จักรพรรดินวดาราเพลิง

    ตอนที่ 51 บุปผาเบิกราก

    ในงานประลองระหว่างตระกูลเมืองเหรินจง ตระกูลนับร้อยต่างแข่งขันกันเพื่อให้ได้เป็นใหญ่ ทว่าในความเป็นจริงนั้น มีตระกูลชั้นสูงเพียงสามตระกูลที่โดดเด่นออกมาอย่างแท้จริง


    ถึงแม้จะเป็นศิษย์ชั้นยอดจากทั้งสามตระกูล ชิงป้ายมาได้มากกว่าสิบป้ายก็ถือว่าไม่ย่ำแย่แล้ว


    ศิษย์ชั้นยอดส่วนใหญ่ปกป้องป้ายของตนไม่ให้ถูกชิงไปได้ก็นับว่าดีมากโขแล้ว พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนไม่มีป้าย หรือแม้กระทั่งถูกฆ่า


    หานเฟิงติดตามร่องรอยไป ผ่านไปได้เพียงไม่นานก็ประชันกับคนไปเป็นจำนวนมากแล้ว


    ทว่าหลังจากการแข่งขันเริ่มต้นไปเพียงหนึ่งวัน ในมือของคนกว่าครึ่งก็ไร้ป้ายในครอบครอง


    หานเฟิงพบคนมากกว่าสิบคนแล้ว มีเพียงหนึ่งในนั้นที่มีป้ายสามป้ายในครอบครอง ผู้อื่นล้วนแต่ไม่มีทั้งสิ้น


    หานเฟิงอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ "วันนี้ข้าโชคไม่ดีเอาเสียเลย"


    "หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป วันนี้เห็นทีข้าคงไม่อาจเก็บได้ครบร้อยป้าย"


    "พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย การแข่งขันจะยิ่งดุเดือดมากยิ่งขึ้น ข้าเพียงแค่ต้องเอาชนะหนึ่งคนก็จะสามารถเก็บป้ายได้หลายป้าย ถึงขั้นว่าอาจเก็บได้ถึงสิบป้าย แต่ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าข้าจะได้เป็นอันดับหนึ่ง"


    "วันนี้ต้องขยันหน่อยแล้ว"


    ขณะที่กำลังท่องไปทั่วภูเขา ทันใดนั้นจู่ ๆ หานเฟิงก็สังเกตเห็นบางสิ่ง


    ใต้รากต้นไม้ใหญ่ในจุดที่ไม่สะดุดตาผู้คน หานเฟิงพบสัญลักษณ์หนึ่งเข้า


    "นี่ไม่ใช่สัญลักษณ์ของหานหลินหรอกหรือ? "


    "ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้หานหลินยังโอ้อวดกับข้าอยู่เลย"


    "เขาไม่กลัวว่าจะเปิดเผยที่อยู่ตนหรือไร?แม้สัญลักษณ์นี้ยากจะดูออก คาดว่าคงไม่มีผู้ใดนอกเสียจากข้าที่รู้จัก...ช้าก่อน นอกเสียจากข้าหรือ? "


    "หรือว่า...."


    หานเฟิงผุดลุกขึ้นในทันที สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น เขาเริ่มหันไปมองสภาพบริเวณรอบข้าง


    ในไม่ช้า สีหน้าของหานเฟิงก็เคร่งเครียดขึ้นมา "ดังคาด สัญลักษณ์นี้กำลังบอกข้า หานหลินพบปัญหาแล้ว ต้องการความช่วยเหลือจากข้า"


    "บนเขายอดหยกนอกจากสัตว์อสูร มีเพียงคนจากตระกูลฉางเท่านั้นที่สามารถทำร้ายหานหลินได้ ข้าต้องเร่งค้นหาเขาให้พบ"


    หานเฟิงเร่งฝีเท้าตามร่องรอยจากสัญลักษณ์นั้นไป


    ระหว่างทาง สีหน้าของหานเฟิงค่อย ๆ เยือกเย็นมากยิ่งขึ้น เหตุเพราะระหว่างทาง หานเฟิงพบร่องรอยหยดเลือดเป็นจำนวนมาก


    หานเฟิงปะติดปะต่อหยดเลือดนั้นเข้ากับหานหลินโดยจิตใต้สำนึก "หากหยดเลือดพวกนี้ล้วนเป็นของหานหลิน ยามนี้จะต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่ ต้องรีบหาหานหลินให้พบโดยเร็ว"


    เมื่อตระหนักว่าหานหลินได้รับบาดเจ็บ หานเฟิงจึงเก็บสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการห้ามเลือดและรักษาบาดแผลไปด้วยจำนวนหนึ่ง


    ต่อมาหนึ่งชั่วโมงให้หลัง หานเฟิงพบหานหลินอยู่ในถ้ำที่มีหญ้าปกคลุมไว้แห่งหนึ่ง


    ในตอนนี้หน้าท้องของหานหลินชุ่มโชกไปด้วยเลือด สีหน้าซีดเผือด สลบไสลไม่รู้สึกตัว


    หานเฟิงรีบโปะยาสมุนไพรรักษาลงบนปากแผลให้หานหลินในทันที


    หานเฟิงคอยเฝ้าหานหลิน รอให้หานหลินตื่นขึ้นมา หานเฟิงต้องการที่จะรู้ว่าเป็นผู้ใดสร้างบาดแผลให้หานหลิน มือสังหารที่ลงมือผู้นั้นใช่ฉางเหวินหวาแน่หรือไม่


    การรอคอยครั้งนี้กินเวลายาวกว่าสามชั่วโมง


    หานหลินค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา เขามองเห็นคนอยู่ข้างกายตนอย่างเลือนราง แต่หานหลินสัมผัสไม่ได้ถึงเจตนาร้าย จึงถอนหายใจออกมา "หานเฟิงหรือ? "


    วินาทีที่หานหลินฟื้นขึ้นมา หานเฟิงก็หยุดการฝึกปรือของตนแล้ว เขาก้าวเข้ามาช่วยพยุงหานหลินให้ลุกขึ้น


    สมองของหานหลินแจ่มใสขึ้นมากแล้ว เมื่อมองเห็นหางเฟิงชัดเจน จึงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา "ดียิ่งนัก ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที"


    หานเฟิงกล่าวเสียงทุ้มลึก "หานหลิน นี่มันเรื่องอันใดกัน?เป็นฉางเหวินหวาใช่หรือไม่? "


    อย่างไรก็ตาม หานหลินกลับส่ายหน้าพร้อมทั้งเอ่ย "ไม่ใช่"


    จากนั้นหานหลินก็เริ่มระบายโทสะออกมา "เป็นหงซิ่งเป่าตระกูลหงกับคนของตระกูลหง ในนั้นยังมีศิษย์ชั้นยอดตระกูลหลี่กับตระกูลอวี้ที่เป็นตระกูลภายใต้ตระกูลหงอีกด้วย!"


    หานเฟิงอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา "เป็นพวกเขางั้นหรือ? "


    หานเฟิงไม่กระจ่างนัก "พวกเรากับตระกูลหงพึ่งตกลงเป็นพันธมิตรร่วมมือกันต่อกรกับตระกูลฉางในงานประลองระหว่างตระกูลนี้ เหตุไฉน..."


    หานหลินยิ้มหยัน "ภัยคุกคามจากตระกูลฉางใหญ่หลวงเกินไป ด้วยเหตุนี้พวกเรากับพวกเขาถึงได้ผนึกกำลังกัน"


    "เป็นข้าที่หละหลวมเกินไป"


    "จริงอยู่ที่พวกเราเป็นพันธมิตรกับพวกเขาแล้ว ทว่ายามเผชิญหน้ากับผลประโยชน์บางอย่าง ความโลภย่อมทำให้พวกเขาทรยศพวกเราได้เสมอ"


    "อย่างไรเสียหากข้าตายไปแล้ว ผู้ใดก็ไม่อาจรู้ได้ว่าหงซิ่งเป่ากับพรรคพวกทำเรื่องเช่นนี้ ถึงยามนั้นตระกูลหานยังคงต้องผนึกกำลังกับตระกูลหงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว"


    หานเฟิงคิ้วขมวดมุ่น "ผลประโยชน์?พวกเจ้าพบของน่าอัศจรรย์อันใดหรืออย่างไร? "


    หานหลินพยักหน้า "ใช่แล้ว บริเวณใจกลางเขายอดหยก ข้ากับพวกหงซิ่งเป่าไปพบบุปผาเบิกรากเข้า"


    "บุปผาเบิกราก!" ดวงตาของหานเฟิงเบิกกว้างในทันที


    บุปผาเบิกราก ครั้งหนึ่งจะผลิดอกออกมาเพียงเก้ากลีบเท่านั้น แต่ละกลีบไม่เพียงแต่ช่วยทะลวงผ่านเส้นชีพจร ยังสามารถเร่งความเร็วในขั้นตอนกลั่นกำลังภายในให้เป็นพลังปราณ


    ทั้งเก้ากลีบนั้นเพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่พึ่งเข้าสู่ขั้นสามัญระดับปลายกลั่นพลังปราณได้มากกว่าครึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น


    แววตาหานเฟิงเปล่งประกายขึ้นมา กลีบของบุปผาเบิกรากสามารถช่วยร่นระยะเวลาและออมแรงให้เขาในขั้นสามัญระดับปลายได้ไม่น้อยทีเดียว


    แต่ในไม่ช้าหานเฟิงก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง


    หานหลินพบบุปผาเบิกรากพร้อมกับหงซิ่งเป่า หานหลินได้รับบาดเจ็บ เช่นนั้นไม่เท่ากับว่าหงซิ่งเป่าได้บุปผาเบิกรากไปแล้วหรือ


    ในหุบเขายอดหยกกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ หากหงซิ่งเป่าจงใจซ่อนตัว การจะหาเขาให้พบลำบากไม่น้อยทีเดียว


    หานหลินมองออกว่าหานเฟิงกำลังคิดสิ่งใด จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม "วางใจเถอะ บริเวณที่บุปผาเบิกรากอยู่มีสัตว์อสูรคอยพิทักษ์ มันอยู่ในหนองน้ำใกล้ ๆ บุปผาเบิกราก หากไม่ใช่เพราะสัตว์อสูรพิทักษ์ตัวนั้นจู่ ๆ ก็โจมตีกะทันหัน ไม่แน่ว่าข้าอาจจะตายอยู่ที่นั่นแล้วก็เป็นได้"


    "หงซิ่งเป่าเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดหกเส้นลมปราณขั้นปลายทีเดียวเชียวนะ"


    หานเฟิงประหลาดใจ "หกเส้นลมปราณขั้นปลายหรือ?ข้าจำได้ว่าระดับขั้นความสามารถในการฝึกยุทธ์ของเขายังไม่สู้เจ้ากระมัง"


    หานหลินเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว "ตระกูลหงเห็นได้ชัดว่าทุ่มทรัพยากรจำนวนมากลงบนตัวหงซิ่งเป่า มิเช่นนั้นกำลังภายในของหงซิ่งเป่าจะก้าวหน้าข้ามขั้นข้าไปได้หรือ? "


    "ตระกูลหงนอกจากหงซิ่งเป่าแล้ว คนอื่น ๆ ในตระกูลที่เปิดเส้นลมปราณที่สามได้ยังมีเพียงน้อยนิด"


    "หากไม่ใช่หงซิ่งเป่าต่อสู้พัวพันอยู่กับสัตว์อสูรพิทักษ์ตัวนั้น ข้าจะหลบหนีออกมาอย่างง่ายดายได้ที่ใดกัน"


    สิ้นคำ หานหลินก็ค่อย ๆ ประคองตนเองลุกขึ้นมา "สัตว์อสูรตนนั้นแม้จะร้ายกาจ แต่กลับไม่ใช่แม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับสี่ นับว่าอยู่ขั้นสูงใกล้เข้าสู่ขั้นสูงสุด ในระยะเวลาสั้น ๆ หงซิ่งเป่าอาจจะไม่สามารถจัดการมันได้ แต่หากผ่านไปนาน ๆ ก็ยากที่จะกล่าวแล้ว ข้าจะพาเจ้าไป"


    หานเฟิงมองหานหลินด้วยความกังวล "เจ้าไหวหรือ?ตอนนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บ เกรงว่าแม้กระทั่งขั้นสามัญระดับกลางหนึ่งเส้นลมปราณยังสู้ไม่ได้กระมัง"


    หานหลินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าว "นี่นับเป็นอันใด หากปล่อยให้หงซิ่งเป่าได้บุปผาเบิกรากไป ข้าถึงจะโกรธจนกระอักเลือดออกมาแล้วจริง ๆ "


    หานเฟิงไร้ทางเลือกทำได้เพียงปล่อยให้หานหลินนำทาง พวกเขาล้วนไม่ยินดีให้บุปผาเบิกรากตกไปอยู่ในมือของหงซิ่งเป่าตระกูลหงนั่น


    ณ บริเวณใจกลางเขายอดหยก คนสิบกว่าคนนำโดยหงซิ่งเป่าต่างจับจ้องบุปผาเบิกรากใกล้หนองน้ำด้วยแววตาลุกโชน

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดินวดาราเพลิง ที่คุณอ่าน

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954