ตอนที่10 ก่อนวันคัดเลือก
หลังจากสอบผ่าน เล้งปวยถูกหัวหน้าสมาคมปรุงยา *ตู้ชิง *เรียกไปพบ พอเขาเดินตามหลังอาจารย์หยางเซ่อเข้าไปถึงนั้น“เจ้าคือเล้งปวย สินะ” “ใช่แล้วขอรับ”“ฟังว่าเจ้าไม่เคยปรุงยามาก่อนเลย แต่กลับปรุงยาระดับ 3 ได้ในครั้งแรกเลย เจ้าสนใจที่จะมาเป็นอาจารย์ปรุงยาที่นี่หรือไม่”“ขออภัยที่ผู้เยาว์ไม่อาจรับได้ เพราะยังมีภาระอีกมากอยู่ขอรับ”“อืม!! เช่นนั้นเจ้าก็รับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษก็แล้วกัน จะสามารถเข้ามาปรุงได้ตลอดเวลานี่คือป้ายประจำตำแหน่งของเจ้า” เล้งปวยยื่นรับไว้“เจ้าจะได้รับรางวัลเป็นเตาปรุงยา เสื้อของนักปรุงยาระดับสูง และยาที่เจ้าปรุงได้อีก 3 เม็ด”เขารับเอารางวัลทั้งหมดมาแล้ว หลังจากนั้น เขาก็อนุญาตออกมาด้านนอก เขาได้ขอบคุณอาจารย์หยางเซ่ออยู่หลายคราที่เขาช่วยเหลือเป็นอย่างดี แล้วก็ออกมายังที่ซึ่ง จวงจั่นรออยู่ ซึ่งพอเขาเห็นเล้งปวยก็ปราดเข้าหาอย่างดีใจ “น้องปวยฟังว่าเจ้าสอบผ่านได้เป็นผู้ปรุงยาแล้ว ข้าตื่นเต้นจริงๆ ที่เขาพูดกันนั้นทุกคนล้วนแต่ แตกตื่นในความสามารถของเจ้า” ข้าว่าชื่อของเจ้ายามนี้ต้องเป็นที่รู้จักไปทั้งเมืองแน่ๆ ขณะที่ทั้งคู่พูดพลางเดินพลางแล้ว พวกเขาก็ได้มาถึงตลาดแล้ว ได้แวะชื้อสิ่งของอีกหลายอย่างก่อนกลับตระกูลจวง เล้งปวยบอกกับจวงจั่นให้ปกปิดเรื่องการสอบปรุงยาไปก่อน
เขาได้นัดให้จวงจั่นมาหาเขาในตอนคำ่ เพื่อฝึกพลังปราณด้วยกัน ดังนั้นในช่วงเวลาเย็นจึงได้เดินเล่นไปทางหอฝึกวรยุทธของตระกูลจวง ซึ่งยามนี้กำลังคึกคักไปด้วยลูกหลานของตระกูลจวงที่พร้อมกันลงมาฝึก เพราะอีกเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น ก็จะถึงวันทดสอบคัดเลือกตัวแทนของตระกูลจวง เพื่อเข้าประลองระหว่างตระกูลในอีก 3 เดือนข้างหน้า
ขณะที่เล้งปวยไปถึงนั้นพอดีเป็นช่วงที่ครูฝึกให้จับคู่ประลองกันเอง และเห็นในกลุ่มนั้นก็มีจวงจั่นรวมอยู่ด้วย และคู่ประลองของเขานั้นคือจวงอ้วงปา ซึ่งเคยเป็นตัวแทนของตระกูลจวงที่เข้าประลองระหว่างตระกูลในปีที่ผ่านมา เขามีอายุ 16 ปี มีพลังวรยุทธอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้น ที่ 6 ร่างกายกำยำล่ำสัน กว่าจวงจั่น พอการประลองเริ่มขึ้น กลับเป็นคูที่ไม่น่าดูเลย เพราะแม้ว่าจวงจั่นจะตั้งใจ ทุ่มเทพลังฟาดออกไปขนาดไหน กลับไม่ระคายผิวของคู่ต่อสู้อย่างอ้วงปาเลย ผิดกับยามที่อ้วงปาได้จังหวะสะบัดฝ่ามือเข้าใส่นั้น จวงจั่นกลับถูกทุบกระแทก อยู่ฝ่ายเดียวจนเลือดลมพรุ่งพร่าน “เจ้าเต้าหู้เอยขนาดเป็นคู่ฝึก เจ้ายังไม่เหมาะเลย ข้าละเบื่อแล้ว” มันจึงได้ยุติไปแบบนั้น
ส่วนคู่ที่โดดเด่นนั้นฝีมือพอๆ คือคู่ของจวงเชี่ยวอี้บุตรชายของผู้อาวุโสอันดับหนึ่ง มันที่มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อ พลังการฝึกปรือที่แข็งแกร่ง จึงมีท่าทางที่เย่อหยิ่งอยู่บ้าง กับเด็กสาวที่นับว่างดงามยิ่งนัก ถึงกับเพรียบพร้อมทุกอย่างเลยทีเดียว เธอคือ จวงยี่หลาน เป็นธิดาของจวงเฟิงอี้ผู้นำตระกูลจวงนั่นเอง ทั้งคู่อายุ15 ปีเท่ากัน ทั้งพลังวรยุทธก็อยู่ชั้นก่อเกิดระดับ 7 เท่ากันด้วย ความรวดเร็วรุนแรง ล้วนทัดเทียมจนผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำง่ายๆ สมกับเป็นสุดยอดอัจฉริยะของตระกูลจริงๆ สร้างความพึงพอใจให้กับระดับผู้นำ และก็นับเป็นที่ฝากความหวังของตระกูลจวงในปีนี้ด้วยพอการฝึกฝนเสร็จสิ้นลงก่อนมีการแยกย้ายกันนั้น มีระดับผู้นำคนหนึ่งพลันเล่าว่า
“ได้ข่าวว่าวันนี้มีเรื่องฮือฮา เกิดขึ้นที่สมาคมนักปรุงยา ผู้คนในเมืองต่างเล่าขาน ถึงเด็กอัจฉริยะ ที่อายุราวๆ12-13 ปีเท่านั้น แต่กลับได้รับใบคุณวุฒิ นักปรุงยาระดับสูง จากการสอบผ่านทั้ง 3 ขั้นตอน เพียงแค่รอบเดียว ทั้งยังได้ รับป้าย ที่ปรึกษาพิเศษจาก ตู้ซิง กับมืออีกด้วย ฟังว่าเด็กนั่นชื่อ เล้งปวย นี่แหละแต่ไม่มีใครทราบว่าเป็นใครมาจากไหน”ในขณะที่คนอื่นได้ฟังต่างก็ทำหูผึ่ง ตาโตเข้าร่วมสนทนาสอบถามกันต่ออีกยกใหญ่ แต่ล้วนไม่มีใครตอบได้ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของชื่อกลับลากเอาแขนของจวงจั่นกลับไปยังที่พักแล้ว
เล้งปวย ได้แจ้งแก่จวงหยุน ว่าตนและจวงจั่นจะเก็บตัวฝึกยุทธอยู่ 4วัน เขาก็ตามใจจวงจั่นได้มาหาเขาก่อนเวลานัดหมายเสียอีก แล้วทั้งคู่ก็เลือกนั่งฝึกคนละมุมห้อง เล้งปวยให้เขากินดอกกล้วยไม้โลหิตลงไป 3 ดอกแรกก่อน เพื่อเป็การชักนำเอาพลังปราณที่แน่นทะลักนั้น ให้มันทะลุทะลวงจุดสำคัญต่างไหลเวียนไปมารอบแล้วรอบเล่าอยู่ตลอดเวลา เพื่อกระตุ้นการก่อเกิดกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็นใหม่ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และแข็งแกร่งขึ้นด้วย ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าใด จนกระทั่ง ก็เกิดเสียงดัง
ปุ้ง!!!!!! จวงจั่นได้เลื่อนพลังปราณจากเดินไปเป็นพลังปราณระดับก่อเกิดขั้นที่ 5 แต่การฝึกเดินพลังปราณยังคงต่อเนื่องไม่มีหยุด กระทั่งถึงวันที่ 3 ก็ได้ให้เขากินดอกกล้วยไม้โลหิตอีก 3 ดอกเท่าเดิม คราวนี้พลังปราณของเขาได้ล้นทะลักออกมามากกว่าเดิมหลายเท่าแต่ครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานก็มีเสียงเลื่อนระดับดังขึ้นปุ้ง!!!!!! พลังปราณของจวงจั่นก็ได้เลื่อนมาอยู่ในระดับก่อเกิดขั้นที่ 6 แล้ว หลังจากผ่านไปเพียง 4 วันทำให้เขาเลื่อนได้ถึง 2 ระดับย่อมนับได้ว่าไม่ธรรมดาแล้ว
ส่วนเล้งปวยนั้นเขาเริ่มฝึกโดยการกลืนกิน โอสถพลังมังกรคืนชีพ ที่เขาปรุงเองตอนสอบลงไป1 เม็ด ชั่วครู่เสียงครางอย่างเจ็บปวดก็ดังขึ้น จากพลังปราณอันมหาศาลได้เอ่อล้นจนทะลุทะลวง กระแทกกระทั้นเข้าใส่ขอบเขตแห่งทะเลปราณของเขาอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งมี เสียง ตูม!!!!!!!!! ดังขึ้นเป็นการระเบิดขยายขอบเขตแห่งพลังปราณ จนขยายขอบเขตกว้างใหญ่กว่าเดิมอีกหลายเท่า จากนั้นความเจ็บปวดได้หายไป แทนที่ด้วยความคึกคัก ของพลังปราณที่ไหลเชี่ยวกราก อย่างคล่องแคล่วจากการขยายขอบเขตพลังปราณ ทำให้เขาสามารถเติมพลังปราณลงไปได้อีกไม่จำกัด ดังนั้นในวันที่ 3 เขาก็กลืนเม็ดโอสถพลังมังกรคืนชีพ ลงไปอีก 1 เม็ด เพียงครู่เดียวแทนที่จะเจ็บปวดเช่นคราแรก แต่กลับสบายพลังปราณดุจระรอกคลื่นในมหาสมุทรหมุนวนได้อย่างรวดเร็ว จนอัดแน่นเต็มที่ แล้วเสียงปุ้ง!!!!ปุ้ง!!!!เสียงดังของการเลื่อนระดับ 2 ครั้งเล้งปวยได้เลื่อนระดับเป็นระดับก่อเกิดขั้นที่ 6 แต่คนอื่นจะพบว่าเขาเพียงอยู่ขั้นที่3 เท่านั้น
หลังจาก 4 วันผ่านไปเมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องฝึก ชำระล้างสิ่งสกปรกออกไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้าร่วมการคัดเลือกตัวแทน ในเช้าของวันที่ 5