ออร่าเย็นะเืพวยพุ่งออกมาทันทีที่กล่องหยกเปิดออก อุณหภูมิในโรงเก็บของลดฮวบลงทันที หานซั่วตัวสั่นอีกครั้ง รีบพุ่งสมาธิไปยังสิ่งที่อยู่ในกล่องหยกสีเขียว
มันคือลูกแก้วทรงกลมสีเขียวลูกหนึ่ง พื้นผิวของมันราวกับมรกตที่มีแสงสีเขียวส่องวูบวาบ ภายในมีจุดสีแดงจุดหนึ่ง คล้ายหยดเืหมุนวนไปมาภายในลูกแก้วนั้นอย่างไร้ทิศทาง
ศีรษะของเขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที เมื่อััได้ว่าพลังจิตกำลังถูกสูบไปยังลูกแก้วนั้นอย่างรวดเร็ว คล้ายกับตอนที่เขาพยายามใช้เวทมนตร์ ขณะที่พลังจิตของหานซั่วกำลังหลั่งไหลเข้าไป พื้นผิวของลูกแก้วยิ่งส่องแสงจ้าขึ้นอีก และจุดสีแดงดุจเืตรงกลางก็เปล่งแสงสีแดงจาง ๆ วาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เจ็บเหลือเกิน! ราวกับมีมีดคมกริบหมุนวนอยู่ในศีรษะ เมื่อสูญเสียพลังจิต ศีรษะของหานซั่วก็ััถึงความเ็ปที่โหดร้ายทารุณมากที่สุดเท่าที่เขาเคยประสบมา
ผ่านความเ็ปแสนสาหัส หานซั่วควรจะหมดสติในทันที แต่น่าประหลาดใจที่สติของเขายังคงแจ่มชัด เขาไม่เคยรู้สึกตื่นตัวเท่านี้มาก่อน ถึงได้ทำให้ยิ่งทรุดหนักและรับรู้ความเ็ปที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างไร้ที่สิ้นสุด
มือทั้งคู่กุมศีรษะไว้ หานซั่วรู้สึกราวกับเป็สัตว์ป่าที่กำลังถูกหั่นเป็พันชิ้นด้วยมีดนับล้านเล่ม เขาคำรามเสียงแหบต่ำราวกับไม่ใช่เสียงมนุษย์ พลังจิตของหานซั่วค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ลูกแก้ว พร้อม ๆ กับความเ็ปแสนสาหัสที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะนั้นเอง เส้นเอ็นบนหน้าผาก คอ และแขนที่กางออกของหานซั่วก็เริ่มปูดโปน ราวกับมีหนอนหลายตัวกำลังดิ้นไปมาอยู่ในร่าง ร่างกายคล้ายถูกบีบอัด กล้ามเนื้อหลายมัดหดเกร็งอย่างแรงคล้ายจะะเิ
ขณะที่หานซั่วรู้สึกว่าพลังจิตกำลังจะถูกสูบออกไปจนหมด แก่นมนตราในร่างกายก็พุ่งจากคอขึ้นไปยังสมอง และเมื่อแก่นมนตราเข้าไปในสมองที่แทบปริแยกออกเพราะความเ็ป ความทรมานที่แผดเผาถึงจิติญญานี้ก็คล้ายจะรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกนับสิบเท่า
แต่แล้ว พลังจิตที่เคยไหลบ่าเข้าสู่ลูกแก้วอย่างรวดเร็ว กลับถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นระลอกใหญ่ที่ซัดกระแทกชายฝั่ง และกลืนหานซั่วให้จมหายไปในทันที เมื่อไม่สามารถทานทนได้อีกต่อไป เขาก็หมดสติในที่สุด
...........................
เมื่อหานซั่วค่อย ๆ ตื่นขึ้น เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าราวกับเดินมานับพันกิโลเมตร แต่สมองกลับรู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาด เมื่อปรับสายตาได้ เขามองไปรอบ ๆ และพบว่ารอยหยาบบนประตูไม้เบื้องหน้าเขากลับชัดเจนกว่าเคย
“เอ๊ะ?”
เขาอุทานเบา ๆ เมื่อความเปลี่ยนแปลงภายในร่างเขาทำให้ชะงัก ที่ผ่านมา เขาเคยรู้สึกแบบนี้ก็ตอนที่เขาได้รับพลังจิตมาด้วยความบังเอิญ เขารู้สึกได้แม้กระทั่งประสาทััต่าง ๆ ที่แข็งแกร่งขึ้น จึงลองรวบรวมพลังจิตที่ได้รับกลับคืนมาอีกครั้ง
ความเบิกบานใจอย่างที่สุดฉายวาบบนหน้าของเขา คำกล่าวที่ว่า ‘ความเจ็บที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน’ เป็เื่จริง! อันตรายที่หนักหนาถึงเพียงนั้นยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้ มาตอนนี้ เขากลับได้รับประโยชน์จากหายนะนั่นอย่างน่าประหลาด เขาััได้ว่าพลังจิตของตนเองเพิ่มขึ้นมาก มากกว่าปริมาณพลังจิตที่ได้จากการฝึกอย่างหนักมาตลอดสองเดือนเสียอีก
เื่น่าพิศวงนี้ล้วนเกิดขึ้นจริง ทำให้หานซั่วตกตะลึงอย่างเหลือเชื่อ เมื่อจับจ้องไปยังลูกแก้วสีเขียวเข้มลูกนั้นอีกครั้ง ประกายแสงสีเขียวบนพื้นผิวของมันคล้ายจะอ่อนลงแล้ว แต่จุดสีแดงที่อยู่ภายในกลับเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
เขานิ่วหน้าขณะถอยหลังออกไปเล็กน้อย เฝ้ามองลูกแก้วสีเขียวอย่างใกล้ชิด เขาคิดว่าลูกแก้วดูคล้ายกับอะไรสักอย่าง ขณะครุ่นคิดได้ไม่นาน เขาก็เริ่มพินิจพิเคราะห์มันอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มันดูเหมือนลูกั์ตา ยิ่งมอง ก็ยิ่งเหมือน
จุดแดงภายในลูกแก้วสีเขียวเป็เหมือนลูกตาที่กำลังจ้องมองหานซั่ว ให้ความรู้สึกสยดสยองเกินบรรยาย เขาตัวสั่นงันงกและขนลุกชันขณะปิดฝากล่องหยกสีเขียว เสียงกริ๊กดังขึ้นเมื่อกล่องหยกล็อกตัวมันเองอีกครั้ง และกุญแจที่เสียบคาอยู่ในรูกุญแจก็เด้งออกมาทันที
หานซั่วสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความเชื่อมโยงระหว่างลูกแก้วกับลูกตาออกไป ยิ่งคิดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลก ๆ เกี่ยวกับลูกแก้วลูกนี้ หากแก่นมนตราโคจรไม่ได้ไปที่ศีรษะ พลังจิตของเขาจะต้องถูกลูกแก้วสูบไปจนเกลี้ยงแน่ ๆ และความเ็ปที่เกินกว่ามนุษย์จะทนไหวอาจถึงขั้นทำให้เขาเสียสติ และกลายเป็คนปัญญาอ่อนจริง ๆ ไปเลยก็ได้
เมื่อแก่นมนตราโคจรไปที่สมอง พลังจิตที่สูญหายไปเกือบหมดกลับถั่งโถมเข้ามาราวกับสายน้ำหลาก ทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นและเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมาก หานซั่วจึงคิดว่าลูกแก้วนี้ช่างประหลาดและสุดจะคาดเดา ถึงจะยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่เขารู้สึกว่าลูกแก้วลูกนี้ไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน มิเช่นนั้น ดุ๊คคงไม่ฆ่าดีแลนอย่างโหดร้ายเพื่อกล่องหยกแค่ใบเดียว
ส่วนลูกแก้วที่อยู่ในกล่องหยก หานซั่วยังไม่เข้าใจว่ามันมีไว้ทำอะไร แต่เพราะลูกแก้วลูกนี้เกือบทำให้เขากลายเป็คนปัญญาอ่อน หัวใจเขาหล่นวูบทุกครั้งที่นึกถึงเื่นี้ เขาเก็บกล่องหยกกลับไปไว้ใต้เตียงตามเดิม ตั้งใจว่าจะลองทดสอบสิ่งที่อยู่ข้างในก็ต่อเมื่อมั่นใจแล้วว่ามันคืออะไรกันแน่
................
วันต่อมา
หานซั่วตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าสภาพร่างกายดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ขณะที่กำลังล้างหน้าล้างตา เขาก็จับตามองบอร์กและแครี่จากระยะไกล ทั้งสองคนกำลังทำความสะอาดรูปสลักตรงทางเดิน ดูเหมือนพวกนั้นจะตื่นแต่เช้าตรู่กว่าเดิมมาก แม้จะสายป่านนี้แล้ว พวกนั้นก็ยังหาวตลอดเวลา
แครี่และบอร์กยิ้มและทักทายอย่างกระตือรือร้นจากไกล ๆ เมื่อสังเกตเห็นหานซั่ว พร้อมกับเตือนให้ไปคุยกับอาจารย์แฟนนี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ และฟังบรรยายวิชาเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานของอาจารย์จีนขณะกวาดโถงทางเดิน หานซั่วก็เดินตรงไปยังสนามฝึกซ้อม
“ไบรอัน ฟิทช์อยู่ที่สนามฝึกซ้อม กำลังปรึกษาอาจารย์แฟนนี่เื่เวทมนตร์ รีบไปคุยเถอะ ไม่อย่างนั้นพวกเราแย่แน่ๆ”
หานซั่วเจอกับแครี่และบอร์กที่ประตู ทั้งคู่เพิ่งทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมเสร็จ จึงรีบมาวิงวอนทันทีที่เห็นเขา
หานซั่วพยักหน้าและตอบรับอย่างเกียจคร้าน “รู้แล้ว รู้แล้ว ข้าจะไปหาอาจารย์แฟนนี่เดี๋ยวนี้แหละ”
ฟิทช์ไม่ถูกชะตากับจีน และเป็เพราะฟิทช์เป็นักเวทระดับกลาง เขาจึงไม่จำเป็ต้องเข้าเรียนวิชาเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานของจีนอีก
ฟิทช์มองแฟนนี่อยู่ด้านข้างราวกับต้องมนตร์สะกด ทั้งความรัก ความปรารถนา และความหิวกระหายปะปนกันและสะท้อนอยู่ในแววตา สายตาของเขาเล้าโลมไปทั่วเรือนร่างอันสวยงามของแฟนนี่ ไม่ทันสังเกตเห็นแม้กระทั่งหานซั่วที่เพิ่งมาถึง
“ฟิทช์ ดูนี่นะ ถึงจะถูกปิดตา แต่ข้าก็ยังสามารถสั่งอสูรมิติมืดให้ค้นหาเป้าหมายที่ถูกต้องได้จากความทรงจำก่อนหน้านี้”
ตาของแฟนนี่ถูกปิดไว้ ผีดิบจำนวนหนึ่งเดินอ้อมสิ่งกีดขวางหลายอย่างไปได้ และใช้กระบองในมือฟาดลงไปบนเป้าไม้ขณะที่เธอพูด
ขณะตั้งใจกับการสอน แฟนนี่ไม่รู้ตัวเลยว่าฟิทช์ไม่ได้สนใจคำพูดของเธอแม้แต่น้อย หากแต่ติดตรึงอยู่บนเรือนร่างโค้งเว้าเย้ายวนของเธอเพียงอย่างเดียว
เมื่อเห็นว่าฟิทช์เพิกเฉยต่อคำอธิบาย และสายตายังคงเล้าโลมไปทั่วร่างกายของแฟนนี่ หานซั่วจึงคิดในใจ ‘ไม่แปลกใจเลยที่เ้าเด็กนี่ไม่เคยผ่านการเลื่อนขั้นเป็นักเวทระดับสูง ทั้ง ๆ ที่พยายามมาตั้งหลายครั้ง’
หากประเมินจากสถานการณ์ ฟิทช์คงพยายามหาข้ออ้างในการติวเสริมเพื่อที่จะได้อยู่กับแฟนนี่ตามลำพัง ส่วนแฟนนี่ที่ปิดตาไว้ ก็เพื่อสอนฟิทช์เื่การออกคำสั่งอสูรมิติมืดผ่านทางกระแสจิต
หานซั่วสังเกตว่ามีสิ่งกีดขวางหลายอย่างอยู่รอบ ๆ เขาจึงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง หลบเลี่ยงพวกมันขณะตรงเข้าไปหาฟิทช์และแฟนนี่
เมื่อเข้าไปใกล้คนทั้งสอง ทันใดนั้นเอง ฟิทช์ก็ค่อย ๆ ตื่นจากภวังค์และหันศีรษะมาช้า ๆ เมื่อเขาเห็นหานซั่ว ความรังเกียจพลันฉายชัดในแววตา
ฟิทช์ขยับคทา และเริ่มร่ายเวทด้วยเสียงแ่เบา สิ่งกีดขวางบางอย่างบนพื้นดินคล้ายจะมีชีวิตขึ้นมากะทันหัน ซากกระดูกสีขาวโพลนพุ่งขึ้นมากระแทกบั้นท้ายของหานซั่ว เชือกที่มัดแน่นอยู่กับกระดูกพยายามพันธนาการหานซั่วราวกับงู
ร่างกายของหานซั่วค่อนข้างอ่อนแอกว่าปกติหลังจากผ่านเหตุการณ์หนักหน่วงเมื่อคืน เขาตกตะลึงขณะหลบหนีอย่างไร้ทิศทาง ทว่าในที่สุดก็ถูกเชือกรัดไว้จนล้มคะมำลงมาทางฟิทช์และแฟนนี่
ในตอนนั้น แฟนนี่กำลังตั้งใจรวบรวมสมาธิ ใช้พลังจิตในการสั่งให้อสูรมิติมืดโจมตี แม้หูของเธอจะได้ยินเสียงบางอย่าง แต่เธอก็เพิกเฉยอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเห็นว่าตนเองกำลังล้มลง มือของหานซั่วพยายามยื่นออกไปคว้าอะไรสักอย่างเพื่อประคองตัว ตอนนั้นเองที่รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟิทช์ เขายกคทาขึ้นช้า ๆ และเล็งมาที่หานซั่วซึ่งกำลังล้มลงอย่างมุ่งร้าย
หานซั่วตกตะลึง รีบพลิกตัวขณะลอยอยู่กลางอากาศเพื่อหลบการโจมตีของฟิทช์ ร่างกายของเขาจึงเริ่มเซไปทางแฟนนี่
ความแข็งแกร่งทางร่างกายที่เป็ผลจากการบ่มเพาะพลันบังเกิดผล เมื่อเขาสามารถเกร็งสะโพกและกล้ามหน้าท้อง ควบคุมร่างกายให้หยุดการล้มได้อย่างน่ามหัศจรรย์
แต่หานซั่วไม่สามารถชักแขนขวาที่แกว่งไปมาอย่างไร้การควบคุมให้กลับเข้ามาได้ทันเวลา มือของเขาจึงแปะลงบนบั้นท้ายกลมกลึงของแฟนนี่อย่างพอดิบพอดี ความปลาบปลื้มยินดีในััอันอ่อนนุ่มและเต็มไม้เต็มมือพลุ่งพล่านผ่านทุกอณูบนมือของหานซั่ว แล่นสู่ความเต็มตื้นในสมอง
ในความบังเอิญที่น่าสงสัยนี้เอง หานซั่วบรรจงบีบเบา ๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปเขาก็เด้งตัวกลับขึ้นมาอย่างแรง รู้ซึ้งถึงการกระทำวิกลจริตของตัวเองเมื่อครู่นี้ว่าน่ากลัวมากเพียงใด ในใจครุ่นคิดว่าแฟนนี่จะไม่มีวันยกโทษให้เขาแน่ เขาบีบก้นของเธอทำไมกัน...ถึงมันจะรู้สึกสุดยอดมากก็เถอะ!
ขณะที่กำลังถอยหลังหนีออกไป หานซั่วหันไปมองฟิทช์ ซึ่งจ้องมองกลับมาด้วยสายลุกเป็ไฟ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ราวกับว่าหานซั่วทำอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงประหนึ่งการล้างบางครอบครัวของฟิทช์ทั้งตระกูล แฟนนี่เองก็ร้องอุทานอย่างใและรีบดึงผ้าสีดำที่ปิดตาของเธออยู่ออกทันที
‘แฟนนี่ไม่มีวันยกโทษให้แน่เลย ตาย ตายแน่ ตายแน่ๆ’ หานซั่วคิด
เพียะ! เพียะ!
เสียงตบดังขึ้นสองครั้ง ฟิทช์ที่กำลังมองหานซั่วอย่างเข่นเขี้ยว อยู่ดี ๆ ก็มีรอยมือแดง ๆ สองรอยปรากฏขึ้นบนหน้า แฟนนี่บันดาลโทสะและจ้องมองฟิทช์ด้วยสายตาราวกับจะฆ่าฟัน หน้าอกที่เด่นและนุ่มเด้งของเธอกระเพื่อมขึ้นลงขณะพูด
“ฟิทช์ เ้าคนเลว กล้าดีอย่างไรมาฉวยโอกาสทำมิดีมิร้ายกับข้า!”
***************************