ตอนที่ 191
“อือ...” ดนัยค่อยๆลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดบริเวณใบหน้า
เท่าที่จำได้เรากำลังหาห้องพักอาจารย์อยู่แล้วก็ไปบังเอิญเปิดประตูไปเจอผู้หญิงเปลือยครึ่งท่อนก่อนจะโดนชกเข้าให้...ให้ตายสิผู้หญิงคนนั้นนี่ชกมาได้ไม่รอให้เราอธิบายหรือพูดอะไรเลย ดนัยคิดในใจก่อนจะสำรวจตัวเองและก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาในห้องที่น่าจะเป็นห้องทำงาน
“อ้าวฟื้นแล้วเหรอครับอาจารย์ ดานาอิ” เสียงเรียกชื่อดนัยตามหลักภาษาญี่ปุ่นจึงออกมาเป็นชื่อแปลกๆ
ใครเรียกเราหว่า ดนัยหันควับมองไปยังต้นเสียงก็เห็นว่าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งอายุน่าจะมากกว่าเขาไม่มากนักกำลังลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินมาหาเขา
(ไรท์ : ชื่อเล่น DANAI เมื่ออ่านตามหลักภาษาญี่ปุ่นจะอ่านว่า DA-NA-I)
“ครับผมฟื้นแล้วไม่ทราบว่าคุณคือ...” ดนัยลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา
“ผมทานากะ โยอิ สอนวิชาอนาโตมี่ (Anatomy = เกี่ยวกับกายวิภาคโครงสร้างร่างกายของมนุษย์) อยู่ปี 3 ครับเรียกอาจารย์ทานากะก็ได้” อาจารย์ทานากะแนะนำชื่อตัวเองให้ดนัยรู้จัก
(ไรท์ : เรื่องวิชาการเรียนจากที่ผมพยายามหาข้อมูลดูรายชื่อวิชามันเป็นชื่อภาษาอังกฤษล้วนๆเลยยังไงไรท์ขออนุญาตอ้างอิงบางวิชาเขียนแปลออกมาเป็นไทยเพื่อให้เข้าใจง่ายๆนะครับรายชื่อวิชาอาจจะไม่ตรงตามหลักสูตรเท่าไหร่ก็ขออภัยด้วยนะครับเพราะไรท์จบคณะวิทยาการจัดการ)
“ผมณัฐดนัย รักษาชาติยินดีที่ได้รู้จักครับอาจารย์ทานากะ” ดนัยแนะนำชื่อตัวเองกลับไป
“...หืออาจารย์ไม่ได้ชื่อดานาอิ เหรอครับ” อาจารย์ทานากะทำหน้างง
“นั่นมันชื่อเล่นน่ะครับแล้วก็จริงๆแล้วชื่อผมอ่านว่าดนัยครับเป็นภาษาไทย” ดนัยออกเสียงชื่อเล่นของเขาให้อาจารย์ทำนากะฟัง
“ชื่อเล่นงั้นเหรอจริงสิเคยได้ยินว่าคนต่างชาติบางประเทศเขามีชื่อเล่นกันด้วยงั้นผมควรเรียกอาจารย์ว่ายังไงดีครับ” อาจารย์ทานากะถามดนัยว่าเขาต้องเรียกดนัยยังไง
“เรียกอาจารย์ดนัยก็ได้ครับง่ายดี” ดนัยบอก
“เข้าใจแล้วครับอาจารย์ดนัยแล้วนี่เป็นไงบ้างครับปวดหัวหรือเปล่า” อาจารย์ทานากะถามถึงอาการของดนัย
“อ่า...ไม่ครับแต่รู้สึกเจ็บเบ้าตามากเลย...ว่าแต่นี่ผมอยู่ห้องพักอาจารย์ใช่มั้ยครับแล้วนี่กี่โมงแล้วครับเนี่ย” ดนัยถามถึงสถานที่ที่เขาอยู่และเวลาตอนนี้
“เจ็ดโมงแล้วครับอาจารย์ดนัยแล้วก็ตอนนี้คุณอยู่ที่ห้องพักอาจารย์ที่ชั้น 4” อาจารย์ทานากะบอก
“นี่ผมหมดสติไปครึ่งชั่วโมงสินะแล้วผู้หญิงที่ชกผมล่ะครับ” ดนัยถามถึงต้นเหตุที่ทำให้เขาหมดสติ
“อาจารย์โคบายาชิเหรอครับตอนนี้ไปหน้ามหาลัยน่ะครับเห็นว่าไปหาซื้อกระโปรงใหม่อยู่” อาจารย์ทานากะตอบ
“โคบายาชิ ??” ดนัยขมวดคิ้ว
“ใช่ครับเธอชื่อโคบายาชิ ริเอะ เป็นอาจารย์สอนปีสองวิชาชีวะเคมีน่ะครับ (Biochemical)” อาจารย์ทานากะแนะนำถึงอาจารย์ที่ชื่อโคบายาชิให้ดนัยได้รู้จักคร่าวๆ
“งั้นเหรอแม่สาวนักต่อยคนนั้นชื่อโคบายาชิ ริเอะสินะเป็นผู้หญิงที่มือหนักจริงๆ” ดนัยพยักหน้า
“สาวนักต่อยนึกไม่ถึงว่าอาจารย์ดนัยจะตั้งฉายาให้เธอนะครับ...ว่าแต่อาจารย์ดนัยไปทำอีท่าไหนถึงโดนอาจารย์โคบายาชิชกหมดสติเอาได้ล่ะครับตอนผมออกจากลิฟท์มาแล้วเห็นอาจารย์โคบายาชิกำลังลากคุณอยู่ที่ทางเดินผมตกใจแทบตายเพราะนึกว่าอาจารย์โคบายาชิกำลังลากศพอยู่” อาจารย์ทานากะนึกถึงดนัยที่โดยอาจารย์โคบายาชิลากก็รู้สึกตกใจเพราะตอนนั้นเขานึกว่าเจอฉากฆาตกรรมแบบในหนัง
“เอ่อก็เป็นอุบัติเหตุน่ะครับ” ดนัยยกมือขึ้นเกาหัวไม่กล้าบอกออกไปว่าเขาบังเอิญไปเห็นอาจารย์โคบายาชิที่ตอนเปลือยครึ่งท่อนจึงโดนชกเข้าให้
“งั้นเหรอครับว่าแต่เอานี่ไปประคบเบ้าตาหน่อยสิครับมันเริ่มช้ำแล้ว” อาจารย์ทานากะเดินไปที่ตู้เย็นและหยิบแผ่นประคบเย็นออกมายื่นให้ดนัย
“เบ้าตาผมช้ำงั้นเหรอครับเนี่ย !!” ดนัยอุทานพลางรีบหยิบมือถือออกมาใช้กล้องหน้าส่องใบหน้าตัวเอง
ตายแล้วเบ้าตาเราเริ่มช้ำเป็นสีม่วงแล้วเหรอเนี่ยหมัดหนักไปไหนแม่สาวนักต่อยนั่นเบ้าตาช้ำแบบนี้พอเข้าไปสอนนักศึกษามีหวังความประทับใจแรกพังกันหมดพอดี ดนัยเบิกตากว้างมองดูเบ้าตาตัวเองที่เริ่มช้ำเป็นสีม่วง
“นี่ครับแผ่นประคบเย็น” อาจารย์ทานากะยื่นแผ่นประคบเย็นให้ดนัย
“ขอบคุณครับว่าแต่โต๊ะทำงานผมอยู่ไหนครับผมอยากรู้จักชื่อนักศึกษาเอาไว้ก่อนเห็นหมออิจิโนเสะเขาบอกว่าเตรียมเอกสารให้ผมแล้วบนโต๊ะ” ดนัยรับแผ่นประคบเย็นมาและก็ถามถึงโต๊ะทำงานของเขา
“อยู่นั่นครับข้างโต๊ะอาจารย์โคบายาชิเลย” อาจารย์ทานากะชี้
“นี่ผมต้องนั่งทำงานแม่สาวนักต่อยไปทั้งปีเลยเหรอครับเนี่ย !!” ดนัยอุทานออกมาเพราะนึกไม่ถึงว่าโต๊ะทำงานของเขากับอาจารย์โคบายาชิจะนั่งติดกันตอนนั้นเองก็มีเสียงไม่พอใจตวาดมาจากทางหน้าประตู
“นายเรียกใครแม่สาวนักต่อยนะไอ้โรคจิต !!”
ควับ !! ดนัยหันไปตามเสียงไม่พอใจนั่นก็เห็นว่าเป็นเสียงของอาจารย์โคบายาชินั่นเอง
“ก็เรียกคุณไงดูเบ้าตาผมสิช้ำหมดเลยเห็นมั้ย” ดนัยชี้ให้โคบายาชิดูเบ้าตาของเขา (ไรท์ : จะเริ่มเรียกแค่โคบายาชิจากตรงนี้นะครับ)
“เรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่งแล้วกันนะขอตัวไปเตรียมเอกสารก่อน” อาจารย์ทานากะนั้นพอเห็นดนัยกับโคบายาชิเริ่มทะเลาะกันก็ค่อยๆถอยกลับไปนั่งที่โต๊ะเตรียมเอกสารการเรียนในคาบเช้าอย่างเนียนๆ
“สมน้ำหน้าอยากเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาทำไมล่ะ” โคบายาชิยิ้มสมน้ำหน้าดนัย
“ความผิดผมงั้นเหรอผมว่าไม่น่าใช่นะเพราะเรื่องนี้น่าจะเป็นความผิดคุณนั่นแหละผู้หญิงอะไรเข้าห้องน้ำทำไมไม่รู้จักล็อกประตูให้ดีหรือตั้งใจจะโชว์กันแน่ถึงไม่ยอมล็อกประตู” ดนัยพูดเพราะเขาคิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเพราะถ้าโคบายาชิล็อคประตูห้องน้ำก็จะไม่เกิดเหตุการแบบนี้ขึ้น
“นายว่าไงนะไอ้โรคจิตฉันเนี่ยนะตั้งใจโชว์บ้าหรือเปล่าเอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย” โคบายาชิตอบโต้กลับมาะ
“นี่เธอฉันไม่ได้โรคจิ...” ดนัยกำลังจะพูดตอบกลับไปแต่ยังพูดไม่ทันจบอาจารย์โคบายาชิก็หยิบบางอย่างออกมาเสียก่อน
“เชอะอุตส่าห์เป็นห่วงกลัวว่าตาจะช้ำเลยไปซื้อไอ้นี่จากหน้ามหาลัยมาให้แท้ๆทิ้งดีมั้ยเนี่ย” โคบายาชิหยิบของออกมาจากกระเป๋า
“หือนั่นอะไรน่ะ” ดนัยมองดูของที่อยู่ในมือเธอ
“ไม่รู้จักเหรอก็เครื่องสำอางรองพื้นสีเดียวกับสีผิวน้ำผึ้งของนายไง...ของที่ฉันใช้อยู่มันมีแต่สำหรับผิวขาวออร่า” โคบายาชิพูด
“เครื่องสำอาง...รองพื้นไปซื้อมาทำไม ??” ดนัยไม่เข้าใจว่าโคบายาชิไปซื้อรองพื้นมาทำไม
“ก็ซื้อมาใช้กับเบ้าตานายไง...อยากไปสอนทั้งที่ตาเขียวแบบนั้นหรือไง” โคบายาชิพูด
“อ๊ะนั่นมัน !!” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็อ้าปากค้าง
“อะเอาไปใช้ซะเห็นแล้วสงสาร” โคบายาชิโยนรองพื้นใส่ดนัย
หมับ !! ดนัยรีบเอื้อมมือคว้ารองพื้นนั่นเอาไว้ก่อนจะมองดูโคบายาชิที่เดินไปนั่งที่โต๊ะเธอเพื่อเตรียมเอกสารสอนคาบเช้า
ก็...เป็นคนดีเหมือนกันนี่รองพื้นนี่ขอบใจแล้วกัน ดนัยกล่าวชมอยู่ในใจก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเพื่อดูเอกสารรายชื่อนักเรียนและทบทวนข้อมูลที่เขาจะสอนนักศึกษาในคาบแรก
“หือนักศึกษา 84 คนงั้นเหรอคลาสใหญ่เอาเรื่องเลยนะเนี่ย” ดนัยมองดูรายชื่อนักศึกษาปี 1 ที่มีถึง 84 คน
“เดี๋ยวพอขึ้นปี 2 ก็ลดลงเองนั่นแหละกว่าจะจบ 4 ไม่รู้จะเหลือถึง 50 คนมั้ย” โคบายาชิที่เห็นดนัยพูดเรื่องจำนวนนักศึกษาปี 1 ก็พูดแทรกเข้ามาเบาๆ
“นั่นสินะขึ้นปี 2 คงมีพวกที่คิดว่าคณะนี้ไม่เหมาะกับตัวเอง พอปี 3 – 5 ก็จะมีพวกที่เรียนไม่ไหวค่อยๆดรอปเรียนไปทีละคน” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ
“ก็แบบนั้นแหละ” โคบายาชิพูด
“จริงสิผมณัฐดนัย รักษาชาติ ศัลยแพทย์ทั่วไปจากโรงพยาบาลทาเคนากะเรียกผมอาจารย์ดนัยก็ได้นั่นชื่อเล่นผมยินดีที่ได้รู้จักนะครับอาจารย์โคบายาชิ” ดนัยหันไปคุยกับโคบายาชิ
“ชิ...ฉันไม่อยากรู้จักโรคจิตแบบนายเลยแต่ทำไงได้ต้องอยู่กับนายไปทั้งปีเพราะเป็นเพื่อนร่วมงาน...เอาเป็นว่าฉันชื่อโคบายาชิ ริเอะ เป็นกุมารศัลยแพทย์จากโรงพยาบาลกลางโตเกียวยินดีที่รู้จักอาจารย์ดนัย” โคบายาชิแนะนำตัวเองบ้าง
“หืม...ศัลยแพทย์เด็กเหรอหายากมากนะเนี่ย” ดนัยอุทานเพราะนึกไม่ถึงว่าโคบายาชิจะเป็นศัลยแพทย์เด็ก (แพทย์ผ่าตัดเด็ก)
“เอาเป็นว่ายินดีที่ได้รู้จักแล้วกันคาบเช้าวันนี้คงมีแค่ฉันกับอาจารย์ทานากะให้นายทำความรู้จักส่วนอาจารย์คนอื่นนั้นมีสอนตอนบ่ายกว่าจะมากันก็เกือบเที่ยงนั่นแหละถ้านายอยากรอทำความรู้จักก็แวะมาที่ห้องพักนี่ตอนเที่ยงแล้วกัน” โคบายาชิพูด
“เข้าใจละเดี๋ยวตอนเที่ยงจะแวะเข้ามาอีกรอบแล้วกันขอบคุณมากนะครับอาจารย์โคบายาชิ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจจากนั้นโคบายาชิก็หันไปจัดการกับเอกสารที่จะต้องใช้สอนในคาบเช้าทางดนัยที่เห็นดังนั้นก็ไม่ชวนเธอคุยต่อหันมาจัดการเรื่องของตัวเองบ้าง
ดนัยใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก็ตรวจเช็คเอกสารและเนื้อหาที่ต้องใช้สอนในคาบแรกเสร็จ
“อ๊ะใกล้แปดโมงแล้ว...เบ้าตาเราม่วงเชียวดีนะได้แผ่นประคบเย็นช่วยประคบไว้เลยไม่ค่อยบวมมาก” ดนัยหยิบมือถือออกมาดูเวลาและก็ส่องหน้าตัวเอก
รองพื้นงั้นเหรอ ดนัยมองดูรองพื้นที่โคบายาชิซื้อมาให้เขาไม่รอช้าเขารีบแกะกล่องมันออกทันที
“เอาล่ะสิใช้ยังไงวะเนี่ยเกิดมาไม่เคยใช้เครื่องสำอางมาก่อนด้วยสิ” ดนัยเปิดรองพื้นและก็ทำหน้างงเพราะไม่รู้ว่าต้องเริ่มใช้ยังไง
“เฮ้อ...เอามานี่เดี๋ยวจัดการให้” โคบายาชิที่นั่งอยู่โต๊ะติดกันได้ยินเสียงดนัยบ่นจึงทนไม่ไหวลุกขึ้นมาช่วยจัดการทารองพื้นให้บนหน้าของดนัย
“โอ๊ย...เจ็บนะเบามือหน่อยสิเดี๋ยวเบ้าตาช้ำมากกว่าเดิมกันพอดี” ดนัยร้องโวยวายเมื่อโคบายาชิจัดการทารองพื้นให้เขา
“ทนหน่อยน่ารองพื้นนี่มันต้องค่อยๆเกลี่ยให้สีมันเสมอกับผิวถ้าทำชุ่ยๆล่ะก็หน้าลอยขึ้นมาไม่รู้ด้วย” โคบายาชิพูดพร้อมกับทารองพื้นบนหน้าของดนัยต่อไปโดยไม่สนใจที่ดนัยร้องเจ็บเลยสักนิด
จบ...