หญิงสาวเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อหายายผู้เป็ที่รักยายนวลน้อยมีอายุแปดสิบกว่าปีแล้วเดินเหินไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกต้องนั่งอยู่บนรถเข็นเสียส่วนใหญ่มีแค่วธุกาที่มักจะพาท่านออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก
“มาพายายไปดูแม่น้ำหน่อยสิวาท”เห็นหน้าหลานสาวคนโปรดยายนวลน้อยก็รีบกวักมือเรียกอย่างดีใจ
“ค่ะคุณยาย”วธุกาตรงไปอุ้มผู้เป็ยายลงบันไดมานั่งรถเข็นอีกคันที่อยู่ด้านล่างแล้วเข็นพาออกไปสูดอากาศด้านนอกตรงระเบียงซึ่งสามารถมองเห็นสายน้ำที่ไหลผ่านหน้ารีสอร์ตแห่งนี้ได้ถนัดตา
“ยัยอรบอกว่าจะพายายมาดูแม่น้ำพอแฟนโทรมาแค่นั้นแหละวิ่งปรู๊ดออกไปเลย” ยายนวลน้อยฟ้องแบบขำๆ
“ยัยอรกำลังมีความรักค่ะคุณยายปล่อยๆ ไปบ้าง โตกว่านี้เดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรควรไม่ควรค่ะ”แม้คนแม่จะใจร้ายแต่ลูกสาวอย่างอรตีกลับเป็ลูกไม้หล่นไกลต้นเป็เด็กนิสัยน่ารักพูดจาอ่อนน้อมถ่อมตนเสียอย่างเดียวเชื่อฟังผู้เป็แม่มากไปหน่อยจนบางครั้งอรตีก็ขาดความเป็ตัวของตัวเองไป
“ยายก็ว่างั้นแล้วเราล่ะวาทเห็นหน้าว่าที่เ้าบ่าวบ้างหรือยัง”หญิงชราหันมามองหน้าหลานสาวแล้วถามด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าวธุกาเห็นแล้วก็พลอยรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย
“คุณยายวาทไม่ค่อยอยากแต่งงานเลยค่ะ มันแปลกๆ ไงไม่รู้”
“อ้าวแล้วกัน ไม่แต่งแล้วจะมีลูกเลี้ยงตอนแก่เหรอยัยวาท เป็สาวโสดไปชั่วชีวิตมันไม่สนุกหรอกนะ”
“วาทเลี้ยงตัวเองได้ค่ะคุณยายสมัยนี้ผู้หญิงเราเก่งจะตายไปไม่ต้องง้อให้ใครมาเลี้ยงหรอกค่ะ”วธุกาไม่กล้าบอกผู้เป็ยายถึงกฎสามข้อโดยเฉพาะข้อที่สามของวิเนตย์เกรงว่าท่านจะไม่เห็นด้วยแล้วเื่ราวจะบานปลายใหญ่โตไป
“อย่าคิดแบบนั้นสิวาทอนาคตวาทจะอยู่คนเดียวไปอย่างนั้นเหรอถ้าวาทแต่งงานยายก็ยังใจชื้นขึ้นมาหน่อยว่ามีคนรับไปดูแลแล้วดีกว่าอยู่กับยัยตีมีแต่จะถูกโขกสับไปวันๆ ประสาทจะกินอยู่แล้วยายน่ะมีเื่มาให้คิดอยู่ได้ไม่เว้นแต่ละวันั้แ่สาวยันแก่นิสัยมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย” ยายนวลน้อยพูดแล้วก็ส่ายหน้าเพราะว่าเป็ลูกในไส้ถึงได้รู้เห็นธาตุแท้ของนางอารตีมาั้แ่เล็กจนโต
“คุณยายว่าวาทควรจะแต่งงานกับคุณวิเนตย์จริงๆเหรอคะ” หญิงสาวถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ
“สมควรที่สุดเลยล่ะวาทเอ๊ยอย่างน้อยๆ ก็จะได้มีสามีเป็ตัวเป็ตนมีคนคอยช่วยเหลือกันในวันข้างหน้ามีลูกคอยเลี้ยงเราตอนแก่ตัวลงไปดูอย่างยัยตีสิถึงจะดีจะร้ายยังไงมันก็ยังไม่เคยทิ้งยาย ผิดกับเอ่อ...” หญิงชรารีบมองหน้าหลานสาวในทันทีรู้ตัวว่าผิดที่เกือบจะทำให้วธุกาต้องเสียใจในเื่นี้
“คุณแม่ใช่ไหมคะที่ทิ้งไปแบบไม่เหลียวแลเลย”วธุกาโตพอที่จะเข้าใจความหมายของคำพูดท่านได้ไม่ยาก
“ยายขอโทษนะวาทยายนี่มันปากไม่ดีเลยจริงๆ ไม่รู้จะฟื้นฝอยหาตะเข็บทำไม ดูซิ หลานยายหน้าเสียเลย”พูดพร้อมกับจับมือของวธุกาขึ้นมาตบปลอบลงบนหลังมือเบาๆ
“ไม่เป็ไรค่ะคุณยายวาทเข้าใจ” คนเป็หลานยิ้มเพื่อให้ท่านรู้สึกสบายใจขึ้นเป็ความจริงที่วธุกาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นักว่าทำไมบุพการีทั้งสองถึงไม่เคยเหลียวแลตัวเธอเลยและแม้จะวางตัวดีไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียแต่ดูเหมือนผู้เป็ป้าก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเธอนั้นดีพอเผลอหลุดปากมาบ้างในบางเวลาเื่ที่เธอคือภาระของทุกคน วธุกาเองก็พอจะรู้ตัวอยู่ว่าลึกๆแล้วนางอารตีมองว่าเธอนั้นคือส่วนเกินของบ้านหลังนี้
“หรือวาทมีเื่ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าบอกยายได้นะถ้าไม่อยากแต่งจริงๆ ยายก็ไม่ว่าอะไรจะเอาเงินสินสอดคืนคุณวิเนตย์เขาไป เอ่อยัยตีเอาไปใช้แล้วครึ่งหนึ่งนะ แต่ไม่เป็ไรเดี๋ยวยายทวงให้”ยายนวลน้อยเห็นหลานทำหน้าเศร้าก็รู้สึกเป็ห่วงและความจริงเื่สินสอดก็ทำให้หญิงสาวหน้าสลดลงในทันทีนั่นหมายความว่าทางเลือกของเธอแทบไม่มี
“ไม่มีอะไรค่ะคุณยายวาทตกลงแต่งงานตามเดิมนั่นแหละค่ะคิดว่าดีแล้วสำหรับทุกคน” วธุกายอมแพ้ในเื่นี้หมดเวลาจะปิดหูปิดตาไม่รับรู้อะไรระยะหลังมานี้นางอารตีก็คอยแต่จะพูดถึงเื่แต่งงานของอรตีเปรยออกมาก็บ่อยครั้งเื่การขอห้องนอนของเธอไปเป็ห้องหอให้ลูกสาวส่วนห้องของลูกสาวก็เอาไว้ให้หลานตัวน้อยๆ ที่จะเกิดมาในอนาคตอีกด้วยแน่นอนว่าในวันข้างหน้านั่นย่อมไม่เหลือที่ว่างให้เธออีกต่อไป
วธุกาใช้เวลานอนคิดแค่คืนเดียวก็ตื่นขึ้นมาบอกนางอารตีในวันรุ่งขึ้นว่าตกลงที่จะแต่งงานกับวิเนตย์ภายใต้เงื่อนไขกฎสามข้อที่เขาตั้งขึ้นมา ทั้งที่ลึกๆข้างในนั้นโบกมือคัดค้านไหวๆ ก็ตามที
“ยัยวาทแกคิดถูกต้องที่สุดรู้ไหมถึงคุณวิเนตย์เขาจะดูเถื่อนๆ ไปหน่อย แต่เขาก็รวยนะรีสอร์ตเขาก็ติดอันดับของจังหวัดเรานี่ก็ดึงลูกค้ารีสอร์ตอื่นไปหมดเลยรวมถึงของเราด้วยทำเลเขาดีทำอะไรก็เป็ที่ชื่นชอบของลูกค้าไปหมด”อิทธิพลของเงินตรานั้นล้นหลามนักในสายตาของผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาหลายสิบปีสามีของนางอารตีหนีไปมีเมียน้อยและใช้ชีวิตกับครอบครัวใหม่ทำให้นางต้องพึ่งพาตัวเองในการทำให้ครอบครัวอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ฉะนั้นเม็ดเงินจึงมีน้ำหนักมากสำหรับชีวิตในวันข้างหน้าของทุกคนภายในบ้าน
“แล้วยังไงคะคุณป้าคิดว่าเขาจะยอมให้วาทมีสิทธิ์ในสมบัติของเขาเหรอคะ ดูกฎข้อที่หนึ่งกับสองของเขาสิคะ”วธุกาไม่เห็นด้วย
“โอ๊ยเขาก็เขียนกันไว้งั้นล่ะ ไม่ได้มีลายเซ็นเป็หลักฐานก็แค่กระดาษแผ่นเดียวแกไปแต่ตัวสมบัติพัสถานอะไรก็ไม่มีเขาก็ต้องกลัวไว้ก่อนพอได้ขึ้นเตียงเท่านั้นแหละทุกอย่างมันเปลี่ยนกันได้เชื่อฉันสิฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน” นางอารตีโบกมือเหมือนไม่ใช่เื่สำคัญวธุกาหน้าแดงทันทีที่ได้ยินคำว่า ขึ้นเตียง จากปากของผู้เป็ป้า
“คุณป้าคะวาทว่าเขาคงคิดดีแล้วล่ะถึงได้ดักทางเราด้วยกฎสามข้อนั่นคงคิดว่าเราไม่กล้าที่จะเรียกร้องแน่นอน ว่าไปวาทก็ไม่กล้าจริงๆ นั่นแหละค่ะ”
“แกก็ใช้มารยาหญิงที่มีอยู่ให้เป็ประโยชน์สิยั่วนิดเย้าหน่อยเอาอกเอาใจเขาเข้าไว้ เดี๋ยวก็รักเดี๋ยวก็หลงเองล่ะผู้ชายร้อยทั้งร้อยแพ้มารยาหญิงทั้งนั้น”คนพูดทำท่าประกอบคำพูดไปด้วยการเชิดหน้าอกหน้าใจขึ้นบิดลำตัวไปด้านข้างประหนึ่งนางแบบโพสท่าหน้ากล้องก็ไม่ปาน
“แล้วถ้าไม่ได้เป็ไปแบบที่คุณป้าคิดล่ะคะ”คำถามของวธุกาทำให้คอที่เชิดตั้งของนางอารตีค่อยๆ หันมามองด้วยสายตาว่างเปล่า
“แกก็ซวยไปตามระเบียบไงยัยวาทถามมาได้ชีวิตมันก็แค่นี้แหละ ต้องเสี่ยงกันบ้างถึงจะรู้จริงไหม”ผู้เป็ป้าไม่มีแม้แต่ความเชื่อมั่นจะมอบให้หลานสาวคนนี้ วธุกาเห็นแล้วก็อดสงสารตัวเองไม่ได้แต่ก็จริงอย่างหนึ่งที่คุณป้าของเธอพูดเมื่อกี้นี้ ‘ชีวิตต้องเสี่ยงกันบ้างถึงจะรู้’
หากเธอตกลงแต่งงานมีสามีเป็ตัวเป็ตนซึ่งก็คือคุณวิเนตย์ใช่ว่าจะไม่เคยเห็น ดูเขาเป็ผู้ใหญ่ท่าทางสุขุมนุ่มลึกดี
‘บ้าน่ายัยวาท คิดว่าตัวเองเป็เด็กหรือยังไง’
ชายผู้ที่สูญเสียภรรยากับลูกสาวไปจากอุบัติเหตุเขาคง้าคนเคียงข้างให้คลายเหงา แล้วตัวเธอล่ะจะมีใครเคียงคู่ยามแก่ชรา
“ชัวร์ไหมนี่ยัยวาทคิดอะไรอีกให้วุ่นวาย จะบอกให้นะถึงฉันจะไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักหนาแต่ฉันก็หวังดีต่อแกมากกว่าพ่อแม่แท้ๆ ของแกเสียอีก คุณวิเนตย์เขามีฐานะพอที่จะดูแลแกได้ฉันมั่นใจ ฉันถึงได้สนับสนุนให้แกแต่งงานกับเขา”ความหวังดีของผู้เป็ป้าก็แฝงมาในรูปแบบแปลกๆแม้มันจะน้อยนิดแต่วธุกาก็สามารถััมันได้
“ชัวร์ไหม”ผู้เป็ป้าถามย้ำอีกรอบ
“เอ่อ ชัวร์ก็ได้ค่ะคุณป้า” คำตอบมาแบบเนือยๆ
“อะไรของแกยัยวาทมาชัวร์แบบอ้ำๆ อึ้งๆได้ไง ฉันไม่คุยด้วยแล้วเดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกคุณวิเนตย์เื่หาฤกษ์วันแต่งงานก็แล้วกันแกคิดถูกที่สุดบั้นปลายชีวิตจะได้มีลูกมีผัวคอยเลี้ยงดูรู้ไหม”พูดจบนางอารตีก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดีผิดกับวธุกาซึ่งกำลังคิดไม่ตกต่ออนาคตอันลุ่มๆ ดอนๆ ของตัวเอง
‘ต้องดีใจสิยัยวาท แกกำลังจะแต่งงานนะ สู้โว้ย!’