เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 4 บทที่ 107 ซูซูใจร้อนเกินไป!

            “นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน?”

            ราชันย์จิ้งจอกทมิฬเต็มไปด้วยความตกตะลึง

            ภายใต้ทักษะระบำค้อนพิฆาตของมันสัตว์อสูรเลเวลแค่ 50 ตัวหนึ่งกลับไร้รอยขีดข่วน!

            ในสายตาของมันนี่เป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างที่สุด!

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

            “ไอ้กิ้งก่าไร้สมอง เจ้าไม่รู้เลยหรือว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่!”

            “วันนี้ ข้าจะบอกเจ้าเองว่าอะไรคือพลังที่แท้จริง!”

            ปิงชิงล็อกเป้าไปที่ราชันย์จิ้งจอกทมิฬด้วยดวงตามังกรสีน้ำเงินเข้มพลางส่งเสียงหัวเราะอย่างประหลาดออกมา

            ไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยนี่ไปเรียนท่าทางแบบตัวร้ายสุดขั้วมาจากไหน

            เมื่อพูดจบกรงเล็บมังกรยักษ์ของมันก็ออกแรงคว้าค้อนหัวหมุดที่ถูกจับอยู่ทำให้มันหลุดจากมือของราชันย์จิ้งจอกทมิฬทันที

            “นี่มัน…”

            เมื่อมือว่างเปล่าราชันย์จิ้งจอกทมิฬก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นไปอีก

            มันไม่คาดคิดเลยว่าเพียงการปะทะกันครั้งแรก อาวุธของมันก็ถูกฝ่ายตรงข้ามแย่งชิงไป

            ทว่า…

            ก่อนที่มันจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ปิงชิงก็อ้าปากกว้างพลางกุมค้อนหัวหมุดไว้แน่น

            ครืนครืน ครืน!

            พลังเวทน้ำแข็งอันบ้าคลั่งรวมตัวกันก่อให้เกิดลูกบอลพลังงานสีน้ำเงินเข้มในปากของมันทันที

            วินาทีต่อมาปิงชิงก็พ่นลูกบอลพลังงานสีน้ำเงินเข้มนั้นออกมา

            ในเวลานั้น

            เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวจากลูกบอลพลังงานดวงตาสีแดงฉานของราชันย์จิ้งจอกทมิฬก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            หากถูกลูกบอลพลังงานนี้โจมตีเข้าจังๆละก็ จะต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน!

            เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในใจราชันย์จิ้งจอกทมิฬก็ไม่ลังเลที่จะก้าวขาที่แข็งแรงออกไป เพื่อหลบหลีกทันที

            ทว่ามันประเมินความเร็วในการจู่โจมของลูกบอลพลังงานต่ำไปอย่างสิ้นเชิง

            ฟิ้ว!

            ท่ามกลางเสียงแหวกอากาศราชันย์จิ้งจอกทมิฬเพิ่งจะขยับตัว ลูกบอลพลังงานก็พุ่งเข้าใส่ร่างของมันอย่างจัง

            ตูม!

            ลูกบอลพลังงานระเบิดออกทันที!

            พลังงานสีน้ำเงินเข้มส่องประกายบนร่างของราชันย์จิ้งจอกทมิฬอย่างต่อเนื่องทำให้ขนหนาของมันถูกระเบิดจนเลือดสาดกระจาย

            และในขณะเดียวกันความเยือกเย็นสุดขีดก็ทำให้ร่างกายของราชันย์จิ้งจอกทมิฬถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งหนา

            อีกด้านหนึ่ง

            หลังจากใช้ลมหายใจเยือกแข็งปิงชิงก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบก้าวเท้าพุ่งเข้าใส่ราชันย์จิ้งจอกทมิฬอีกครั้ง

            ฉัวะ!

            กรงเล็บมังกรอันดุดันฟาดลงค้อนหัวหมุดที่แย่งมาถูกยกขึ้นสูงวินาทีต่อมาก็ฟาดลงบนร่างของราชันย์จิ้งจอกทมิฬอย่างรุนแรง

            แผละ!

            ภายใต้เสียงปะทะอันหนักหน่วงค้อนหัวหมุดบดขยี้ศีรษะของราชันย์จิ้งจอกทมิฬอย่างไร้ความปรานีแถมยังบดขยี้ร่างครึ่งหนึ่งของมันจนแหลกละเอียด

            “เชอะ เจ้าหมาขี้เรื้อนนี่แหละคือจุดจบของคนที่กล้าท้าทายพญามังกรเหมันต์ผู้ยิ่งใหญ่!”

            ปิงชิงโยนค้อนหัวหมุดทิ้งไปอย่างไม่ไยดีพลางเชิดหน้ามังกรของมันขึ้น แสดงท่าทางอันเย่อหยิ่ง

            “เฮ้อ!”

            เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็อดถอนหายใจไม่ได้

            เจ้าตัวน้อยนี่ดูเหมือนจะถูกพิษของละครหลังข่าวเล่นงานเข้าให้แล้ว

            ทำตัวเย่อหยิ่งก็พอว่าแต่ทิ้งของที่ได้จากชัยชนะทำไม?

            หวังเฉินเดินไปข้างๆเพื่อหยิบค้อนหัวหมุดขึ้นมา แล้วเตะต้นขาของปิงชิงที่สูงกว่าตัวเขาอย่างหัวเสีย

            “เจ้านาย ข้าเก่งไหมเจ้าคะ?”

            วินาทีต่อมาปิงชิงที่กำลังเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยองก็หลุดจากการแสดงบทบาทสมมติทันทีหัวโตของมันถูไถไปมาบนตัวหวังเฉิน

            “เก่งๆ เก่งมาก!”

            หวังเฉินที่ถูกผลักจนถอยหลังไปหลายก้าวก็รีบให้ปิงชิงกลับสู่ร่างปกติเพื่อหยุดยั้งความต้องการที่จะเลียเขาอีกครั้งของเจ้าตัวน้อยนี่

            เพราะตอนนี้เขาไม่อยากอาบน้ำเลยสักนิด!

            “ฮึ่ม เจ้านายปากไม่ตรงกับใจเลยเจ้าค่ะ!”

            เมื่อรับรู้ได้ถึงความไม่เต็มใจของเขาเจ้าตัวน้อยก็ไม่พอใจ ยกเลิกร่างโหมดต่อสู้ แล้วกระพือปีกไปดูการต่อสู้ของซูซู

            ในเวลานั้น

            องครักษ์จิ้งจอกทมิฬที่ถูกล่อลวงต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนในที่สุดก็ตายไปพร้อมๆ กัน

            เมื่อสัตว์อสูรป่าทั้งหมดตายลงร่างของเขาและปิงชิงก็เปล่งแสงเลเวลอัปขึ้นมา

            [ชื่อ: หวังเฉิน]

            [อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]

            [เลเวล: 56]

            [พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]

            [ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B), คมดาบพริบตา (D), วิชาลมวายุคลั่ง(C), คลุ้มคลั่งกระหายเลือด (B), ศาสตร์เสริมพลังสัตว์อสูร(B), ผ่าจันทรา (A), ย่างก้าวสายฟ้า (A),โจมตีสะสมพลัง (A)]

            [พลัง: 880 + 630 แต้ม]

            [สติปัญญา: 950 + 100 แต้ม]

            [พละกำลัง: 880 + 450 แต้ม]

            [ความว่องไว: 890 + 5 + 250 แต้ม]

            [แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]

            [แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 290 แต้ม]

            ...

            [สัตว์อสูร: พญามังกรเหมันต์]

            [ชื่อเล่น: ปิงชิง]

            [เพศ: เมีย]

            [อายุ: หนึ่งเดือน (วัยหนุ่มสาว)]

            [เลเวล: 51]

            [ขั้น: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]

            [พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]

            [คุณสมบัติหลัก: พลัง 2700; สติปัญญา 2700; พละกำลัง 2700; ความว่องไว 2700 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเท็มใดๆ)]

            [ทักษะ: กายาเหมันต์ (SSS), ลมหายใจเยือกแข็ง (SSS),เขตแดนนรกเหมันต์นิรันดร์ (SSS), แรงกดดันแห่งมังกร(SSS), เหมันต์พิโรธ (SSS)]

            [ความจงรักภักดี: 100]

            [อุปกรณ์: ไม่มี]

            [ข้อมูลเบื้องต้น: ละไว้]

            ...

            หลังจากดูคุณสมบัติปัจจุบันแล้วหวังเฉินก็พาสัตว์อสูรตัวน้อยทั้งสองตัวเข้าไปค้นหาของในพระราชวัง

            ไม่นานนัก

            พวกเขาก็พบพืชสองต้นที่เปล่งประกายลึกลับอยู่ด้านหลังเก้าอี้ขนาดยักษ์ของราชันย์จิ้งจอกทมิฬ

            หญ้าหางจิ้งจอก!

            “หงิงๆ!”

            เมื่อเห็นหญ้าหางจิ้งจอกซูซูพลันส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นดวงตาคู่น้อยของมันจ้องมองหวังเฉินด้วยความกระตือรือร้น

            เมื่อครู่เจ้านายและพี่ปิงชิงเลเวลอัปไปแล้วทำให้มันอิจฉาจะแย่!

            “เอาล่ะ เอาล่ะ รีบกินซะเถอะ!”

            เมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยใจร้อนขนาดนี้หวังเฉินก็ลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน แล้วเด็ดหญ้าหางจิ้งจอกออกมาพร้อมกับนำวัสดุเสริมการเลื่อนระดับอื่นๆ วางลงบนพื้น

            “หงิงๆ!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นซูซูก็สะบัดหางอย่างมีความสุข พุ่งเข้าหาวัสดุที่อยู่บนพื้นทันที กรงเล็บน้อยๆสองข้างก็โกยวัสดุเหล่านั้นเข้าปากของตัวเอง

            ในพริบตาเดียววัสดุเสริมการเลื่อนระดับที่อยู่บนพื้นก็ถูกมันกินจนหมดเกลี้ยง

            หลังจากกินวัสดุเสริมการเลื่อนระดับแล้วซูซูก็ส่ายหัวไปมาอย่างมึนงง แล้วก็นอนลงบนพื้นพลันบังเกิดกระแสพลังลึกลับแผ่ซ่านจากร่าง

            ในขณะเดียวกันแสงสีชมพูที่น่าหลงใหลก็สว่างขึ้นจากพื้นผิวร่างกายของซูซูปกคลุมร่างของมันจนกลายเป็นลูกบอลแสงสีชมพูขนาดใหญ่

            “ปิงชิง แกเฝ้าน้องสาวเลื่อนระดับอยู่ที่นี่นะ”

            เมื่อเห็นว่าซูซูได้เริ่มวิวัฒนาการแล้วหวังเฉินก็หันไปบอกปิงชิงให้เฝ้าอยู่ข้างๆแล้วหันกลับไปทำความสะอาดสนามรบในพระราชวัง

            วัสดุจากสัตว์อสูรป่าเลเวล70แม้จะอยู่ในสถานะปัจจุบันของหวังเฉิน ก็ยังไม่อาจมองข้ามได้

            และยิ่งกว่านั้น…

            วัสดุจากราชันย์จิ้งจอกทมิฬอสูรราชันย์เลเวล 80 ยิ่งมีค่ามากกว่า

            ในไม่ช้าหลังจากเก็บเกี่ยววัสดุจากองครักษ์จิ้งจอกทมิฬเสร็จสิ้นหวังเฉินก็เดินมายังร่างของราชันย์จิ้งจอกทมิฬ

            ในเวลานั้น

            ร่างที่แตกเป็นเสี่ยงๆของราชันย์จิ้งจอกทมิฬกำลังสลายไปทีละน้อย กลายเป็นแสงเรืองรอง

            ภายใต้โอกาสการดรอปที่สูงมากของดันเจี้ยนดินแดนลับและโบนัสจากตำแหน่งราชันย์สัตว์อสูรป่าแสงเรืองรองเหล่านั้นก็ได้รวมตัวกันกลางอากาศทีละเล็กละน้อย

            ในที่สุดก็ก่อตัวขึ้นเป็นหีบสมบัติสีทองที่เปล่งประกายเจิดจรัส

            “ได้ของดีเข้าแล้ว!”

            เมื่อหีบสมบัติสีทองปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์หวังเฉินก็ถูมือเข้าหากัน แล้วเดินเข้าไปสัมผัสหีบสมบัตินั้นทันที!

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน