรรค์ที่เคยละทิ้งให้ตื่นขึ้นมาอีกคร่า
“ตรงนั้น! ”
มันคือหนึ่งหมัดที่สวนกลับไปท่ามกลางพายุของกรงเล็บที่โถมโจมตีนับร้อย
หมัดนั้นรอโอกาสของช่องว่างที่กำลังจะเกิดขึ้น
ต่อให้เป็นการโจมตีต่อเนื่องเพียงใด ผู้ใช้ก็ยังเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกาย เลือด กับลมหายใจ
กล้ามเนื้อหากใช้งานหนักก็ย่อมมีเหนื่อยล้า
ปอดย่อมต้องการหยุดพักเพื่อหายใจ
ถึงจะเป็นบุรุษที่ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี ก็มิอาจเลี่ยงเหตุเหล่านี้ได้
ดวงตาของสตรียักษาไม่ยอมพลาดช่วงจังหวะที่ศัตรูหยุดชะงักเคลื่อนไหวเพื่อผ่อนแรงหายใจ
ถึงจะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นคือเสี้ยววินาทีแห่งโอกาสของการสวนกลับ
สวนกลับด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวเท่านั้น
*เปรี๊ยง! *
เสียงหมัดที่ปะทะร่างของราชสีห์ดังกึกก้องประดุจเสียงก้อนหินที่แตกสลาย
ระเบิดลมแผ่ขยายพัดผิวน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง ร่างสีทองขนาด 190 เซนติเมตร ลอยข้ามผิวน้ำของทะเลสาบออกไปไกลถึงยี่สิบเมตร
“อั๊ก! ”
รอยหมัดของสตรียักษาถูกทิ้งเอาไว้อยู่ตรงหัวไหลซ้ายของเขา
แขน… หักไปแล้ว?
เพียงแค่หมัดเดียวถึงกับทำให้แขนซ้ายหัก
เป็นพลังที่มากยิ่งกว่าชนเผ่าหมีหรือชนเผ่ากอลิล่า
เป็นพลังที่มากกว่าใครคนที่เคยได้เผชิญต่อสู้
นี่คือพลังของ… สตรีเผ่ายักษ์ที่ชื่อว่า [พรุน]
“ (…ท่านพ่อพ่ายแพ้ให้กับศัตรูเช่นนี้เองสินะ? … ช่างเป็นศัตรูที่เก่งกาจ… ทั้งเธอ… กับพรรคพวกของเธอตรงนั้น) ”
ไพไรต์คิดเช่นนั้น
ช่างน่ากลัว
พวกเผ่าอสูรกายช่างน่ากลัวจริง ๆ
แต่ทำไม…
ทำไมถึงยิ้มออกมาได้?
“... ฮะ ฮะ”
ทำไมถึงหัวเราะออกมาได้?
“มาต่อยกสองกัน! ”
ทำไมถึงมีความสุข?
“ฮะ ฮะ ฮะ! ”
“!?! ”
บุรุษแห่งราชสีห์หัวเราะอย่างปลดปล่อย แล้วใช้ขาข้างขวาถีบพืชหอกน้ำที่ลอยไปทั่วทะเลสาบจนกระเด็นขึ้นสูง
พืชหอกที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคล้ายตัวเม่นขนาดหนึ่งเมตรจำนวนมาก กำลังลอยเป็นวิถีโค้งตกใส่สตรีเผ่ายักษา
“ใช้วิธีนี้เลยหรือคะ? ”
พรุนเบิกตาโตด้วยความตกใจ แล้วรีบเคลื่อนตัวหลบห่าฝนพืชหอกที่เต็มไปด้วยหนามแหลม
ท่ามกลางห่าฝนที่โกลาหล มีร่างสีทองกำลังแทรกซึมบุกเข้าไปที่ด้านหลังของสตรียักษา
ชายผู้นั้นคือไพไรต์นั่นเอง
“เสร็จละ! ”
“คิดง่ายไปค่ะ! ”
กรงเล็บถูกเหวี่ยงใส่จากทางด้านหลัง เล็งไปที่ต้นคอผิวเนียนสวยของสตรีเผ่ายักษา
สตรีเผ่ายักษาเอง ก็หมุนตัวกลับหลัง พร้อมกับเหวี่ยงหมัดสวนโจมตีกลับไป
หมัดกับกรงเล็บของทั้งสองคนปะทะกันอย่างรุนแรง
เล็บที่แหลมคมทิ่มแทงจมลึกเข้าไปในผิวสีเขียวของสตรีเผ่ายักษา
เลือดสีดำจำนวนมากไหลออกมาจากหมัดที่ถูกกรงเล็บฝั่งลึกเข้าไป
ในทางกลับกัน เล็บที่ฝั่งเข้าไปนั้น เขามิอาจดึงมันกลับออกไปได้
มันถูกกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งบีบรัด และหักมันออกจากปลายนิ้วทั้งห้าของเขา
“อั๊ก! ”
“โอ๊ย! ”
ทั้งคู่ต่างหลุดเสียงเจ็บปวดออกมา แล้วทิ้งระยะห่างออกมาเพื่อตั้งหลักอีกครั้ง
ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข
เป็นรอยยิ้มของนักสู้ที่พบกับคู่ต่อสู้ซึ่งทำให้ตัวเองรู้สึกสนุกสนานขึ้นมาได้
“ต่อยกสามกัน! ”
“ยินดีค่ะ! ”
ไม่มีความหม่นหมองอยู่ภายในใจของราชสีห์สีทองผู้นี้อีกต่อไป
ถึงจะคับแค้นเป็นไฟ แต่ศัตรูตรงหน้าของเขามิใช่บุคคลที่น่ารังเกียจ
หมัดของสตรีเผ่ายักษ์ มิใช่หมัดของนักฆ่าสังหาร
มันเป็นหมัดของนักสู้ หมัดที่บริสุทธิ์ซึ่งอยากปกป้องชีวิต มิใช่หมัดสังหารเพื่อหมายเอาชีวิตศัตรู หรือหมัดแห่งความละโมบที่อยากแย่งช่วงชิงสิ่งล้ำค่าของผู้อื่น
ถึงเขาจะแผ่แรงกดดัน แสดงความต้องการฆ่าชัดเจน แต่สตรีผู้นี้กลับมิได้ตอบรับด้วยความรังเกียจ
เธอยอมรับความต้องการฆ่าของเขา ยอมรับการโจมตีถึงชีวิตที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างยินดี
ดังนั้นเขาจึงหัวเราะ
ดังนั้นเขาจึงยิ้ม
เพราะเขาไม่จำเป็นต้องอดกลั้นความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว
ไม่จำเป็นต้องลังเลอีกต่อไป
มิตรภาพ? ไฟแค้น? จะเลือกทางไหน? ช่างหัวมันปะไรสิ
ทำมันไปพร้อมกันนี่แหละ
สตรีตรงหน้ายินดีรับความแค้นของเขา
เขาจึงสามารถเหวี่ยงกรงเล็บแห่งความแค้นได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ
สตรีตรงหน้ามีความแข็งแกร่ง
เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องออมแรงเพราะหวั่นเกรงว่าจะพลั้งมือฆ่ามิตรสหาย
ใส่มันให้เต็มที่ ปลดเปลื้องความรู้สึกที่คาใจทั้งหมดออกไปใส่เธอซะ!
ไฟแค้นเริ่มเจือจางหายไป
ความแค้นเริ่มเลือนหายไป
แล้วถูกแทนที่ด้วยความคิดที่จะล้มคู่ต่อสู้ตรงหน้าเท่านั้น
จะเหวี่ยงหมัดยังไง? จะเคลื่อนไหวร่างกายเช่นไร?
การต่อสู้ที่ตอบรับอย่างบริสุทธิ์ใจของสตรียักษา ทำให้จิตใจของบุรุษสิงโตได้รับการปลดปล่อยออกไปเช่นนั้น
“ย๊ากกกก! ”
ตอนนี้บุรุษแห่งราชสีห์ได้สูญเสียกรงเล็บในมือขวาไปแล้ว
ดังนั้นเขาจึงใช้ขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แตะผิวน้ำของทะเลสาบจนสาดกระเซ็นขึ้นสูงเพื่อสร้างม่านน้ำบังตา แล้วถีบตัวเองลอยขึ้นไปในอากาศ
ก่อนจะม้วนตัวแตะสามจังหวะใส่สตรียักษาที่ถูกบดบังวิสัยทัศน์จากกำแพงน้ำ
*กร๊อบ! *
เสียงคล้ายกระดูกหักดังขึ้นมาตรงช่วงรอยต่อระหว่างคอกับหัวไหลขวาของสตรียักษา
ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด แต่เธอสามารถชักสีหน้ากลับมาเป็นปกติได้ภายในหนึ่งวินาที แล้วรีบยกการ์ดเพื่อเตรียมรับมือลูกถีบที่สอง
ลูกแตะจังหวะสองถูกวาดจากบนลงล่าง เป็นลูกแตะตอกส้นที่รุนแรงเล็งเป้าสู่ใจกลางกระหม่อมของเธอ
สตรียักษาข่มความเจ็บของหัวไหลขวา แล้วยกแขนทั้งสองข้างไขว้เข้าหากันขึ้นเหนือศรีษะเพื่อรับการโจมตี
“ฮ่ะ! ”
เมื่อเห็นว่าถูกป้องกันได้ เขาจึงหยุดการโจมตีกลางอากาศ แล้วตีลังกาม้วนตัวแตะโจมตีเป็นจังหวะที่สามแทน
ขาซ้ายถูดวาดม้วนเป็นวงกลมในลักษณะจากล่างขึ้นบน
“อั๊ก! ”
ปลายเท้าซ้ายกระแทกเข้าปลายคางของสตรียักษาเต็มแรง
แต่ทว่าร่างขนาดสองเมตรครึ่งตรงหน้ากลับไม่ขยับเขยื้อน ประดุจเป็นขุนเขาที่มิอาจเคลื่อนไหวได้
“ในที่สุดก็จับได้สักทีนะคะ”
สตรียักษาพูดทั้งที่มีเลือดสีดำไหลย้อยลงมาจากคาง
เธอใช้มือซ้ายจับขาของบุรุษแห่งราชสีห์ แล้วใช้สื่อนำเวทรูปร่างแหวนในมือซ้ายสร้างกระแสไฟฟ้าหุ้มแขนของเธอเอาไว้
“อั๊ก! ”
ไฟฟ้าขนาดอ่อนที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างสุดกำลัง ทำให้ร่างของเขาเหน็บชาและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างที่ต้องการ
เขาถูกเธอจับเหวี่ยงทุ่มใส่ผิวทะเลสาบ จนน้ำสาดกระเซ็นขึ้นสูงประดุจลูกระเบิดตกใส่
“อึ๊ก…!? ”
ถูกจับทุ่ม แล้วยังถูกไฟฟ้าช็อตใส่
เขาในเวลานี้ไม่อาจขยับตัวได้อย่างที่ต้องการ
แต่ก็ใช่ว่าจะดิ้นรนไม่ได้เลย
“มันจบแล้วค่ะ”
สตรียักษาเดินเข้าไปใกล้เขาเพื่อเตรียมที่จะเผด็จศึก
แขนซ้ายถูกง้างขึ้นสูง และเตรียมที่จะทิ้งลงใส่ใบหน้าหมายจะทำให้เขาหมดสติลง
แล้วหมัดซ้ายสังหารของเธอก็ถูกเหวี่ยงลงไป
นี่คือความพ่ายแพ้ของยอดบุรุษแห่งราชสีห์สีทอง [ไพไรต์]
“... คงคิดแบบนั้นอยู่สินะ? ”
“!! ”
ในพริบตานั้น ร่างกายของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว
กัดฟันทนเจ็บแขนซ้ายที่หัก กางกรงเล็บออกกว้าง แล้วแทงโจมตีสวนกลับไปแบบแลกชีวิต
รอโจมตีในช่วงจังหวะที่ศัตรูลงมือ เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่มาธิของศัตรูเพ่งไปที่การโจมตีแต่เพียงอย่างเดียว
มันคือช่วงเวลาที่ศัตรูไร้ซึ่งการป้องกันมากที่สุด
ทุกสายตาที่จับจ้องชมการต่อสู้ ต่างกลืนน้ำลายพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย
หากแม้นกระพริบตา คงได้เป็นอันพลาดชมเสี้ยววินาทีสุดท้ายของการตัดสินนี้
“... ดีใจ… ด้วยนะคะ”
“ขอบคุณมาก…”
เลือดสีดำจำนวนมากไหลผ่านลงมาตามแขนของบุรุษแห่งราชสีห์
หมัดซ้ายของสตรียักษา กำลังจมลึกลงไปในหัวไหลซ้ายของเขา
ในทางกลับกัน กรงเล็บที่แหลมคมของเขา ก็จมลึกแทงทะลุคอหอยของเธอเช่นกัน
ร่างของสตรียักษาทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง และจมลงไปในผิวน้ำของทะเลสาบ
เลือดของเธอเริ่มย้อมให้แผ่นกระจกน้ำธรรมชาติกลายเป็นสีดำ
มันจบลงแล้ว
ความแค้นของเขามันจบแล้ว
รู้สึกปลอดโปร่ง
รู้สึกได้รับการปลดปล่อยจากอารมณ์ทั้งปวง
และรู้สึก… ว่างเปล่า
ไม่มีอะไรเหลือตกค้างอยู่ในใจของเขาอีกต่อไป
ตอนนี้ปมปัญหาเรื่องของบิดาผู้ให้กำเนิดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ที่เหลือ จึงมีเพียงแต่ปัญหาภายในกับเรื่องของเทพเจ้าที่ต้องแก้ไขตาม
ถ้าหากเป็นเวลานี้ ต่อให้รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของเทพเจ้าโนอาร์ ก็คิดว่าคงไม่รู้สึกสับสนอะไรอีกต่อไป
เพราะจิตที่เคยสับสนวุ่นวาย มันได้สงบลงไปพร้อมกับการต่อสู้เมื่อกี้นี้แล้ว
ไม่เคยรู้สึก… สมองปลอดโปร่งเช่นนี้มานานแล้ว
แต่ก่อนที่จะไปเริ่มจัดการปัญหาอื่นในหลังจากนี้---
“ไอพวกกรรมการ! ยังจะเหม่อดูอยู่ได้! รีบพายัยนี่ไปรักษาในเครื่องวิเศษของพวกแกได้แล้วเฮ้ย! ”
---คงต้องรีบส่งตัวเธอคนนี้ไปรักษาตัวเสียก่อน
รีบรักษา [พรุน] นักรบต่างเผ่าผู้ที่สังหารวีรบุรุษชนเผ่าสิงโต
ผู้ที่เป็น… [เพื่อน] ของเรา