เช้าตรู่วันต่อมา ลานกว้างตลาดท้ายเมืองชิงสุ่ยเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนจำนวนมหาศาล ยิ่งกว่าวันไหน ๆ ชาวบ้านนับร้อยนับพันต่างพากันมามุงล้อมแผงรถเข็นสีแดงของหลินเสี่ยวฟานเพื่อเป็พยานในการเดิมพันครั้งประวัติศาสตร์ นายน้อยกู้ยืนกอดอกเด่นเป็สง่าอยู่ด้านหน้า โบกพัดขนนกพลางยิ้มเยาะสะใจ ลุงหวังและสตรีแม่ของอาเป่าก็ยืนถือไม้เท้าเตรียมพร้อม
“หลินเสี่ยวฟาน! แผงของแกยังว่างเปล่า มีแค่เตากับแผ่นกระทะเปล่า ๆ ไหนล่ะขนมเทวดาของแก? ถ้าไม่มี ปืนขึ้นมาคุกเข่ากราบเท้าข้าเดี๋ยวนี้!” นายน้อยกู้ะโท้าทายลั่นลาน ชาวบ้านพากันส่งเสียงฮือฮา
หลินเสี่ยวฟานที่ยืนสงบนิ่งในชุดจอมยุทธ์ผ้าป่านตัวโคร่ง ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นประดุจน้ำในสระมรกต เขายักคิ้วกวนบาทาให้คู่อริหนึ่งที “กู้เทียนเหว่ย แกมันก็แค่กบในก้นบ่อ วันนี้ข้าจะเปิดโลกให้แกเอง!”
เสี่ยวฟานทุบโต๊ะดัง ปัง! เริ่มต้นจุดไฟเตาถ่านจนร้อนฉ่า กระทะเหล็กแบนใบั์หน้าร้านสะสมความร้อนจนไอแดดระยิบระยับ เขาหยิบก้อนแป้งหมี่ที่นวดไว้เมื่อคืนขึ้นมา ชูขึ้นเหนือหัว สูดหายใจลึก ประกาศลั่น “จงดูให้ดี! ท่าไม้ตาย... วิชาแป้งร่อนลม!”
ฟึ่บ!
เสี่ยวฟานสะบัดข้อมืออย่างแรง ส่งก้อนแป้งหมี่ลอยละลิ่วขึ้นไปบนอากาศ แผ่นแป้งหมุนควงสว่านสามตลบกลางเวหา ลมร้อนรีดแผ่นแป้งจนแผ่ขยายออกเป็วงกลมบางเฉียบโปร่งแสงจนมองทะลุเห็นดวงอาทิตย์ได้ ราวกับผืนผ้าไหมบางเบา ก่อนที่มันจะร่อนลมลงมากระทบกระทะแบนร้อนฉ่าเสียงดัง ฉ่าาาา! กลิ่นแป้งสุกหอมกรุ่นลอยอบอวลทันที
“โอ้โห! แป้งบินได้!” ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างอ้าปากค้าง ตบมือเกรียวกราวกับลีลาอันเหนือชั้นที่ราวกับปาฏิหาริย์
ยังไม่พอ! เสี่ยวฟานหยิบก้อนน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวเนื้อหนืดคลุกแป้งนวล ชูขึ้นสูงแล้วใช้วิชาดึงสายไหมตวัดมือดึงกวับ ๆ ๆ ไวปานสายฟ้าแลบ จากน้ำตาลก้อนหนืด แตกตัวออกเป็ 2 เส้น... 4 เส้น... 16 เส้น... ร้อยเส้น พันเส้น จนกระทั่งผ่านไปเพียงสิบอึดใจ น้ำตาลดึงมือบัดนี้ได้แปรสภาพกลายเป็เส้นใยสีทองละเอียดยิบฟูนุ่มหนาเกือบสองคืบ ปลิวพริ้วไหวตามสายลมราวม้วนไหมฟ้าของธิดา์ เสี่ยวฟานนำเส้นไหมสีทองมาวางลงบนแผ่นแป้งบางกรอบที่เพิ่งสุก
“นี่คือขนมหวานระดับมหากาพย์... ‘โรตีสายไหมสะท้านภพ’ !” เสี่ยวฟานประกาศก้อง ยืดอกกอดอกมองนายน้อยกู้ด้วยสายตาเหนือกว่า ทว่าในตอนนั้นเอง เขารู้ดีว่าแผนการขั้นเด็ดขาดที่ขโมยมาจากตู้กับข้าวท่านแม่เมื่อคืน กำลังจะถูกงัดออกมาขยี้ศัตรูให้จมดิน!