บทที่ 3 ประโยคบอกเลิก
ผมมองตามรถที่ขับออกไปด้วยอารมณ์หลากหลายความรู้สึก มันรู้สึกหน่วง ๆ ในใจ เหมือนกับว่ากำลังจะสูญเสียของรัก! ก่อนจะสะบัดหัวขับไล่ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงเรียกของน้องดา
“พี่เหนือ พี่เหนือไม่เป็ไรนะคะ”
“ครับ พี่ต้องขอโทษแทนทิพย์ด้วยนะครับ แล้วก็ เอ่อ... เมื่อกี้พี่ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษนะครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่เหนือ อย่าใส่ใจเลยดาไม่คิดมากหรอกค่ะ พี่เหนือสิคะโดนตบไปสีทีติดคงเจ็บมาก”
“ไม่เป็ไรครับ แค่นี้ไกลหัวใจ”
“ค่ะ ถ้ายังไงก็สู้ ๆ นะคะ ปรับความเข้าใจกับพี่ทิพย์ให้ได้ น้องดาเป็กำลังใจให้ค่ะ” ผมมองสบตากับน้องดาก่อนจะยิ้มให้เมื่อสายตาที่เธอมองมายังผมมันเต็มไปด้วยความใสซื่อและจริงใจ
ผมได้แต่รู้สึกผิดที่เมื่อครู่ดึงเธอมาจูบเพราะอยากประชดน้ำทิพย์ที่เธอไม่เชื่อใจผม
ใช่ ผมรู้ว่าเธอขับรถตามผมมา ตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็เธอ เพราะผมไม่เคยเห็นเธอใช้รถคันนี้มาก่อน แต่เมื่อนึกไปนึกมาผมก็คิดได้ว่า บ้านของเธอจะส่งรถคันใหม่มาให้ การที่เธอใช้รถคันใหม่ขับตามผมแบบนี้ มันยิ่งตอกย้ำว่าเธอไม่เคยไว้ใจผมเลย ผมถึงได้ดึงน้องดาเข้ามาจูบ!
“ครับ เข้าบ้านได้แล้วครับ พี่ก็จะกลับแล้วเช่นกัน” ผมยืนรอจนน้องดากลับเข้าบ้าน ถึงได้ขับรถออกมา
ตลอดเวลาที่ผมขับรถ ผมก็คิดเื่ของผมกับน้ำทิพย์มาโดยตลอด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ระแวงผมนัก ทั้ง ๆ ที่ผมก็ย้ำกับเธอไปหลายครั้งแล้วว่า ระหว่างน้องดากับผมมันไม่มีอะไร ผมคิดกับเธอแค่น้องจริง ๆ แต่น้ำทิพย์ก็ยังไม่เชื่อ ยังคงหวาดระแวง และล่าสุดก็ขับรถมาตามจับผิดผมแบบนี้
ผมเบื่อเหมือนกันนะครับ ที่ต้องมาคอยตอบคำถามกับเื่เดิม ๆ
บางทีการที่ผมกับเธอห่างกันอย่างที่ผมเคยพูดกับเธอไว้มันก็ดีจริง ๆ นั่นแหละกับสถานการณ์ตอนนี้
กริ๊ง... กริ๊ง...
“ว่าไงไอ้วิน มีอะไรถึงได้โทรหากู” ผมกดรับสายทันทีที่เห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา
“มึงอยู่ไหน”
“ขับรถอยู่ กำลังกลับคอนโด มีอะไร”
“นี่ไอ้วินถ้าโทรมาแล้วไม่พูดกูวางนะ” ผมบอกเพราะมันไม่พูดอะไรสักที
“กูไม่ได้อยากยุ่งนะไอ้เหนือ แต่กูถามมึงจริง ๆ เถอะ มึงกับน้องข้างบ้านเด็กดารินอะไรนั่นนี่มันยังไงแน่วะ”
“ก็เป็น้อง”
“มึงมั่นใจว่าแค่น้อง”
“เออ! มึงจะมาซักถามอะไรกูนักหนาเนี่ย” ผมบอกอย่างไม่สบอารมณ์เพราะนี่มันคือเื่ส่วนตัว
“ถ้าเป็น้อง แล้วทำไมมึงเทนัดน้องทิพย์ตลอดเลยวะ”
“กูมีเหตุผล”
“เหอะ เหตุผลของมึงคืออะไรวะไอ้วิน ถ้าการพาเด็กดารินนั่นไปเที่ยว ไปซื้อของ กูว่ามันไม่ใช่นะเว้ย มันเกินไป แฟนก็ไม่ใช่ ญาติก็ไม่ใช่ แค่เด็กข้างบ้านมึงจะดูแลอะไรนักหนาวะ”
“ไอ้วิน!” ผมพูดเสียงต่ำด้วยความไม่พอใจ
“เหอะ มึงไม่ต้องมาทำเสียงเข้มใส่กูหรอก ที่กูถามเพราะกูเป็ห่วง มึงทำร้ายจิตใจน้องทิพย์เกินไป”
“พอเลยไอ้วิน เขาให้มึงมาพูดใช่ไหม กูบอกว่าไม่คิดอะไรก็ไม่เคยเชื่อกู นี่คงเล่าให้เพื่อน ๆ ของเธอฟังล่ะสิ”
“เปล่าเลยเว้ยไอ้เหนือ น้องทิพย์เขาไม่เคยมาพูดหรือฟ้องพวกกูเลย มีแต่กูนี่แหละที่สังเกตเห็น และไม่ใช่แค่กู ไอ้พายุไอ้ดินก็เห็นเหมือนกัน แต่พวกมันไม่พูด เพราะเห็นว่ามันเป็เื่ส่วนตัวของมึง”
“แล้วมึงจะมาพูดทำไม”
“เพราะกูเป็ห่วง กลัวมึงพลาดเพชรแล้วไปคว้าก้อนกรวดไง มึงจำ คำกูนะไอ้เหนือ น้องทิพย์เป็คนแข็งนอกอ่อนใน แต่ถ้าน้องมันตัด น้องมันตัดเลยนะเว้ย ถ้ามึงไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่า มึงก็จัดการเด็กข้างบ้าน มึงซะ แค่นี้แหละ กูจะไปนอนกอดเมีย” ว่าจบมันก็ตัดสายไป
“หึ! น้ำตาเช็ดหัวเข่าเหรอ ไม่มีทาง!”
แต่ว่านะคำพูดของไอ้วินก็น่าคิด น้ำทิพย์เป็คนแข็งนอกอ่อนใน แต่ถ้าได้ตัดก็ตัดเลย แต่มันก็ไม่ใช่แค่น้ำทิพย์หรอกไอ้นิสัยแบบนี้มันเป็กันทั้งกลุ่มเธอนั่นแหละ
ติ๊ง!
น้องดา : กลับถึงคอนโดหรือยังคะ
ถึงแล้วครับ : เหนือนที
และก็มีอีกหลายข้อความไลน์จากน้องดา ผมหยิบขึ้นมาอ่านแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะตอนนี้ผมถึงคอนโดแล้วและ้าที่จะพักผ่อนเต็มที จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพียงอ่านและปล่อยผ่านไป
ผ่านมาได้หลายวันแล้วั้แ่ที่ผมโดนน้ำทิพย์ตบวันนั้น ผมก็ยังไม่ได้คุยกับเธออีกเลย ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยแต่เป็เพราะว่าผมติดต่อเธอไม่ได้ ไปหาที่ห้องก็ไม่อยู่ราวกับว่าเธอกำลังหลบหน้าผม
หลบได้หลบไป เจอเมื่อไหร่จะได้รู้กัน...
ติ๊ง!
น้องดา : พี่เหนือเจอกันที่ห้างเลยนะคะ จะได้ไม่ต้องวนรถมารับ เดี๋ยวดาไปเองค่ะ
โอเคครับ : เหนือนที
ผมกดตอบข้อความไลน์น้องดา ก่อนจะกดปิดแอพลิเคชัน และเตรียมตัวไปห้างสรรพสินค้าตามเวลานัด
วันนี้ผมมีนัดกับดาริน เนื่องจากว่าเธอขอให้ผมช่วยไปซื้อของเป็เพื่อน ผมเห็นว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย จึงตกลงไปกับน้องมัน ที่สำคัญเลยผมเอ็นดูดารินเหมือนน้องสาวจริง ๆ
ด้วยผมอยากมีน้องสาวั้แ่เด็ก แต่คุณพ่อคุณแม่ผมมีผมแค่คนเดียว พอได้มาเจอน้องดาที่น่ารัก ขี้อ้อน ทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูเธอได้ไม่ยาก
ผมรู้จักกับน้องดามาหลายปีแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนที่ผมรู้จักกับน้องดาครั้งแรกผมน่าจะอายุราว ๆ 15 ปี ส่วนน้องดาก็น่าจะ 12 ปี ตอนนั้นเธอพึ่งย้ายมาอยู่ข้าง ๆ บ้านผมกับแม่ของเธอ หลังจากสูญเสียเสาหลักอย่างคุณพ่อของเธอไป ทำให้แม่เธอต้องกลายเป็หัวหน้าครอบครัว
ผมไม่ได้รู้อะไรมากนัก รู้เพียงแค่ว่าตอนที่เธอย้ายมาอยู่บ้านข้าง ๆ นั้น พ่อของเธอก็เสียแล้ว ด้วยความที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่ แม่เธอจึงชอบทำขนมหรืออาหารมาฝากบ้านผมอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้คนในบ้านรู้จักและสนิทสนมกับครอบครัวของเธอ
น้องดาเป็ผู้หญิงน่ารัก นิสัยดี เก่งและฉลาด เสียอย่างเดียวไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่ ่แรก ๆ ที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ มักถูกเด็กภายในหมู่บ้านกลั่นแกล้งเสมอ จนผมสงสารจึงได้เข้าไปช่วยเหลือ หลังจากวันนั้นเธอก็ตัวติดผมตลอดเวลา และด้วยนิสัยขี้อ้อนเอาใจเก่งกับความที่ผมอยากมีน้องสาวมาตลอด จึงทำให้ผมค่อย ๆ ให้ความสนิทสนมกับเธอ และเอ็นดูเธอในฐานะน้องสาว
ผมไม่เคยคิดเป็อื่นเลย สำหรับผมถ้าขีดสถานะให้ใครไว้ตรงไหนแล้ว นั่นเท่ากับว่าคนคนนั้นจะเป็ได้แค่นั้น ไม่มีวันพัฒนาได้!
ซึ่งน้องดาก็อยู่ในสถานะน้องสาวที่ผมเอ็นดูมาตลอด ข้อนี้เธอรู้ดี และผมก็ไม่เห็นว่าเธอจะชอบผมที่ตรงไหน น้ำทิพย์อะคิดมากเกินไป
ผมว่าผมก็ชัดเจนนะ สถานะแฟนที่เธอได้รับไปก็น่าจะยืนยันได้แล้วรึเปล่าว่าผมค่อนข้างจริงจังกับเธอมากแค่ไหน ตลอดชีวิตของผมมีใครที่ไหนบ้างที่ได้รับสถานะนั้น เฮ้อ ช่างเถอะ ไว้ค่อยปรับความเข้าใจกันใหม่
“พี่เหนือคะ น้องดาอยู่นี่ค่ะ” ผมหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเจอน้องดายืนยิ้มสดใสให้ผมเธอ ผมส่ายหน้าเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอทำตัวไม่สมกับอายุที่เพิ่มขึ้นเอาเสียเลย
“ไม่ใช่เด็กแล้วนะ ยืนโบกไม้โบกมือได้ยังไง ไม่อายคนรึไง”
“โถ่ พี่เหนือคะ ไม่เห็นเป็อะไรเลย คิกคิก” เธอพูดก่อนจะหัวเราะออกมาด้วย เห็นไหมล่ะผมบอกแล้วเธอน่ารักจะตาย
“ไปครับ ไปซื้อของเสร็จจะได้ไปกินข้าวกัน”
“โอเคค่า”
จากนั้นทั้งผมและน้องดาก็เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เพื่อซื้อสิ่งของที่เธอ้า เธอและผมเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ได้ของติดไม้ติดมือออกมาเป็ว่าเล่น
ในขณะที่ผมกับน้องดากำลังจะเดินไปหาอะไรกินนั้น ก็ต้องหยุดลง เพราะสายตาผมเหลือบไปเห็นจี้สร้อยเพชรรูปดาวเล็ก ๆ ความสวยของมันสะท้อนเข้าตาทำให้ผมนึกถึงใครบ้างคนที่่นี้ติดต่อไม่ได้
“พี่เหนือมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่ขอดูของในร้านนี้สักครู่นะครับ” ผมตอบน้องดา แต่ไม่ได้หันไปมองเธอ เลือกที่จะเดินนำเข้าไปในร้านแทน
“พี่เหนือจะซื้อให้พี่ทิพย์เหรอคะ”
“ครับ พี่เห็นมันสวยดีทิพย์น่าจะชอบ”
“น้องดาว่าพี่ทิพย์ต้องชอบมากแน่ ๆ เลยค่ะ” ผมหันไปมองคนพูดที่ส่งยิ้มใสซื่อให้ผมอย่างน่ารัก อดไม่ได้จนต้องยกมือลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู
ผมยืนเลือกสร้อยและจี้อยู่หลายลายโดยมีน้องดายืนเล่นโทรศัพท์และให้คำแนะนำอยู่ข้าง ๆ แต่ไม่ว่าจะเลือกดูเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจเท่าสร้อยเส้นแรกที่ผมเห็น ผมจึงตัดสินใจซื้อสร้อยรูปดาวมา
“ไปกินข้าวกันเถอะค่ะ น้องดาหิวแล้ว”
“โอเคครับ” ผมตอบรับน้องดายิ้ม ๆ แล้วจึงเดินออกจากร้านขายสร้อยไป
“เอ่อ.. พี่เหนือคะ เราไปกินร้านอื่นดีไหมคะ”
“อ้าว ไหนน้องดาบอกอย่างกินราเมงไม่ใช่เหรอ กินร้านนี้แหละ”
“แต่ว่า..”
“มีอะไรครับ” ผมเห็นสีหน้าเหมือนทำอะไรไม่ถูกของเธอ บวกกับพยายามชวนผมไปร้านอื่นก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าภายในร้านมีอะไรที่ผมไม่ควรรู้เห็นหรือเปล่า ผมตัดสินใจมองเข้าไปในร้าน ก่อนจะเห็นภาพที่ทำให้ผมแทบอยากจะเผาร้านอาหารร้านนี้ทิ้ง
ภาพที่น้ำทิพย์กำลังกินอาหารและหยอกล้อกับใครอีกคน ใครอีกคนที่ว่าถ้าเป็เพื่อน ๆ ของเธอผมจะไม่อะไรเลย แต่ภาพที่ผมเห็นตรงหน้ามันคือผู้ชาย!
ผมควรรู้สึกยังไง ดีใจเหรอที่แฟนตัวเองติดต่อไม่ได้แล้วยังมากินข้าวกับผู้ชายคนอื่น ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้พ่อพระขนาดนั้น...
ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาทั้งสอง โดยมีน้องดาเดินตามอยู่ข้างหลัง
กึก!
“ไง ติดต่อมาได้ แต่มานั่งกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ” ผมพูดพร้อมกับมองหน้าเธออย่างโกรธ ๆ
“แล้วยังไง” น้ำทิพย์มองหน้าผม ก่อนที่เธอจะพูดออกมาเสียงเรียบ
“เหอะ ทิพย์ มันไม่ควรรึเปล่าวะ เธอมีแฟนอยู่แล้วนะเว้ย”
“มีแฟน? เหอะ ถ้ามีแล้วเหมือนไม่มี ก็อย่ามีมันซะดีกว่า”
“หมายความว่ายังไง” เธอไม่ตอบผม แต่เลือกที่จะไปคุยกับไอ้หน้าขาวนั่น เรียกเช็คบิลก่อนที่ทั้งคู่จะพยายามเดินออกไป
แต่จังหวะที่เธอจะเดินผ่านผมไปนั้น สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นน้องดาเข้าซะก่อน เธอหันมายิ้มเยาะเย้ยใส่ผมนิดหน่อย แล้วรีบเดินผละไป แต่มีหรือผมจะยอม
ผมรีบก้าวเดินตามคนทั้งสอง จนเราทั้งสี่คนมาหยุดอยู่ที่ลานจอดรถ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าความบังเอิญหรือว่าอะไร เพราะรถผมกับรถไอ้หน้าขาวนั่นมันจอดอยู่ข้างกันพอดีเลย!
“ทิพย์ คุยกันให้รู้เื่”
“ไม่มีเื่อะไรจะคุย” เธอพูดพร้อมกับมองหน้าผมด้วยสายตาท้าทาย อารมณ์ที่ร้อนอยู่แล้วของผมยิ่งร้อนขึ้นไปอีก
“ที่หายไป คือไปอยู่กับมันมาสินะ”
เพียะ!
“อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเหมือนตัวเอง” ทันทีที่ผมพูดจบเธอก็ตวัดฝ่ามือตบลงบนหน้าผมอย่างแรง
“แล้วถ้าไม่ให้คิดแบบนี้จะให้คิดไงวะ ก็เห็นอยู่ว่าเธออยู่กับมัน ติดต่อก็ไม่ได้ ไปหาก็ไม่เจอ ถามจริงเถอะที่เธอระแวงฉันกับน้องดาอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เพราะแบบนี้ใช่ไหม” ผมพูดด้วยความโมโห
“แบบไหน” น้ำทิพย์ก็ตอบผมกลับด้วยความโมโหไม่แพ้กัน ส่วนน้องดากับไอ้หน้าขาวนั่นผมไม่สนใจมากนักว่าจะคิดอะไร เพราะตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจคือเคลียร์กับเธอให้รู้เื่!
“ก็แบบนี้ไง มีคนอื่น เลยคิดว่าฉันจะเป็เหมือนเธอ ทั้ง ๆ ที่ฉันย้ำแล้วย้ำอีกว่าฉันกับน้องดาเป็แค่พี่น้องกัน”
“เฮ้ย! มากไปปะวะ เห็นแค่นี้ก็คิดว่าฉันจะเป็แบบนั้นไปแล้วเหรอ คิดว่าฉันง่ายมากสินะ”
“...” ผมไม่ตอบอะไร เพราะผมเองก็ใกับคำพูดของตัวเองมากเหมือนกัน
“เหอะ ถามจริงเถอะตลอดเวลาที่คบกัน นายไม่รู้จักฉันจริง ๆ เหรอเหนือนที แล้วก็นะ พี่น้องบ้าอะไรวะจะไปรับไปส่ง พาไปซื้อของ เทนัดแฟนแล้วไปอยู่กับคนที่เรียกว่าน้องสาว แบบนี้มันไม่เรียกว่าน้องแล้ว เอ็นดูหรือจะดูเอ็นกันแน่ ไงล่ะเด็ดพอไหม”
“น้ำทิพย์!” ผมตะคอกชื่อเธอออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะแรก ๆ เธอพูดกับผม ก่อนจะส่งสายตาและคำพูดถากถางไปหาน้องดา ที่ตอนนี้ยืนน้ำตาคลออยู่
“ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้น”
“อ๋อ... เหรอ”
“...”
“งั้นตอบฉันหน่อยสิเหนือนที ว่าพี่น้องบ้านไหนเขาจูบกัน”
“...”
“ตอบไม่ได้ใช่ไหมล่ะ หึ” ใช่ ผมตอบเธอไม่ได้ เพราะวันนั้นผมเป็คนดึงน้องดาเข้ามาจูบเอง แต่นั่นก็เพราะ้าประชดเธอทั้งนั้น
“พี่ทิพย์คะ น้องดากับพี่นะ..”
“ฉันไม่ใช่พี่เธอ ไม่ต้องมาสะเออะเรียก” น้องดายังพูดไม่ทันจบประโยค น้ำทิพย์ก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน ทำให้จากตอนแรกที่น้องดาน้ำตาคลอ ตอนนี้ยืนร้องไห้แล้ว
“พูดกับน้องมันดี ๆ หน่อยทิพย์ น้องมันยังเด็ก”
“ผมว่าคุณควรเข้าข้างคนที่คุณเรียกว่าแฟนมากกว่าน้องนะครับ”
“เสือกอะไรด้วย” ผมหันไปต่อว่าไอ้หน้าขาวทันทีที่มันเอ่ยปาก และ นั่นทำให้น้ำทิพย์ตวัดสายตามองผมด้วยความไม่พอใจ
เราสองคนยืนจ้องตากันแต่ไม่มีใครพูดอะไร
“ฮึก คุณทิพย์คะน้องดาขอโทษถ้าทำให้คุณทิพย์เข้าใจผิด แต่น้อง ดากับพี่เหนือไม่มีอะไรกันจริง ๆ นะคะ”
“โอ๊ย ตอแหลเก่ง! นี่ ถามจริงเถอะนะ ไม่เหนื่อยเหรอ แอ๊บเก่ง ดราม่าเก่ง เล่นละครเก่ง ปรบมือ”
แปะ แปะ แปะ
น้ำทิพย์พูดพร้อมกับปรบมือไปด้วย ผมมองการกระทำของเธอด้วยความผิดหวัง ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็คนแบบนี้
“เลิกด่าว่าน้องดาและฉันสักทีทิพย์ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
“ฮะ ฮะ ฮะ หมดความอดทน? กล้าพูดเนอะ คนที่ต้องพูดประโยคนั้นคือฉันนี่ คืออีน้ำทิพย์คนนี้!” เธอพูดพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาอกตัวเอง สายตาที่เธอมองมาที่ผมมันเต็มไปด้วยความเสียใจ ผิดหวัง
“ทิพย์ใจเย็น”
“ไม่เย็นมันแล้วค่ะพี่วี ทิพย์ทนมานานเกินพอละ ถ้ามันจะแตกก็ให้มันแตกหักกันไปวันนี้แหละ ทิพย์เหนื่อย!” เธอพูดกับไอ้หน้าขาวที่ชื่อวีพร้อมกับมองหน้าผม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว จนผมรู้สึกหวั่นใจ
“นายจำวันที่นายขอฉันเป็แฟนได้ไหมเหนือนที นายพูดว่าอะไร นายบอกว่าจะทำให้ฉันมีความสุข จะไม่เห็นใครสำคัญไปกว่าฉัน แล้วนี่อะไร ตอบสิ ตอบ!!” เธอพูดด้วยความโมโห เสียงของเธอทั้งสั่นทั้งดัง ผมก้มหน้าหลบสายตาเธอ เพราะผมตอบเธอไม่ได้เนื่องจากผมเคยพูดไว้แบบนั้นจริง ๆ
“ตอบไม่ได้ใช่ไหมล่ะ หึ! ฉันเชื่อใจนายมาตลอด จนกระทั่งมันเข้ามา” เธอพูดพร้อมกับมองไปที่น้องดา
“ฉันกับน้องดาไม่..”
“พอ! เลิกพูดว่าไม่ได้เป็อะไรกันสักที ปากนายพูดว่าไม่ แต่การกระทำไม่ใช่ นายอาจไม่รู้ตัว แต่ไม่ใช่กับฉัน มันไม่เหมือนเดิมเว้ย นายไม่เหมือนเดิม”
“ทิพย์” ผมเรียกชื่อเธอเสียงอ่อย เพราะตอนนี้เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
“ฉันเชื่อใจนายแต่นายไม่เคยเชื่อใจฉัน ตลอดเวลาที่เราคบกัน ไม่มีเลยสักนิดที่นายจะนึกถึงความรู้สึกฉันเลยเหนือนที คนรอมันเหนื่อยนะเว้ย แล้วฉันก็อึดอัดมากด้วย” ผมมองดูเธอเงียบ ๆ ใจก็อยากเข้าไปปลอบ แต่ขากับก้าวไม่ออก ได้แต่ยืนมองเธออยู่ในอ้อมกอดของใครอีกคนอยู่แบบนั้น
“นายกับฉันทะเลาะกันบ่อยขึ้นั้แ่เด็กดารินนี่เข้ามา ลองคิดดูเหนือนทีว่าเราคุยกันเื่นี้ไปมากเท่าไหร่” มันก็จริงของเธอ ระยะหลังเราทะเลาะกันบ่อยขึ้นด้วยเื่เดิม ๆ ที่เกี่ยวกับน้องดา
“บอกตรง ๆ นะ ฉันว่าเราตกลงคบกันเร็วเกินไป เราควรพอแค่นี้เถอะ พักไว้แค่ตรงนี้ อย่าฝืนอีกเลย”
“ไม่นะน้ำทิพย์ เธอเป็แฟนฉัน เป็ผู้หญิงคนเดียวที่ได้สถานะนั้น”
“ถ้ามีสถานะแฟน แล้วนายไม่ได้ใส่ใจดูแลมัน ฉันว่าฉันไม่้าว่ะ หึ อยากได้มากใช่ไหม ฉันยกให้!”
“ฉันเป็คน เธอไม่มีสิทธิ์ยกฉันให้ใครนะน้ำทิพย์ อ้อ ที่พยายามพูดมาทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย เพราะเธออยากไปเริ่มต้นใหม่กับมันใช่ไหม” ผมพูดออกมาด้วยความโมโห เธอพูดออกมาได้ยังไงว่าจะยกผมให้คนอื่น
“จะใช่หรือไม่มันก็เื่ของฉัน!”
“...” แล้วก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะเจ็บจนจุกในประโยคต่อมา
“เลิกกันเถอะ ไม่อยากคบกับควาย!”
ไม่มีแม้แต่น้ำตา ไม่มีแม้แต่สายตาของความอาลัยอาวรณ์ เสียงเรียบ ๆ ติดจะเ็าของน้ำทิพย์ พูดมันออกมาจนทำให้ผมเจ็บไปทั้งหัวใจ ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะดึงรั้งเธอไว้ให้ฟังที่ผมจะพูด
ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหันหลังไปกับผู้ชายที่ชื่อวีนั้นอย่างหมดแรง เธอจากผมไปแล้ว...
เจ็บจนอยากจะร้องไห้ แต่ทำได้แค่กลืนก้อนสะอื้นลงคอไปเท่านั้น ยิ่งมองตามรถที่ขับออกไปไกลเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผมรู้ว่า นับจากวันนี้ผมคงไม่มีเธอมาคอยกอด มาคอยอ้อนผมอีกแล้ว ไม่มี...