Pioneer Era

    ตอนที่ 86 คุยด้วยหมัด

    “พรุน ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะถามเธอ! ”

    ท่ามกลางความว้าวุ่นของสนามประลอง

    บุรุษแห่งราชสีห์กำลังหันหน้าเข้าเผชิญกับความจริงที่ตนเองหลบเลี่ยงมาตลอด

    ความจริงที่ยากจะยอมรับได้ ว่าบิดาของตนนั้น…

    “เขี้ยวนั้น… เป็นของชนเผ่าสิงโตใช่หรือไม่!? ”

    ...ได้ถูกสังหารโดยมิตรสหายต่างเผ่าที่ตนยอมรับว่าคือ [เพื่อน]



    “เขี้ยว…”

    คำพูดของไพไรต์ทำให้พรุนก้มลงมองดูเขี้ยวของชายที่ตนเคยสังหารไป

    ในตอนนั้น ณ เวลาที่ยังไม่มีการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองทวีป ผู้กล้าสิงโต [แบไรต์] มีภารกิจในการแทรกซึมทวีปคริสตัลของพวกพรุน

    ผลลัพธ์ของภารกิจ คือการที่แบไรต์ต้องสิ้นชีวิตลงเพราะความเข้าใจผิดอย่างน่าเศร้าของทั้งสองฝ่ายที่ยังมิอาจเข้าใจต่อกันได้

    มุมมองที่แตกต่างกันจนไม่อาจเข้าใจกันได้ ณ เวลานั้น คือสาเหตุที่ทำให้แบไรต์ต้องเสียชีวิต

    แน่นอนว่าไพไรต์ไม่ได้รับรู้รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น

    ไม่รู้ว่าพ่อของเขาทำการสังหารนักเรียนไปเป็นจำนวนมากเพื่อหาหนทางกลับสู่ทวีปบ้านเกิด

    และไม่รู้ว่าที่พรุนต้องสังหารพ่อของเขา มันก็เพื่อปกป้องเพื่อนของเธอที่กำลังจะโดนเอาชีวิตไปโดยพ่อของเขาเอง



    “เขี้ยวนี้… ฉันได้มาจาก…”

    พรุนสามารถพูดโกหกออกไปได้ถ้าหากต้องการจะทำ

    “ใช่ค่ะ ฉันได้มาจากของชายชนเผ่าสิงโตคนหนึ่งค่ะ”

    แต่เธอไม่ทำเช่นนั้น

    “ฉัน… เป็นคนที่สังหารชายคนนั้นด้วยมือคู่นี้เองค่ะ”

    เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป

    สายตาอันแน่วแน่ของทายาทแห่งราชสีห์ มันบอกให้เธอรู้ ว่าเขารู้ความจริงทุกอย่างแล้ว

    “เป็นอย่างงั้นจริง ๆ สินะ…”

    ไพไรต์หลับตายืนนิ่งอยู่ใจกลางผิวน้ำของทะเลสาบตรงหน้าพรุน

    สหายต่างเผ่าที่ตนเองเคยเคียดแค้น สหายที่ได้พิสูจน์ตัวตนสร้างสัมพันธ์จนเรียกได้เต็มปากว่าคือเพื่อน แต่แล้วเพื่อนคนนั้นกลับกลายเป็นตัวการของผู้สังหารพ่อตัวเอง

    ความรู้สึกที่ซับซ้อนเช่นนี้ควรจะจัดการกับมันเช่นไรดี?

    ความคับแค้นที่สุมอยู่ภายในอกนี้ควรจะจัดการกับมันเช่นไรดี?

    ไพไรต์ไม่รู้

    เขาไม่รู้เลย

    แต่คราวนี้เขาจะไม่หันหน้าหนีความจริงอีกแล้ว

    ดังนั้น

    “พรุน---”



    พริบตานั้นแรงกดดันได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของไพไรต์

    ความแค้นและมิตรภาพ จิตอันสับสนทั้งสองได้ผสมปนเปจนก่อเกิดเป็นแรงกดดันที่ซับซ้อนอันหนักหน่วง

    นักสู้ในเขตทะเลสาบต่างหยุดการต่อสู้ของตนเพราะแรงกดดันที่แผ่ขยายออกมา

    บางคนสลบล้มตัวลง

    บางคนหยุดนิ่งราวกับถูกสาบให้เป็นหิน

    บางคนรีบวิ่งถอยห่างออกไปตั้งหลัก

    อากาศหยุดนิ่ง เสียงเชียร์ฉับพลันเงียบลง แม้แต่ผิวน้ำของทะเลสาบยังกลายเป็นผิวกระจกที่เรียบสนิท

    ราวกับว่าเวลาของสนามประลองกำลังถูกบังคับหยุดนิ่ง

    ทุกคนต่างหันมาจับจ้องร่างของบุรุษสีทอง บุตรแห่งราชสีห์ที่ปลดปล่อยแรงกดดันนี้ออกมาเป็นสายตาเดียวกัน

    “---มาประลองหนึ่งต่อหนึ่งกับผมซะ”

    ---ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะประลองท้าสู้กับพรุน เพื่อหาทางดับไฟที่กำลังสุมอยู่ในจิตใจของเขาให้มอดดับไปซะ



    พรุนมองดูแววตาของไพไรต์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

    ทีมของเธอกำลังอยู่ในช่วงของระหว่างดำเนินแผนการเอาชนะงานแข่งประลองยุทธ์

    ทุกคนต่างกำลังอยู่ในตำแหน่งของตัวเอง มองดูสัญญาณบอกตำแหน่งศัตรูจากแฟต แล้วให้สตรีภูติตัวน้อยสร้างการโจมตีชุดใหญ่สาดส่องไปทั่วสนาม

    เพื่อจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ พรุนจะต้องรับทำหน้าที่เป็นแนวหน้าปกป้องสหายของเธอ

    ศัตรูไม่ได้มีแต่เพียงไพไรต์เท่านั้น ดังนั้นจะรับคำท้าที่ไร้เหตุผลนี้ไม่ได้เด็ดขาด

    แต่ถึงจะรู้ดีเช่นนั้น

    “ได้ค่ะ”

    เธอกลับตอบรับคำท้าออกไปอย่างไม่มีลังเล

    เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่สายตาของไพไรต์มันทำให้เธอตอบรับตกลงคำท้าต่อสู้

    ต้องตอบรับความปราถนาของชายตรงหน้า มิฉะนั้นจิตใจของเขาคงได้พังทลายเป็นแน่

    เธอคิดเช่นนั้น



    ไม่มีเสียงระฆังเปิดสนาม

    ไม่มีซึ่งกรรมการ

    หนึ่งสิงโตหนึ่งยักษา

    ทั้งสองคนต่างเดินมายืนประจันหน้าบนผิวทะเลสาบ

    ทุกสิ่งต่างหยุดนิ่ง…

    หยุดนิ่งจนกระทั้ง

    “!!! ”

    สายลมได้กลับมาพัดอีกครั้ง

    บุรุษสิงโตกางกรงเล็บออก แล้ววิ่งเหยียบเหนือผิวน้ำประชิดตัวสตรียักษา

    ผิวน้ำแตกสาดกระเซ็นเป็นวงกว้าง ทิ้งกระแสลมเอาไว้เบื้องหลัง

    ร่างเงาสีทองเยื้องกรายสู่เบื้องหน้า กวาดคมเขี้ยวอันแหลมคม จากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา ตวัดขาจากล่างขึ้นบน ออกทวงท่าต่อเนื่องมิหยุดหายใจ

    ทวงท่าของเขานั้น [รวดเร็ว] [รุนแรง] และ [คมกริบ] เป็นการโจมตีอันไร้จุดบอดจะสวนกลับได้



    “ฮ่ะ---! ”

    พรุนยกแขนทั้งสองตั้งการ์ด แล้วเริ่มรับมือกับกรงเล็บสังหารที่แผ่พุ่งเข้าใส่

    ผิวเรียบเนียนสีเขียวอ่อนเริ่มกลายเป็นรอยแผลถลอกยาว เลือดสีดำไหลผ่านผิวหนังเป็นสายธารยาว

    แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่คิดจะหลบการโจมตีของศัตรู

    เธอใช้แขนกับร่างกายอันแข็งแกร่งรับคมเขี้ยว ใช้สายตาจ้องมองร่างของบุรุษสีทองผ่านช่องว่างของแขนที่ยกตั้งการ์ดอย่างมิให้คลาดสายตา

    ที่ไม่คิดหลบ เพราะเธอรู้ตัวว่ามิอาจหลบพ้น

    เธอไม่อาจตามความไวของราชสีห์สีทองได้ทัน

    เธอทำได้แต่เพียงตั้งรับเท่านั้น

    แต่สตรีอย่างเธอไม่ใช่คนที่จะคอยเอาแต่ตั้งรับเพียงอย่างเดียว

    ดวงตาคู่นี้ ถ้าหากคุ้นชินก็จะสามารถมองในที่มืดได้ชัด

    ความเร็วที่ยากจะตามทัน หากได้จับจ้องก็จะเริ่มคุ้นชินแล้วไล่ตามทัน

    สตรียักษากำลังพลักดันพัฒนาความสามารถด้านต่อสู้ที่หยุดนิ่งเพราะความดื้อรั้น

    เธอผู้ละเลยวิชาต่อสู้ของผู้ให้กำเนิดเพื่อเดินในเส้นทางของวิทยาศาสตร์เวทตร์ กำลังกำลังปลุกพรสวรรค์ที่เคยละทิ้งให้ตื่นขึ้นมาอีกคร่า



    “ตรงนั้น! ”

    มันคือหนึ่งหมัดที่สวนกลับไปท่ามกลางพายุของกรงเล็บที่โถมโจมตีนับร้อย

    หมัดนั้นรอโอกาสของช่องว่างที่กำลังจะเกิดขึ้น

    ต่อให้เป็นการโจมตีต่อเนื่องเพียงใด ผู้ใช้ก็ยังเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกาย เลือด กับลมหายใจ

    กล้ามเนื้อหากใช้งานหนักก็ย่อมมีเหนื่อยล้า

    ปอดย่อมต้องการหยุดพักเพื่อหายใจ

    ถึงจะเป็นบุรุษที่ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี ก็มิอาจเลี่ยงเหตุเหล่านี้ได้

    ดวงตาของสตรียักษาไม่ยอมพลาดช่วงจังหวะที่ศัตรูหยุดชะงักเคลื่อนไหวเพื่อผ่อนแรงหายใจ

    ถึงจะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นคือเสี้ยววินาทีแห่งโอกาสของการสวนกลับ

    สวนกลับด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวเท่านั้น

    *เปรี๊ยง! *

    เสียงหมัดที่ปะทะร่างของราชสีห์ดังกึกก้องประดุจเสียงก้อนหินที่แตกสลาย

    ระเบิดลมแผ่ขยายพัดผิวน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง ร่างสีทองขนาด 190 เซนติเมตร ลอยข้ามผิวน้ำของทะเลสาบออกไปไกลถึงยี่สิบเมตร



    “อั๊ก! ”

    รอยหมัดของสตรียักษาถูกทิ้งเอาไว้อยู่ตรงหัวไหลซ้ายของเขา

    แขน… หักไปแล้ว?

    เพียงแค่หมัดเดียวถึงกับทำให้แขนซ้ายหัก

    เป็นพลังที่มากยิ่งกว่าชนเผ่าหมีหรือชนเผ่ากอลิล่า

    เป็นพลังที่มากกว่าใครคนที่เคยได้เผชิญต่อสู้

    นี่คือพลังของ… สตรีเผ่ายักษ์ที่ชื่อว่า [พรุน]

    “ (…ท่านพ่อพ่ายแพ้ให้กับศัตรูเช่นนี้เองสินะ? … ช่างเป็นศัตรูที่เก่งกาจ… ทั้งเธอ… กับพรรคพวกของเธอตรงนั้น) ”

    ไพไรต์คิดเช่นนั้น



    ช่างน่ากลัว

    พวกเผ่าอสูรกายช่างน่ากลัวจริง ๆ

    แต่ทำไม…

    ทำไมถึงยิ้มออกมาได้?

    “... ฮะ ฮะ”

    ทำไมถึงหัวเราะออกมาได้?

    “มาต่อยกสองกัน! ”

    ทำไมถึงมีความสุข?

    “ฮะ ฮะ ฮะ! ”

    “!?! ”

    บุรุษแห่งราชสีห์หัวเราะอย่างปลดปล่อย แล้วใช้ขาข้างขวาถีบพืชหอกน้ำที่ลอยไปทั่วทะเลสาบจนกระเด็นขึ้นสูง

    พืชหอกที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคล้ายตัวเม่นขนาดหนึ่งเมตรจำนวนมาก กำลังลอยเป็นวิถีโค้งตกใส่สตรีเผ่ายักษา



    “ใช้วิธีนี้เลยหรือคะ? ”

    พรุนเบิกตาโตด้วยความตกใจ แล้วรีบเคลื่อนตัวหลบห่าฝนพืชหอกที่เต็มไปด้วยหนามแหลม

    ท่ามกลางห่าฝนที่โกลาหล มีร่างสีทองกำลังแทรกซึมบุกเข้าไปที่ด้านหลังของสตรียักษา

    ชายผู้นั้นคือไพไรต์นั่นเอง

    “เสร็จละ! ”

    “คิดง่ายไปค่ะ! ”

    กรงเล็บถูกเหวี่ยงใส่จากทางด้านหลัง เล็งไปที่ต้นคอผิวเนียนสวยของสตรีเผ่ายักษา

    สตรีเผ่ายักษาเอง ก็หมุนตัวกลับหลัง พร้อมกับเหวี่ยงหมัดสวนโจมตีกลับไป

    หมัดกับกรงเล็บของทั้งสองคนปะทะกันอย่างรุนแรง

    เล็บที่แหลมคมทิ่มแทงจมลึกเข้าไปในผิวสีเขียวของสตรีเผ่ายักษา

    เลือดสีดำจำนวนมากไหลออกมาจากหมัดที่ถูกกรงเล็บฝั่งลึกเข้าไป

    ในทางกลับกัน เล็บที่ฝั่งเข้าไปนั้น เขามิอาจดึงมันกลับออกไปได้

    มันถูกกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งบีบรัด และหักมันออกจากปลายนิ้วทั้งห้าของเขา



    “อั๊ก! ”

    “โอ๊ย! ”

    ทั้งคู่ต่างหลุดเสียงเจ็บปวดออกมา แล้วทิ้งระยะห่างออกมาเพื่อตั้งหลักอีกครั้ง

    ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข

    เป็นรอยยิ้มของนักสู้ที่พบกับคู่ต่อสู้ซึ่งทำให้ตัวเองรู้สึกสนุกสนานขึ้นมาได้

    “ต่อยกสามกัน! ”

    “ยินดีค่ะ! ”

    ไม่มีความหม่นหมองอยู่ภายในใจของราชสีห์สีทองผู้นี้อีกต่อไป

    ถึงจะคับแค้นเป็นไฟ แต่ศัตรูตรงหน้าของเขามิใช่บุคคลที่น่ารังเกียจ

    หมัดของสตรีเผ่ายักษ์ มิใช่หมัดของนักฆ่าสังหาร

    มันเป็นหมัดของนักสู้ หมัดที่บริสุทธิ์ซึ่งอยากปกป้องชีวิต มิใช่หมัดสังหารเพื่อหมายเอาชีวิตศัตรู หรือหมัดแห่งความละโมบที่อยากแย่งช่วงชิงสิ่งล้ำค่าของผู้อื่น

    ถึงเขาจะแผ่แรงกดดัน แสดงความต้องการฆ่าชัดเจน แต่สตรีผู้นี้กลับมิได้ตอบรับด้วยความรังเกียจ

    เธอยอมรับความต้องการฆ่าของเขา ยอมรับการโจมตีถึงชีวิตที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างยินดี

    ดังนั้นเขาจึงหัวเราะ

    ดังนั้นเขาจึงยิ้ม

    เพราะเขาไม่จำเป็นต้องอดกลั้นความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว

    ไม่จำเป็นต้องลังเลอีกต่อไป

    มิตรภาพ? ไฟแค้น? จะเลือกทางไหน? ช่างหัวมันปะไรสิ

    ทำมันไปพร้อมกันนี่แหละ



    สตรีตรงหน้ายินดีรับความแค้นของเขา

    เขาจึงสามารถเหวี่ยงกรงเล็บแห่งความแค้นได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ

    สตรีตรงหน้ามีความแข็งแกร่ง

    เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องออมแรงเพราะหวั่นเกรงว่าจะพลั้งมือฆ่ามิตรสหาย

    ใส่มันให้เต็มที่ ปลดเปลื้องความรู้สึกที่คาใจทั้งหมดออกไปใส่เธอซะ!

    ไฟแค้นเริ่มเจือจางหายไป

    ความแค้นเริ่มเลือนหายไป

    แล้วถูกแทนที่ด้วยความคิดที่จะล้มคู่ต่อสู้ตรงหน้าเท่านั้น

    จะเหวี่ยงหมัดยังไง? จะเคลื่อนไหวร่างกายเช่นไร?

    การต่อสู้ที่ตอบรับอย่างบริสุทธิ์ใจของสตรียักษา ทำให้จิตใจของบุรุษสิงโตได้รับการปลดปล่อยออกไปเช่นนั้น



    “ย๊ากกกก! ”

    ตอนนี้บุรุษแห่งราชสีห์ได้สูญเสียกรงเล็บในมือขวาไปแล้ว

    ดังนั้นเขาจึงใช้ขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แตะผิวน้ำของทะเลสาบจนสาดกระเซ็นขึ้นสูงเพื่อสร้างม่านน้ำบังตา แล้วถีบตัวเองลอยขึ้นไปในอากาศ

    ก่อนจะม้วนตัวแตะสามจังหวะใส่สตรียักษาที่ถูกบดบังวิสัยทัศน์จากกำแพงน้ำ

    *กร๊อบ! *

    เสียงคล้ายกระดูกหักดังขึ้นมาตรงช่วงรอยต่อระหว่างคอกับหัวไหลขวาของสตรียักษา

    ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด แต่เธอสามารถชักสีหน้ากลับมาเป็นปกติได้ภายในหนึ่งวินาที แล้วรีบยกการ์ดเพื่อเตรียมรับมือลูกถีบที่สอง

    ลูกแตะจังหวะสองถูกวาดจากบนลงล่าง เป็นลูกแตะตอกส้นที่รุนแรงเล็งเป้าสู่ใจกลางกระหม่อมของเธอ

    สตรียักษาข่มความเจ็บของหัวไหลขวา แล้วยกแขนทั้งสองข้างไขว้เข้าหากันขึ้นเหนือศรีษะเพื่อรับการโจมตี

    “ฮ่ะ! ”

    เมื่อเห็นว่าถูกป้องกันได้ เขาจึงหยุดการโจมตีกลางอากาศ แล้วตีลังกาม้วนตัวแตะโจมตีเป็นจังหวะที่สามแทน

    ขาซ้ายถูดวาดม้วนเป็นวงกลมในลักษณะจากล่างขึ้นบน

    “อั๊ก! ”

    ปลายเท้าซ้ายกระแทกเข้าปลายคางของสตรียักษาเต็มแรง

    แต่ทว่าร่างขนาดสองเมตรครึ่งตรงหน้ากลับไม่ขยับเขยื้อน ประดุจเป็นขุนเขาที่มิอาจเคลื่อนไหวได้



    “ในที่สุดก็จับได้สักทีนะคะ”

    สตรียักษาพูดทั้งที่มีเลือดสีดำไหลย้อยลงมาจากคาง

    เธอใช้มือซ้ายจับขาของบุรุษแห่งราชสีห์ แล้วใช้สื่อนำเวทรูปร่างแหวนในมือซ้ายสร้างกระแสไฟฟ้าหุ้มแขนของเธอเอาไว้

    “อั๊ก! ”

    ไฟฟ้าขนาดอ่อนที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างสุดกำลัง ทำให้ร่างของเขาเหน็บชาและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างที่ต้องการ

    เขาถูกเธอจับเหวี่ยงทุ่มใส่ผิวทะเลสาบ จนน้ำสาดกระเซ็นขึ้นสูงประดุจลูกระเบิดตกใส่

    “อึ๊ก…!? ”

    ถูกจับทุ่ม แล้วยังถูกไฟฟ้าช็อตใส่

    เขาในเวลานี้ไม่อาจขยับตัวได้อย่างที่ต้องการ

    แต่ก็ใช่ว่าจะดิ้นรนไม่ได้เลย



    “มันจบแล้วค่ะ”

    สตรียักษาเดินเข้าไปใกล้เขาเพื่อเตรียมที่จะเผด็จศึก

    แขนซ้ายถูกง้างขึ้นสูง และเตรียมที่จะทิ้งลงใส่ใบหน้าหมายจะทำให้เขาหมดสติลง

    แล้วหมัดซ้ายสังหารของเธอก็ถูกเหวี่ยงลงไป

    นี่คือความพ่ายแพ้ของยอดบุรุษแห่งราชสีห์สีทอง [ไพไรต์]

    “... คงคิดแบบนั้นอยู่สินะ? ”

    “!! ”

    ในพริบตานั้น ร่างกายของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว

    กัดฟันทนเจ็บแขนซ้ายที่หัก กางกรงเล็บออกกว้าง แล้วแทงโจมตีสวนกลับไปแบบแลกชีวิต

    รอโจมตีในช่วงจังหวะที่ศัตรูลงมือ เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่มาธิของศัตรูเพ่งไปที่การโจมตีแต่เพียงอย่างเดียว

    มันคือช่วงเวลาที่ศัตรูไร้ซึ่งการป้องกันมากที่สุด

    ทุกสายตาที่จับจ้องชมการต่อสู้ ต่างกลืนน้ำลายพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย

    หากแม้นกระพริบตา คงได้เป็นอันพลาดชมเสี้ยววินาทีสุดท้ายของการตัดสินนี้

    “... ดีใจ… ด้วยนะคะ”

    “ขอบคุณมาก…”

    เลือดสีดำจำนวนมากไหลผ่านลงมาตามแขนของบุรุษแห่งราชสีห์

    หมัดซ้ายของสตรียักษา กำลังจมลึกลงไปในหัวไหลซ้ายของเขา

    ในทางกลับกัน กรงเล็บที่แหลมคมของเขา ก็จมลึกแทงทะลุคอหอยของเธอเช่นกัน

    ร่างของสตรียักษาทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง และจมลงไปในผิวน้ำของทะเลสาบ

    เลือดของเธอเริ่มย้อมให้แผ่นกระจกน้ำธรรมชาติกลายเป็นสีดำ



    มันจบลงแล้ว

    ความแค้นของเขามันจบแล้ว

    รู้สึกปลอดโปร่ง

    รู้สึกได้รับการปลดปล่อยจากอารมณ์ทั้งปวง

    และรู้สึก… ว่างเปล่า

    ไม่มีอะไรเหลือตกค้างอยู่ในใจของเขาอีกต่อไป

    ตอนนี้ปมปัญหาเรื่องของบิดาผู้ให้กำเนิดได้ผ่านพ้นไปแล้ว

    ที่เหลือ จึงมีเพียงแต่ปัญหาภายในกับเรื่องของเทพเจ้าที่ต้องแก้ไขตาม

    ถ้าหากเป็นเวลานี้ ต่อให้รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของเทพเจ้าโนอาร์ ก็คิดว่าคงไม่รู้สึกสับสนอะไรอีกต่อไป

    เพราะจิตที่เคยสับสนวุ่นวาย มันได้สงบลงไปพร้อมกับการต่อสู้เมื่อกี้นี้แล้ว

    ไม่เคยรู้สึก… สมองปลอดโปร่งเช่นนี้มานานแล้ว

    แต่ก่อนที่จะไปเริ่มจัดการปัญหาอื่นในหลังจากนี้---

    “ไอพวกกรรมการ! ยังจะเหม่อดูอยู่ได้! รีบพายัยนี่ไปรักษาในเครื่องวิเศษของพวกแกได้แล้วเฮ้ย! ”

    ---คงต้องรีบส่งตัวเธอคนนี้ไปรักษาตัวเสียก่อน

    รีบรักษา [พรุน] นักรบต่างเผ่าผู้ที่สังหารวีรบุรุษชนเผ่าสิงโต

    ผู้ที่เป็น… [เพื่อน] ของเรา