จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 171 คิดกลั่นแกล้งมักจบไม่สวยเสมอ Re

            ฟางเซียนเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง  เธอเดินมาดูความพร้อมของไป่ฉีอีกรอบหนึ่ง  ซึ่งการหาไป่ฉีไม่ได้ยากเท่าไหร่  เพราะไป่ฉีเป็นนายแบบคนเดียวจาก LSA นอกนั้นมาจากบริษัทอื่นและด้วยความที่ฟางเซียนต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย  เธอจึงไม่ได้จ้างพวกนายแบบนางแบบจากนอกประเทศเลยสักคน  เธอคิดว่านายแบบนางแบบในประเทศที่มีความสามารถยังพอให้เรียกใช้งานได้อยู่  แต่ก็อดแปลกใจกับท่าทางของนายแบบนางแบบแต่ละคนที่มีต่อไป่ฉีไม่ได้


            “เกิดอะไรขึ้นไป่ฉี  คนอื่นเขาคุยกันสนุกสนาน  เธอมานั่งเหงาอยู่คนเดียวแบบนี้” ฟางเซียนถาม


            “พวกเขาไม่ชอบหน้าผมน่ะ  หาว่าใช้เส้นสายของบริษัททำให้ได้เดินเปิดกับเดินปิดท้าย  แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ดีแล้วล่ะ  ไม่ว่าวงการไหนก็มีทั้งนั้นแหละ  ความอิจฉาริษยาน่ะ” ฟางเซียนกล่าว


            “คุณฟางเซียนจะว่าอะไรไหมครับ  ถ้าผมจะหมุนตัวเพื่อโชว์เสื้อผ้าระหว่างเดินกลับเข้ามา” ไป่ฉีถาม


            “เอ๋  จะหมุนอีกรอบหนึ่งเหรอ” ฟางเซียนถาม  ไม่ค่อยมีคนทำแบบนี้มาก่อน


            “ใช่ครับ  อยากให้เห็นว่าถึงเปลี่ยนท่าทางกระทันหันก็ยังเคลื่อนไหวได้สะดวก” ไป่ฉีอธิบาย


            “ไหนลองเดินให้ฉันดูทีซิ” ฟางเซียนกล่าว  ซึ่งไป่ฉีก็เดินให้ดู  ท่ามกลางสายตาของนายแบบนางแบบคนอื่น ๆ


            “หืม ใช้ได้เหมือนกันนี่” นายแบบคนหนึ่งพึมพำออกมา


            “ไม่ใช่แค่ใช้ได้  แต่ดีมากเลยต่างหาก  นายเอาตาที่ไหนดูว่ามันแค่ใช้ได้กัน” นางแบบสาวข้าง ๆ กล่าว  การได้เห็นทักษะของไป่ฉี  ทำให้เธอลดอคติที่มีต่อไป่ฉีลงไปมากพอสมควร


            “ไป่ฉี” มีหญิงสาวคนหนึ่งกระโจนเข้าหาไป่ฉี  ไป่ฉีรับตัวหญิงสาวคนนั้นได้ทัน  หญิงสาวคนนั้นถูกไป่ฉีรับในท่าอุ้มเจ้าหญิง  มือของเธอคล้องคอเขาไว้


            “พี่ลี่เอินนี่เอง” ไป่ฉียิ้ม


            “คิดถึงพี่ไหม” ลี่เอินถาม


            “คิดสิครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “น่ารักที่สุด” ลี่เอินทุบอกไป่ฉีเบา ๆ


            “คิดว่าเมื่อไหร่พี่จะมา  งานจะเริ่มอยู่แล้ว  มีความรับผิดชอบกับงานหน่อยสิครับ” ไป่ฉียิ้มและพ่นคำพูดอาบยาพิษออกมา  ทำให้หลายคนอดหัวเราะไม่ได้


            “อึก” ลี่เอินสะดุ้งราวกับคำพูดนี้คือใบมีดที่แทงเข้าหัวใจเธอ


            “ทำแบบนี้ดูไม่มีความรับผิดชอบนะครับ  พี่ควรเป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องสิ” ไป่ฉียังคงกล่าวต่อ


            “อึก” ลี่เอินสะดุ้งอีกครั้ง


            “แทนที่จะวิ่งมาหาผม  ควรจะไปแต่งหน้าทำผมได้แล้วนะครับ  เกรงใจคุณฟางเซียนที่เป็นเจ้าของงานด้วย” ไป่ฉีกล่าว  ไป่ฉีกำลังจะอ้าปากพูดอีกประโยค  ลี่เอินก็เอามือมาปิดปากไป่ฉีซะก่อน


            “พอ ๆ แค่นี้ฉันก็แผลเต็มตัวแล้ว  นายเป็นฆาตกรโรคจิตรึไงถึงแทงไม่ยั้งแบบนี้” ลี่เอินรีบไปแต่งหน้าทำผม  ก่อนจะโดนคำพูดที่เหมือนมีดของไป่ฉีแทงจนพรุนซะก่อน


            “ปากร้ายเหมือนกันนะเรา” ฟางเซียนหัวเราะคิดคัก


            “แหม มันอดไม่ได้นี่ครับ” ไป่ฉียิ้ม


            “คุณฟางเซียนคะ  ได้เวลาแล้วค่ะ” พนักงานที่อยู่ตรงทางออกไปยังเวทีตะโกนบอก


            “ดีมาก” ฟางเซียนปรบมือเพื่อเรียกความสนใจจากนายแบบนางแบบทุกคน


            “ได้เวลาแล้ว  ไปประจำที่กันได้แล้ว  เร็ว ๆ ๆ” ฟางเซียนกล่าวเร่ง  ไม่นานนายแบบนางแบบก็มาพร้อมกันที่ด้านหลังเวทีแล้ว  จากนั้นดนตรีก็เริ่มบรรเลงขึ้น


            “ออกไปได้เลยไป่ฉี” ฟางเซียนแตะหลังไป่ฉีแล้วออกแรงผลักเล็กน้อย


            ไป่ฉีเดินออกไปราวกับนายแบบที่เจนประสบการณ์  ทุกท่วงท่าของเขาส่งเสริมให้เสื้อผ้าที่เขาใส่เจิดจรัส  ทำให้ทุกคนให้เห็นความปราณีตในการตัดเย็บ  ลวดลาย  การใช้สี  ไป่ฉีแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวเมื่อสวมใส่ได้เด่นชัด  ทุกย่างก้าว  เขาไม่ได้ทำให้ตนเองโดดเด่น  แต่ทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่โดดเด่นต่างหาก  นี่คือหน้าที่ของนายแบบและนางแบบในงานแฟชั่นโชว์  ชุดต้องเด่นเป็นอันดับแรก  ไม่ควรมีอย่างอื่นดึงความสนใจจากผู้ที่เข้ามาชมได้นอกจากเสื้อผ้าเท่านั้น  ซึ่งไป่ฉีสะกดทุกคนให้มองเสื้อผ้าของเขาได้สำเร็จอย่างงดงาม


            ระหว่างที่เขากำลังเดินกลับเข้าไป  เขาเห็นนางแบบที่คิดจะเดินชนเขา  เดินออกมา  ถ้าเป็นไปตามที่ซ้อมไว้  พวกเขาจะสวนกันตรงกลางแคทวอล์คพอดี


            'อยากเด่นนักเดี๋ยวข้าจัดให้' ไป่ฉียิ้มในใจ  เขามีวิธีสั่งสอนคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว


            เมื่อถึงช่วงที่เดินสวนกัน  นางแบบตัดสินใจจะชนไป่ฉี  แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  เมื่อไป่ฉีนั้นหยุดเดินและหมุนตัวโชว์เสื้อผ้าก่อนถึงกลางแคทวอล์ค  ทำให้เธอที่ใช้แรงจะชนไป่ฉี  ล้มไปข้างหน้า


            กึด


            ไป่ฉีแกล้งทำเป็นคว้านางแบบคนนี้ไว้  แต่ที่เขาคว้าไว้ไม่ใช่แขนหรือมือ  แต่เป็นเส้นผม  ไป่ฉีแกล้งทำเป็นตกใจที่ดันไปคว้าเส้นผมอีกฝ่ายไว้  จึงปล่อยมือ  ทำให้หน้าเธอจูบเข้ากับพื้นเวที  ราวกับไป่ฉีนั้นไม่ได้ตั้งใจ และไป่ฉีก็แสดงสปิริตโดยการเดินกลับไปหลังเวที  เพื่อไม่ให้การเดินหยุดชะงัก  เขาข้ามร่างของนางแบบคนนั้นไป  ดวงตามองนางแบบคนที่นอนกองอยู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม  นางแบบคนนั้นเห็นสายตาที่มองมา  เธอโกรธมาก  แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะ  เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินต่อ


            “นั่นเลือดนี่” เสียงผู้ร่วมงานรอบ ๆ ดังขึ้น  ทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้จมูกเธอมีเลือดไหล  ปากก็แตก  แถมเลือดยังหยดเลอะเสื้อผ้าอีก  ทำให้หลายคนต่างเมินหน้าหนี  บางคนเป็นลมเพราะเห็นเลือด


            “ไป่ฉี  แกแกล้งฉันใช่ไหม” เมื่อเข้ามาหลังเวที  เธอพุ่งเข้าหาไป่ฉีที่กำลังจะเปลี่ยนชุด


            “ขอโทษนะครับ  ตอนแรกคิดว่าคว้าแขนไว้  ดันเป็นเส้นผมของคุณซะได้  ผมก็เลยปล่อยนะครับ  เพราะมีคำพูดนึงที่ว่า  จงอย่าทำให้ผมของผู้หญิงเสียทรง” ไป่ฉีกล่าวขอโทษ


            “แกแกล้งฉันชัด ๆ ฉันเห็นนะ  สายตาที่แกมองมาที่ฉันตอนแกเดินข้ามตัวฉันไปนะ” นางแบบคนนั้นง้างมือเตรียมจะตบหน้าของไป่ฉี  แต่ไป่ฉีจับข้อมือเธอเอาไว้


            “ผมต้องใช้ใบหน้าหากิน  การกระทำของคุณมันแสดงถึงการข่มขู่คุกคาม  เรื่องนี้ผมคงยอมไม่ได้” ไป่ฉีกล่าว


            “เกิดอะไรขึ้น” ฟางเซียนที่ได้ยินเสียงตะโกนเอะอะดังมาจากห้องแต่งตัว  เธอจึงเดินมาดู

            “คุณฟางเซียน  ไอ้หมอนี่มันแกล้งทำให้ฉันล้มค่ะ  มีอย่างที่ไหน  หมุนตัวกลางแคทวอล์คแบบนั้น” นางแบบสาวใช้มืออีกข้างชี้หน้าไป่ฉี


            “เขาขอฉันก่อนแล้วค่ะ  อีกอย่าง....” ฟางเซียนก้มลงกดสมาร์ทโฟนของเธอ  ไม่นานหน้าจอสมาร์ทโฟนก็แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนแคทวอล์ค


            “เห็นไหม  เพราะเขาหมุนตัวกลางแคทวอล์คแบบนั้นทำให้ฉันล้ม” นางแบบสาวไม่ทันดูให้ดีก็ชี้หน้าว่าไป่ฉีอีกรอบหนึ่ง


            “ดูให้ดีซะก่อน” ไป่ฉีกล่าว  ทำให้นางแบบสาวหันไปมองหน้าจอสมาร์ทโฟนอีกครั้ง  สิ่งที่เห็นคือการเล่นภาพช้า  เห็นได้ชัดว่าไป่ฉีไม่ได้โดนตัวเธอเลยแม้แต่น้อย


            “ขนาดตัวเสื้อผ้ายังไม่โดน  แล้วเขาจะทำเธอล้มได้ยังไง  จากที่เห็น  ดูเหมือนเป็นเธอมากกว่าที่ออกแรงจะชนไป่ฉีให้ล้ม  หึ  เห็นทีงานนี้คงต้องคุยกับบริษัทต้นสังกัดเธอซะหน่อย” ฟางเซียนกล่าวพร้อมกับเริ่มกดสมาร์ทโฟนต่อทันที  เสียงสัมผัสหน้าจอดังขึ้น  บ่งบอกว่าฟางเซียนกำลังกดโทรหาต้นสังกัดของนางแบบสาวจริง ๆ ตามที่เธอพูด


            “ได้โปรดเถอะคะ  คุณฟางเซียน  ฉัน….ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้งานแฟชั่นโชว์ของคุณวุ่นวาย” นางแบบสาวเข้าไปเกาะขาฟางเซียน  เพื่อขอร้องฟางเซียนให้อภัย  แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นสายตาเย็นชาจ้องกลับมา


            “ฉันฟางเซียนเองนะ  อ้อ  ที่ติดต่อมาเพราะฉันจับได้ว่านางแบบของคุณอิจฉานายแบบที่เป็นคนเดินเปิดงาน  เธอพยายามจะชนเขาให้ล้ม  แต่กลับล้มซะเอง  ทำให้ในงานวุ่นวาย  นอกจากนี้เมื่อกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวยังพยายามจะทำร้ายนายแบบคนนั้นด้วย  ขอให้ลงโทษอย่างเหมาะสมด้วย  หากฉันเห็นว่าการลงโทษไม่เหมาะสม  ฉันจะประกาศไม่ทำงานร่วมกับนายแบบและนางแบบจากบริษัทคุณอีก  ส่วนนายแบบคู่กรณีชื่อไป่ฉี  คิดว่าพวกคุณคงจะรู้จัก” ฟางเซียนกล่าวเสียงเย็นเยียบ  บ่งบอกว่าเธอจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด  ไม่นานดูเหมือนปลายสายจะให้คำตอบกลับมา  ทำให้ฟางเซียนกลับมายิ้มอีกครั้ง


            “บริษัทเธอทำงานเร็วดีนะ บทลงโทษคือแบนงาน 1 ปี  ฐานก่อความวุ่นวายและทะเลาะวิวาท  อีกอย่าง…..” ฟางเซียนมองไปที่ไป่ฉี  แล้วกลับมาจ้องนางแบบสาวอีกครั้ง  ตอนนี้นายแบบนางแบบที่เดินกลับเข้ามาแล้วต่างก็มามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้


            “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ  ไม่งั้นจะเปลี่ยนเสื้อไม่ทัน” ไป่ฉีกล่าวกับฟางเซียน


            “ไปเถอะ  ทางนี้ยังลงดาบไม่จบ” ฟางเซียนกล่าว  คำพูดของฟางเซียนทำให้นางแบบสาวหันมาหาฟางเซียนอีกครั้ง


            “คุณฟางเซียน  บทลงโทษไม่ได้มีแค่แบนงานเหรอคะ” นางแบบสาวกล่าว


            “ใช่  รู้รึเปล่าว่าไป่ฉีไม่ได้เป็นแค่นายแบบหน้าใหม่  แต่ยังเป็นนักเขียนนิยายชื่อดังด้วย  ซึ่งบริษัทของเธอไม่อยากมีปัญหากับเขา  เพราะนิยายของเขาโด่งดังมาก  ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงแสดงความรับผิดชอบที่เธอไปข่มขู่และพยายามทำร้ายไป่ฉี คือ หลังจากพ้นโทษแบนงาน 1 ปีแล้ว  ทางบริษัทจะยกเลิกสัญญาเธอและขึ้นชื่อเธอในบัญชีดำ  ส่งไปให้บริษัทอื่นทั้งประเทศเลยล่ะ” ฟางเซียนยังคงรอยยิ้มงดงามผิดกับสิ่งที่เธอกล่าวออกมา  นางแบบสาวหน้าซีดราวกับไม่มีสีเลือด  ไม่คิดว่านายแบบหน้าใหม่ที่เธอไปหาเรื่องจะมีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังน่ากลัวขนาดนี้


            นายแบบนางแบบหลายคนลอบถอนหายใจ  โชคดีที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรรุนแรงไปมากกว่าการมองเหยียด  ส่วนนางแบบสาวตอนนี้ต้องการหาคนร่วมชะตากรรม  เธอจึงเปิดปากเรื่องที่นายแบบคนหนึ่งเสนอแผนนี้ให้เธอทำ  ทำให้นายแบบคนนั้นต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน


            “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว  ไปเตรียมตัวสำหรับงานครั้งสุดท้ายของพวกเธอซะ” ฟางเซียนกล่าวจบก็ออกไปจากตรงนั้นทันที


            “น่ากลัวโคตร  โชคดีนะที่ฉันไม่ได้ไปหาเรื่องเด็กนั่นน่ะ” นายแบบคนหนึ่งถอนหายใจให้กับการตัดสินใจที่จะไม่ไปรังแกไป่ฉี


            “เกือบไปแล้วจริง ๆ” นางแบบอีกคนกล่าวขึ้น


            จากนั้นหัวข้อสนทนาก็เป็นเรื่องของไป่ฉี  พวกเขาคุยกันเพราะคิดว่าไป่ฉีนั่งอยู่ไกลออกไปจะไม่ได้ยิน  แต่เปล่าเลย  ไป่ฉีได้ยินทุกอย่างที่คนเหล่านี้พูด


            หลังแต่งตัวเสร็จแล้ว  ไป่ฉีเดินไปรอที่หลังเวทีในทันที  ซึ่งก็ได้เวลาที่เขาต้องออกไปพอดี  ไป่ฉีเดินออกไปและทำการแสดงให้ทุกเห็นถึงเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่  ความเป็นแฟชั่น  ธีม หรือแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ฟางเซียนใส่ไว้ในเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่  ครั้งนี้ไป่ฉีเห็นเมิ่งเจี่ยนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย  สีหน้าของเมิ่งเจี่ยนั้นระบายไว้ด้วยรอยยิ้ม  ทำให้ไป่ฉีโล่งอกที่เขาสามารถทำให้อดีตท็อปซูเปอร์โมเดลคนนี้ยอมรับได้  ถึงจะบอกว่าเขาก็อปปี้ความสามารถมาจากเมิ่งเจี่ย  แต่ว่าประสบการณ์ความสามารถพวกนั้น  ไป่ฉีก็ต้องเอามาปรับใช้กับร่างกายของตนเอง  รวมถึงเสื้อผ้าแบบต่าง ๆ ที่ต้องเจอในงานถ่ายแบบ


            ไป่ฉีเดินไปจนสุดปลายแคทวอล์ค  จากนั้นก็กลับหลังแล้วเดินไปข้างหลังเวที  จากนั้นนายแบบนางแบบในชุดต่าง ๆ ก็พากันเดินออกมาอีกรอบหนึ่ง  คราวนี้ทุกคนเดินตามกันมาติด ๆ ก่อนที่ไป่ฉีกับฟางเซียนที่อยู่ท้ายแถวจะเดินออกมาคู่กัน  โดยด้านหลังของพวกเขาคือชุดทั้งหมดในงานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้


            ฟางเซียนกล่าวขอบคุณผู้ร่วมงาน  จากนั้นก็อธิบายถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอสามารถทำคอลเลคชั่นนี้ออกมาได้สำเร็จ  เธอกล่าวขอบคุณพนักงานและช่างตัดเย็บที่สร้างสรรค์ผลงานของเธอให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง  สุดท้ายเธอก็กล่าวปิดงานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ลง


            หลังจากนั้นไป่ฉี  ฟางเซียนและเมิ่งเจี่ย  ถ่ายรูปด้วยกันอีกเล็กน้อย  ก่อนที่เขาจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อและกลับไปพร้อมกับเมิ่งชิงชิงทันที  ขณะที่ลี่เอินเมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จ  เธอหาไป่ฉีไม่เจอ  จนสุดท้ายมีทีมงานคนหนึ่งบอกเธอว่าไป่ฉีกลับไปแล้ว


            “หมอนั่นหลบหน้าฉันงั้นเหรอ  ว่าจะเอาคืนคราวก่อนตอนถ่ายโฆษณาซะหน่อย” ลี่เอินกล่าว 


            ทางด้านของไป่ฉี

            “วันนี้เหนื่อยจังเลยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวหลังจากอาบน้ำเสร็จ


            “ดูเหมือนนายไปที่ไหนก็มีแต่ปัญหาเข้ามาหานายนะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ทำไมเหรอครับ” ไป่ฉีแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง


            “ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย  เรื่องที่มีคนกลั่นแกล้งนาย  สุดท้ายพวกนั้นต้องหมดอนาคตเนี่ย  2 คนล่าสุดนี่เป็นคนที่เท่าไหร่แล้ว” เมิ่งชิงชิงถาม  เธอสังเกตว่าใครก็แล้วแต่ที่คิดจะกลั่นแกล้งไป่ฉี  จุดจบมักจะไม่สวยงามทั้งนั้น


            “เรื่องนี้คุณฟางเซียนเป็นคนลงดาบนะ ผมไม่เกี่ยวสักหน่อย” ไป่ฉีกล่าว


            “เฮ้อ  เอาเถอะ ว่าแต่รายการ Ghost Hunted ติดต่องานมาอีกแล้ว  นายจะรับไหม” เมิ่งชิงชิงถาม


            “รับสิครับ  ดูเหมือนพวกเขาจะหาที่แรง ๆ ได้อีกแล้ว” ไป่ฉียิ้ม


            “ได้  เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตอบรับงานพวกเขาก็แล้วกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “พี่ชิงชิงอย่าลืมยันต์ที่ผมให้ไปด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ฉันไม่ลืมหรอก  ทุกวันนี้พกติดตัวตลอดไม่ห่างเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว

    _______________________________

    ศูนย์ฝึกอบรม LSAชิงชิงมาส่งไป่ฉีเรียนคลาสดนตรี ระหว่างทางเห็นป้าจางกำลังโวยวายพนักงานคนหนึ่งอยู่ พนักงานคนนั้นดูน่าสงสารมาก น่าจะเป็นพนักงานใหม่ เพราะไป่ฉีไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน จึงลองเดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูว่าป้าจางกำลังดุพนักงานใหม่เรื่องอะไร (ต่อมเผือกเฮียฉีทำงานทันที)ป้าจาง : หวังซื่อ ฉันถามหน่อยว่าทำไมฉันใช้ไปซื้อของ ถึงไม่ได้อะไรกลับมาเลยหวังซื่อ : ก็คุณจางใส่ให้ซื้อมะนาวมา 2 ใบป้าจาง : นั่นแหละ มะนาวมันหายากขนาดนั้นเลยรึไงหวังซื่อ : มะนาวเป็นลูก ๆ หาไม่ยากครับ แต่แม่ค้าบอกว่าใบมะนาวไม่มีขายป้าจาง : โอ้ย ซื่อตามชื่อจริง ๆ ฉันก็ว่าแล้วว่าคนแซ่หวังหาดียากจริง ๆ

    ไป่ฉีได้ยินก็รีบลากชิงชิงจากไปทันที
    +ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ+

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810