The Great Magician

    Magician 54

    "ชั้นคิดไม่ผิดจริงๆที่เอานายมาด้วย"ดีเลี่ยนพูดขึ้น


    ...


    "คุณปีเตอร์ครับ เห็นเหมือนที่ผมเห็นไหม?"หลังจากที่โทบิตั้งสติได้ก็เริ่มคุยกับปีเตอร์


    "แน่นอนหลังจากที่ผมลองวิเคราะห์ดูแล้ว ถึงจะเห็นว่าตัวผู้เล่นคลาวนั้นไร้เทียมทานแต่นักเวทย์ก็ต้องมีจุดบอด ถ้าเจอกับผู้เล่นระดับเดียวกันเขาอาจจะลำบาก แต่ถึงจะพูดยังงั้นผู้เล่นคลาวที่มีชื่อเสียงในด้านเวทย์มิติ ยังไม่ได้ใช้เวทย์มิติเลยสักสกิล ถ้านับดีๆตัวผู้เล่นคลาวเพิ่งใช้สกิลไปได้แค่ 2สกิลเท่านั้นแสดงว่าเขายังมีไพ่ตายอยู่อีก ผมยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเขาจะสามารถสู้กับแอสซาซินในระดับเดียวกันได้หรือไม่"ปีเตอร์อธิบายขึ้น ถึงจุดอ่อนของนักเวทย์ นักเวทย์ทุกเกมส์จะแพ้แอสซาซินนั้นเป็นเรื่องปกติที่รู้ๆกันโดยทั่วไป


    "เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ! ในตอนแรกผมรู้ว่าเขาแข็งแกร่งแต่ไม่น่าถึงขนาดนี้ การที่สกิลเดียวสามารถทำดาเมจได้เกือบล้านนั้นผมไม่เคยเจอมาก่อน ตำแหน่งผู้ทรงปัญญาคนแรกคงจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่น"ปีเตอร์พูด


    แชทของถ่ายทอดสดเริ่มลุกเป็นไฟด้วยความตื่นเต้น

    "วู้ว คลาว!"

    "นายอย่าทำให้พวกเราผิดหวังละ!"

    "รอบหน้าขอแบบนี้อีก!"

    เสียงเชียร์คลาวเริ่มมีมาให้เห็น


    ในตอนนี้คลาวเปิดถ่ายทอดสดออกมาดูเห็นข้อความเชียร์ตัวเองคลาวก็เริ่มรู้สึกดี

    'ขอบคุณ...'คลาวกล่าวขอบคุณในใจให้กับผู้ชมที่ส่งเสียงเชียร์ตัวเอง


    "รอบหน้าชั้นลงเอง"เสียงของดีเลี่ยนดังขึ้น

    "หัวหน้าจะลงเองเลยเหรอ?"เอลินพูดขึ้น

    "แน่นอน ให้น้อยหน้าคลาวได้ยังไงกัน!"ดีเลี่ยนยิ้มขึ้นพร้อมกับหันมาที่คลาว


    หลังจากแข่งคู่แรกจบสกอร์ก็ขึ้นเป็น

    Legend 1 ทลายภูผา 0


    เมื่อดีเลี่ยนเดินขึ้นมาพร้อมกับชักดาบออกจากปลอก เป็นดาบขนาดกลางมีลวดลายมังกรสวยงามเหมือบกับว่ามังกรที่อยู่ในใบดาบกำลังจะบินออกมายังไงยังงั้น


    ส่วนทีมทลายภูผาส่งนักเวทย์ออกมา ก่อนหน้าที่ในรอบของคลาวทีมทลายภูผาค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของคลาวเป็นอย่างมากแต่พวกเขาก็ตั้งสติได้และคิดในแง่ดีว่านี่เป็นการแข่งแบบทีม ถึงจะแพ้ไป 1 แต่อีก 3คนที่เหลือชนะก็สามารถผ่านรอบนี้ไปได้ 


    นักเวทย์ที่ทีมทลายภูผาส่งมานั้นถือไม้เท้ายาวสวมใส่ผ้าคลุมสีดำทมิฬ ถ้าให้คลาวมองก็จะรู้ได้ทันทีว่านักเวทย์คนนี้เป็นสายคำสาปเพราะมานาที่ไหลรอบๆตัวนักเวทย์คนนั้นแตกต่างกับเวทย์ปกติเป็นอย่างมาก 


    สำหรับนักเวทย์ระดับสูง ทุกๆคนสามารถแยกมานาของแต่ละคนได้ ที่คลาวทำก็เหมือนขั้นแรกของการตรวจสอบมานาของผู้อื่น สมมุติว่านักเวทย์ที่กำลังจะสู้กับดีเลี่ยนคนนี้เจอคลาวอีกครั้ง คลาวสามารถระบุตัวตนได้ในทันที


    แต่สิ่งที่คลาวสนใจที่สุดก็คือดีเลี่ยนไอมานาที่ลอยออกมานั้นแปลกเป็นอย่างมาก ทำให้คลาวรู้สึกแย่เมื่อได้กลิ่นอายมานาของดีเลี่ยน เหมืิอนกับว่าเป็นกลิ่นอาย

    มานาที่นักเวทย์ส่่วนใหญ่ไม่ถูกชะตาด้วย


    ทันทีที่ดีเลี่ยนเดินขึ้นไปบนเวทีไอมานารอบตัวก็เปลี่ยนไป พร้อมกับตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันทีที่เห็นคู่ต่อสู้เป็นนักเวทย์ก็ยิ้มขึ้นมา


    "นายพลาดแล้ว สิ่งที่ชั้นชนะทางที่สุดในตอนนี้คือนักเวทย์!"ดีเลี่ยนพูดขึ้น

    "ไร้สาระ ชั้นชนะสายต่อสู้ระยะประชิดอย่างเจ้ามานักต่อนักแล้ว!"


    หลังจากที่เสียงกริ่งดังขึ้น

    "พอยซั่น! สโลว!"นักเวทย์จากอีกทีมตะโกนสกิลออกมาพร้อมกัน 


    พื้นที่กลางสนามเต็มไปด้วยพิษโดยการที่นักเวทย์คนนี้ทำเช่นนี้เพื่อ ยึดพิ้นที่ที่ได้เปรียบพร้อมกับร่ายคำสาปใส่ดีเลี่ยนสโลว สโลวเป็นเวทย์คำสาปที่ให้การเคลื่อนที่ของผู้โดนคำสาปลดลง


    ทันทีที่เวทย์ทั้งสองถูกใช้ออกนักเวทย์คนนั้นก็เดินไปกลางสนามพร้อมกับเริ่มร่ายคำสาปชนิดต่อไป 

    "มิสฟอร์จูน!(โชคร้าย)"เป็นสกิลดีบัพที่ทำให้โดนดาเมจจากสกิลคำสาปแรงมากขึ้น

    "เดอะเพน!(ความเจ็บปวด)"เสียงนักเวทย์ตะโกนขึ้น


    "คุณผู้ชมนั้นสกิลความเจ็บปวดเป็นเวทย์ที่ลดเลือดของผู้ถูกคำสาปลงวินาทีละ 6% พร้อมกันนั้นลดเลือดของตัวเองวินาทีละ 3%เช่นกันแต่ข้อเสียก็มีเช่นกันคือไม่สามารถใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มีค่าปัญญามากกว่าได้"โทบิอธิบายสกิลคำสาปส่วนใหญ่จะใช้ใส่คนที่มีพลังแกร่งกล้ากว่าไม่ได้ 


    "เมื่อนักเวทย์คนนี้ใช้สกิลเข่นนี้มาแสดงว่าเขามั่นใจว่าค่าปัญญาของเขาสูงกว่าถึงจะใช้มัน ไม่งั้นเลือดของผู้ร่ายจะลดลงวินาทีละ 3%ฟรีๆ ถ้าให้พูดตามตรงถ้าผมเป็นนักเวทย์คนนั้นผมก็ใช้วิธีเดียวกันนี้ เขาได้สร้างพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้ามาได้ด้วยพิษและเสริมคำสาปสโลวไปเพื่อป้องกันอีกฝ่ายที่อาจจะมีสกิลมาถึงตัวเองได้ เพื่อที่จะได้ตั้งรับทันและสุดท้ายใช้คำสาปเพื่อลดเลือดของคู่ต่อสู้ โดยที่เขาแน่ใจว่านักดาบด้านหน้าไม่มีทางที่ค่าปัญญาจะสูงกว่าตัวเองที่เป็นนักเวทย์อย่างแน่นอน และเสริมคำสาปลงไปเพื่อให้จบเกมส์!"เสียงของปีเตอร์อธิบายขึ้นอีกครั้ง


    "ฮ่า ฮ่า เป็นไงละหัวหน้ากิลด์ของรีเจ้นท์? อย่าเพิ่งใจร้อนชั้นเตรียมความทรมานไว้ให้นายเยอะเลย!"เสียงของนักเวทย์ดังขึ้น


    "ฮ่า ฮ่า! นักเวทย์สายคำสาปงั้นเหรอ สำหรับชั้นไม่ว่าจะเป็นเวทย์ไหนๆก็ไม่ต่างกัน!"หลังจากดีเลี่ยนพูดจบ


    ร่างกายของดีเลี่ยนในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไปผิวหนังเริ่มมีเกล็ดขึ้นมาทีละน้อยๆ หางเริ่มงอกมาจากด้านหลังในตอนนี้ใบหน้าดีเลี่ยนเริ่มมีเขี้ยวออกมาจากฟัน ใบหน้าที่ดูหล่อในตอนนี้กลายเป็นใบหน้าที่ดูโหดเหี้ยม 


    'มังกร!!!'คลาวตกใจอย่างถึงที่สุด ไม่คาดคิดว่าจะมีใครที่สามารถกลายเป็นมังกรได้


    "อะไรกัน!?"นักเวทย์คนนั้นตกใจสุดชีวิต

    เมื่อดีเลี่ยนแปลงร่างสำเร็จก็จับดาบพร้อมกับเดินเข้าไปหานักเวทย์คนนั้นที่อยู่กลางทุ่งพิษช้าๆ 


    ในตอนนี้ดีเลี่ยนเหมือนกับยมทูตของนักเวทย์ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาตนทีละก้าวๆ 


    เมื่อมาถึงด้านหน้าดีเลี่ยนเริ่มรัวดาบไปที่นักเวทย์คนนั้นที่สติเสียอยู่อย่างรวดเร็ว


    "ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ!"ดีเลี่ยนฟันไปไม่รู้กี่ดาบจนกระทั่งอีกฝ่ายเสียชีวิตลงไป


    "เขาเป็นเผ่ามังกรงั้นเหรอ?"คลาวถามเอลินขึ้น

    "ถ้าพูดว่างูจะถูกกว่าในตอนนี้น่ะนะ ถ้าให้อธิบายก็มังกรระดับต่ำไง! แต่ในอนาคตก็สามารถพัฒนากลายเป็นมังกรชั้นสูงได้นะ!"เอลินอธิบายอย่างยิ้มแย้ม




    .....