คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 95 :หน้าด้านจนเกินจินตนาการ

    ตอนที่ 95:หน้าด้านจนเกินจินตนาการ

     

            “ขอบคุณครับ ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคน ! ”หลิวจือเซียเช็ดน้ำตาที่ไม่รู้ว่าไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไรแล้วลุกขึ้นโค้งคำนับให้ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดพร้อมกล่าวขอบคุณพวกเขาที่รับชมรับฟังจนจบเพลง

             

            “พี่เซียของฉัน ไม่ต้องขอบคุณพวกเราหรอกคุณต่างหากที่เตือนฉันให้นึกถึงพ่อ”

             

            “ฉันเพิ่งโทรหาพ่อเมื่อกี้ พูดขอบคุณพ่อไปแล้ว”

             

            “ลูกเอ๊ย เธอเป็นคนทำให้ลูกชายของฉันก้มหัวให้ฉันเป็นครั้งแรกฉันต่างหากที่ควรขอบคุณ”

             

            ชาวเน็ตต่างส่งคอมเมนท์ไว้ที่ช่องข้อความและมีคนมากมายที่ขอบคุณหลิวจือเซีย ขอบคุณเพลง ‘พ่อ’ที่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความรักอันลึกซึ้งของพ่อทำให้พวกเขาดึงความกล้าออกมาและพูดกับพ่อว่า ‘ขอบคุณ’ และพูดคำว่า ‘รักพ่อ ! ’อย่างไม่เขินอาย

             

            ในหน้าต่างเล็กด้านบนห้องถ่ายทอดสดหลินเยว่ยังคงเช็ดน้ำตาด้วยทิชชู่ไม่หยุด

             

            สงสงถึงกับแสดงความคิดเห็นอย่างหาได้ยากว่า “เพลงนี้ดี ! ”

             

            “ดีที่ไหนกัน ดีมากต่างหาก ! ” เมิ่งฉางคงเช็ดน้ำตา“ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมร้องไห้หนักแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ? ”

             

            หวงปิ่งคุนยิ้มและพูดว่า “พูดตามตรงผมเองก็ไม่ได้ซาบซึ้งขนาดนี้มาหลายปีแล้ว !สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากที่สุดก็คือพ่อหนุ่มคนนี้สามารถแต่งเพลงนี้ขึ้นมาแบบไม่ได้เตรียมการอะไรแถมความสมบูรณ์ของเพลงก็อยู่ในระดับที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบขนาดผมเองยังทำแบบนี้ไม่ได้”

             

            “คุณหลิวนี่มีพรสวรรค์จริง ๆ ! ” หลินเยว่หยุดสะอื้น“เขาเล่นเปียโนกับร้องเพลงโดยไม่ต้องคิดเลย ทำเอาฉันถึงกับสงสัยเลยว่าเขารู้ล่วงหน้ารึเปล่าว่าเหล่าหวงจะตั้งโจทย์อะไร ! ”

             

            “ฮ่า ๆ ! ” หวงปิ่งคุนหัวเราะ ดูมีความสุขเหมือนเด็ก ๆ“ผมก็อยากบอกเขาเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่เราไม่รู้จักกัน หลังจากวันนี้พวกคุณต้องแนะนำเขาให้ผมรู้จักแล้วนะ ! ”

             

            “เหล่าหวง คุณก็ชมเกินไปแล้วครับ”

             

            หลิวจือเซียสังเกตเห็นคนคุยกันบนหน้าจอและได้ยินคำพูดของเหล่าหวงจึงรีบพูดขึ้นว่า “คุณคืออธิการบดีของวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซีย พูดไปแล้วผมก็คือลูกศิษย์ของคุณ หลังจบเรื่องนี้แล้ว ผมจะไปเยี่ยมคุณถึงบ้านแน่นอนครับ”

             

            “เป็นอย่างนั้นก็ดีเลยสิ ! ” หวงปิ่งคุนพูดพร้อมหัวเราะ“ฉันจะรอนายที่บ้านนะ ! ”

             

            หลิวจือเซียพูดกับหวงปิ่งคุนอย่างสุภาพอีกสองสามคำจากนั้นก็พูดกับผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดว่า “ก่อนหน้านี้ผมได้ข่าวจากเซียเยว่เขาแต่งบทกวีของโจทย์ที่สองออกมาแล้ว ผมจะโพสต์รูปหน้าจอให้ทุกท่านได้รับชมเดี๋ยวนี้เลยครับ! ”

             

            ไม่กี่วินาทีต่อมา รูปแคปหน้าจอของเวย์ป๋อก็ถูกอัพโหลดขึ้น :‘รำพันลูกจากไกล’

             

            “เส้นด้ายในมือแม่ รักแท้บนเสื้อลูก

     

            เย็บแน่นก่อนจากไกล ห่วงใยเจ้ากลับช้า

     

            คำใครใจหญ้าน้อย ตอบแทนแสงสามได้”

     

            นี่คือกวีห้าอักษรแบบโบราณที่มี 6 วรรค 3 บาทแถมยังใช้การอธิบายฉากแม่เย็บเสื้อให้ลูกชายก่อนที่จะเดินทางออกไปในที่แสนจะห่างไกลอีกด้วย

             

            ไม่ว่าผู้ชมคนใดก็เข้าใจได้ว่าจุดประสงค์หลักของกวีบทนี้คือสรรเสริญความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่นี่คือหัวข้อความรักของแม่กับลูก แต่การจะเข้าใจบทกวีนี้ทั้งหมดยังต้องยกให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายความหมายต่อไป

             

            ดังนั้น เหล่าผู้ชมจึงไปหาเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่ @สมาคมนักเขียนบนเวย์ป๋อและขอให้พวกเขาช่วยอธิบาย

             

            ในตอนนี้เอง เวย์ป๋อของฮัวชุนเซิงก็มีความเคลื่อนไหวใหม่

             

            “กวีห้าอักษรบทใหม่ของ @เซียเยว่ ‘รำพันลูกจากไกล’ดูอย่างละเอียดแล้ว ลึกซึ้งยิ่งนัก ! ตามที่เพื่อน ๆ ทั้งหลายขอมาผมเลยตัดสินใจเอาเองว่าจะไขความสักเล็กน้อย หวังว่าจะไม่ตำหนิกัน ! ”

             

            “กวีบทนี้ เริ่มด้วย 2 วรรคแรก ‘ด้าย’ กับ ‘เสื้อ’สองสิ่งที่เป็นของธรรมดาทั่วไปมากที่สุดมาเชื่อมโยง ‘แม่ผู้เมตตา’ กับ ‘ลูกที่เดินทางไกล’เขียนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกออกมา”

             

            “วรรคสาม วรรคสี่แสดงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งผ่านการกระทำและจิตใจของแม่ในการเย็บเสื้อให้ลูกชายที่จะออกเดินทางแม่ ‘เย็บแน่น’ พันเข็มหมื่นด้าย เพราะห่วงว่าลูกชายจะ ‘กลับช้า’ ”

             

            “ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่แสดงออกมาผ่านรายละเอียดในชีวิตประจำวันเหล่านี้”

             

            “สี่วรรคแรกใช้วิธีการวาดภาพ ไม่ได้ปรับแต่งอะไรแต่ภาพของแม่ผู้เมตตานั้นทำให้ซาบซึ้งใจจริง ๆ ”

             

            “สองวรรคสุดท้ายใช้กลวิธีการเปรียบเทียบแบบดั้งเดิม :ลูกเปรียบดั่งต้นหญ้า ความรักของแม่เปรียบดั่งแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิแสดงความในใจออกมา สรรเสริญความรักของแม่และแสดงความรักที่จริงใจที่ลูกชายมีให้กับแม่” (三春晖 แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิสามเดือน)”

             

            “เหล่าฮัวอธิบายกวีบทนี้แล้ว มาดูเร็วเข้า”

             

            “ฉันว่าแล้วว่าทำไมตอนอ่านกวีบทนี้ถึงได้รู้สึกอบอุ่นในใจความรักของแม่อยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งจริง ๆ ”

             

            “เขียนกวีได้สุดยอดมาก ฉันขอก้มหัวคารวะเซียเยว่ ! ”

             

            เหล่าผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดมีคนที่เป็นแฟนคลับของเซียเยว่เป็นจำนวนมากหลังจากเห็นเวย์ป๋อของฮัวชุนเซิง เหล่าแฟน ๆผู้คลั่งไคล้ก็พากันรีโพสต์เวย์ป๋อของฮัวชุนเซิงและ @ คนอื่น ๆต่อไปอีกเป็นจำนวนมากเพื่อให้เห็นเวย์ป๋อนี้

             

            เวย์ป๋อโพสต์นี้กระจายออกไปอย่างกว้างขวางราวกับก้อนหิมะที่กลิ้งลงมาจากเนินเขา
     และกลายเป็นประเด็นร้อนอย่างรวดเร็ว

             

            หลิวจือเซียไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยเขามองไปที่จินฉือถังและพูดว่า “จินฉือถัง เซียเยว่แต่งบทกวีใน 5 นาทีแล้ว ตอนนี้3 ทุ่ม 20 แล้ว คุณมีเวลาอีก 15 นาที บทกวีของคุณควรจะเสร็จได้แล้วล่ะ ? ”

             

            “หึ ! ” จินฉือถังพ่นลมทางจมูกอย่างเย็นชา และพูดว่า“กะอีแค่กวี อยากได้เท่าไรก็เอาไปเลย ! ฟังนะ กวีบทนี้ชื่อว่า ‘มิตรภาพ’

             

            “มิตรภาพเหมือนน้ำ จืดแต่ยาวนาน

             

            มิตรภาพเหมือนชา หอมแต่บริสุทธิ์

             

            มิตรภาพเหมือนเหล้า แรงแต่สดชื่น

             

            มิตรภาพเหมือนฝน เล็กแต่ไม่สิ้นสุด

             

            มิตรภาพเหมือนหิมะ หยาบแต่สะอาดสดใส ! ”

             

            กวีนี้ค่อยมีความหมายขึ้นมานิดหน่อยแต่มันก็แค่การทวนซ้ำไปเรื่อย ๆ ใช้คำเปรียบเทียบ ทำให้คนรู้สึกเบื่อ

             

            แต่ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดไม่สนใจกวีที่จินฉือถังแต่ง ยังไงซะเจ้าหมอนี่ก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าจะโกงและไม่ยอมเปรียบเทียบด้านบทกวีอย่างน้อยกวีบทนี้ก็ยังเชื่อมต่อกันซึ่งนับว่าหายากแล้ว

             

            “แต่งกวีเรียบร้อย ! ” จินฉือถังเย้ยหยัน“ฉันยอมรับว่ากวีบทนี้ไม่ดีเท่าของเซียเยว่ แต่แล้วยังไงล่ะ ? อีกอย่างการแต่งเพลงรอบสองนี้ ฉันไม่คิดว่าจะทำให้เหล่าหวงประทับใจได้เพราะงั้นรอบนี้ฉันยอมแพ้…”

             

            “ฮ่า ๆๆ เจ้าหมาจินยอมแพ้แล้ว ! ”

             

            “พี่เซียของฉันชนะอยู่แล้วเพลงบนแพลตฟอร์มแพนด้ามิวสิคต้องมียอดดาวน์โหลดมากกว่าจินฉือถังแน่นอน ! ”

             

            “ใช่ ต้องชนะสองในสามรอบ ถ้าเซียของฉันชนะสองรอบรอบสุดท้ายแข่งไม่แข่งก็มีค่าเท่ากัน”

             

            “หมาบ้าจิน พูดคำไหนต้องคำนั้นนะ รีบลบแอคเคาท์ แล้วขอโทษซะ ! ”

             

            เมื่อได้ยินคำพูดของจินฉือถัง พวกผู้ชมก็รู้สึกยินดีมากวันนี้ไม่ต้องรอเกิน 1 ชั่วโมงก็ได้ข่าวดีแล้ววงการบันเทิงในอนาคตก็ยังเป็นวงการบันเทิงอย่างที่เคยเป็น

             

            เทียบกับพวกผู้ชมแล้ว หลิวจือเซียไม่ได้มองโลกในแง่ดีแบบนั้นเขารู้ว่าจินฉือถังนิสัยเป็นยังไง ไม่มีทางที่เขาจะยอมออกจากวงการบันเทิงแล้วขอโทษง่ายๆ หรอก

             

            แน่นอนอยู่แล้ว จินฉือถังพูดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง“รอบนี้ฉันยอมแพ้แล้วยังไง ? ใครบอกว่าต้องชนะสองในสามรอบ ถ้าในสามรอบนี้มีรอบไหนสักรอบที่นายเอาชนะฉันไม่ได้ ก็ไม่ถือว่านายชนะและนายต้องออกจากวงการบันเทิง ! ”

             

            หน้าไม่อาย ! เคยเจอคนหน้าด้านมาก็เยอะแต่ไม่เคยเห็นคนหน้าด้านขนาดนี้เลย !

             

            “ไอ้หมาจิน แกมันหน้าด้านที่สุดของที่สุดในโลกเลย”

             

            “ตอนแกเกิดมา ทำไมพ่อแกไม่บีบคอแกให้ตายไปเลยวะ ! ”

             

            “หมาบ้าจิน มีดเชือดหมาของฉันมันกระหายเลือดจนทนไม่ไหวแล้ว ! ”

             

            ความอดทนของผู้ชมใกล้สิ้นสุดลงแล้ว คนอะไรหน้าด้านขนาดนี้ ?อุตส่าห์คาดหวังการแข่ง แต่จินฉือถังก็หน้าด้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหล่าผู้ชมเปลี่ยนมุมมองใหม่ที่มีต่อเขาไปแล้วเรียบร้อย

             

            จินฉือถังที่โดนคอมเมนท์และข้อความคำด่าคำดูถูกจากผู้ชมสาดใส่อย่างต่อเนื่องแต่สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยยังคงนิ่งเฉยไม่แยแสราวกับไม่ได้ใส่ใจคำด่าเหล่านั้นแม้แต่น้อย

             

            ความจริงแล้วที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการแข่งนี้เกี่ยวข้องกับบัญชีแอคเคาท์ทุกแพลตฟอร์มของเขาแม้ว่าหลังจากนี้เขาจะสามารถเบี้ยวได้แต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าแพลตฟอร์มเหล่านั้นจะทำการลบแอคเคาท์ทั้งหมดของเขาโดยทีมงานเบื้องหลังผู้ดูแลระบบหรือไม่ก็อาจจะโดนกดดันจากความคิดเห็นของสาธารณชน

             

            ด้วยความคิดที่ว่าโถแตกก็แตกไปจินฉือถังจึงตั้งใจหน้าด้านให้ถึงที่สุด

             

            ขณะที่จินฉือถังกำลังจะพูดอะไรบางอย่างหลิวจือเซียก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “หัวข้อสุดท้ายคุณเป็นคนตั้งใช่ไหม ?งั้นก็รีบว่ามา ผมต้องไปกล่อมเยว่เยว่ลูกสาวของผมเข้านอนแล้ว เร็ว ๆ รีบ ๆเข้าเถอะ”

             

            รีบ ๆ เข้าเถอะ ? นี่ดูถูกฉันหรือ ?

             

            จินฉือถังหน้าบึ้ง เขาจ้องหลิวจือเซียเขม็ง แล้วพูดว่า“นายเพิ่งพูดเมื่อกี้ว่านายหนีออกจากบ้านเมื่อ 4 ปีก่อนนายรู้สึกผิดกับพ่อแค่คนเดียวหรือ ไม่รู้สึกผิดกับแม่บ้างรึไง ?นายเองก็มีลูกแล้วนี่ น่าจะเข้าใจว่าการอุ้มท้องเป็นเวลา 10เดือนแล้วคลอดลูกออกมาน่ะ แม่ต้องเจ็บปวดมากขนาดไหน ไม่รู้บ้างหรือ ?

             

            ตั้ง 4 ปี ไม่เคยกตัญญูเลย ขณะที่ครอบครัวคนอื่นแม่และลูกได้กลับมาเจอหน้ากัน มีความสุขที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าแล้วลูกชายของเธอล่ะอยู่ที่ไหน ? ตอนที่แม่คนอื่นได้มองดูลูกชายแต่งงานมีลูกแล้วลูกชายของเธอล่ะ ? แล้วยัง…”

             

            “จินฉือถัง ไอ้คนชั่ว ! ” หลิวจือเซียทนไม่ไหวอีกต่อไปเขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สีหน้าดูดุร้ายน่ากลัว

             

            จริงอยู่ที่หลิวจือเซียเป็นเด็กกำพร้าในชีวิตที่แล้วของเขาเขาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก เคยอิจฉาเด็กคนอื่น ๆที่มีพ่อแม่คอยให้ความรัก

             

            หลังจากมาที่โลกนี้ เดิมทีเขาคิดว่าชีวิตนี้ก็เหมือนกับชีวิตก่อนของเขาไม่มีความรักของพ่อแม่เช่นกันคิดไม่ถึงว่าวันนี้ความทรงจำของเจ้าของร่างเก่าจะผุดขึ้นมาและหลอมรวมเข้ากับตัวเขาอย่างสมบูรณ์ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงในขั้นสุดท้ายและเข้าใจว่าในโลกนี้เขายังมีพ่อแม่และครอบครัวอยู่

             

            หลิวจือเซียที่หลอมรวมกับเจ้าของร่างเก่าอย่างสมบูรณ์แล้วเขาจึงมีความรู้สึกผิดต่อพ่อและแม่ของเขา

             

            ครั้งนี้จินฉือถังแทงเข้าที่ความรู้สึกผิดของเขาได้เต็ม ๆมันเหมือนเสียบมีดเข้ามาที่หัวใจอันเปราะบางของเขา ทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้นไปอีกและยังโกรธมากอย่างน่าประหลาดใจ !

             

            ตอนนี้ผู้ชมทุกคนในห้องถ่ายทอดสดก็โกรธเช่นกันนี่คือการเปิดแผลของคนอื่นในที่สาธารณะไม่ใช่หรือ ?

             

            “บ้าเอ๊ย ไอ้หมาบ้าจิน แกมันเลวสุด ๆ ! ”

             

            “คนแซ่จิน ถ้าฉันเป็นพ่อของแก ฉันจะตีปากแกให้ตายไปซะ ! ”

             

            “ขอที่อยู่ไอ้หมาจินหน่อยฉันจะจ้างพวกนักเลงไปก่อกวนที่บ้านมันทุกวันเลย ! ”

             

            “คุณจิน ครั้งนี้คุณทำเกินไปรึเปล่า ? ”ในหน้าต่างเล็กด้านบนห้องถ่ายทอดสด สีหน้าของหวงปิ่งคุนดูไม่ค่อยดีนัก“ตบคนอย่าตบหน้า ด่าแต่อย่าแฉ คุณทำเกินไปแล้ว เกินไปแล้วจริง ๆ ! ”

             

            เมื่อเผชิญกับหวงปิ่งคุนที่สีหน้าบึ้งตึงจินฉือถังก็ทำหน้าไร้เดียงสา “เหล่าหวง ที่ผมพูดเป็นความจริงไม่ใช่หรือ ?ในโลกนี้มีใครบ้างที่ไม่อยากให้ลูกของตัวเองมีความสุข ?หลิวจือเซียเขาไม่ได้โทรหาครอบครัวเลยตลอด 4 ปี นี่ไม่ถือว่าเป็นการอกตัญญูหรือ ?”

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน