เมื่อเสียงน้ำจากห้องน้ำเงียบลงต้นไม้เดินออกมาพร้อมเสื้อยืดสีขาวตัวเก่าและกางเกงผ้าสบายๆ แสงไฟหัวเตียงสีเหลืองนวลส่องอยู่ภายในห้องพักแต่สายตาของเขากลับมองออกไปยังระเบียง
กานต์แก้วยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ความเงียบงันเหมือนรูปปั้นเล็กๆ ท่ามกลางความมืดของค่ำคืน สายลมหนาวพัดปลายผมยาวสีดำให้พลิ้วไหวเธอยังคงมองออกไปไกลมองพระจันทร์ มองท้องฟ้า มองดวงดาว มองยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างจากธรรมชาติ
ต้นไม้ยืนมองอยู่เงียบ ๆ เขารู้ดีว่ากานต์แก้วกำลังคิดอะไร
และเขาก็รู้ดีเช่นกันว่าไม่มีคำตอบใดในโลกนี้ที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขพร้อมกันได้ เขาเดินออกไปที่ระเบียงนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว ระยะห่างเพียงคืบเดียวแต่คืนนี้กลับรู้สึกไกลกว่าทุกครั้ง มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเล็กเบา ๆ อุณหภูมิของมือทั้งสองคนยังคงอบอุ่นแต่หัวใจกลับเย็นเยียบอย่างประหลาด
"กานต์" น้ำเสียงของเขานุ่มเหมือนเดิม
"ไม่ต้องกังวลนะ" กานต์แก้วหันมามองดวงตาคู่สวยยังคงนิ่งสงบ
"ไม่มีใครต้องเปลี่ยนแปลงอะไร"ต้นไม้เว้น่สั้น ๆ ก่อนพูดต่อช้า ๆ
"ไม่มีใครอยากทำร้ายใคร"
เสียงจิ้งหรีดร้องระงมอยู่ในพุ่มไม้ เหมือนธรรมชาติกำลังรับฟังบทสนทนาของคนสองคน
"รินอยู่กับพี่มาสิบปีแล้ว"เขาพูดพลางทอดสายตามองออกไปไกล
"เราสร้างครอบครัวด้วยกัน มีลูกด้วยกันผ่านเื่ดีและเื่ร้ายมาด้วยกันผ่านเื่ดีและเื่ร้ายมาด้วยกัน"
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ ไม่ใช่ความหลงใหลแต่เป็ความผูกพันที่ผ่านกาลเวลายาวนาน
"รินเป็คนอ่อนโยน แต่ก็เข้มแข็งมากเธอดูแลลูกทุกอย่าง ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว แม้แต่เื่เล็ก ๆพี่ยังไม่เคยต้องกังวล " ต้นไม้ยิ้มบางๆ เหมือนกำลังนึกถึงใครบางคน
"พี่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะเลือกเสื้อสีอะไรในวันไหนรู้ว่าเธอกินเผ็ดไม่ได้ รู้ว่าเธอชอบดอกไม้แบบไหน รู้ว่าเวลาเหนื่อยเธอจะเงียบ"
กานต์แก้วนั่งฟังเงียบที่สุดเท่าที่เคยเงียบมาเสียงจากพุ่มไม้ข้างๆมีเสียงนกตัวเล็กร้องขึ้นมาเบาๆ เสียงเล็กนิดเดียว แต่ทะลุความเงียบได้อย่างชัดเจน เธฮหันไปมองพุ่มไม้นั้นเธอไม่รู้ว่าเป็นกอะไรแต่ในคืนนี้เธอรู้สึกขอบคุณมันมากที่ร้องขึ้นมาในวินาทีที่เธอ้าเสียงอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เสียงหัวใจตัวเองทุกคำที่ต้นไม้พูดไม่ได้ทำให้เธอเกลียดรินรดา ตรงกันข้ามกลับทำให้เธอเห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ผู้หญิงที่ไม่เคยปรากฏตัวในเื่ราวแต่มีตัวตนอยู่ในทุก่ชีวิตของผู้ชายตรงหน้าและยิ่งเห็นภาพนั้นชัดขึ้นเท่าไรหัวใจของเธอก็ยิ่งปวดมากขึ้นเท่านั้น เพราะเธอเริ่มเข้าใจว่าเธอไม่ได้กำลังแข่งขันกับใครเธอไม่ได้แพ้ใคร และไม่มีใครกำลังแย่งใครจากใคร แต่เธอกำลังรักผู้ชายคนหนึ่งที่มีชีวิตอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่อื่นมาตลอด กานต์แก้วก้มมองมือของตัวเองก่อนถามออกมาเบาๆ เบาจนแทบกลืนหายไปกับสายลม
"พี่รักครอบครัวพี่มากใช่ไหมคะ"ต้นไม้หันมามอง และตอบทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว
"รักสิ"
เพียงสองพยางค์ไม่มีความลังเลไม่มีการอธิบายเพิ่มเติมไม่มีการปลอบใจและไม่มีคำโกหก กานต์แก้วยิ้มเป็รอยยิ้มที่สวยงาม และเ็ปที่สุดในเวลาเดียวกันเพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้หัวใจแตกสลายไม่ใช่คำโกหก แต่เป็ความจริงที่ซื่อสัตย์เกินไปคำตอบสั้น ๆ ของต้นไม้ ไม่ได้ดังไม่ได้รุนแรงแต่กลับคมกว่าคมมีด มันค่อย ๆกรีดผ่านหัวใจของเธออย่างช้า ๆ ไม่ลึกพอให้ตายแต่ลึกพอให้เจ็บทุกครั้งที่หายใจ เธอไม่ได้ร้องไห้ไม่มีน้ำตาสักหยดเพราะลึก ๆ แล้วเธอรู้ว่าต้นไม้ไม่ได้เลือกครอบครัวแทนเธอ เขาเลือกครอบครัวมาตั้งนานแล้วก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาในชีวิตเสียอีก และนั่นต่างหากคือความจริงที่เ็ปที่สุด ไม่ใช่การถูกปฏิเสธแต่เป็การรู้ว่าเราไม่เคยมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรเลยั้แ่แรก
เหนือศีรษะมีพระจันทร์ยังคงส่องแสง ดวงดาวยังคงอยู่รายล้อมงดงาม สมบูรณ์ และเป็ไปตามหน้าที่ของมันเช่นเดียวกับความรักบางรูปแบบที่มีอยู่จริงงดงามจริงแต่ไม่อาจ