เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 64 พบเจอคนของเผ่าแวมไพร์

    การปรากฏตัวของผมทำให้ชายคนนั้นตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้กระทบอะไรกับการโจมตีของเขาที่พุ่งเป้าไปที่ตัวของเพย์ตัน ดาบทั้งสองเข้าปะทะกันก็เกิดพลังผลักดันอย่างรุนแรงผลักทั้งสองกระเด็นออกจากกันไปโดยที่ผมหยุดตัวเองเอาไว้ได้ในระยะสองเมตรส่วนชายคนนั้นกระเด็นไปแบบชนิดที่ว่าควบคุมตนเองไม่ได้พุ่งไถลไปกับพื้นอย่างรวดเร็วจนพื้นดินแตกเป็นทางยาวไปไกลกว่าสิบเมตร
    ชายคนนั้นที่โดนการโจมตีไปนั้นบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไปในทันที แน่นอนว่าความรุนแรงที่มีมากถึงขนาดนั้นก็เป็นเพราะการโจมตีคริติคอลที่มาจากการโจมตีด้วยดาบเล่มสีดำและการโจมตีสุดกำลังของตัวผมเองด้วย
    เรื่องที่เกิดขึ้นมาตรงหน้าทำให้เพย์ตันได้แต่ตกตะลึงในความแข็งแกร่งที่เกิดคาดของผม นั่นมันการโจมตีปกติธรรมดาเองนะทำไมมันถึงได้รุนแรงถึงขนาดนั้น
    ผมเก็บดาบเล่มสีดำลงไปก่อนจะเดินเข้ามาหาเพย์ตันเพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บ
    “เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณอิสล่า”
    “ข้าไม่เป็นอะไร สมแล้วที่เป็นคนที่ชาร์ลอตต์เลือกมาเป็นคู่ครอง”
    “คุณก็พูดเกินไปคุณกลับไปพักที่สถานพยาบาลก่อนเถอะครับเรื่องต่อจากนี้ผมจะรับช่วงต่อด้วยกันกับชาร์ลอตต์เอง”
    “นั่นสินะฝากด้วยละข้าเองก็ไม่ไหวแล้ว…”
    เพย์ตันที่อดทนมาโดยตลอดก็หมดสติไปตามจริงแล้วเธอไม่ไหวตั้งแต่โดนการโจมตีเข้าไปในครั้งแรกของชายคนนั้นแล้วมันก็เลยเป็นเรื่องปกติที่เธอจะหมดสติไปแบบนี้ ผมใช้ทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติรักษาตัวเธอเพราะอาการของเธอมันค่อนข้างที่จะสาหัสและอาจมีผลถึงตายได้ ผมส่งตัวของเพย์ตันไปให้หน่วยพยาบาลที่เข้ามาในบริเวณการต่อสู้เพื่อนำร่างของผู้บาดเจ็บไปรักษา
    ชาร์ลอตต์ที่แยกตัวออกไปจัดการทหารที่ไม่ได้เรื่องพวกนั้นก็ตามมาพอดี
    “เพย์ตันนางเป็นอะไรมากไหมโรเบิร์ต”
    “ไม่เป็นอะไรมากหรอก ผมใช้ทักษะฟื้นฟูรักษาเธอแล้วตอนนี้เหลือแค่รอให้เธอพักผ่อนแค่นั้นก็พอแล้ว”
    “ดีจริงๆ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ตามมาทันเวลา ไม่อย่างนั้น...”
    “เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วและตอนนี้เธอไม่เป็นอะไรแล้วเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดถึงมันตอนนี้มาคิดเรื่องที่จะกำจัดเจ้านั่นยังไงก่อนดีก่อน”
    ผมชี้ตำแหน่งธีโอดอร์ที่ตอนนี้กำลังตกตะลึงกับภาพที่ผมฟาดฟันด้วยการโจมตีปกติธรรมดาทำให้ลูกน้องคนสนิทที่มีความสามารถที่สุดหมดสภาพไปในการโจมตีเดียวให้ชาร์ลอตต์ได้เห็น ธีโอดอร์คืนสติมาได้ก่อนที่จะมองเห็นทางด้านของชาร์ลอตต์เช่นกัน
    ในเมื่อพบหน้ากันระหว่างชาร์ลอตต์กับธีโอดอร์จิตสังหารระดับไร้เทียมทานขั้นสูงสุดก็เข้าปะทะกันและกันในทันที ทหารที่ตามชาร์ลอตต์มาคือกองทัพหลักที่เป็นตัวตั้งตัวตีประจำของชาร์ลอตต์และกองทัพของพวกกบฏก็เข้าต่อสู้กันตามไปด้วย โดยที่มีเป้าหมายคือการฆ่าอีกฝ่ายให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
    "ไม่คิดว่าจะออกมาให้ข้าได้ฆ่าเจ้าเร็วขนาดนี้นะ ชาร์ชอตต์"
    "เจ้าไม่เรียกข้าว่าจักรพรรดินีอีกแล้วเหรอ เห็นเมื่อก่อนตามติดและยึดติดมันถึงขนาดนั้น"
    "ฮ่า ฮ่า พูดอะไรของเจ้า คิดว่าตนเองมีอำนาจมากเหมือนเมื่อสองเดือนก่อนรึยังไง ช่วงที่เจ้าหายหน้าไปใครต่อใครก็รู้ข้อเท็จจริงหมดแล้วว่าเจ้าไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่ป่าวประกาศออกไปเลย"
    "นั่นสินะ ถ้ามันไม่มีหลักฐานก็คงไม่สามารถเชื่อถือได้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็มาตัดสินกันไปเลยเถอะจะได้จบเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปสักที"
    "ดี ดีมาก วันนี้ข้าจะกระชากหน้ากากจอมปลอมของเจ้าออกมาเอง"
    ทันทีที่ธีโอดอร์พูดจบไปก็ใช้ทักษะเดียวกับตอนที่รับมือหอกของร่างอัญเชิญออกมามันคือมือขนาดใหญ่ที่เคยหยุดยั้งการโจมตีของเพย์ตันเมื่อตอนนั้นมันก็ปรากฏออกมาอีกครั้งเพื่อโจมตีชาร์ลอตต์ ในครั้งนี้ต่างออกไปกว่าครั้งก่อนที่ใช้ในการป้องกันเพราะมันมีพลังพิเศษชนิดหนึ่งที่แฝงอยู่ภายในนั่นก็คือการย้ายมิติ มือขนาดใหญ่ฟาดลงเข้าไปใกล้ตัวของชาร์ลอตต์ในระยะสิบเมตรมันไม่ได้สร้างความเสียหายหรือผลกระทบอะไรให้กับชาร์ลอตต์แต่กลับย้ายชาร์ลอตต์ไปอยู่ยังโลกแห่งหนึ่งที่มีเพียงธีโอดอร์และชาร์ลอตต์สองคนเท่านั้น
    ผมที่ไม่คิดว่ามันจะมีทักษะอะไรแบบนี้อยู่ด้วยก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาแม้จะเข้าใจว่าชาร์ลอตต์แข็งแกร่งแต่ว่า ถ้าเจอกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่คนของโลกแห่งนี้มันก็อีกเรื่อง ผมคิดที่จะพยายามหาทางเพื่อจะเข้าไปช่วยชาร์ลอตต์ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็รู้สึกว่ามันเปล่าประโยชน์เพราะมันไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้ตามแกะรอยได้ ทักษะนี้ถ้าใช้งานได้ถูกจังหวะจะเป็นทักษะที่น่ากลัวมาก
    เดี๋ยวนะ! เมื่อสักครู่ผมยังอยู่ในสนามรบอยู่เลยแต่ทำไมผมถึงได้มาอยู่ในสถานที่แปลกๆอีกแล้ว สภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังมากมาย บนท้องฟ้าเองก็มีสีแดงฉานไม่ต่างไปจากเลือด ไกลออกไปก็มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์สีแดงที่อาบไปด้วยเลือดเต็มไปหมดลาดยาวมายังจุดที่ผมยืนอยู่
    ชายคนนั้นมีความแปลกประหลาดชนิดที่เรียกว่าแตกต่างไปจากคนที่ผมเคยเจอมาทั้งโลกก่อนและโลกใบนี้ รูปลักษณ์ของเขาผมของเขาจะมีสีดำสนิท ดวงตาเองก็เช่นเดียวกัน ชุดที่กำลังสวมใส่นั้นก็เป็นชุดสีแดงตัดกับสีดำที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของพวกชนชั้นสูงที่เขาจะใส่กัน
    ชายคนนั้นจ้องมองมาที่ผมก่อนที่จะพูดออกมา
    “เจ้าหนู เจ้าเป็นใคร?”
    “ก่อนที่จะถามว่าคนอื่นเป็นใครมาจากไหนก็บอกมาก่อนสิว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้และแกเป็นใคร”
    กลิ่นอายแบบนี้ไม่ผิดแน่นอนมันคงเป็นกลิ่นอายแรกที่ผมสัมผัสได้และรู้สึกอึดอัดในเวลาเดียวกัน ใช่แล้วเจ้านี่ก็เป็นแวมไพร์เหมือนกับผมแต่ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปเล็กน้อย
    “ฮ่า ฮ่า คนที่กล้าต่อปากต่อคำกับข้าแบบนี้มักอายุสั้นเสมอเลยนะ”
    ชายคนนั้นกระดิกนิ้วของตนเองก่อนที่สายลมสีเลือดจะพุ่งมายังตัวของผมในทันที ผมเบี่ยงหลบมันได้ก่อนที่จะใช้ดาบเล่มสีดำฟาดฟันเข้าที่สายลมพวกนั้นทั้งที่มันจะเป็นฝ่ายได้รับความเสียหายหรือสลายไปกลับเป็นฝั่งผมเองที่กระเด็นออกไปร่วมสองร้อยเมตรกระอักเลือดออกมาหนึ่งครั้ง
    ผมประมาทเจ้านี่มากเกินไปก่อนอื่นต้องตรวจสอบความสามารถและเลเวลของมันก่อน

    ผู้อยู่เหนือกฏเกณฑ์ ยูวาย เลเวล 20 (1) (1 ที่ว่าคือระดับการวิวัฒนาการของเลเวล) เผ่า แวมไพร์ ( สายเลือดผสม ) ขั้น 6 พลังความสามารถโดยรวม ไม่สามารถระบุได้เพราะเกินความรู้ความเข้าใจ จุดอ่อน ไม่มี

    แวมไพร์จริงๆด้วยและก็ยังเป็นสายเลือดผสมที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าแวมไพร์ชนิดนี้มันมีความสามารถอะไร เลเวลของเจ้านี่ก็ 20 มี 1 อยู่ด้านหลังถ้าให้ผมคาดเดาเอาเองละก็คงเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าระดับการวิวัฒนาการของเจ้านี่ไปไกลมากแล้ว ทำให้รู้ได้เลยว่าเจ้านี่ไม่ใช่คนของโลกใบนี้
    “โอ้! สามารถหลบการโจมตีถึงตายได้ด้วยและยังสวนการโจมตีกลับมา ถ้าแบบนี้ละจะเป็นยังไง”
    มันต้องการอะไรกันแน่เอาผมมาในที่แห่งนี้แล้วก็ใช้ทักษะใส่ผมแบบไม่ยั้ง ไม่คิดจะพูดคุยอะไรกันเลยรึยังไงหรือมันแค่ต้องการฆ่าเวลาที่แสนน่าเบื่อของมัน
    ยูวายกระดิกนิ้วเร็วมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ก่อนที่สายลมสีเลือดจะเพิ่มจำนวนแยกออกไปนับร้อยๆจากนั้นพวกมันก็พุ่งเข้ามาโจมตีผมอีกรอบ
    ผมใช้ดาบเล่มสีดำฟาดฟันออกไปเพื่อตอบโต้พลังทำลายของสายลมสีเลือดเหล่านั้น
    คลื่นทำลาย
    พลังแห่งความมืดจากทั่วทุกที่ไหลเวียนมารวมกันพลังของมันในครั้งนี้เองก็พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดไปไกลก่อนที่จะมีพลังงานสีแดงเข้ามาแทรกระหว่างพลังแห่งความมืดที่มหาศาลเหล่านั้น พลังงานสีดำและพลังงานสีแดงหลอมรวมเข้าด้วยกันพุ่งเข้าไปปะทะกับสายลมสีเลือดเหล่านั้น และแน่นอนว่าการโจมตีนี้ก็ยังคงเป็นการโจมตีแบบคริติคอล
    พลังทำลายของทักษะคลื่นทำลายที่พัฒนาขึ้นมา ทำให้สายลมสีเลือดพวกนั้นค่อยๆสลายหายไปอย่างช้าๆจนแตกสลายหายไปอย่างสมบูรณ์ในที่สุดพลังของคลื่นทำลายเองก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน
    ยูวายที่เห็นดาบเล่มสีดำที่ผมกำลังถือมันอยู่ก็ลุกขึ้นมาจากบัลลังก์ที่เขากำลังนั่งอยู่ในทันที ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นดาบปกติธรรมดาแต่ทันทีที่ผมใช้ทักษะคลื่นทำลายออกมาเขาก็จดจำได้ทันทีว่ามันคือดาบที่เขารู้จักเป็นอย่างดี
    “เจ้ามีดาบเล่มนั้นได้ยังไง เป็นไปไม่ได้”
    ยูวายจ้องมองดาบที่มือของผมไม่วางตาก่อนที่ใบหน้าของเขาจะแสดงความหวาดกลัวออกมาจนเผลอก้าวถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวแล้วกลับไปอยู่ในท่านั่งแบบเดิมบนบัลลังก์
    “ยูวายเจ้าเป็นอะไรรึเปล่า”
    “เจ้าไหวไหม”
    “ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนนะ”
    …
    หญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามกว่าสามคนที่ซ่อนตัวอยู่รีบวิ่งเข้ามาดูอาการของชายคนนั้นที่มีสภาพจิตใจไม่คงที่ เหมือนเสียงของพวกเธอมีผลกระทบโดยตรงต่อตัวของชายคนนั้นจนทำให้ปลุกเขาให้ได้สติขึ้นมา
    “ข้าไม่เป็นอะไรแล้วพวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป”
    ดาบเล่มนั้นมันมาอยู่ในมือของมนุษย์ได้ยังไง เขายิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ ในตำนานของเผ่าแวมไพร์ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณดาบเล่มนั้นถูกครอบครองโดยแวมไพร์ผู้หนึ่งที่เป็นคนที่สามารถพิชิตโลกขนาดใหญ่ที่เป็นจุดสูงสุดของจักรวาลแห่งนี้ด้วยดาบเล่มนั้นเพียงเล่มเดียว แต่เมื่อมีประโยชน์ก็ย่อมมีโทษตามมาแวมไพร์คนนั้นได้รับคำสาปร้ายของผลสะท้อนกลับจนสูญสลายหายไปและแลกมาด้วยค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว
    (ที่ยูวายมองเห็นว่าโรเบิร์ตเป็นมนุษย์ก็เพราะว่ายูวายมีสายเลือดผสมที่มีศักดิ์ต่ำกว่าทำให้มองโรเบิร์ตว่าเป็นมนุษย์ แต่ถ้าตั้งใจจ้องมองจริงๆและพยายามสัมผัสกลิ่นอายก็จะสามารถแยกออกได้)
    คำสาปร้ายพวกนั้นที่เขาโดนก็ถูกส่งมอบให้กับเผ่าแวมไพร์ไปด้วย เมื่อใดที่เผ่าแวมไพร์ต้องเผชิญหน้ากับดาบเล่มนั้นมันก็จะทำให้ได้รับผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงทำให้ความสามารถทุกอย่างลดลงกว่าครึ่ง
    ว่ากันง่ายๆไม่ว่าแวมไพร์ตนไหนก็ไม่มีทางที่จะต่อสู้กับคนที่ถือครองดาบเล่มนั้นได้หรอกนอกจากจะเป็นพวกสายเลือดบริสุทธิ์ขั้นเก้าขึ้นไปที่คำสาปจะไม่มีผล ที่น่าแปลกทำไมเขาถึงไม่มีผลกระทบที่ว่าพวกนั้นเลย หรือว่าดาบเล่มนั้นจะไม่สมบูรณ์ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ต้องรีบกำจัดมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าให้ได้ก่อน
    ยูวายพูดคุยกับสามสาวสักเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะร่วมมือกันเรียกใช้งานทักษะที่รุนแรงที่สุดเพื่อกำจัดผมกับดาบเล่มสีดำทิ้งไป.......... . . .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416