ฟางเซียนเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง เธอเดินมาดูความพร้อมของไป่ฉีอีกรอบหนึ่ง ซึ่งการหาไป่ฉีไม่ได้ยากเท่าไหร่ เพราะไป่ฉีเป็นนายแบบคนเดียวจาก LSA นอกนั้นมาจากบริษัทอื่นและด้วยความที่ฟางเซียนต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เธอจึงไม่ได้จ้างพวกนายแบบนางแบบจากนอกประเทศเลยสักคน เธอคิดว่านายแบบนางแบบในประเทศที่มีความสามารถยังพอให้เรียกใช้งานได้อยู่ แต่ก็อดแปลกใจกับท่าทางของนายแบบนางแบบแต่ละคนที่มีต่อไป่ฉีไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้นไป่ฉี คนอื่นเขาคุยกันสนุกสนาน เธอมานั่งเหงาอยู่คนเดียวแบบนี้” ฟางเซียนถาม
“พวกเขาไม่ชอบหน้าผมน่ะ หาว่าใช้เส้นสายของบริษัททำให้ได้เดินเปิดกับเดินปิดท้าย แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ดีแล้วล่ะ ไม่ว่าวงการไหนก็มีทั้งนั้นแหละ ความอิจฉาริษยาน่ะ” ฟางเซียนกล่าว
“คุณฟางเซียนจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะหมุนตัวเพื่อโชว์เสื้อผ้าระหว่างเดินกลับเข้ามา” ไป่ฉีถาม
“เอ๋ จะหมุนอีกรอบหนึ่งเหรอ” ฟางเซียนถาม ไม่ค่อยมีคนทำแบบนี้มาก่อน
“ใช่ครับ อยากให้เห็นว่าถึงเปลี่ยนท่าทางกระทันหันก็ยังเคลื่อนไหวได้สะดวก” ไป่ฉีอธิบาย
“ไหนลองเดินให้ฉันดูทีซิ” ฟางเซียนกล่าว ซึ่งไป่ฉีก็เดินให้ดู ท่ามกลางสายตาของนายแบบนางแบบคนอื่น ๆ
“หืม ใช้ได้เหมือนกันนี่” นายแบบคนหนึ่งพึมพำออกมา
“ไม่ใช่แค่ใช้ได้ แต่ดีมากเลยต่างหาก นายเอาตาที่ไหนดูว่ามันแค่ใช้ได้กัน” นางแบบสาวข้าง ๆ กล่าว การได้เห็นทักษะของไป่ฉี ทำให้เธอลดอคติที่มีต่อไป่ฉีลงไปมากพอสมควร
“ไป่ฉี” มีหญิงสาวคนหนึ่งกระโจนเข้าหาไป่ฉี ไป่ฉีรับตัวหญิงสาวคนนั้นได้ทัน หญิงสาวคนนั้นถูกไป่ฉีรับในท่าอุ้มเจ้าหญิง มือของเธอคล้องคอเขาไว้
“พี่ลี่เอินนี่เอง” ไป่ฉียิ้ม
“คิดถึงพี่ไหม” ลี่เอินถาม
“คิดสิครับ” ไป่ฉีกล่าว
“น่ารักที่สุด” ลี่เอินทุบอกไป่ฉีเบา ๆ
“คิดว่าเมื่อไหร่พี่จะมา งานจะเริ่มอยู่แล้ว มีความรับผิดชอบกับงานหน่อยสิครับ” ไป่ฉียิ้มและพ่นคำพูดอาบยาพิษออกมา ทำให้หลายคนอดหัวเราะไม่ได้
“อึก” ลี่เอินสะดุ้งราวกับคำพูดนี้คือใบมีดที่แทงเข้าหัวใจเธอ
“ทำแบบนี้ดูไม่มีความรับผิดชอบนะครับ พี่ควรเป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องสิ” ไป่ฉียังคงกล่าวต่อ
“อึก” ลี่เอินสะดุ้งอีกครั้ง
“แทนที่จะวิ่งมาหาผม ควรจะไปแต่งหน้าทำผมได้แล้วนะครับ เกรงใจคุณฟางเซียนที่เป็นเจ้าของงานด้วย” ไป่ฉีกล่าว ไป่ฉีกำลังจะอ้าปากพูดอีกประโยค ลี่เอินก็เอามือมาปิดปากไป่ฉีซะก่อน
“พอ ๆ แค่นี้ฉันก็แผลเต็มตัวแล้ว นายเป็นฆาตกรโรคจิตรึไงถึงแทงไม่ยั้งแบบนี้” ลี่เอินรีบไปแต่งหน้าทำผม ก่อนจะโดนคำพูดที่เหมือนมีดของไป่ฉีแทงจนพรุนซะก่อน
“ปากร้ายเหมือนกันนะเรา” ฟางเซียนหัวเราะคิดคัก
“แหม มันอดไม่ได้นี่ครับ” ไป่ฉียิ้ม
“คุณฟางเซียนคะ ได้เวลาแล้วค่ะ” พนักงานที่อยู่ตรงทางออกไปยังเวทีตะโกนบอก
“ดีมาก” ฟางเซียนปรบมือเพื่อเรียกความสนใจจากนายแบบนางแบบทุกคน
“ได้เวลาแล้ว ไปประจำที่กันได้แล้ว เร็ว ๆ ๆ” ฟางเซียนกล่าวเร่ง ไม่นานนายแบบนางแบบก็มาพร้อมกันที่ด้านหลังเวทีแล้ว จากนั้นดนตรีก็เริ่มบรรเลงขึ้น
“ออกไปได้เลยไป่ฉี” ฟางเซียนแตะหลังไป่ฉีแล้วออกแรงผลักเล็กน้อย
ไป่ฉีเดินออกไปราวกับนายแบบที่เจนประสบการณ์ ทุกท่วงท่าของเขาส่งเสริมให้เสื้อผ้าที่เขาใส่เจิดจรัส ทำให้ทุกคนให้เห็นความปราณีตในการตัดเย็บ ลวดลาย การใช้สี ไป่ฉีแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวเมื่อสวมใส่ได้เด่นชัด ทุกย่างก้าว เขาไม่ได้ทำให้ตนเองโดดเด่น แต่ทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่โดดเด่นต่างหาก นี่คือหน้าที่ของนายแบบและนางแบบในงานแฟชั่นโชว์ ชุดต้องเด่นเป็นอันดับแรก ไม่ควรมีอย่างอื่นดึงความสนใจจากผู้ที่เข้ามาชมได้นอกจากเสื้อผ้าเท่านั้น ซึ่งไป่ฉีสะกดทุกคนให้มองเสื้อผ้าของเขาได้สำเร็จอย่างงดงาม
ระหว่างที่เขากำลังเดินกลับเข้าไป เขาเห็นนางแบบที่คิดจะเดินชนเขา เดินออกมา ถ้าเป็นไปตามที่ซ้อมไว้ พวกเขาจะสวนกันตรงกลางแคทวอล์คพอดี
'อยากเด่นนักเดี๋ยวข้าจัดให้' ไป่ฉียิ้มในใจ เขามีวิธีสั่งสอนคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว
เมื่อถึงช่วงที่เดินสวนกัน นางแบบตัดสินใจจะชนไป่ฉี แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อไป่ฉีนั้นหยุดเดินและหมุนตัวโชว์เสื้อผ้าก่อนถึงกลางแคทวอล์ค ทำให้เธอที่ใช้แรงจะชนไป่ฉี ล้มไปข้างหน้า
กึด
ไป่ฉีแกล้งทำเป็นคว้านางแบบคนนี้ไว้ แต่ที่เขาคว้าไว้ไม่ใช่แขนหรือมือ แต่เป็นเส้นผม ไป่ฉีแกล้งทำเป็นตกใจที่ดันไปคว้าเส้นผมอีกฝ่ายไว้ จึงปล่อยมือ ทำให้หน้าเธอจูบเข้ากับพื้นเวที ราวกับไป่ฉีนั้นไม่ได้ตั้งใจ และไป่ฉีก็แสดงสปิริตโดยการเดินกลับไปหลังเวที เพื่อไม่ให้การเดินหยุดชะงัก เขาข้ามร่างของนางแบบคนนั้นไป ดวงตามองนางแบบคนที่นอนกองอยู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม นางแบบคนนั้นเห็นสายตาที่มองมา เธอโกรธมาก แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะ เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินต่อ
“นั่นเลือดนี่” เสียงผู้ร่วมงานรอบ ๆ ดังขึ้น ทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้จมูกเธอมีเลือดไหล ปากก็แตก แถมเลือดยังหยดเลอะเสื้อผ้าอีก ทำให้หลายคนต่างเมินหน้าหนี บางคนเป็นลมเพราะเห็นเลือด
“ไป่ฉี แกแกล้งฉันใช่ไหม” เมื่อเข้ามาหลังเวที เธอพุ่งเข้าหาไป่ฉีที่กำลังจะเปลี่ยนชุด
“ขอโทษนะครับ ตอนแรกคิดว่าคว้าแขนไว้ ดันเป็นเส้นผมของคุณซะได้ ผมก็เลยปล่อยนะครับ เพราะมีคำพูดนึงที่ว่า จงอย่าทำให้ผมของผู้หญิงเสียทรง” ไป่ฉีกล่าวขอโทษ
“แกแกล้งฉันชัด ๆ ฉันเห็นนะ สายตาที่แกมองมาที่ฉันตอนแกเดินข้ามตัวฉันไปนะ” นางแบบคนนั้นง้างมือเตรียมจะตบหน้าของไป่ฉี แต่ไป่ฉีจับข้อมือเธอเอาไว้
“ผมต้องใช้ใบหน้าหากิน การกระทำของคุณมันแสดงถึงการข่มขู่คุกคาม เรื่องนี้ผมคงยอมไม่ได้” ไป่ฉีกล่าว
“เกิดอะไรขึ้น” ฟางเซียนที่ได้ยินเสียงตะโกนเอะอะดังมาจากห้องแต่งตัว เธอจึงเดินมาดู
“คุณฟางเซียน ไอ้หมอนี่มันแกล้งทำให้ฉันล้มค่ะ มีอย่างที่ไหน หมุนตัวกลางแคทวอล์คแบบนั้น” นางแบบสาวใช้มืออีกข้างชี้หน้าไป่ฉี
“เขาขอฉันก่อนแล้วค่ะ อีกอย่าง....” ฟางเซียนก้มลงกดสมาร์ทโฟนของเธอ ไม่นานหน้าจอสมาร์ทโฟนก็แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนแคทวอล์ค
“เห็นไหม เพราะเขาหมุนตัวกลางแคทวอล์คแบบนั้นทำให้ฉันล้ม” นางแบบสาวไม่ทันดูให้ดีก็ชี้หน้าว่าไป่ฉีอีกรอบหนึ่ง
“ดูให้ดีซะก่อน” ไป่ฉีกล่าว ทำให้นางแบบสาวหันไปมองหน้าจอสมาร์ทโฟนอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือการเล่นภาพช้า เห็นได้ชัดว่าไป่ฉีไม่ได้โดนตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
“ขนาดตัวเสื้อผ้ายังไม่โดน แล้วเขาจะทำเธอล้มได้ยังไง จากที่เห็น ดูเหมือนเป็นเธอมากกว่าที่ออกแรงจะชนไป่ฉีให้ล้ม หึ เห็นทีงานนี้คงต้องคุยกับบริษัทต้นสังกัดเธอซะหน่อย” ฟางเซียนกล่าวพร้อมกับเริ่มกดสมาร์ทโฟนต่อทันที เสียงสัมผัสหน้าจอดังขึ้น บ่งบอกว่าฟางเซียนกำลังกดโทรหาต้นสังกัดของนางแบบสาวจริง ๆ ตามที่เธอพูด
“ได้โปรดเถอะคะ คุณฟางเซียน ฉัน….ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้งานแฟชั่นโชว์ของคุณวุ่นวาย” นางแบบสาวเข้าไปเกาะขาฟางเซียน เพื่อขอร้องฟางเซียนให้อภัย แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นสายตาเย็นชาจ้องกลับมา
“ฉันฟางเซียนเองนะ อ้อ ที่ติดต่อมาเพราะฉันจับได้ว่านางแบบของคุณอิจฉานายแบบที่เป็นคนเดินเปิดงาน เธอพยายามจะชนเขาให้ล้ม แต่กลับล้มซะเอง ทำให้ในงานวุ่นวาย นอกจากนี้เมื่อกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวยังพยายามจะทำร้ายนายแบบคนนั้นด้วย ขอให้ลงโทษอย่างเหมาะสมด้วย หากฉันเห็นว่าการลงโทษไม่เหมาะสม ฉันจะประกาศไม่ทำงานร่วมกับนายแบบและนางแบบจากบริษัทคุณอีก ส่วนนายแบบคู่กรณีชื่อไป่ฉี คิดว่าพวกคุณคงจะรู้จัก” ฟางเซียนกล่าวเสียงเย็นเยียบ บ่งบอกว่าเธอจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่นานดูเหมือนปลายสายจะให้คำตอบกลับมา ทำให้ฟางเซียนกลับมายิ้มอีกครั้ง
“บริษัทเธอทำงานเร็วดีนะ บทลงโทษคือแบนงาน 1 ปี ฐานก่อความวุ่นวายและทะเลาะวิวาท อีกอย่าง…..” ฟางเซียนมองไปที่ไป่ฉี แล้วกลับมาจ้องนางแบบสาวอีกครั้ง ตอนนี้นายแบบนางแบบที่เดินกลับเข้ามาแล้วต่างก็มามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ไม่งั้นจะเปลี่ยนเสื้อไม่ทัน” ไป่ฉีกล่าวกับฟางเซียน
“ไปเถอะ ทางนี้ยังลงดาบไม่จบ” ฟางเซียนกล่าว คำพูดของฟางเซียนทำให้นางแบบสาวหันมาหาฟางเซียนอีกครั้ง
“คุณฟางเซียน บทลงโทษไม่ได้มีแค่แบนงานเหรอคะ” นางแบบสาวกล่าว
“ใช่ รู้รึเปล่าว่าไป่ฉีไม่ได้เป็นแค่นายแบบหน้าใหม่ แต่ยังเป็นนักเขียนนิยายชื่อดังด้วย ซึ่งบริษัทของเธอไม่อยากมีปัญหากับเขา เพราะนิยายของเขาโด่งดังมาก ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงแสดงความรับผิดชอบที่เธอไปข่มขู่และพยายามทำร้ายไป่ฉี คือ หลังจากพ้นโทษแบนงาน 1 ปีแล้ว ทางบริษัทจะยกเลิกสัญญาเธอและขึ้นชื่อเธอในบัญชีดำ ส่งไปให้บริษัทอื่นทั้งประเทศเลยล่ะ” ฟางเซียนยังคงรอยยิ้มงดงามผิดกับสิ่งที่เธอกล่าวออกมา นางแบบสาวหน้าซีดราวกับไม่มีสีเลือด ไม่คิดว่านายแบบหน้าใหม่ที่เธอไปหาเรื่องจะมีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังน่ากลัวขนาดนี้
นายแบบนางแบบหลายคนลอบถอนหายใจ โชคดีที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรรุนแรงไปมากกว่าการมองเหยียด ส่วนนางแบบสาวตอนนี้ต้องการหาคนร่วมชะตากรรม เธอจึงเปิดปากเรื่องที่นายแบบคนหนึ่งเสนอแผนนี้ให้เธอทำ ทำให้นายแบบคนนั้นต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไปเตรียมตัวสำหรับงานครั้งสุดท้ายของพวกเธอซะ” ฟางเซียนกล่าวจบก็ออกไปจากตรงนั้นทันที
“น่ากลัวโคตร โชคดีนะที่ฉันไม่ได้ไปหาเรื่องเด็กนั่นน่ะ” นายแบบคนหนึ่งถอนหายใจให้กับการตัดสินใจที่จะไม่ไปรังแกไป่ฉี
“เกือบไปแล้วจริง ๆ” นางแบบอีกคนกล่าวขึ้น
จากนั้นหัวข้อสนทนาก็เป็นเรื่องของไป่ฉี พวกเขาคุยกันเพราะคิดว่าไป่ฉีนั่งอยู่ไกลออกไปจะไม่ได้ยิน แต่เปล่าเลย ไป่ฉีได้ยินทุกอย่างที่คนเหล่านี้พูด
หลังแต่งตัวเสร็จแล้ว ไป่ฉีเดินไปรอที่หลังเวทีในทันที ซึ่งก็ได้เวลาที่เขาต้องออกไปพอดี ไป่ฉีเดินออกไปและทำการแสดงให้ทุกเห็นถึงเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ ความเป็นแฟชั่น ธีม หรือแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ฟางเซียนใส่ไว้ในเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ ครั้งนี้ไป่ฉีเห็นเมิ่งเจี่ยนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย สีหน้าของเมิ่งเจี่ยนั้นระบายไว้ด้วยรอยยิ้ม ทำให้ไป่ฉีโล่งอกที่เขาสามารถทำให้อดีตท็อปซูเปอร์โมเดลคนนี้ยอมรับได้ ถึงจะบอกว่าเขาก็อปปี้ความสามารถมาจากเมิ่งเจี่ย แต่ว่าประสบการณ์ความสามารถพวกนั้น ไป่ฉีก็ต้องเอามาปรับใช้กับร่างกายของตนเอง รวมถึงเสื้อผ้าแบบต่าง ๆ ที่ต้องเจอในงานถ่ายแบบ
ไป่ฉีเดินไปจนสุดปลายแคทวอล์ค จากนั้นก็กลับหลังแล้วเดินไปข้างหลังเวที จากนั้นนายแบบนางแบบในชุดต่าง ๆ ก็พากันเดินออกมาอีกรอบหนึ่ง คราวนี้ทุกคนเดินตามกันมาติด ๆ ก่อนที่ไป่ฉีกับฟางเซียนที่อยู่ท้ายแถวจะเดินออกมาคู่กัน โดยด้านหลังของพวกเขาคือชุดทั้งหมดในงานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้
ฟางเซียนกล่าวขอบคุณผู้ร่วมงาน จากนั้นก็อธิบายถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอสามารถทำคอลเลคชั่นนี้ออกมาได้สำเร็จ เธอกล่าวขอบคุณพนักงานและช่างตัดเย็บที่สร้างสรรค์ผลงานของเธอให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง สุดท้ายเธอก็กล่าวปิดงานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ลง
หลังจากนั้นไป่ฉี ฟางเซียนและเมิ่งเจี่ย ถ่ายรูปด้วยกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อและกลับไปพร้อมกับเมิ่งชิงชิงทันที ขณะที่ลี่เอินเมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จ เธอหาไป่ฉีไม่เจอ จนสุดท้ายมีทีมงานคนหนึ่งบอกเธอว่าไป่ฉีกลับไปแล้ว
“หมอนั่นหลบหน้าฉันงั้นเหรอ ว่าจะเอาคืนคราวก่อนตอนถ่ายโฆษณาซะหน่อย” ลี่เอินกล่าว
ทางด้านของไป่ฉี
“วันนี้เหนื่อยจังเลยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวหลังจากอาบน้ำเสร็จ
“ดูเหมือนนายไปที่ไหนก็มีแต่ปัญหาเข้ามาหานายนะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ทำไมเหรอครับ” ไป่ฉีแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย เรื่องที่มีคนกลั่นแกล้งนาย สุดท้ายพวกนั้นต้องหมดอนาคตเนี่ย 2 คนล่าสุดนี่เป็นคนที่เท่าไหร่แล้ว” เมิ่งชิงชิงถาม เธอสังเกตว่าใครก็แล้วแต่ที่คิดจะกลั่นแกล้งไป่ฉี จุดจบมักจะไม่สวยงามทั้งนั้น
“เรื่องนี้คุณฟางเซียนเป็นคนลงดาบนะ ผมไม่เกี่ยวสักหน่อย” ไป่ฉีกล่าว
“เฮ้อ เอาเถอะ ว่าแต่รายการ Ghost Hunted ติดต่องานมาอีกแล้ว นายจะรับไหม” เมิ่งชิงชิงถาม
“รับสิครับ ดูเหมือนพวกเขาจะหาที่แรง ๆ ได้อีกแล้ว” ไป่ฉียิ้ม
“ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตอบรับงานพวกเขาก็แล้วกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“พี่ชิงชิงอย่าลืมยันต์ที่ผมให้ไปด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ฉันไม่ลืมหรอก ทุกวันนี้พกติดตัวตลอดไม่ห่างเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว
_______________________________
ศูนย์ฝึกอบรม LSAชิงชิงมาส่งไป่ฉีเรียนคลาสดนตรี ระหว่างทางเห็นป้าจางกำลังโวยวายพนักงานคนหนึ่งอยู่ พนักงานคนนั้นดูน่าสงสารมาก น่าจะเป็นพนักงานใหม่ เพราะไป่ฉีไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน จึงลองเดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูว่าป้าจางกำลังดุพนักงานใหม่เรื่องอะไร (ต่อมเผือกเฮียฉีทำงานทันที)ป้าจาง : หวังซื่อ ฉันถามหน่อยว่าทำไมฉันใช้ไปซื้อของ ถึงไม่ได้อะไรกลับมาเลยหวังซื่อ : ก็คุณจางใส่ให้ซื้อมะนาวมา 2 ใบป้าจาง : นั่นแหละ มะนาวมันหายากขนาดนั้นเลยรึไงหวังซื่อ : มะนาวเป็นลูก ๆ หาไม่ยากครับ แต่แม่ค้าบอกว่าใบมะนาวไม่มีขายป้าจาง : โอ้ย ซื่อตามชื่อจริง ๆ ฉันก็ว่าแล้วว่าคนแซ่หวังหาดียากจริง ๆไป่ฉีได้ยินก็รีบลากชิงชิงจากไปทันที
+ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ+
