แหวนมิติ

    ตอนที่5 วันสบายๆ



    มิ้ว! กระต่ายน้อยมองหลางหลินด้วยความสนใจ 'เจ้ามนุษย์นี่กำลังกินอะไรอยู่? ทำไมกระต่ายน้อยถึงไม่คุ้นเลย'
    แน่นอนว่ากระต่ายหิมะไม่รู้จักข้าว เพราะตั้งแต่เกิดมามันอาศัยอยู่ในแดนเยือกแข็ง ทำให้ไม่รู้จักโลกภายนอก แต่ถึงมันจะอยู่ในแดนเยือกแข็ง ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่รู้จักมนุษย์ เพราะมนุษย์เองก็มักจะไปล่าสัตว์แถบนั้นอยู่บ่อยครั้ง แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ดูโง่กันทั้งหมด ในสายตาของกระต่ายน้อย
    กระต่ายน้อยเคยกินแต่ปลา แน่นอนว่ามันแปลกสำหรับกระต่ายที่จับปลาเป็นๆ มากิน แต่เพราะมันเป็นกระต่ายจากอีกมิติ เป็นธรรมดาที่มันจะผิดแปลก
    มิ้ว! 'กลิ่นหอมดีนัก แถมยังร้อนอีกต่างหากกระต่ายน้อยไม่ชอบเลย เจ้ามนุษย์กินเข้าไปได้ยังไงกันนะ?'
    กระต่ายน้อย มักไม่ชอบความร้อน โดยเฉพาะเมื่อเห็นข้าวที่ร้อนกรุ่นอยู่ด้านหน้า พร้อมกับไอความร้อนที่ทำให้มันไม่สบายใจเล็กน้อย
    กระต่ายน้อยแปลกใจมนุษย์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก ทำไมถึงยังกินของร้อนๆได้?
    "เป็นอะไรไปแกไม่กินงั้นเหรอ?" หลางหลินมองกระต่ายน้อย ซึ่งตอนนี้มันกำลังมองเขาตาปริบๆ ท่าทางของมันดูน่ารักเป็นอย่างมาก
    "ปกติแล้วกระต่ายกินอะไรนะ?" หลางหลินไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน ไม่แปลกเลยที่เขาจะไม่รู้ว่ามันกินอะไร แต่ที่เขานำมันกลับมาด้วยเพียงเพราะเขาเหงาเกินไปเท่านั้น
    เขาไม่ได้กินข้าวกับคนอื่นนานแล้ว มันนานจนจำไม่ได้เหมือนกันว่าเมื่อไร และวันนี้เขาก็ไม่ได้กินข้าวคนเดียว
    ถึงแม้คนที่กินด้วยจะไม่ใช่คน แต่เป็นกระต่ายก็เถอะ มันก็ทำให้หลางหลินค่อนข้างอารมณ์ดี
    "จริงสิ!" หลางหลินยิ้มเหมือนคิดอะไรออก เมื่อมองเห็นสายตาแปลกของเขา กระต่ายน้อยก็รู้สึกไม่ดีนัก
    "แกอยู่ในพื้นที่น้ำแข็ง คงจะไม่ชอบอะไรร้อนๆ สินะ... ถ้าอย่างนั้นก็ง่ายนิดเดียว" ว่าแล้วเขาก็รินน้ำในขวดลงบนถ้วยของกระต่ายน้อย
    "เท่านี้มันก็ไม่ร้อนแล้วแหละ แต่รสชาติของมันคง....อร่อยสุดๆ" หลางหลินผลักถ้วยไปให้กระต่ายน้อย ซึ่งตอนนี้ข้าวในถ้วยได้เย็นจนจืดชืดซะหมดเลย เขาไม่รู้ว่ามันจะกินมั้ย จากที่เขานึกออกคือมันอยู่ที่น้ำแข็ง เพราะงั้นมันก็น่าจะชอบอาหารเย็นๆ
    มิ้ว! กระต่ายน้อยยกนิ้วมือขึ้นมาชมกลางหลิน 'ฉลาดมากเลยเจ้ามนุษย์' พร้อมกับใช้มือเล็กๆสีขาว ค่อยๆ ดื่มน้ำและกลืนเม็ดข้าวลง
    ไม่รู้ว่าทำไม น้ำในถ้วยไม่ได้จืดแม้แต่น้อย แต่มันกลับอร่อยและกลมกลืนกับเม็ดข้าวเป็นอย่างมาก แต่นั่นมันคือความคิดของกระต่ายน้อยที่เพิ่งเคยกินข้าวครั้งแรก
    แต่สำหรับหลางหลินถึงแม้จะกินข้าวร้อนๆอยู่ มันก็ไม่ได้อร่อยเลย เพราะข้าวนี้เป็นข้าวเก่าและอับ รสชาติของมันแน่นอนว่าไม่อร่อย แต่เขาก็ไม่บ่นสักคำ เพราะไม่ว่าจะบ่นยังไง ข้าวในถ้วยของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปหรอกจริงมั้ย?
    หลังจากกินข้าวเสร็จ หลางหลินก็ยังไม่ได้ล้างถ้วยเพราะไม่มีน้ำในขวดเหลือแล้ว
    "แกชอบมันงั้นเหรอ?" หลางหลินมองไปที่กระต่ายน้อยด้วยรอยยิ้ม มันในตอนนี้ได้นอนตีพุงของตัวเอง เหมือนกับคนแก่ที่กินอิ่มยังไงยังงั้น
    มิ้ว! 'อาหารของเจ้าอร่อยใช้ได้เลยแหละเจ้ามนุษย์ ถึงแม้มันจะอร่อยไม่เท่าปลาของกระต่ายน้อยก็ตาม แต่ก็ถือเป็นอาหารที่ทำให้กระต่ายน้อยพอใจได้'
    แน่นอนว่าหลางหลินไม่เข้าใจเสียงมิ้วๆ ของมัน เขาคิดว่ามันอยากจะให้เขาเล่นจึงใช้มือลูบท้องมันด้วยรอยยิ้ม แต่กระต่ายน้อยไม่ชอบให้ลูบท้องมันในตอนนี้ เพราะมันเพิ่งกินข้าวอิ่มๆ มันใช้มือเล็กๆ ปัดมือของหลางหลินออกไป ก่อนจะเดินไปนอนที่หลังบ้าน
    หลางหลินมองตามกระต่ายน้อย ตอนนี้มันนอนอยู่ใต้ต้นไม้ เขาไม่แปลกใจเลยเมื่อเห็นกระต่ายน้อยเลือกที่จะนอนตรงนั้น มันค่อนข้างเป็นที่ที่สงบและเย็นสบาย ตอนกลางคืนที่นี่ค่อนข้างเย็นเพราะอยู่ใกล้กับภูเขา
    และตัวเขาเองก็อยากที่จะนอนข้างนอกเพราะในบ้านมันมีแต่ฝุ่น มันไม่ดีเท่าไรที่จะนอนในนั้น แต่หลางหลินก็รู้ว่าตัวเองไม่เหมือนกับกระต่ายน้อยที่ทนความหนาวได้
    ข้างนอกในตอนกลางคืนมีทั้งน้ำค้างและยุง หากเขาไม่สบายมันจะเป็นเรื่องยาก เพราะเงินของเขาในตอนนี้แทบจะมีไม่กี่หยวน
    หลางหลินเล็กสนใจกระต่ายน้อย เขากลับเข้าไปในบ้านและเลือกนอนห้องรับแขกที่ใหญ่กว่าห้องอื่นๆ
    ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเขาล้มตัวลงนอนถึงได้หลับเลย บางทีเขาอาจจะเหนื่อยจากการเดินทางและการเชื่อมต่อกับแหวนมิติ
    "เช้าแล้วงั้นเหรอ?" หลางหลินตื่นขึ้นมาเพราะมันค่อนข้างร้อน เมื่อเขาเปิดเปลือกตาก็เห็นกระต่ายน้อยนั่งทับอยู่บนตัว พร้อมกับใช้มือเล็กๆ ทำท่ากินข้าว
    หลางหลินยิ้ม "กระต่ายน้อย แกหิวแล้วงั้นเหรอ?" เขาไม่นึกเลยว่ากระต่ายน้อยจะรู้จักวิธีสื่อสารนี้ มันค่อนข้างน่ารัก
    ดูเหมือนสัตว์จากต่างมิติจะฉลาด
    เขาลุกขึ้นไปตักน้ำมาจากบ่อน้ำ ในขณะเดียวกันเขาก็อาบมันด้วย หลังจากนั้นเขาก็หุงข้าวเเละกินมันกับกระต่ายน้อย
    เช่นเดียวกับครั้งแรก กระต่ายน้อยตีพุงของมันด้วยความสุข
    หลางหลินขยี้หัวของมัน "ฉันมีธุระต้องไปทำ ไม่นานหรอกฉันจะกลับมา ระหว่างนั้นแกก็เฝ้าบ้านให้ด้วยละ" ถึงแม้เขาจะพูดอย่างนั้น แต่จริงๆ แล้วบ้านหลังนี้เองก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้าเลย เพราะมันไม่มีของมีค่าใดๆ ที่ทำให้พวกโจรสนใจได้
    มิ้ว! กระต่ายน้อยเข้าใจในสิ่งที่หลางหลินพูด มันกระโดดขึ้นมาบนไหล่เขาพร้อมกับโบกมือเล็กๆไปมา เหมือนกับว่ามันต้องการไปด้วย
    "แกไปกับฉันไม่ได้หรอก เพราะที่ที่ฉันไป เขาห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปด้วยน่ะ" หลางหลินอุ้มมันขึ้นมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
    มิ้ว! กระต่ายน้อยทำสีหน้าไม่อยากจาก มันกลัวว่าหลางหลินจะไปแล้วไม่กลับมา แต่เมื่อเห็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจของเขา มันจึงโบกมือน้อยๆ บอกว่าจะรอเขากลับมา
    เมื่อเห็นอย่างนั้น หลางหลินก็ออกจากบ้านไป พร้อมกับขาพิการที่ลากไปตามทางเดิน ตลอดทางไม่ว่าใครเห็นเขาก็มองเหมือนกับว่าเขาเป็นตัวตลก และความสงสาร
    ถึงจะเป็นอย่างนั้นหลางหลินก็ไม่แคร์สายตาพวกนั้นเลย สายตาพวกนั้นมันไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาเขา แรกๆ เขาก็รู้สึกทนไม่ไหวและรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่ไม่นานก็ชินชาและคิดว่า คนพวกนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา แล้วทำไมเขาจะต้องใส่ใจกับสายตาพวกมันด้วยล่ะ?
    มันรกสมองซะเปล่าๆ เพราะงั้นถึงได้ไม่เก็บมาใส่ใจ
    ตะวันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว แดดอ่อนๆพร้อมกับชายคนหนึ่งกำลังลากขาของเขาตามทางเดิน ใบหน้าเขาคล้ำและเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เขาคือหลางหลินที่กลับมาจากประปาและการไฟฟ้า
    เนื่องจากว่าเวลาที่เขาตื่นมาก็เป็นตอนเที่ยงแล้ว ทำให้เขาใช้เวลาในตอนบ่ายทั้งหมด ไปกับทั้งสองที่ซึ่งก็กินเวลามาถึงช่วงเย็น
    หลังจากที่หลางหลินทำเรื่องเสร็จ พวกเขาก็บอกว่าพรุ่งนี้จะรีบมาดำเนินการให้ ทำให้วันนี้เขาต้องนอนแบบมืดๆ เหมือนเดิม
    แน่นอนว่าการทำงานของพวกเขาเองก็ต้องใช้เวลา หลางหลินไม่ได้บ่นเพราะเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
    ตอนนี้ในมือของเขามีเงินเหลืออยู่เพียง 1000 หยวน ซึ่งเป็นเงินหลังจากที่เขาใช้ไปกับการไฟฟ้าและประปา และเขาเองก็ซื้อน้ำและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาด้วย
    อาหารสำหรับหลางหลินตอนนี้นอกจากบะหมี่และข้าวที่เหลืออยู่กับบ้านนิดหน่อยแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรกินอีกเลย และแน่นอนว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมันเป็นอะไรที่ถูกเป็นอย่างมาก หากเขาใช้เงิน 1000 หยวน ซื้อแต่บะหมี่ก็ทำให้อยู่ได้อย่างประหยัดอีกหลายเดือน
    แต่มันก็ไม่ดีกับร่างกายนัก
    ตอนแรกเขาคิดจะหาเงินด้วยการเลี้ยงหมูไก่และปลูกผัก แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อพบกับแหวนมิติ
    ถึงแม้การเปิดประตูมิติครั้งแรก จะได้กระต่ายน้อยมาก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้เศร้าใจนัก เพราะถึงอย่างไรก็ตามโอกาสที่เขาจะได้ของดีก็ยังมีอีกเยอะ บางทีเขาอาจจะเปิดแล้วไปเจอขุมทรัพย์เช่นทองคำก็ได้ใครจะรู้
    แต่นั่นมันก็เป็นการให้กำลังใจในรูปแบบของหลางหลินล่ะนะ หรือจะเรียกว่าการมโนไปเองก็ได้
    หลังจากที่กลับมาบ้านแล้ว หลางหลินก็กินข้าวที่เหลืออยู่พร้อมกับกระต่ายน้อย แน่นอนว่ามันดีใจอย่างมากเมื่อเขากลับมา
    หลังจากกินเสร็จเขาก็เริ่มทำความสะอาดบ้าน ซึ่งก็ใช้เวลานานจนมืดเลยทีเดียว
    แต่อย่างไรก็ดี ระหว่างทำความสะอาดกระต่ายน้อยก็เข้ามาช่วยด้วย ถึงแม้มันจะช่วยอะไรไม่ได้มากก็เถอะ แต่ก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น เหมือนกับว่ามันเป็นครอบครัว
    หลังจากทำสิ่งต่างๆ เสร็จเรียบร้อยเขาก็รีบนอนเพราะเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน
    อีกทั้งเขาก็รอเวลาที่จะได้เปิดประตูมิติอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาที่จะเปิดได้อีกก็คือสามวันหลังจากที่เปิดมันไปครั้งแรก แน่นอนว่าเขาอยากที่จะเปิดมันทุกวันเพราะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่วิเศษ แต่จะทำอย่างไรได้ ที่เขาทำได้ในตอนนี้คือรอเวลาให้ผ่านไปโดยเร็วเท่านั้น