Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่ 30 : ฉันรับฝาก

    คลืน~คลืน~

    พื้นที่ใต้ดินชั้นที่4ของดันเจี้ยนเริ่มสั่นไหว  หมอกสีม่วงปกคลุมรอบร่างกายของ Grim Reaper เป็นเรื่องปกติที่ผู้เล่นรู้กันดี เมื่อต่อสู้กับบอสแม็พ หรือ บอสดันเจี้ยน เมื่อพวกเขาลดพลังชีวิตของบอสลงไปในระดับหนึ่ง มันก็จะเริ่มทำการเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี หรือก็คือมันจะเข้าสู่สถานะบ้าคลั่ง

    ลูชที่เห็นบอสกำลังเข้าสู่เฟสที่2นั้น  เขาก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือลูชรีบเปิดช่องสัมภาระและรีบคว้าเอาโพชั่นมานาและโพชั่นพลังชีวิตออกมาดื่ม  แม้เขาจะมีฟีเลียค่อยซับพอตให้  แต่เธอเองก็ไม่มีทักษะฮิลหรือทักษะเพิ่มพลังชีวิต  ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าฮิวเลอร์ของ Path of God นั้นไม่มีทักษะจำพวกเพิ่มพลังชีวิต  สิ่งที่พวกฮิวเลอร์สามารถทำได้นั้นมีจำกัด 

    ฮิลเลอร์ในเส้นทางของพระเจ้านั้นสามารถทำได้เพียงบัพ  หรือ ลบล้างบัพผิดปกติเท่านั้น ส่วนทักษะรักษาของฮิลเลอร์นั้นแม้จะทำให้กระดูกที่หักต่อกัน  หรือจะทำให้แขนที่ขาดกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

    แต่พลังชีวิตก็จะไม่ฟื้นฟู นี้เลยเป็นเหตุผลที่มีกิลด์เพียงไม่มากนักที่สามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับกลางได้  เพราะหากพวกกิลด์เหล่านั้นนำคนเข้าไปในดันเจี้ยนมากเกินจำเป็น ทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ก็จะไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่หากพวกเขานำคนเข้าไปในดันเจี้ยนน้อยเกินไป ก็จะทำให้ขาดกำลังรบที่จะพิชิดดันเจี้ยนให้สำเร็จ

    เหมือนกันกับสถานการณ์ปัจจุบันของลูช  พวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยนแค่เพียงสองคนเท่านั้น  โดยคนที่คอยรับมือกับการต่อสู้มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น  หากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปในทำนองนี้  การเคลียร์ดันเจี้ยนนี้คงไม่พ้นที่จะล้มเหลว

    ฟีเลียเองก็เริ่มกดดันมากขึ้น  เธอไม่เชื่อว่าลูชจะสามารถจัดการกับพลังชีวิตที่เหลือถึงห้าแสนของบอสได้  แต่ลูชก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเรียกให้เธอช่วยเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขาเริ่มกำดาบแน่นขึ้นกว่าเดิมราวกับพร้อมที่จะแลกชีวิตไปกับบอส

    ในขณะเดียวกันทางด้านของ Grim Reaper เองก็เริ่มจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป  กระดูกของมันถูกย้อมจนกลายเป็นสีม่วง    ส่วนกระโหลกที่แตกร้าวก็เริ่มกลับมาสมานเข้าด้วยกันอีกครั้ง  ในตาที่กลวงโบ๋ปรากฏเปลวไฟสีแดงขึ้นมา และในทันทีที่มันเปลี่ยนรูปร่างเสร็จ 

    {หนามกุหลาบ}

    ทันทีที่ Grim Reaper เอ๋ยชื่อทักษะจบ

    “อ๊ากกกก~..”

    เสียงร้องโหยหวนของลูชก็พลันดังก้องไปทั่วทั้งชั้นที่สี่ของดันเจี้ยน  กระดูกของเขากำลังทะลวงออกมาจากร่างกายของตัวเอง  ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย  ชั่งเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ 

    ลูชนั้นหลังจากที่ได้สู้กับลาช์สในครั้งแรก  เขาก็ตั้งใจที่จะปรับการรับรู้ความเจ็บปวดของเขาไปที่50% เพราะมันคือหนึ่งในวิธีการที่จะช่วยลับคมสัญชาตญาณของเขา  แน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้เล่นแถวหน้าของโลกเองก็ทำกัน  แต่มันชั่งผิดที่ผิดเวลาสำหรับเขาซะเหลือเกิน

    [ท่านได้รับความเสียหาย 100 หน่วย]

    [ท่านได้รับความเสียหาย 100 หน่วย]

    [ท่านได้รับความเสียหาย 100 หน่วย]

    [ท่านได้รับความเสียหาย .......

    ข้อความซ้ำๆจากระบบนับร้อยครั้งปรากฏขึ้นในแถบข้อความของลูช  พลังชิวิตที่เขาฟิ้นฟูขึ้นมาลดเหลือเพียง30%  นี้คือหายนะอย่างแท้จริง

    ลูชที่อยู่ในสภาพที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเลือด  แม้จะเจ็บปวด แต่เขายังคงกำดาบไว้แน่น

    ‘ฉันยังสู้ได้’

    มีเพียงถอยคำเพียงประโยคเดียวที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้  แต่เขาก็ไม่ได้ขาดสติ  เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถเอาชนะบอสตรงหน้าได้ด้วยตัวคนเดียว  เขาเพียงแค่อยากสู้ให้ถึงที่สุดก่อนเท่านั้น 

    “แสงรักษา”

    ฟีเลียเริ่มใช้ทักษะรักษากระดูกที่ทิ่มออกมาจากร่างกายของเขา

    ‘เราคงมาได้แค่เท่านี้สินะ’

    กรอด~

    ลูชขบกรามแน่น เขารู้ว่าเขายังอ่อนแอ แต่มันก็น่าเจ็บใจไม่น้อยเลย

    “ฟีเลีย! เธอมีทักษะที่สามารถสร้างความเสียหายให้บอสได้สูงสุดเท่าไร”

    ฟีเลียที่ได้ยินเสียงของลูชนั้นตกใจมาก  ตลอด4วันที่ผ่านมาแม้ลูชจะตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแค่ไหนเขาก็ไม่เคยออกปากขอความช่วยเหลือจากเธอเลยสักครั้ง

    ‘นี้เขาจะให้เราช่วยสู้แล้วงั้นหรอ  ทั้งที่สภาพเละเป็นผ้าขี้ริ้วไปแล้วเนี้ยนะ’

    ร่างของลูชในตอนนี้ให้เรียกว่าผ้าขี้ริ้วยังหรูไปด้วยซ้ำ  แต่ฟีเลียก็ทิ้งความคิดไรสาระเอาไว้ก่อนเพราะในที่สุดเธอก็จะได้จบเควสประจำคลาสของเธอไปอีก1อันสักที

    “ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไรคงสัก2แสนได้มั้ง”

    ‘หืม2แสนงั้นหรอ? มันไม่เยอะไปหน่อยหรือไง?  จะโกงกันเกินไปแล้ว’

    “ดี! งั้นเรามาจบดันเจี้ยนนี้กันเถอะ”

    ลูชใช้กำลังทั้งหมดพุ่งเข้าไปหาบอสทั้งที่ค่าเรี่ยวแรงของเขาได้หมดลงไปซักพักแล้ว

    [ระบบ : ค่าสถานะความเพียรของท่านเพิ่มขึ้น 1หน่วย]

    [ระบบ : ค่าสถานะความเพียรของท่านเพิ่มขึ้น 1หน่วย]

    [ระบบ : ค่าสถานะความเพียรของท่าน…..

    ข้อความจากระบบยังคงเด้งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    {มนุษย์ชั่งโง่เขราทั้งๆที่รู้ว่ามีความตายรออยู่ตรงหน้า  แต่กลับเลือกที่จะวิ่งเข้าหามันงั้นหรอ}

    ลูชไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของ Grim Reaper เลยแม้แต่น้อย  เพราะเส้นทางนี้เป็นทางที่เขาเป็นคนเลือกเอง  และเขาก็ยินดีที่่จะตายไปพร้อมกับมัน

    ‘มาเริ่มของจริงกันเถอะ’

    ลูชหลบเคียวในมือของบอสที่เหวี่ยงเข้ามาหาเขาอย่างช่ำชอง  ก่อนที่ลูชจะเริ่มปลดปล่อยทักษะทั้งหมดเท่าที่เขาจะทำได้

    “ฟีเลีย!..พอฉันให้สันญานเมื่อไรให้เธอฉันสกิลที่แรงที่สุดใส่บอสทันทีเลยเข้าใจไหม”

    “อื้อ”

    ‘ตอนนี้ฉันอ่อนแอกว่าแก  แต่สักวันแค่อีกไม่นานฉันจะกลับมาและฆ่าแกซักร้อยครั้งเลยคอยดู’

    “ไลท์นิ่งสแลช”

    ชิ้ง~

    เส้นดาบสายฟ้ากำลังทะลวงเข้าไปหาบอส  ชั่งน่าเสียดายที่มอนสเตอร์ประเภทอันเดดไม่อาจติดสถานะอัมพาตได้  แต่ลูชก็ไม่ได้เล็งสิ่งนี้ไว้อยู่แล้ว เขาตั้งใจจะจบการต่อสู้ในครั้งนี้โดยไม่ปล่อยให้บอสได้เข้าสู่เฟสที่3

    [ท่านสร้างความเสียหายแก่เป้าหมาย 25,200 หน่วย]

    ลูชใช้โอกาศที่ไลท์สแลช์กำลังฟันใส่ศัตรูในการเรียกใช้ทักษะของเขา

    “สร้างทักษะ”

    หลังจาดที่ลูชยกระดับคลาสมาเป็นเกรดแรร์ได้นั้น  สกิลสร้างทักษะของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีกสามท่าด้วยเช่นกัน 

    [ทักษะ สร้างทักษะดาบ]

    สามารถสร้างทักษะดาบของตัวเองขึ้นมาได้ 3/5 ทักษะ(จำนวนจะเพิ่มขึ้นหลังเกรดของคลาสพัฒนา)

    “วิถีทำลายล้าง”

    ลูชเริ่มออกแบบทักซะดาบภายในหัวของเขาระหว่างที่กำลังใช้  ไลท์นิ่งสแลชออกไป

    [ท่านใช้ทักษะสร้างทักษะดาบใหม่จำนวนครั้งที่เหลือในการสร้างทักษะ2/5]

    ...

    [วิถีทำลายล้าง]

    สร้างความเสียหายหนักหน่วงให้แก่หนึ่งเป้าหมาย เท่ากับ300%ของพลังโจมตี 

    จากการโจมตีที่จุดตายความเสียหายจึงติดคริติคอล  หากพลาดในการโจมตีโดนจุดตายความเสียหายจะเท่ากับ0

    เงื่อนไขการใช้ทักษะ  โจมตีที่จุดตายเท่านั้น

    มานา : 1,000    ออร่าดาบ : 200   ระยะหน่วง 15นาที

    ...

    ตุ้ม~

    ลูชฟาดดาบลงที่ลำคอของบอสก่อนที่เขาจะใช้แรงผลักกลับของทักษะดาบเพื่อพลิกตัวกางอากาศ

    [ท่านสร้างความเสียหายแก่เป้าหมาย 66,400 หน่วย]

    {อ๊ากก~...ไอแมลงสาบตายยากเอ้ยย}

    เสียงกระแทกจากทักษะดังสะนั่นไปทั่วทั้งชั้นที่4

    ลูชไม่คิดจะปล่อยให้ตัวเองมีช่องว่าง  เขากำลังควงดาบอย่างต่อเนื่องราวกับเขากำลังเริงระบำ

    “เคล็ดวิชาสำนักเต่าดำ กระบวนท่าที่1 เต่าคะนอง”

    นี้เป็นครั้งแรกที่เขานำทักษะในโลกจริงเข้ามาใช้ภายใน Path of God

    ‘ใครว่าทักษะดาบในโลกจริงจะเอามาใช้ภายในเกมไม่ได้กันละ’

    คมดาบของลูชแตกออกจากกันเป็นแปดเส้นตัดเข้ากับร่างกายของบอส พร้อมกับข้อความที่ยื่นยันความเสียหาย

    [ท่านสร้างความเสียหาย 8,700 หน่วย]

    [ท่านสร้างความเสียหาย 8,880 หน่วย]

    [ท่านสร้างความเสียหาย 8,750 หน่ว..

    [ท่านสร้างความเสียหาย 8,640..

    ....

    ความเสียหายต่อเนื่องแปดครั้งของเคล็ดวิชาดาบมาพร้อมกับสิ่งที่ไม่คาด

    [ระบบ : ขอแสดงความยินดี ท่านสร้างเคล็ดวิชาดาบเฉพาะตัวของท่านเองขึ้นมาได้สำเร็จ]

    แต่ลูชยังไม่มีเวลาที่จะสนใจข้อความจากระบบเพราะเขายังคงต้องโจมตีปิดฉากครั้งสุดท้ายเสียก่อน

    “กระบี่เดียวดาย”

    [ท่านสร้างความเสียหาย 9,101 หน่วย]

    [การโจมตีทัดไปจะมองข้ามพลังป้องกันทั้งหมดของเป้าหมาย]

    “ฟีเลียยย!เอาเลยย!”

    “แสงชำระล้าง”

    [ระบบสมาชิกปาตี้ฟีเลีย สร้างความเสียหายแก่เป้าหมาย 348,700หย่วย]

    {อ๊ากกกนี้ข้าต้องมาแพ้ให้กับไอพวกมดปลวกงั้นหรือ อั่ก~คึก  ฝากไว้ก่อนเถอะยังไงข้าก็จะกลับมาอย่างแน่นอน}

    “แน่นอน!ฉันรับฝากและฉันเองก็อยากให้แกกลับมาอีกสักร้อยครั้งเหมือนกัน”

    ……………………………………………………………………………………………………………………………………..

    [จากนักเขียน]  ผมได้ลองกลับไปอ่านผลงานของตัวเองดูแล้ว  และผมก็พบว่าเนื้อหาและการดำเนินเรื่องมันดูจืดชื้ด  เหมือนกับกินแกงจืดรสชาติน้ำเปล่ายังไงไม่รู้  แถมยังมีคำผิดแล้วตัวอักษรที่เกินมาค่อนข้างเยอะผมเองอ่านไปก็รู้สึกขัดใจมากๆอย่างบอกไม่ถูกจึงต้องขอโทษทุกท่านด้วยด้วยและขอบคุณทุกคนที่ติดตามผลงานของผม  ต่อไปผมอาจลงได้เพียงวันละ1ถึง2ตอนเท่านั้นเนื่องจากผมอยากจริงจังกับผลงานชิ้นนี้ให้มากขึ้นเริ่มจากตอนนี้และจะกลับไปแก้ไขในตอนอื่นโดยไม่มีการเปลี่ยนเนื้อหาแต่อย่างใด (ด้วยรักจาก I owe)