ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 125 การปรากฎตัวของเสี่ยวเทียน

            นักเวทยังคงร่ายเวทจู่โจมบริเวณกำแพงอย่างต่อเนื่องแต่กำแพงเมืองกลับไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อยทหารที่ก้มลงพร้อมที่จะรับผลกระทบจากลูกไฟในคราแรกเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาพบว่ามีม่านพลังใส ๆ ปกป้องพวกเขาอยู่ลูกไฟขนาดใหญ่นั้นไม่สามารถทะลวงเข้ามาทำร้ายพวกเขาได้เลยแม้แต่น้อย

            เขาเขาจึงเริ่มประจำที่ เมื่อเห็นเหล่าทหารเกราะหนักที่เดินทัพเข้าประตูเมืองมาอย่างต่อเนื่องพวกเขารีบประจำเครื่องยิงหินและยิงมันออกไปในทันทีทหารเกราะหนักสามารถต้านทานการโจมตีจากธนู ดาบ หรือหอกได้แต่ไม่ใช่กับก้อนหินเมื่อก้อนหินจำนวนมากถูกยิงออกไปมันล่วงหล่นใส่ทหารเกราะหนักพวกนั้นจนกลายเป็นเนื้อบดได้อย่างง่ายดาย

            นักเวทที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึงพวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าพวกทหารที่อยู่บนกำแพงจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่คนเดียวในขณะที่พลังเวทของพวกเขาเริ่มจะหมดลงไปเรื่อยๆ โอสถเสริมเวทที่พวกเขานำติดตัวมาด้วยเริ่มหมดไป พวกเขาไม่สามารถดูดซับพลังเวทภายในพื้นที่แห่งนี้ได้เพราะในพื้นที่แห่งนี้มีแต่พลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดที่หนาแน่น

            แตกต่างจากเฟยหลงที่เขาสามารถดูดซับพลังฟ้าดินมาใช้แทนพลังเวทได้อย่างต่อเนื่องทำให้เวทป้องกันที่ร่ายออกมายังคงอยู่ไม่เสื่อมสลายไป

            เฟยหลงเริ่มร่ายเวทไฟเสริมเข้าไปในเครื่องยิงหินในทันทีหลังจากที่เครื่องยิงหินที่ถูกร่ายเวทเพิ่มพลังทำลายมากขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อก้อนหินตกลงไปยังที่ใด มันจะเกิดระเบิดขึ้นมาในทันที ทำให้บริเวณรอบ ๆก้อนหินตกลงไปเกิดระเบิดขึ้นแนวระเบิดเป็นวงกว้างราว ๆ สิบเมตรทำให้สามารถสังหารกองกำลังของอาณาจักรเมฆาตะวันตกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

            พวกทหารที่ปีนกำแพงขึ้นมาถูกสังหารโดยพลหน้าวไม้และพลหอกที่คอยยิงและแทงทหารที่ปีนบันได้ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเมฆาตะวันออกเห็นดังนั้นจึงรีบสั่งการในทันที

            “สลายรูปขบวน รีบกระจายตัวกันออกไปถอยไปอยู่แนวหลังให้เร็วที่สุด”แม่ทัพใหญ่ไม่สามารถเห็นเห็นไพร่พลที่ล้มตายลงไปเรื่อย ๆ  ได้ เขารีบตะโกนสั่งการในทันที  ซือเหวินที่เห็นภาพดังกล่าวถึงกับหน้าซีดเขาสูญเสียทหารเกราะหนักไปเกือบครึ่งหนึ่งภายในเวลาไม่นานแต่เมื่อเหล่าทหารเกราะหนักกระจายตัวออกไปเตรียมที่จะถอยทัพตามคำสั่ง

            ทหารม้าและพลหอกของเมืองเซียนหยางก็พุ่งตัวออกไปในทันทีประตูเมืองทั้งสี่ด้านมีทหารม้าคอยตามสังหารเหล่าทหารเกราะหนักที่ถอยทัพได้อย่างเชื่องช้าและยังมีพลหอกคอยเก็บกวาดผู้รอดชีวิตอีกทีหนึ่ง 

            “องค์ชาย ฝ่ายศัตรูมีอาวุธที่พวกเราไม่เคยเจอมาก่อนมันสามารถสังหารทหารเกราะหนักของพวกเราได้อย่างง่ายดายมันตัดเกราะหนักของทหารออกเป็นสองส่วนเหมือนเต้าหู้หากเรายังคงดื้อดึงส่งทหารเขาไปอีกเกรงว่าสงครามในครั้งนี้จะสิ้นสุดในอีกไม่นาน”

            แม่ทัพใหญ่รีบกลับมารายงานกับสิ่งที่เขาได้พบเจอให้กับซือเหวินเพื่อรอให้ซือเหวินตัดสินใจ

            การโจมตีระลอกแรกได้จบสิ้นลงด้วยชัยชนะของทางฝ่ายเมืองเซียนหยางซือเหวินสั่งให้พวกเขาถอนทัพ และถอยห่างจากเมืองไปสิบกิโลเมตร ก่อนที่จะตั้งค่าย

            เสียงโห่ร้องให้กับชัยชนะในวันนี้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเซียนหยางทางฝั่งของเมืองเซียนหยางไม่ได้สูญเสียมากนัก พวกเขาสูญเสียกำลังพลไปไม่กี่ร้อยคนเทียบกับทางฝ่ายซือเหวินที่วันนี้ที่ต้องสูญเสียกำลังพลไปเกือบสองแสนคน

            เหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บได้รับโอสถในการรักษาและฟื้นฟูในทันที ทหารทุกคนหลังจบสงครามในวันแรกพวกเขาได้รับโอสถฟื้นฟูคนละหนึ่งเม็ดในทันทีเมื่อพวกเขาทานโอสถฟื้นฟูเข้าไปร่างกายของเขาก็กลับมาสดชื่นและมีพลังเต็มเปี่ยมพร้อมที่จะทำสงครามต่อในวันพรุ่งนี้

            กองทัพของซือเหวินหลังจากที่ตั้งค่ายเสร็จซือเหวินก็รีบวางแผนการรบในวันต่อไปในทันที

            “องค์ชายข้าคิดว่านักเวทของพวกมันต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอนขนาดนักเวททั้งห้าคนของพวกเราร่วมกันโจมตียังไม่สามารถทำลายกำแพงทั้งสี่ด้านของเมืองเซียนหยางได้แม้แต่ด้านเดียวหรือว่าพวกเขาจะมีปราชญ์จอมเวทช่วยเหลือ”

            “เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดปราชญ์จอมเวททั่วทั้งอาณาจักรรอบ ๆ นี้ไม่มีอย่างแน่นอนอย่างเก่งก็คงเป็นเพียงแค่นักเวทระดับราชันย์มนตราเท่านั้นพวกเราทั้งห้าคนนับว่าเป็นนักเวทที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วพวกเราเป็นถึงจักรพรรดิมนตราหรือว่าเจ้าสงสัยในความสามารถของพวกเราทั้งห้าคน”นักเวทคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

            “ท่านอย่าได้เข้าใจผิดไปแต่พวกเราดูตามสถานการณ์ในวันนี้พวกท่านทั้งห้าคนอธิบายได้หรือไม่ว่าเหตุใดเวทมนต์ของท่านถึงไม่ได้สร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้กับกำแพงเมืองได้เลย”

            “บางทีพวกเขาอาจจะใช้ค่ายกลช่วยป้องกันก็เป็นไปได้พวกเราอย่าพึ่งด่วนสรุปไปตอนนี้คิดดีกว่าว่าจะบุกเมืองเซียนหยางอย่างไรให้ได้เร็วที่สุดกองกำลังที่เสียไปก็ไม่ใช่น้อย ๆอีกทั้งพวกเรายังไม่รู้จำนวนที่แน่นอนของกองกำลังฝ่ายโน้นด้วย”

            “ข้าได้ให้คนไปสืบมาแล้วพวกเขามีกองกำลังทั้งหมดเพียงแค่เจ็ดหมื่นกว่าคนเท่านั้น” แม่ทัพใหญ่เอ่ยขึ้นมา

                “ข้าว่าคนของท่านนับเลขผิดหรือเปล่าข้อมูลที่ได้รับมาถึงน้อยขนาดนี้ยังไงเสียข้าก็ไม่เชื่อว่ากองกำลังของเมืองเซียนหยางมีเพียงแค่เจ็ดหมื่นกว่าคนหากจำนวนคนของเมืองเซียนหยางมีเจ็ดหมื่นกว่าคนจริงพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันกองกำลังที่สูญเสียไปวันนี้พวกเราสูญเสียไปเกือบสองแสนคนเชียวนะพวกเจ้าคิดว่ากองกำลังแค่เจ็ดหมื่นกว่าคนจะสามารถสร้างความเสียหายให้กองทัพของพวกเราได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้หรือ?”

                ด้วยกำลังทหารจำนวนกว่าห้าแสนนายหากซือเหวินไม่สามารถตีเมืองเซียนหยางแตกได้นั่นหมายความว่าตัวเขาไร้ความสามารถเป็นอย่างยิ่งบิดาของซือเหวินจะต้องโกรธเป็นอย่างมากหากว่าเขากลับไปด้วยการพ่ายแพ้อีกครั้งหนึ่ง

                เช้าวันรุ่งขึ้นกองทัพของซือเหวินเดินทัพมาหน้าประตูเมืองอีกครั้งหนึ่งซือเหวินกวาดสายตามองไปยังกองทัพของเขาที่เหลืออยู่กำลังพลเกือบครึ่งหนึ่งที่หายไปทำให้เขาถอนหายใจออกมาซือเหวินยืนอยู่บนรถม้าคันหรูขณะที่เขาชักดาบออกมาพร้อมกับเอ่ย

                “วันนี้พวกเราจะต้องเอาชนะและตีเมืองเซียนหยางให้แตกให้จงได้จับกุมพวกมันมาเป็นเชลย สังหารผู้ที่ขัดขวางทรัพย์สินทุกอย่างของเมืองเซียนหยางพวกเจ้าสามารถหยิบฉวยได้เลยมันจะตกเป็นของพวกเจ้าเมื่อพวกเจ้าสามารถเอาชนะพวกมันได้”

                “กองกำลังทุกหน่วยเตรียมพร้อมวันนี้พวกเราจะบุกโจมตีพวกมันพร้อม ๆ กันข้าอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะสามารถป้องกันเมืองของพวกมันได้นานสักเพียงไหน กำลังพลของเรามากกว่าเป็นข้อได้เปรียบของพวกเราใครสามารถสังหารแม่ทัพของศัตรูหรือผู้นำของพวกมันได้จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ในทันทีไม่ว่าตอนนี้พวกเจ้าจะเป็นเพียงแค่พลทหารแต่หากสามารถสร้างผลงานกำจัดผู้นำของพวกมันได้ พวกเจ้าก็สามารถรับตำแหน่งได้ทันทีหลังจากกลับอาณาจักรเมฆาตะวันตก”

                ทหารทุกคนต่างมีจิตใจฮึกเหิมพวกเขาต้องการสังหารผู้นำศัตรูเพราะเมื่อพวกเขาสามารถสังหารผู้นำของศัตรูได้ ไม่ว่าพื้นฐานทางบ้านของพวกเขาจะยากดี มี จน เช่นไรก็สามารถก้าวขึ้นตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ได้โดยตรงนับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง

                เฟยหลงมองดูกองทัพที่เคลื่อนพลมาด้วยความเร็ว

                “ดูเหมือนว่าซือเหวินจะทุ่มกองกำลังออกมาโจมตีแล้วสินนะดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่มีทางให้ถอยกลับเสียด้วยสิ องค์ชายใหญ่ท่านคิดว่ายังไง”

                “อื่มนี่เป็นปัญหาใหญ่ของพวกเรา พวกเราไม่สามารถต้านทานกองกำลังเกือบสามแสนคนได้ด้วยกำลังทหารเพียงแค่เจ็ดหมื่นกว่าคนได้อย่างแน่นอน”

                ท้ายที่สุดแล้วเฟยหลงก็ไม่ได้คิดอะไรมากเขามองไปยังกองกำลังเกือบสามแสนนายค่อย ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

                เฟยหลงร่ายเวทใส่เครื่องยิงหินพร้อมกับร่ายเวทป้องกันทั่วทั้งกำแพงเช่นเดิม

                “โจมตี”เฟยหลงสั่งการสั้น ๆ เครื่องยิงหินทั้งห้าสิบเครื่องยิงออกไปพร้อมๆ กัน   

                ตูม!!!  ตูม!!!  ตูม!!!

                กองกำลังของอาณาจักรเมฆาตะวันตกที่หินตกกระแทกแรงระเบิดทำให้ผู้คนจำนวนนับหมื่นถูกสังหารอย่างรวดเร็วการโจมตีนี้รุนแรงเป็นอย่างมากแรงระเบิดสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับกองกำลังของอาณาจักรเมฆาตะวันตกเหล่านักเวทรีบเร่งร่ายเวทป้องกันกองกำลังของพวกมันอย่างรีบร้อนกว่าที่จะร่ายเวทเสร็จกองกำลังของอาณาจักรเมฆาตะวันตกก็ถูกสังหารไปแล้วเกือบห้าหมื่นนาย

                ไพร่พลบางส่วนที่เป็นทัพหน้าส่วนใหญ่จะเป็นทหารเกราะเบาได้เข้าประชิดกำแพงเมืองและประตูเมืองเรียบร้อยแล้วพลธนูและพลหน้าไม้เริ่มระดมยิงอย่างต่อเนื่องกองกำลังทั้งหมดของอาณาจักรเมฆาตะวันตกเริ่มมาออกันใกล้ๆ กำแพงเมืองแล้ว

                หากมองจากด้านบนกำแพงมันเหมือนกับพวกมดที่กำลังพยายามปีนป่ายและพังประตูเพื่อที่จะเข้าไปตัวเมืองให้ได้เฟยหลงแหงนมองไปบนท้องฟ้าพร้อมกับสื่อสารกับเสี่ยวเทียนในทันที

                ลูกไฟจำนวนมากตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วมันระเบิดรุนแรงยิ่งกว่าก้อนหินหลายเท่าตัว ก่อนที่ร่างขนาดใหญ่เกือบห้าเมตรจะค่อยๆ บินลงมา เมื่อเสี่ยวเทียนบินโฉบลงมาพร้อมกับพ่นไฟเผาเหล่าทหารอาณาจักรเมฆาตะวันตกเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วทั้งสนามรบทุกคนต่างมองไปยังเสี่ยวเทียนด้วยความหวาดกลัว

                ก๊าซซซซ…!!!

                เสียงร้องของเสี่ยวเทียนทำให้ม้าทั้งหมดของทหารม้าเกราะหนักอาณาจักรเมฆาตะวันตกตกใจกลัวพวกมันวิ่งเตลิดเปิดเปิง บ้างก็ลากทหารติดไปด้วย บ้างก็เหยียบทหารที่ตกลงไป เกิดความความโกลาหลวุ่นวายภายในกองทัพของอาณาจักรเมฆาตะวันตก

                “มังกร”นักเวทคนหนึ่งของอาณาจักรเมฆาตะวันตกเอ่ยขึ้นมา ก่อนที่มันจะถูกไฟของเสี่ยวเทียนเผาพลาญจนมอดไหม้  เพียงไม่ถึงสิบนาทีกองกำลังนับแสนของซือเหวินถูกสังหารอย่างรวดเร็ว  ตอนนี้กองกำลังทั้งหมดของซือเหวินที่เหลืออยู่มีราว ๆ หนึ่งแสนห้าหมื่นคนเท่านั้น 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน