ตอนที่ 161 ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ
ตอนที่ 161 ขณะนี้ดนัยกำลังยืนเอามือกุมเป้าก้มหน้าสำนึกผิดอยู่ภายในห้องของผู้อำนวยการของโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโอซาก้าหรือก็คือภายในห้องทำงานของนากิสะและบนโซฟานั้นมีชายกลางคนกำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจและกำลังบ่นดนัยอยู่ซึ่งชายวัยกลางคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหมออิจิโนเสะนั่นเอง “ทำไมเธอถึงไม่โทรบอกฉันฮะหมอดนัย...ทำไมกันแค่โทรมาบอกฉันก็ไม่ต้องนั่งรอเธอตั้งหลายชั่วโมงแล้วนี่ถ้าผู้อำนวยการนากิสะเธอไม่โทรมาล่ะก็เธอคงปล่อยให้ฉันนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟนั่นจนร้านปิดเลยสินะ” หมออิจิโนเสะพูดกับดนัย “ขะ...ขอโทษครับ” ดนัยได้แต่เอ่ยคำขอโทษออกไป “เฮ้อ...ให้ตายสิก็เข้าใจหรอกนะว่าเธอกำลังช่วยผู้ป่วยที่มาอากาศค้างในช่องอกอยู่แต่ก็แค่โทรมาบอกกริ๊งเดียวฉันก็รู้เรื่องแล้วมั้ยจะบอกว่าแบตหมดงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นตอนมาถึงโรงพยาบาลก็ให้ใครสักคนโทรไปแจ้งฉันสินี่อะไรกันไม่ใช่แค่ไม่แจ้งแต่เธอยังไปช่วยรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินแล้วก็เข้าไปผ่าตัดต่ออีก” หมออิจิโนเสะยังบ่นไม่เลิก “ขอโทษครับ” ดนัยขอโทษอีกครั้ง “สุดท้ายเธอรู้หรือเปล่าฉันนั่งกินกาแฟรอเธอไปกี่แก้ว” หมออิจิโนเสะถาม “สะ...สองหรือเปล่าครับ” ดนัยตอบอย่างไม่แน่ใจนัก “หก...ฉันนั่งสั่งกาแฟมากินรอเธอไปหกแก้วคิดดูสิหมอดนัยหกแก้วเลยนะแบบนี้คืนนี้ฉันจะนอนหลับมั้ยล่ะเนี่ย” หมออิจิโนเสะพูด “ขะ...ขอโทษครับ” ดนัยได้แต่ขอโทษพลางคิดในใจ กินกาแฟไปหกแก้วเลยเหรอแถมหมออิจิโนเสะเป็นคนที่กินแต่กาแฟดำอีกคาเฟอีนเน้นๆเลยนะนั่นคืนนี้มีหวังตื่นทั้งคืนชัวร์ ดนัยคิด “เอาน่าหมออิจิโนเสะหมอดนัยเขาไม่ได้ตั้งใจลืมหมอหรอกนะคะแถมถ้าไม่ได้หมอดนัยช่วยผู้ป่วยที่สถานีรถไฟคนนั้นเอาไว้ป่านนี้คงเสียชีวิตไม่ก็สมองตายเพราะสมองขาดออกซิเจนเพราะหายใจเอาอากาศเข้าไปไม่ได้ไปแล้วล่ะค่ะไหนจะเรื่องที่ห้องฉุกเฉินอีกหมอดนัยเขาช่วยได้เยอะเลยค่ะ” นากิสะช่วยพูดให้ดนัย หมออิจิโนเสะได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ “เอาเถอะผู้อำนวยการนากิสะอุตส่าห์พูดให้ทั้งทีจะปล่อยไปแล้วกัน” หมออิจิโนเสะพูดพลางถอนหายใจออกมา “ว่าแต่เจ้าฮิโรชิล่ะ” หมออิจิโนเสะหันไปถามนากิสะ “คุณหมอฮิโรชิตอนนี้น่าจะผ่าตัดอยู่ที่ห้องผ่าตัดหมายเลข 1 ค่ะเขาเข้าไปตั้งแต่เช้าแล้วนี่ก็น่าจะ 4 ชั่วโมงแล้วค่ะตามตารางแล้วจะผ่าตัดเสร็จตอนบ่าย 3” นากิสะบอก “หือเจ้าฮิโรชิยังผ่าตัดยาวๆไหวอีกงั้นเหรอเนี่ย” หมออิจิโนเสะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเพราะตอนนี้พึ่งจะ 11 โมงเช้าเท่านั้นนั่นหมายความว่ายังเหลือเวลาอีก 4 ชั่วโมงกว่าจะผ่าตัดเสร็จตามกำหนดเวลา “ก็ถ้ามันจำเป็นหมอฮิโรชิก็จะเข้าไปผ่าตัดเองค่ะเพราะเขาเป็นหมอด้านศัลยกรรมหัวใจที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาลของเรา” นากิสะพูด “งั้นเหรอถ้าอย่างนั้นขอไปดูเจ้าฮิโรชิผ่าตัดหน่อยนะ” หมออิจิโนเสะพูด “เชิญเลยค่ะ” นากิสะพยักหน้า “หมอดนัยไปกันเถอะไปดูการผ่าตัดของหนึ่งในหมอศัลยกรรมหัวใจที่เก่งที่สุดในญี่ปุ่นกัน” หมออิจิโนเสะพูด “ครับ” ดนัยพยักหน้า หนึ่งในหมอศัลยกรรมหัวใจที่เก่งที่สุดในญี่ปุ่นงั้นเหรอเก่งขนาดนั้นยังต้องขอแรงจากหมออิจิโนเสะเลยเหรอเนี่ยเป็นเคสที่ยากขนาดไหนกัน ดนัยคิดในใจจากนั้นหมออิจิโนเสะก็พาดนัยไปที่ห้องผ่าตัดหมายเลข 1 ของโรงพยาบาล ห้องผ่าตัดหมายเลข 1 ภายในห้องผ่าตัดมีหมอวัยกลางคนอายุพอๆกับหมออิจิโนเสะกำลังยืนประจำที่หมอผ่าตัดหลักภายในห้องนอกจากพยาบาลและหมอผู้ช่วยแล้วกลับยังมีหมออีกหลายคนอยู่ในห้อง พวกหมออินเทิร์นงั้นเหรอ ดนัยคิดในใจพลางมองหน้าหมอพวกนั้นที่ยังดูเด็กกันอยู่ (ไรท์ : หมออินเทิร์นคือหมอที่จบตามหลักสูตรแพทย์ศาสตร์ 6 ปีโดยนักศึกษาแพทย์คนไหนที่เรียนในมหาวิทยาลัยรัฐนั้นจะต้องไปเป็นหมอใช้ทุนที่โรงพยาบาล 1 ปีเพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์) “เอาล่ะดูตรงนี้ไว้นี่คือจุดที่ต้องตัดออกแล้วก็ติดเพลตลงไประหว่างตัดออกให้ตัดกินเข้าส่วนเนื้อเยื่อดีของหัวใจเข้าไปสักครึ่งเซน” หมอลงมีดผ่าตัดอธิบายให้เหล่าอินเทิร์นเข้าใจซึ่งพวกนั้นก็จดกันลงไปในสมุดยิกๆ “โทษนะคะหมอฮิโรชิแล้วมีกรณีที่ห้ามตัดกินเนื้อเยื่อดีของหัวใจหรือเปล่าคะ” หมอหญิงอินเทิร์นคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม “ไม่มี” หมอลงมีดตอบคำถามของหมออินเทิร์น “ทำไมถึงไม่มีล่ะครับ” หมออินเทิร์นผู้ชายอีกคนยกมือขึ้นถามบ้าง “เพราะถ้าไม่ตัดเนื้อเยื่อตายออกไปทั้งหมดจะติดเพลตยังไงล่ะแถมถ้าเหลือไว้มีโอกาสติดเชื้อและมีโอกาสที่เนื้อเยื่อตายที่ตัดออกไม่หมดจะกลับมาลุกลามด้วย” หมอลงมีดอธิบายอย่างใจเย็นในความไม่รู้ของหมออินเทิร์นก็นะเรื่องพวกนี้ไม่ได้มีสอนในมหาลัยต้องใช้ประสบการณ์ในการเรียนรู้เท่านั้น “ฝีมือเยี่ยมไปเลยนะครับนั่นเขาคือหมอฮิโรชิเพื่อนหมออิจิโนเสะที่ขอให้หมออิจิโนเสะช่วยใช่มั้ยครับ” ดนัยหันไปถามหมออิจิโนเสะ “ใช่เจ้านั่นคือฮิโรชิเพื่อนฉันเองอ๊ะนั่นหมอดนัยจับตาดูวิธีติดเพลตของหมอนี่เอาไว้นะ” หมออิจิโนเสะพูดเมื่อเห็นว่ากำลังจะติดเพลตที่หัวใจแล้ว ดนัยได้ยินดังนั้นก็ตั้งใจมองดู แปะ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! เพลตถูกติดลงไปยังหัวใจดวงโตที่ถูกตัดเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออกไปและทันทีที่ถูกติดลงไปหมอฮิโรชิก็เริ่มใช้ไหมเย็บมันติดเข้ากับหัวใจอย่างรวดเร็ว “เร็วมากแถมยังแม่นยำสุดๆฝีมือขนาดนี้ยังต้องขอแรงหมออิจิโนเสะช่วยอีกเหรอครับเนี่ยนี่เขาขอให้หมออิจิโนเสะมาช่วยในการผ่าตัดรักษาอะไรกันครับ” ดนัยอดทึ่งกับสิ่งที่เห็นไม่ได้จึงถามเพราะหมออิจิโนเสะนั้นยังไม่ได้บอกเขาเลยว่าเขาจะต้องมาผ่าตัดรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจแบบไหน “เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจน่ะ” หมออิจิโนเสะบอก “เปลี่ยนหัวใจงั้นเหรอครับ” ดนัยขมวดคิ้วเพราะเขาไม่เคยผ่าตัดเคสเกี่ยวกับการเปลี่ยนอวัยวะมาก่อน “ใช่การผ่าตัดนี้ต้องอาศัยความเร็วเพราะทันทีที่เอาหัวใจออกมาจากผู้บริจาคจะมีเวลาแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้นต้องรีบทำให้เสร็จไม่งั้นจะมีโอกาสสูงมากที่ผ่าตัดไม่สำเร็จ” หมออิจิโนเสะอธิบายเกี่ยวกับการผ่าตัด “เพราะอย่างนั้นเลยจะให้ผมมาเป็นผู้ช่วยสินะครับ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ “ใช่แล้วเพราะการผ่าตัดนี้ต้องอาศัยความเร็วเป็นอย่างมากถ้าเป็นแต่ก่อนตอนที่ฉันยังยืนผ่าตัดไหวอยู่ฉันก็ช่วยเจ้าฮิโรชิได้แต่ตอนนี้ฉันทำไม่ได้แล้วจึงต้องมาขอแรงเธอ” หมออิจิโนเสะพูด “งั้นเหรอครับว่าแต่ลำพังแค่เปลี่ยนอวัยวะขอแค่เป็นหมอมีประสบการณ์หน่อยก็น่าจะช่วยผ่าตัดได้นี่ครับไม่เห็นต้องเจาะจงให้หมออิจิโนเสะช่วยเลย” ดนัยสงสัยเพราะการผ่าตัดนี้หน้าที่สำคัญที่สุดคือหมอลงมีดส่วนหน้าที่ของหมอผู้ช่วยนั้นก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นขอแค่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดสัก 3 – 4 ปีทำตามคำสั่งของหมอลงมีดอย่างเคร่งครัดก็น่าจะผ่าตัดได้ ดนัยนั้นไม่เห็นถึงความจำเป็นถึงขนาดที่ต้องให้หมอฝีมือระดับประเทศอย่างหมออิจิโนเสะหรือหมอฮิโรชิที่อยู่ในห้องมาผ่าตัดร่วมกันเลย “เพราะการผ่าตัดนี้สำคัญมากน่ะสิจะพลาดไม่ได้เลยจำเป็นที่จะต้องใช้หมอที่เก่งที่สุดเท่าที่หาได้” หมออิจิโนเสะพูด “พลาดไม่ได้เลยงั้นเหรอครับทำยังกับกำลังผ่าตัดให้ประธานาธิบดีที่ไหน” ดนัยขมวดคิ้วพลางพูดติดตลก “ไม่ใช่ประธานาธิบดีหรอกแต่เป็นลูกสาวของอดีตประธานาธิบดี” หมออิจิโนเสะพูด “อ๋อไม่ใช่ประธานาธิบดีแต่เป็นลูกสาวของอดีตประธา...” ดนัยทวนคำพูดของหมออิจิโนเสะก่อนจะชะงักไป ควับ !! ดนัยหันไปมองหมออิจิโนเสะด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ “มะ...เมื่อครู่หมออิจิโนเสะบอกว่าลูกสาวของอดีตประธานาธิบดีเหรอครับของญี่ปุ่นเหรอไม่สิของญี่ปุ่นเป็นนายกรัฐมนตรีนี่เดี๋ยวสิยังไงกับแน่ผมสับสนไปหมดแล้ว” ดนัยพูดอย่างสับสน “เฮ้อ...ผู้ป่วยที่กำลังจะรับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจชื่อมาเรีย โอบามา” หมออิจิโนเสะบอกชื่อของผู้ที่ดนัยจะต้องผ่าตัด (ไรท์ : เป็นเพียงแค่เรื่องสมมุติเท่านั้น) “โอบามาเหรอครับนั่นมันอดีตประธานาธิบดีคนที่ 44 ของอเมริกา !!” ดนัยอุทานออกมา “ใช่แล้วล่ะลูกสาวท่านต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในปีนี้ถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อได้” หมออิจิโนเสะบอก “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่ผ่าตัดที่อเมริกาล่ะครับ” ดนัยไม่เข้าใจเพราะอเมริกาก็มีหมอเก่งๆตั้งมากมาย “เพราะดูเหมือนท่านกำลังจะกลับมาเล่นการเมืองในสมัยหน้าเรื่องการผ่าตัดเลยต้องเป็นความลับถึงมาผ่าตัดที่ญี่ปุ่นอย่างลับๆไม่งั้นเรื่องนี้อาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการกลับมาเล่นการเมืองในสมัยหน้าของท่านได้” หมออิจิโนเสะอธิบาย “เฮ้อ...ให้ตายสิครับได้ยินแบบนี้แล้วชักเครียดหมายความว่าการผ่าตัดครั้งนี้ห้ามมีอะไรผิดพลาดการผ่าตัดจะต้องสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์สินะครับ” ดนัยพ่นลมายใจออกมาตอนนี้ไหล่เขาเริ่มเกร็งไปหมดเพราะการผ่าตัดนี้ถ้าพลาดเส้นทางชีวิตการเป็นหมออาจจะต้องจบลงเลยก็ได้ หลายชั่วโมงต่อมา “ไงฮิโรชิฝีมือยังดีเหมือนเดิมเลยนะ” หมออิจิโนเสะทักหมอฮิโรชิที่เดินออกมาจากห้องผ่าตัด “อ้าวอิจจังมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยโทษทีนะพอดีติดผ่าตัดด่วน” หมอฮิโรชิพูดทักทายหมออิจิโนเสะ “อิจจัง ??” ดนัยได้ยินหมอฮิโรชิเรียกหมออิจิโนเสะด้วยชื่อเล่นก็แปลกใจ นี่ทั้งสองคนสนิทกันขนาดไหนเนี่ย ดนัยคิด “นี่เราไม่ได้อยู่กันตามลำพังนะแล้วก็ไม่ใช่เด็กกันแล้วด้วยฮิโระจัง” หมออิจิโนเสะเรียกชื่อเล่นของหมอฮิโรชิบ้าง “อ๊ะโทษทีพอดีมันชินน่ะว่าแต่นี่เหรอหมอที่นายบอกว่าฝีมือไว้ใจให้ผ่าตัดแทนนายได้น่ะ” หมอฮิโรชิหันมามองดนัย “ณัฐดนัย รักษาชาติ ครับศัลย์แพทย์ทั่วไปประจำโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียว” ดนัยแนะนำตัวเอง “อ้อหมอคนนี้นี่เองหัวหน้าทีมแพทย์อายุน้อยสัญชาติไทยยินดีที่ได้รู้จักนะฉันมามิตะ ฮิโรชิ ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจฉันเองก็พอได้ยินข่าวเกี่ยวกับเธอมาบ้างแล้วก็ได้ดูวีดีโอการผ่าตัดอยู่แว้บๆฝีมือไม่เบาเลยนะเธอน่ะโดนคุณหนูฮิคาริฝึกมาสินะสมแล้วที่คุณหนูฮิคาริที่ถูกตั้งความหวังไว้ให้เป็นเสาหลักวงการแพทย์ของญี่ปุ่น” หมอฮิโรชิพูด จบ...