กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 35 การ์ดภารกิจอีกครั้ง

    ลูฟัสที่เดินกลับมาหาพรรคพวกก็กล่าวออกมาว่า “นี่อิกนัส นายรู้สึกว่าพวกนั้นให้ของกับเรามาง่ายผิดปรกติหรือเปล่า ชั้นว่ามันยังไงๆอยู่นะ”
    “ผมก็ว่ามันแปลกเกินไปที่พวกนั้นจะยอมแพ้ง่ายๆแค่นี้ แต่ก็คงเพราะกลัวการไล่ล่าจากสมาคมนักล่าหล่ะมั้งนะ ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น” อิกนัสก็รู้สึกว่ามันแปลกแต่ก็คงไม่น่าจะมีอะไร เพราะนักล่าที่ทำผิดกฎนั้น ส่วยใหญ่มักจะจบไม่สวยสักเท่าไหร่
    “เรื่องพวกนั้นก็ช่างมันเถอะ เราจะแบ่งของกันอย่างไรดี? นายอยากได้อะไรมั้ย? ชั้นให้นายเลือกก่อนเลย เพราะอย่างไรนายก็ให้เจ้านี่ชั้นมาแล้วด้วย มันมีค่ามากกว่าของพวกนี้อยู่แล้ว” ลูฟัสถามอย่างไม่แน่ใจนัก พร้อมกับลูบขนแมงมุมภูติอัสนีบนไหล่
    มีอาที่ยืนมองดูการกระทำของพวกอิกนัสอยู่ก็ได้แต่คิดในใจว่า ‘พวกนายนี่มัน...อุปกรณ์ระดับทองเชียวนะ มีค่าน้อยกว่าเจ้าแมงมุมตัวจิ๋วนั่นอีกหรอ หรือว่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับสูง ชั้นต้องหาความลับของพวกนายออกมาให้ได้เลยคอยดู’
    “งั้นผมของเป็นผ้าคลุมนั่นก็แล้วกัน ผมไม่มีทักษะการเคลื่อนไหว ถ้าได้มันไปก็น่าจะช่วยผมได้มากเลยหล่ะ” อิกนัสเลือกผ้าคลุมรัตติกาลทมิฬ เพราะว่าผ้าคุลมรัตติกาลทมิฬจะสามารถเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้เขามากขึ้นไปอีกจนกล่าวจะได้ทักษะสำหรับการเคลื่อนที่
    “ได้เลยถึงนายไม่ขอ ชั้นก็คิดว่าจะเอาให้นายอยู่แล้วหล่ะ ผ้าคลุมรัตติกาลนี่ก็ไม่ค่อยเหมาะกับชั้นซะด้วยสิ งั้นที่เหลือเป็นของชั้นละกันนะ ส่วนผลึกอสูรก็แบ่งกันคนละครึ่งตกลงมั้ย?”
    อิกนัสพยักหน้ารับคำพร้อมกับรับผ้าคลุมรัตติกาลทมิฬและผลึกอสูรระดับเงินทั้งสิบก้อนมาเก็บไว้ในเป้มิติที่สะพายอยู่
    “ขอประกาศอีกครั้ง ขอให้นักล่าทุกคนมารวมตัวกันที่ด้านหน้าของสมาคมนักล่าอสูร” เสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงที่ติดอยู่ทั่วทั้งเมืองดังขึ้น
    สิ้นเสียงนั้นเวลาก็ผ่านไปครู่ใหญ่ก็มีชายวัยกลางคนเดินขึ้นมาบนเวทีที่จะจัดอยู่ด้านหน้าของสมาคมนักล่าอสูร ชายคนนั้นสวมชุดคลุมสีขาวที่มีตราของสมาคมนักล่าอสูร
    “ข้าคือ อีริก วาร์สไตร์มไฮม์ นักล่าระดับไดม่อนสองดาวของสมาคมนักล่าอสูรและเป็นผู้จัดการสาขาของสมาคมนักล่าอสูรประจำเมืองไวท์ชาโดว์ ขอประกาศให้นักล่าทุกคนที่อยู่ในเมืองนี้เตรียมรับมือกับกองทัพสัตว์อสูรจำนวนกว่า 5000 ตัว ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้” เสียงของชายวัยกลางคนคนนั้นดังออกมา และที่ด้านหลังของเขาก็มีชายหญิงอีกห้าคนยืนเรียงกันอยู่อย่างองอาจ
    อิกนัสที่ได้ยินเสียงของชายคนนั้น ก็หันไปมองก็พบว่าชายคนนี้คือ คนเดียวกับที่ฝึกดาบอยู่ในสวนของโรงแรมสายลมสีขาวที่เขาแอบฝึกเพลงดาบ และก็เป็นคนเดียวกับที่เดินสวนกันตอนที่ไปโคลอสเซียมพร้อมกับลูฟัส ทำให้เขาต้องตกใจเป็นอย่างมากที่ชายคนนี้นั้นเป็นถึงผู้จัดการสาขาของสมาคมนักล่าอสูรของเมืองนี้ และที่ยืนอยู่ด้านหลังของชายวัยกลางคนคนนี้ก็คือผู้จัดการสาขาขององค์กรนักล่าอาหารที่เขาเคยพบเมื่อตอนที่ไปขายเนื้อวัวลายเสือ
    “มากกว่า 5000 ตัว พวกเราจะไปรับมือไหวได้อย่างไร” เสียงของใครสักคนดังขึ้นในหมู่นักล่าที่กำลังยืนฟังกันอยู่ และท่ามกลางเสียงพูดคุยกันด้วยความกังวลใจของนักล่าทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้
    “เงียบ…” เสียงของชายชื่ออีริกที่เป็นผู้จัดการสาขาของสมาคมนักล่าอสูรประจำเมืองไวท์ชาโดว์ พูดขึ้นด้วยความเด็ดขาด
    “ทุกคนไม่ต้องตื่นตระหนกไป สำหรับในการรับมือกับสัตว์อสูรนั้น พวกเราจะรับมือกับพวกมันภายในม่านพลังที่ปกป้องเมืองแห่งนี้เอาไว้ ซึ่งในจำนวนสัตว์อสูรที่มีมากกว่า 5000 ตัวนั้นมีสัตว์อสูรระดับไดม่อนอยู่เพียงแค่สี่ตัว ซึ่งก็น่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับแม่ทัพที่นำกองทัพสัตว์อสูรมาบุกเมือง โดยพวกเราเหล่าหัวหน้าสมาคมต่างๆของเมืองไวท์ชาโดว์จะเป็นคนรับมือเอง ส่วนนักล่าระดับต่ำลงมาก็ให้รวมกลุ่มกันแล้วสร้างแนวป้องกันขึ้นมาเป็นชั้นๆตามลำดับของพลังของนักล่า แต่ก่อนหน้านั้นจะให้นักล่าที่มีทักษะการโจมตีจากระยะไกลเพื่อสนับสนุนไปด้วยทางหนึ่งจากบนกำแพงเมือง ดังนั้นขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วย” อีริกปผู้จัดการสาขาของสมาคมนักล่าอสูรพูดจบแล้วก็เดินจากไป พร้อมกับที่มองมาทางพวกอิกนัส
    “นี่อิกนัสนายรู้จักกับคนใหญ่คนโตกับเค้าด้วยเหรอ” ลูฟัสที่เห็นผู้จัดการสาขาของเมืองไวท์ชาโดว์มองมาก็ถามออกไป
    “เปล่าหรอกแค่เคยเห็นหน้าเฉยๆน่ะ งั้นเดี๋ยวผมไปรายงานผลเองก็แล้วกันนะ จะไปจัดการเรื่องที่ทำค้างไว้ที่สมาคมนักล่าคราวก่อน” อิกนัสตอบเสร็จก็เดินเข้าไปที่สามคมนักล่าอสูรทันที
    “เดี๋ยวก่อนสิ แล้วเรื่องของชั้นหล่ะ พวกนายไม่ใช่ลืมไปแล้วหรอกนะ ให้ชั้นรวมกลุ่มด้วยเดี๋ยวนี้เลย” มีอาที่มองเงียบๆอยู่นานก็เปิดปากพูดออกมา
    “เอาแล้วไงอิกนัสเอาอย่างไรดีกับยัยตัวปัญหานี่ดี” ลูฟัสพูดพร้อมกับเอามือกุมหัว เพราะตั้งแต่ที่พวกเขาเจอกับมีอาก็มีแต่เรื่องมาให้ตลอดเลย
    อิกนัสหยุดเดินแล้วมองไปที่มีอาอย่างตั้งใจ แล้วจึงกล่าวออกมาว่า “ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องที่คุณจะเข้ามาร่วมกลุ่มกับพวกเราหรอกนะครับ แต่ว่าก็อย่าสร้างปัญหาให้พวกเราอีกก็แล้วกันนะครับ” สิ้นเสียงอิกนัสก็เดินเข้าไปในอาคารของสมาคมนักล่า
    “เย้...นายได้ยินแล้วใช่มั้ยสายฟ้าคลั่ง งั้นก็ขอรบกวนพวกนายด้วยก็แล้วกัน ชั้นสัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหาให้วกนายอีก” มีอากระโดดดีใจแล้วกว่าออกมา
    “นี่นายเอาจริงใช่มั้ยเนี่ยอิกนัส รับยัยนี่เข้ากลุ่มของพวกเรา รอก่อนเดี๋ยวชั้นเข้าไปด้วย” กล่าวเสร็จแล้วจึงเดินตามอิกนัสขไปที่อาคารของสมาคมนักล่าอสูรพร้อมกับมีอา
    เมื่อเข้าไปภายในสมาคมนักล่าอิกนัสก็เดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องใบจบการศึกษาของเขาที่ให้ศาตราจารย์มิสทีคส่งมาให้ที่เมืองนี้จากพนักงาน ซึ่งก็ทำให้ได้รู้ว่าศาตราจารย์มิสทีคนั้นส่งใบรับลองการจบการศึกษามาให้เขาเรียบร้อยแล้ว และพนักงานของสมาคมก็ได้รับลองว่าเขานั้นเป็นนักล่าสำรองเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ด้วยการเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นกับเมือง ทำให้การทดสอบเพื่อขอเป็นนักล่าของทางสมาคมต้องเลื่อนออกไปก่อนจนกว่าจะสามารถจัดการกับกองทัพสัตว์อสูรได้ ซึ่งตรงนี้อิกนัสนั้นก็เข้าใจดี
    จากนั้นพนักงานของสมาคมนักล่าอสูรคนนั้นก็ยื่นศิลานักล่าให้กับอิกนัส แล้วจึงบอกให้เขาเอามือสัมผัสพร้อมกับปล่อยพลังชีวิตออกมาเพื่อทำการบันทึกข้อมูลลงในศิลานักล่า เมื่อแล้วเสร็จพนักงานชายคนนั้นก็ยื่นศิลานักล่ากลับคืนมาให้อิกนัสอีกครั้ง
    “ท่านทำภารกิจสำเร็จ รับการสุ่มการ์ดหนึ่งครั้ง” เสียงการแจ้งเตือนดังขึ้นทันทีที่อิกนัสได้รับการรับรองจากทางสมาคมนักล่าอสูร
    “เสร็จซะที” สิ้นเสียงการแจ้งเตือนอิกนัสก็ถอนหายใจออกมา และในเมื่อเขาเป็นนักล่าสำรองแล้วก็ไม่ต้องแอบเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้อีกต่อไป
    “สุ่มการ์ด” อิกนัสที่ได้รับรางวัลมาก็เริ่มทำการสุ่มการ์ดทันที เเล้วรูเล็ทสีเเดงสลับดำก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าของเขาอีกครั้ง เเละในเเต่ละช่องของรูเล็ทนั้นมีช่องที่เขียนถึงการ์ดต่างๆหลายต่อหลายอย่างด้วยกันเหมือนเดิม เขาจึงปล่อยให้รูเล็ทหมุนไป เเล้วจึงพูดว่า "หยุด"
    ช่องของรูเล็ทไปไปหยุดที่ การ์ดภารกิจ
    “ท่านได้รับการ์ดภารกิจ”
    จากนั้นก็ปรากฏเป็นการ์ดรูปหญิงสาวคนเดียวกับคราวที่แล้วที่อิกนัสได้รับการ์ดภารกิจ
    " ขอเเสดงความยินดี ท่านได้รับภารกิจ!" หญิงสาวในการ์ดเริ่มพูดคุย และขยิบตาให้กับอิกนัสไม่ต่างกับครั้งที่แล้วเลย
    "ตอนนี้ให้ข้าได้อ่านภารกิจของท่าน! ""ภารกิจ : มีส่วนร่วมในการป้องกันเมืองไวท์ชาโดว์และจัดการกับสัตว์อสูรระดับทองขึ้นไปจำนวน 10 ตัว""รางวัลภารกิจ : สุ่มการ์ดทักษะหนึ่งครั้ง การ์ดเลื่อนระดับ 2 ใบ และปลดล็อกเงื่อนไขร้านค้าเศษชิ้นส่วน""หากภารกิจไม่สำเร็จตามเวลาที่กำหนด ท่านจะถูกลงโทษ : ท่านจะถูกสุ่มทำลายการ์ดที่ครอบครองสองใบและเมืองไวท์ชาโดว์ถูกทำลาย""หลังจากภารกิจถูกส่งไปยังท่าน โปรดอ่านหลังการ์ดเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม"
    จากนั้นหญิงสาวกลับไปอยู่ในรูปเเบบเดิมของเธอ ไร้การเคลื่อนไหวภายในการ์ดเช่นเดียวกับครั้งก่อน
    อิกนัสไม่ได้ห่วงเรื่องการสุ่มทำลายการ์ด เพราะเขาจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นเเน่นอนอยู่ แต่เรื่องที่เมืองไวท์ชาโดว์ต้องถูกทำลายนี่สิเรื่องใหญ่เลย ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทำภารกิจที่ได้รับมาให้สำเร็จ จากนั้นเขาจึงพลิกเพื่อดูด้านหลังการ์ด ก็เห็นเป็นข้อมูลตามที่หญิงสาวในการ์ดบอกกับเขา จากนั้นเขาก็เเตะไปที่การ์ดเเละมันก็กลายเป็นฝุ่นละอองสีทองซึมเข้าไปข้างในร่างกายเขา
    แต่อิกนัสก็ต้องสนใจกับการปลดล็อกร้านค้าเศษชิ้นส่วน ซึ่งเขาเคยได้รับเศษชิ้นส่วนของการ์ดมาเมื่อตอนที่สลายการ์ดสำหรับการสุ่มทักษะ แล้วเหลือเศษชิ้นส่วนการ์ดอีกห้าชิ้น ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าจะใช้มันทำอะไรดี แต่ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าจะใช้เศษชิ้นส่วนทักษะที่เหลือทำอะไรได้ ซึ่งนั่นก็ต้องเป็นหลังจากที่ทำภารกิจช่วยเมืองไวท์ชาโดว์ให้สำเร็จก่อนถึงจะรู้ได้

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์นักล่า ที่คุณอ่าน