เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 79 ปีศาจที่ถูกผนึกเอาไว้

    “นี่มันหมายความว่ายังไง ไอริส”
    “หมายความว่ายังไงเหรอ ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ เห็นแก่ที่แกเป็นคนที่ดูแลฉันมานานฉันจะพูดอะไรให้ฟังก่อนตายก็แล้วกัน เริ่มจากไหนดีละทั้งหมดที่ฉันทำมันก็แค่การแสดงที่ทุกคนเห็นกันเท่านั้นเองนั่นเป็นเพราะว่านังสาวเลวไอวี่มันร่ายเวทย์ใส่ฉันปรับเปลี่ยนบุคลิกทั้งหมดไปพร้อมกับความทรงจำที่ปรุงแต่งขึ้นมาตั้งแต่ที่ก่อนที่จะออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นแล้ว ไม่คิดเลยว่าพลังของเวทย์ที่นังนั่นร่ายไว้จะสลายไปแบบนี้”
    “และก็ไม่คิดเลยว่ากว่าจะออกมาจากคุกแห่งนั้นได้ฉันก็พบว่าฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกของแกอยู่รู้ไหมว่าตั้งแต่ที่ฉันจำได้ฉันก็อยากจะฆ่าแกทิ้งไปซะตอนนั้นแต่เพื่อล่อให้ไอวี่ออกไปจากตรงนี้แล้วลงมือกับแกแค่นี้ฉันก็ได้กำไรมหาศาลแล้วไม่ต้องห่วงไปหลังจากที่ฆ่าแกไปแล้วฉันจะส่งลูกของแกตามไปด้วยเอง แล้วก็อีกเรื่องที่แกมอบอารมณ์ความรู้สึกบ้าๆพวกนั้นมาให้ฉันตอนที่ฉันไม่ได้เป็นตัวของตัวเองตอนนี้มันก็ยังวนเวียนพร้อมกับปฏิเสธที่จะทำร้ายแกแต่ว่านะฉันเป็นพวกใจแข็งมากพอ”
    พี่น้องสองคนนี้มีอะไรที่เหมือนๆกันจริงๆนะ นี่คงเป็นตัวตนของไอริสจริงๆสินะ ถ้าเป็นไปตามที่ไอริสพูดมาผมก็ไม่รู้ว่าไอวี่ทำแบบนั้นไปทำไม? ในตอนนี้ผมกำลังรู้สึกว่าเธอกำลังฝืนทำมันอยู่นะ แต่ก็ปฏิเสธจิตสังหารที่พุ่งมาที่ผมแบบเต็มที่ขนาดนี้ไม่ได้
    “ผมเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วแต่ว่าการที่คุณไม่ระมัดระวังตัวผมถึงขนาดนี้ก็แปลว่าคุณยังรักผมอยู่จนทำให้มันไปทำให้การรอบคอบของคุณลดลง”
    ผมที่พูดจบลงไปอาเธน่าก็ร่ายเวทย์พันธนาการไอริสเอาไว้ได้จังหวะพอดี ทำให้ไอริสที่รู้จากคำพูดของผมก็ไม่ทันได้หลบหนีออกไปก็ถูกเวทย์พันธนาการเอาไว้มีดสั้นเล่มสีทองก็หลุดออกจากมือไปไกลกว่าหนึ่งเมตร
    ผมกดร่างของไอริสเอาไว้
    “แกปล่อยฉันนะ...นะ...หนีไปโรเบิร์ตฉันจะควบคุมไม่ได้แล้ว...มะ...มันจะหลุดออกมาแล้ว”
    หืม! ไม่ถูกต้องทำไมการแสดงออกของบุคลิกมันถึงได้เกิดทับซ้อนกันขึ้น แสดงว่าเมื่อสักครู่มันเล่นละครตบตาอย่างนั้นเหรอ ค่อยโล่งใจหน่อยนึกว่าไอริสจะถูกไอวี่ทำเรื่องแบบนั้นเอาไว้จริงๆ เฮ้อ แค่นึกภาพของไอริสที่แสนอ่อนโยนของผมกลายเป็นลักษณะนิสัยเมื่อสักครู่ขึ้นมาจริงๆก็อดเสียดายไม่ได้แต่ในเมื่อมันไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ทำให้ผมใจชื้นขึ้น
    “หนี....ไปเร็วเข้า โร...โรเบิร์ตฉันไม่อยากทำร้ายนาย”
    ไอริสร่ำร้องออกมาอีกครั้งก่อนที่หยาดน้ำตาของเธอจะไหลออกมา เธอจะควบคุมมันไม่ได้อีกแล้วและเธอก็กำลังจะหายไป มันเป็นความจริงที่ว่าไอวี่ร่ายเวทย์ใส่แต่เวทย์นั่นเป็นเวทย์ที่ผนึกเจ้าปีศาจตนนี้เอาไว้ ทำไมเธอถึงได้เป็นแบบนี้นั้นนั่นก็เพราะพ่อกับแม่ของเธอได้ทำสัญญากับปีศาจตนหนึ่งโดยมอบเธอที่เป็นมนุษย์เพื่อที่จะให้มันได้ยึดครองร่างของเธอในการเป็นต้นทุนที่จะสร้างฐานอำนาจยังโลกเบื้องล่างแห่งนี้เป้าหมายก็ไม่ต่างไปจากพวกที่จะเข้ามาเพื่อหวังที่จะเอาคริสตัลกับสิทธิ์ในการเข้าสู่โลกแห่งนั้น
    (พ่อกับแม่ของไอริสกับไอรีนนั้นเป็น.....ดีๆนี่เอง เพื่อผลประโยชน์ของตนเองไม่สนใจแม้กระทั่งลูกที่เป็นเชื้อสายของตนเอง)
    แต่ว่าก่อนที่มันจะยึดร่างไอริสได้ก็ถูกไอวี่ใช้พลังเข้ากดดันจนมุดหัวเข้าไปอยู่ในจิตใจของเธอเสียก่อนทำให้ไอวี่ไม่สามารถดึงปีศาจตนนั้นออกมาได้ทำให้ต้องร่ายเวทย์ผนึกมันเอาไว้มันก็เลยทำให้เธอรอดมาได้จนกระทั่งถึงตอนที่พลังแห่งความมืดเข้าผ่านร่างของไอริสจำนวนมากไปยังตัวของโรเบิร์ตทำให้มันเปิดช่องทางให้ปีศาจตนนั้นออกมาอาละวาดจนก่อเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่เอามีดจ่อคอโรเบิร์ตเอาไว้
    ตอนนี้เธอก็กำลังต่อต้านปีศาจตนนี้ไม่ได้แล้วเพราะปีศาจตนนี้ที่อยู่ในร่างของไอริสมาโดยตลอดได้ดึงพลังชีวิตของไอริสออกมาหล่อเลี้ยงตนเองนั่นก็เลยเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำไมไอริสถึงไม่สามารถฝึกฝนทักษะต่อสู้ได้เพราะเธอจะทำอะไรที่มันใช้พละกำลังไม่ได้เลย เธอไม่อยากทำร้ายโรเบิร์ตก็เลยต้องบอกให้โรเบิร์ตหนีไปในขณะที่เธอยังคงสติเอาไว้ได้เพราะอีกไม่นานเธอก็จะถูกมันครอบครองร่างไปทั้งหมด
    ปีศาจตนนี้ที่มันอ่อนแอนั่นก็เพราะร่างของไอริสยังเป็นของไอริสแต่ถ้าหากว่าร่างนี้มันสามารถยึดครองได้เมื่อไหร่เมื่อนั้นก็จะเป็นเวลาที่มันจะแสดงพลังที่เหนือกว่าพวกที่มาจากโลกที่สูงกว่าที่ผ่านมาทั้งหมดออกมาอย่างแน่นอน
    หลังจากที่เสียงเตือนของไอริสเงียบลงไปผมของไอริสที่เคยเป็นสีดำก็กลายเป็นสีฟ้าที่มีรัศมีพลังอ่อนๆแผ่ออกมาหัวของเธอก็มีเขางอกขึ้นมาสี่เขาจากนั้นดวงตาที่มีสองก็กลายเป็นสามดวงมีสีอำพันกลิ่นอายพลังทั้งหมดก็เปลี่ยนไปทั้งหมดไม่หลงเหลือความเป็นไอริสอีกต่อไปแต่ก็ยังคงความเป็นเพศหญิงเอาไว้ เมื่อกลายร่างเป็นกายาปีศาจเสร็จแล้วพลังสภาวะก็ถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมดห้องของผมรวมถึงพระราชวังแห่งนี้ก็ปลิวหายไปในพริบตาเดียว
    ภายในรัศมีสามร้อยเมตรทุกอย่างไม่เหลืออะไรไว้แม้แต่อย่างเดียวเพราะพลังอันรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาส่วนผู้คนที่ได้รับผลกระทบก็กระเด็นออกไปไกลในสภาพบาดเจ็บสาหัสยังดีที่มีมหาเวทย์ครอบคลุมเขตพระราชวังเอาไว้ทำให้ไม่มีใครเสียชีวิตไปก่อนอย่างมากก็ได้รับบาดเจ็บ ส่วนบาดแผลก็เป็นบาดแผลที่ไม่โดนส่วนสำคัญหรืออวัยวะใดๆ
    “ฮ่า ฮ่า ในที่สุดฉันก็เป็นอิสระสักทีการรอคอยตลอดสิบปีที่ผ่านมามันยาวนานก็จริงแต่ก็คุ้มค่าเพราะในตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ฉันจะครอบครองโลกใบนี้เอาไว้ ส่วนพวกมนุษย์ฉันก็จะควบคุมพวกมันราวกับปศุสัตว์”
    “นี่แกพูดจบรึยัง”
    “หืม! แกทำไมถึงยังอยู่ท่ามกลางพลังสภาวะของฉันได้กันละ”
    “เรื่องนั้นแกไม่จำเป็นต้องรู้หรอก บอกมาไอริสละเธอหายไปไหน”
    “ไอริส นังนั่นนะเหรอก็หายไปจากโลกนี้ตลอดกาลแล้วยังไงละเห็นแบบนี้แล้วแกยังไม่รู้อีกเหรอ”
    “เป็นแบบนั้นเองเหรอ ดีมากถ้าอย่างนั้นฉันก็จะได้ฆ่าแกให้ตายอย่างทรมานที่สุด”
    ตอนแรกที่ร่างของไอริสเปลี่ยนไปผมแทบจะควบคุมตนเองพุ่งไปลากคอมันแล้วฆ่ามันให้ตายไปในทันทีแต่เนื่องด้วยอาเธน่าห้ามเอาไว้ก่อนนั่นก็เพราะว่าตัวตนของไอริสยังไม่ได้หายไปแต่ถูกเก็บเอาไว้กับลูกของเธอในครรภ์เพราะที่นั่นมีพลังของแวมไพร์ที่คอยปกป้องอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ปีศาจตนนี้ไม่สามารถกำจัดไอริสไปได้และเนื่องด้วยไอริสเข้าไปอยู่กับลูกของเธอก็เลยทำให้ปีศาจตนนั้นคิดไปว่าไอริสหายไปแล้ว
    “ฮ่า ฮ่า ฆ่าฉันนั่นมันเรื่องตลกแบบไหนกันละนั่น ในโลกใบนี้มีคนธรรมดาสามัญกล้าพูดแบบนี้กับเทพเจ้าของตนเองด้วยเหรอ จะว่าแกก็ไม่ได้นี่นะก็นั่นเป็นภรรยาของแก ภรรยาสุดที่รักตายไปทั้งคนจะไม่ให้โกรธแค้นเลยก็เป็นไปไม่ได้”
    “นั่นสินะฉันในตอนนี้โกรธจนอยากลากแกไปแช่ในบ่อเพลิงในนรกเลยละ”
    ไอวี่ ชาร์ลอตต์ เพย์ตัน เซล่า ลูเชียโน่ และอิซาเบลล่าก็มาถึงจุดที่เกิดการระเบิดขึ้นพอดี
    ไอวี่ที่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีก็รีบบอกให้ทุกคนยืนออกห่างมาก่อน ก่อนที่จะมายืนอยู่ข้างตัวของผมมองสลับไปมาระหว่างปีศาจตนนั้นกับตัวผมจากนั้นเธอก็พูดออกมา
    “โรเบิร์ตเกิดอะไรขึ้น”
    “ไม่มีอะไรหรอกแค่มีเจ้าโง่ตัวหนึ่งมาเล่นกับความอดทนของผมก็แค่นั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองคุณไปยืนรอกับคนอื่นอยู่ตรงนั้นเถอะ”
    “อืม เข้าใจแล้วระวังตัวด้วยก็แล้วกันเจ้านี่เป็นปีศาจจากโลกชนชั้นที่สาม ถึงจะบอกแบบนั้นมันก็เป็นแค่ปีศาจชั้นต่ำก็เท่านั้นกลับมาอย่างปลอดภัยด้วยละ”
    ไอวี่หอมแก้มผมเบาๆก่อนที่จะถอยออกไปจากระยะการต่อสู้ไปยังจุดปลอดภัยที่เธอบอกกับคนอื่นๆเอาไว้
    “ร่ำลากันเสร็จรึยัง ถึงจะถามไปแบบนั้นมันก็เปล่าประโยชน์เพราะเมื่อแกตายไปฉันก็จะส่งพวกมันตามไปทีหลังเอง โดยเฉพาะนังสารเลวไอวี่”
    “เริ่มได้รึยังละฉันเองก็เบื่อที่จะพูดกับแกแบบนี้นานแล้ว”
    “ดี ดีมากที่เร่งเวลาตายให้ตัวเอง”
    ปีศาจตนนั้นหายตัวมาปรากฏตรงหน้าของผมก่อนจะใช้มือของตนเองกุมคอของผมแล้วยกตัวของผมขึ้นฟาดลงกับพื้นแล้วกดตัวผมไว้กับพื้นแบบนั้นก่อนจะลากผมไปกับพื้นยาวถึงร้อยเมตรจากนั้นก็ใช้ทักษะบางอย่างทำให้หมัดของตนเองขยายขึ้นกว่าสิบเท่าแล้วก็รัวเข้าใส่ผมแบบไม่ยั้งโดยไม่มีการออมแรงบางทีคงอยากฆ่าผมให้ตายไปชนิดที่ว่าไม่ให้เหลือซากไว้บนโลกนี้เลยก็ได้
    บริเวณที่มันโจมตีไปนั้นก็มีฝุ่นควันลอยขึ้นมาเต็มไปหมดบดบังการมองเห็นของทุกคนเอาไว้เจ้าปีศาจมันก็ยังไม่หยุดแค่นั้นมันยังรวบรวมพลังแห่งความมืดโดยการดูดซับมาจากทั่วทุกสารทิศมายังตนเองก่อนที่จะใช้ฝ่ามือบีบอัดพลังงานสีดำที่รวบรวมมาได้ให้การเป็นลักษณะที่เหมือนกับลูกปิงปองเล็กๆก่อนที่จะชกหมัดเข้าไปที่มันโดยเล็งมาที่ตัวของผมที่มันยังคิดว่าอยู่ในฝุ่นควันพวกนั้น
    หมัดของปีศาจตนนั้นก็ได้ชกออกมาไม่หยุดเป็นการโจมตีทั้งหมดสิบครั้ง ยังไม่พอเท่านั้นเพราะมันต้องการมอบความสิ้นหวังให้กับทุกคนโดยการใช้การรวบรวมพลังทั้งหมดเป็นลักษณะทรงกลมขนาดใหญ่เอาไว้บนหัวก่อนที่จะทุ่มการโจมตีไปยังจุดที่มันยังคิดว่าผมอยู่ที่นั่น
    ตูม!
    แรงระเบิดของพลังงานสีดำขนาดใหญ่มันรุนแรงจนบดขยี้จุดที่ใครต่อใครหลายๆคนคิดว่าผมยังอยู่ตรงนั้นจนยุบตัวลึกลงไปกว่าสิบเมตรในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร
    “นี่คือทั้งหมดแล้วใช่ไหม”
    ปีศาจตนนั้นที่คิดว่าผมได้จบชีวิตลงไปแล้วแต่เสียงนี้มันจำได้เป็นอย่างดีเพราะในตอนนี้ผมได้มายืนอยู่ข้างตัวของปีศาจตนนั้นนานมากแล้วตั้งแต่ที่มันได้โชว์วีรกรรมอันน่าหวาดกลัวให้ใครต่อใครได้เห็น ผมก็ไม่คิดว่ามันจะทุ่มพลังตั้งขนาดนั้นไปที่ตัวผม สงสัยมันคงแค้นมากในตอนที่จังหวะมีดสั้นเล่มนั้นมันได้จ่อที่คอของผมแต่มันไม่สามารถฆ่าผมได้ ตามจริงถ้ามันไม่เจาะจงการโจมตีมากถึงขนาดนั้นมันก็คงสัมผัสถึงตัวตนของผมได้แล้วแต่มันก็เล่นใหญ่ซะขนาดนั้นก็เลยทำให้ผมเกรงใจมันเล็กน้อย
    “แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง....”
    “ก็ไม่รู้สินะ”
    ผมยืนกอดอกมองไปที่ปีศาจตนนั้นก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายและดูเหมือนจะไม่มีอะไร
    กลืนโลหิต
    กลืนโลหิตในครั้งนี้เปลี่ยนไปมากกว่าครั้งที่ผ่านๆมาทั้งหมดหลังจากที่สิ้นสุดการเอ่ยชื่อทักษะไปนั้นมังกรโลหิตขนาดใหญ่ตัวหนึ่งก็พุ่งตัวมาจากอากาศธาตุเบื้องหน้าของปีศาจตนนั้นมันอ้าปากขนาดใหญ่ของมันกลืนร่างของปีศาจตนนั้นเข้าไปก่อนที่จะบินขึ้นไปบนท้องฟ้าตามด้วยพลังงานสีดำกับพลังงานสีแดงมากมายตามมังกรตนนั้นไปด้วยจนกระทั่งพวกมันค่อยๆสลายไปบนท้องฟ้าอย่างช้าๆ
    จากนั้นบนท้องฟ้าก็มีคนๆหนึ่งร่วงหล่นลงมาแน่นอนว่านั่นก็คือไอริสที่กลับคืนสภาพเดิมหลังจากที่โดนปีศาจยึดร่างไปพลังความสามารถทั้งหมดรวมไปถึงกลิ่นอายของเธอก็กลับมาเป็นดังเดิม ผมไม่รอช้ารีบพุ่งตัวไปรับไอริสที่กำลังร่วงลงมาด้วยความเร็วสูงเอาไว้ได้
    “ฉันคิดว่าจะไม่ได้เจอนายอีกแล้วโรเบิร์ต แค่คิด แค่...”
    “เรื่องทั้งหมดมันจบแล้วละ ไม่เป็นไรแล้วคุณยังมีชีวิตอยู่ตรงนี้หยุดกังวลเรื่องที่มันไม่ได้เกิดขึ้นมาได้แล้ว”
    “อืม”
    ขณะที่เท้าของผมแตะลงพื้นดินเหล่าภรรยาของผมรวมถึงลูเชียโน่กับอิซาเบลล่าก็เดินเข้ามาเพื่อสอบถามเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่ไอริสต้องเล่าเรื่องราวพร้อมกับไอวี่เกี่ยวกับแผนที่ดัชเชสคนก่อนคิดจะทำรวมถึงเรื่องราวอันชั่วร้ายที่ดัชเชสคนก่อนได้คิดร่วมมือกับคนจากโลกที่สูงกว่าเพื่อที่จะทำบางสิ่ง ถึงมันจะเป็นสิ่งที่คนทั่วทั้งโรเวียร์รู้อยู่แล้วแต่มันก็เป็นเรื่องใหม่ของคนนอกเมื่อได้ยิน
    หลังจากที่ทุกคนได้รับฟังมันก็แทบไม่อยากเชื่อหูของตนเองเพราะไม่คิดว่าทั้งไอริสกับไอรีนจะรอดพ้นจากดัชเชสคนก่อนมาได้แบบนี้ การที่รอดมาจากแผนชั่วต่างๆได้ก็เป็นเพราะได้ไอวี่คอยช่วยเหลือเป็นส่วนมากถึงได้มีไอริสกับไอรีนในทุกวันนี้ได้
    ผมที่ได้ฟังเรื่องพวกนั้นไปก็อดไม่ได้ที่จะโอบกอดพวกเธอทั้งสองคนเอาไว้เพื่อปลอบโยนพวกเธอด้วยความรักที่ผมมี ถ้าไม่ใช่เพราะพลังของแวมไพร์แล้วละก็บางทีผมก็อาจเสียไอริสไปแล้วต่อจากนี้ผมจะประมาทอีกต่อไปไม่ได้แล้ว ที่ขาดไม่ได้ก็คือทักษะกลืนโลหิตที่ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลย
    . . .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน