(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 41 แอปแต่งรูปที่ดังเป็นพลุแตก

     

    ตอนที่ 41 แอปแต่งรูปที่ดังเป็นพลุแตก

     

     

    หลังจากได้รับโทรศัพท์ที่เรียกเขาให้ไปพบที่คณะ พีทก็ไม่รอช้า เขารีบเข้าไปยังมหาลัยในทันที ก่อนจะตรงดิ่งไปยังห้องพักอาจารย์ตามที่ได้ถูกเพื่อนในคณะเรียกตัวมา ซึ่งในระหว่างทางพีทก็แอบสังเกตเห็น นักศึกษาผู้หญิงหลายคน กำลังนั่งจับกุมกันถ่ายรูปไปตามประสาของวัยรุ่น

    พวกเขาต่างถ่ายรูปหมู่ รูปเดี่ยวกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะกลับมาสุมหัวกันที่โทรศัพท์ Uphone 4s ของนักศึกษาคนหนึ่ง ที่ในทันทีที่พีทได้เหลือบสายตาไปเห็นแอปพลิเคชันในมือถือของนักศึกษาคนนั้น พีทก็จำได้ในทันทีว่าเป็นแอปพลิเคชัน Becute ของเขานั่นเอง

     

    ‘โอ้! มีคนใช้แอปของฉันด้วยแฮะ ดีนะที่คุณสตีเฟ่น จ๊อบส์ทำไว้หลากหลายภาษา อย่างน้อยก็มีคนไทยที่ใช้แอพนี้บ้าง’

    พีทยิ้มเล็กน้อย ที่ได้เห็นแอปของตัวเองมีคนใช้งาน โดยที่ไม่รู้เลยว่าในโลกอินเทอร์เน็ตทั่วโลก บรรดาผู้หญิงผู้ชายที่รักในการแต่งภาพ ล้วนพูดถึงแอปพลิเคชัน Becute กันอย่างครึกโครม

     

    มีการแชร์เทคนิคปรับแต่งภาพออกมาใน Ibook และก็มีคนกด Like และ Share ออกไปเป็นวงกว้าง ก่อนจะก่อให้เกิดเทรนด์ใหม่ขึ้นมาใน Ibook ดั่งเช่นภาพ Before กับ After หลังแต่งภาพโดยใช้แอป Becute เลยทีเดียว

    พีทไม่ได้สนใจอะไรกับเทรดน์นี้ เพราะอย่างที่บอก พีทยังไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าแอปของเขาขายได้ไปมากกว่า 15,000,000 บาท ภายในวันเดียว

    เขายังคงคิดว่าขอแค่มีคนซื้อแอปของเขาไปใช้งาน สักคนหรือสองคนก็ดีแล้วและการที่ได้มาเห็น คนไทยซื้อแอปของเขา มันก็ทำให้พีทนั้นพึงพอใจแล้ว

     

    ก๊อก~!

    พีทได้เคาะประตูห้องพักอาจารย์ พลางเปิดประตูเขาไปในห้องเพื่อเขาไปพบกับอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋าที่รอเขาอยู่

     

    “เจ้าพีทหายไปไหนมา อาจารย์ไปหาเธอที่ร้านก็ไม่เห็นตัวเลย?” ทันทีที่พบหน้ากัน อาจารย์หญิงก็เรียกหาพีท ด้วยความเอ็นดู ซึ่งอาจารย์หญิงนั้นก็ได้เลื่อนกล่องใส่ไก่ทอดจากร้านของเขาที่กินจนหมดแล้วให้พีทได้ดู ว่าเธอนั้นไปหาเขาที่ร้านมาจริงๆ แถมยังอุดหนุนไก่ทอดของเขาอีกด้วย

    พีทเองก็ได้บอกเหตุผลที่เขาไม่อยู่ที่ร้านให้กับอาจารย์ทั้งสองท่านได้ฟัง โดยพวกเธอได้ยินสิ่งที่พีทไปทำมา เธอก็รู้สึกอึ้งป่นระคนทึ่งอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นว่าพีทดูเอาจริงเอาจังกับโปรเจคอย่างแอปพลิเคชันส่งอาหาร

    แน่นอนอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋า ไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์ของพีทมากนัก เพราะพวกเธอไม่จำเป็นต้องตรวจทานหรือให้พีทต้องมารายงานความคืบหน้าอีกแล้ว

     

    โปรเจกต์ของพีทมันสมบูรณ์มากเพียงพอแล้ว ฉะนั้นเพื่อไม่ให้อาจารย์ที่ปรึกษาคนอื่นๆ ได้ยินถึงโปรเจกต์ของพีท พวกเธอจึงบอกปัดและเก็บเงียบเอาไว้ก่อน เพราะนั้นอาจส่งผลกับการประเมินของอาจารย์ที่ปรึกษาคนอื่นด้วยนั่นเอง

     

    “พอดีอาทิตย์หน้า คณะของเราจะมีงานบรรยายจัดขึ้น จะมีการเชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงมาบรรยายถึงการทำงานในหัวข้อต่างๆ ที่คณะ อาจารย์เลยเสนอชื่อของเธอให้เข้าร่วมงานนี้ด้วย” อาจารย์หญิงได้เรียกพีทมาบอกถึงเรื่องนี้ก่อน เพราะกลัวว่าพอถึงวันงานจริงๆ พีทจะไม่ว่างจนพลาดโอกาสในครั้งนี้ไป

    “ไม่ใช่ว่างานสัมมนาพวกนี้ จะให้สิทธิ์กับนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสูงได้เข้าร่วมเหรอครับ…อาจารย์ก็น่าจะรู้เกรดของผม มัน เอ่อ ค่อนข้างน่าอายอยู่สักหน่อย?” พีทจำได้ว่างานพวกนี้ที่คณะจัดขึ้น จะมีการจัดงานอยู่สองแบบ

     

    แบบแรกนักศึกษาในคณะทุกคนมีสิทธิ์เข้าร่วมได้และในแบบที่สอง จะจัดขึ้นเฉพาะนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสูงและอยู่ในเกณฑ์ได้รับเกียรตินิยมของทางมหาลัย

     

    “ใช่ สิทธิ์นั้นมีไว้เฉพาะนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี แต่สำหรับเธอนั้นเป็นกรณีพิเศษ” อาจารย์หญิงไม่คิดปิดบัง ที่เธอกำลังให้สิทธิ์พิเศษกับพีท ซึ่งนี้ก็ถือเป็นการใช้เส้นสายอย่างหนึ่งก็ว่าได้

    แต่กระนั้นแม้จะมองว่าเป็นการใช้เส้นสาย ที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง แต่สภาพสังคมไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือประเทศไหนๆ ก็เหมือนกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเส้นสายนี้จะใช้ในรูปแบบใด

     

    ทั้งนี้อันที่จริงแล้ว งานสัมมนานี้ ตัวของอาจารย์สุดา ที่เป็นหัวหน้าคณะบริหารก็อยากที่จะปรับเปลี่ยนให้นักศึกษาทุกคนมีสิทธิ์เข้าร่วม แต่ถึงอย่างนั้นอำนาจของเธอก็ไม่อาจเอาชนะเสียงข้างมากของอาจารย์คนอื่นๆ ที่อยากให้คงมีการคัดเลือกแบบนี้ต่อไป

    ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาของตัวเอง มีลู่ทางในอนาคตที่มากกว่าคนอื่นๆ การที่ได้ปูทางให้กับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเช่นนี้ ก็ทำไปเพื่ออนาคตแต่นั่นไม่ใช่สำหรับตัวนักศึกษา แต่เป็นตัวเองนั่นเอง!

     

    อาจารย์พวกนี้ ล้วนอยากหวังพึ่งนักศึกษาที่ตัวเองอบรมมา ที่วันหนึ่งอาจจะก้าวหน้าเป็นใหญ่เป็นโต…และวันนั้นพวกเขาก็จะได้หวังพึ่งนักศึกษาเหล่านั้น เพื่อเส้นทางของตัวเอง

    อาจจะฝากลูกฝากหลานในครอบครัว ไปทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ สวัสดิการดีๆ หรือสามารถใช้อภิสิทธิ์ในช่องทางต่างๆ ที่พอจะมีลู่ทางได้

    นี้แหละคือสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าความเน่าเฟะของระบบที่หยั่งราก ในประเทศไทยมานาน!

     

    “พูดตามตรง อาจารย์ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่งานสัมมนาครั้งนี้ อาจารย์คิดว่ามีประโยชน์กับตัวของเธอ อาจารย์เลยอยากให้เธอเข้าร่วมงานนี้ให้ได้” อาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋า ต่างก็มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก เมื่อพวกเธอต้องใช้วิธีที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ที่พวกเธอทำไปก็เพราะมองเห็นในศักยภาพของพีทจริงๆ ว่าจะได้รับประโยชน์จากการสัมมนานี้ไม่มากก็น้อย

    “ได้ครับ ผมจะเข้าร่วม” พีทไม่รู้หรอกว่าเขาจะได้รับประโยชน์จากงานสัมมนาในครั้งนี้สักเท่าไร ให้บอกตามตรงหลังจากที่เขามีระบบที่สามารถพูดคุยกับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ดั่งเช่น เชฟมินแจกยู,สตีเฟ่น จ๊อบส์, ผู้พันแซนเดอรอส หรือแม้กระทั่งน้าผี

    เขาก็รู้สึกว่าความรู้จากนักธุรกิจในประเทศไทย น่าจะดูจะไม่เพียงพอสำหรับตัวเขาอีกต่อไปแล้ว ถึงอย่างนั้นพีทก็ตอบรับโอกาสนี้ที่อาจารย์หยิบยื่นมาให้กับเขา

     

    ประหนึ่งว่าถึงเขาจะไม่ได้ความรู้จากนักธุรกิจที่ถูกเชิญมา แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้รับฟังประสบการณ์ตรงจากนักธุรกิจในประเทศไทย ที่อาจนำมาปรับใช้กับตัวเองในอนาคต

     

    “อ้อแล้วก็วันงานสัมมนา อาจารย์อยากให้เธอนำไก่ทอดที่ร้านของเธอมาจัดเลี้ยงในงานด้วย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเธอคิดมาได้เลย” อาจารย์สุดา หัวหน้าคณะได้เจาะจงไก่ทอดจากร้านของพีท ให้เอามาเป็นอาหารในงานเลี้ยงให้ได้ จึงได้ให้อาจารย์หญิงที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพีทอยู่แล้ว ช่วยดำเนินการติดต่อพีทเสียเลย

     

    ซึ่งตอนแรกพีทก็ตั้งใจที่จะตอบแทนอาจารย์หญิง จึงอ้ำอึ้งไปเล็กน้อย ไม่อยากจะคิดค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยงแพงนัก เพราะอาจารย์หญิงเป็นอาจารย์ที่ตัวเองเคารพ อีกทั้งยังให้โอกาสเขาเข้าร่วมในงาน แต่กระนั้นพอได้ยินว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นทางคณะเป็นคนออก พีทจึงถือโอกาสนี้ จัดราคาเต็มจำนวนราว 1 หมื่นบาท เท่ากับในงานเลี้ยงของโรงงานเมื่อตอนปีใหม่มันเสียเลย

    พีทกลับมาที่ร้านของเขาหลังจากพูดคุยกับอาจารย์หญิงเสร็จ เขาได้บอกเรื่องที่ถูกจ้างวานให้ไปจัดงานเลี้ยงสัมมนาให้กับฝ้ายและแชมป์ได้รับรู้ ตามประสาเพื่อนสนิทและผู้ถือหุ้น

     

    ซึ่งฝ้ายกับแชมป์เองก็มีเรื่องที่ร้านมาพูดคุยกับพีทเช่นเดียวกัน “ร้านของเรา เริ่มที่จะมีลูกค้าออกมาบ่นที่ต้องรอคิวนานแล้ว” ฝ้ายดูเครียดกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเธอนั้นส่วนใหญ่แล้วจะขายของอยู่ที่หน้าร้านกับน้องลาเต้

    และด้วยความที่เธอนั้นเป็นผู้หญิง เลยไม่ค่อยมีลูกค้ามาบ่นกับเธอมากนัก แต่สำหรับน้องลาเต้ที่เป็นพนักงานพาร์ตไทม์นั้นไม่เหมือนกัน มีลูกค้าชักสีหน้าด้วยท่าทางไม่พอใจกับน้องอยู่บ่อยครั้ง ที่ต้องรอคิวนาน

     

    ปัญหาส่วนใหญ่นี้เป็นเพราะมีลูกค้ามาอุดหนุนร้านของพวกเขา เกินกำลังกว่าที่ขนาดของร้านจะรับไว้นั่นเอง

    การขายนั้นไม่มีปัญหา ไก่ยังคงถูกทอดด้วยความเร็วที่รับได้ ความอร่อยและรสชาติก็ยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน แต่ที่ทำให้เกิดปัญหาคือปริมาณลูกค้ามันไม่สัมพันธ์กับร้าน

     

    “พวกเราคงยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว พวกเราจำเป็นต้องขยายร้าน พวกเราไปขอป้าเจ้าของหอ เช่าตึกข้างเคียงดีไหม” แชมป์เสนอโดยมีฝ้ายเห็นด้วย

    ทั้งสองคนรู้ดีว่าถึงร้านของพวกเขาจะขายดีและได้กำไรจากการขายมาค่อนข้างมาก แต่ด้วยสภาพของร้านที่เติบโตเร็วเกินไป เลยทำให้ทุนที่มีไม่เพียงพอกับความต้องการที่เกิดขึ้น

    ดังนั้นการเปิดสาขาที่เป็นเรื่องที่พวกเขา พูดคุยกันมาบ่อยครั้ง ได้ถูกยกขึ้นมาพูดแบบจริงจังในวันนี้

    “อืม เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับป้าเจ้าของหอเอง พวกนายกลับแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ” พีทเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้วและคำนวณแล้วว่า กำไรที่มีอยู่มันน่าจะเพียงพอต่อการขยายร้านได้โดยที่ไม่กระทบกับสภาพคล่องของร้าน ดังนั้นจึงใช้เวลานี้ในการจัดแจงงบการเงินของร้านไปด้วยเลย เพื่อที่จะได้วางแผนถูก

     

    พีทนั่งทำงบการเงินอยู่ในห้องเพียงลำพัง ส่วนฝ้ายและแชมป์ได้ลงไปด้านร้านเพื่อที่จะช่วยน้องโอมและน้องลาเต้ เก็บร้าน

     

    ‘ถึงจะมีเงินทุนเพียงพอที่จะเช่าตึกเพิ่ม แต่ดูจากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ถึงจะขยายร้านเพิ่มเติมก็แก้ปัญหาลูกค้าได้จำนวนชั่วคราวเท่านั้น วิธีที่จะแก้ปัญหานี้ที่ดีที่สุดคงต้องหนีไม่พ้นเปิดสาขาเพิ่ม’ พีทเอามือเกาหัว เพื่อคิดคำนวณเงินทุนที่มี แต่สุดท้ายก็พบว่าวิธีแก้ปัญหามีเพียง ต้องเปิดสาขาเพิ่มเท่านั้น

     

    [ไอ้หนูว่างอยู่ไหม…ฉันอยากให้แกไปเช่าเซอร์เวอร์ให้กับฉันหน่อย?] ในขณะที่พีทกำลังเครียดเกี่ยวกับเงินทุน ที่ดูจะไม่เพียงพอ ทางด้านของน้าผีก็ได้เรียกหาพีทเพื่อที่จะให้เขา เช่าเซอร์เวอร์ให้กับตัวเอง เพื่อที่จะได้วางระบบแอปพลิเคชันที่กำลังทำอยู่กับสตีเฟ่น จ๊อบส์

    [ผมไม่มีเงินทุนเลยครับน้า ช่วยรออีกสัก 2 อาทิตย์ได้ไหมครับ] พีทตอบกลับด้วยเสียงเบาๆ ซึ่งเชฟมินแจกยูและผู้พันเซนเดอรอส ก็ต้องเข้ามาปลอบกันยกใหญ่

    เพราะพวกเขาทั้งสองรู้สึกผิดหวัง ที่ไม่สามารถทำเงินให้กับพีทได้เท่าที่หวัง แม้พวกเขาจะทุ่มเทแรงกาย แรงใจและสูตรของตัวเองให้กับพีทแล้วก็ตาม

     

    แต่วงการร้านอาหารมันก็แบบนี้แหละ มีต้นทุนที่ต้องแบกรับ มีปัจจัยอื่นๆ ต้องแก้ปัญหา หากแต่กำไรที่ได้รับกลับมา มันดูจะช้าไปสักหน่อย เมื่อเทียบกับการลงทุนในด้านอื่นๆ ถึงอย่างนั้นกำไรจากการทำร้านอาหารเช่นนี้ มันจะอยู่ตัวและคงที่ หากร้านอาหารติดลมบนแล้ว

     

    [ไม่มีเงินทุน ไอ้หนูแกกำลังพูดเรื่องตลกอยู่เหรอ? ตอนนี้แกมีเงินเหลือเฟือแล้ว] น้าผีทำเสียงดุ อนึ่งคิดว่าพีทกำลังเล่นตลกกับตัวเอง

    [เงินอะไรครับ?] พีทพยายามที่จะโต้เถียง แต่แล้ว

     

    พรึ่บ~!

     

    ยอดสำหรับเบิกจ่ายจากทาง App Store อยู่ที่ [8,615,442 บาท]

    ยอดสำหรับเบิดจ่ายจากทาง Play Store [7,299,060 บาท]

     

    น้าผีได้เอายอดที่ได้รับจากการขายแอป ในนาม RayZen ให้กับพีทได้ดู “. . .” แน่นอนพีทช็อกค้างไปแล้ว

     

    เขาขยี้ตาอยู่หลายรอบ ดูจุดทศนิยมอยู่หลายครั้ง เพราะกลัวว่ายอดเงินที่เห็นมันแสดงผลผิดไป แต่ความจริงก็คือความจริง ยอดเงินทั้งสองช่องทางราว 15,000,000 บาท มันปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาจริงๆ

    แม้ยอดตัวเลขนี้จะยังไม่มีการหักภาษีเงินได้และค่าใช้จ่าย แต่หลังจากที่หักมาแล้ว มันก็ไม่น้อยอยู่ดี

     

    [น้าผี นี้มันเงินจากการขายแอปของพวกเราเหรอ?!] พีทเสียงสั่นไปหมดแล้ว เขามือไม้สั่น เมื่อกำลังจะกดถอนเงินนี้ออกมา [ใช่นะสิ! แกคิดว่าแอปที่สตีเฟ่น จ๊อบส์ของแกเป็นแอปเด็กเล่นเหรอ?] น้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์และผีตนอื่นๆ ต่างพากันหัวเราะ เมื่อเห็นถึงสีหน้าของพีท ที่ซีดเป็นไก่ต้มไปแล้ว

    [ขอต้อนรับสู่ตลาดโลกนะ] สตีเฟ่น จ๊อบส์พูด พลางเปิดยอดดาวน์โหลดจากแอปพลิเคชันที่พีทได้ทำการเปิดขายจากทั้งสองแพลทฟอร์มให้กับพีทได้ดู ยอดทั่วโลกในตอนนี้มันพุ่งทะยานไปแล้วมากกว่า 100,000 ดาวน์โหลดและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

     

    ส่วนแอปพลิเคชันเกม แม้จะไม่ได้ร้อนเป็นไฟเหมือนกับแอปแต่งรูป Becute แต่งยอดของมันก็เพิ่มขึ้นทีละขั้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน กำลังแตะทะยานไปที่ 50,000 ดาวน์โหลดเข้าไปแล้ว

     

    [ตลาดโลก? มันได้เงินเยอะขนาดนี้เชียวเหรอ] สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าคำว่าช็อกไปแล้ว พีทอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

    เขาทำงานขายไก่ทอดมาหลายวัน ยังไม่เท่ากับขายแอปพลิเคชันแอปเดียวเลย? พีทได้เห็นแบบนี้จะไม่ให้ ทรุดลงกับพื้นได้อย่างไร

    [ไอ้หนูตลาดมันคนละส่วนกัน การขายแอปถึงจะทำกำไรได้มหาศาล แต่นั้นไม่ใช่ทุกแอปที่จะทำสิ่งนี้ได้และอายุของพวกมันก็ไม่ยืนยาวนัก เพียง 6 เดือนหรือ 1 ปี ก็อาจจะมีแอปที่พยายามเลียนแบบพวกเราออกมาแข่งขันแล้ว อีกทั้งเงินพวกนี้มันเกิดจากที่เรานั้นไปขายในตลาดโลก แล้วลองมองดูยอดขายแอปในประเทศไทย แกก็จะเข้าใจ] น้าผีได้เตือนสติพีท ไม่ให้นำธุรกิจสองสิ่งนี้มาเปรียบเทียบกัน ก่อนจะกางยอดขายในประเทศไทย ที่ได้จากการขายแอปเพียง 1 แสนบาทให้กับพีทวิเคราะห์ด้วยตัวเอง

    และเมื่อวิเคราะห์เสร็จแล้ว พีทก็พบว่า ร้านไก่ทอดของเขา ดูจะมีอนาคตในการเติบโตที่มั่นคงกว่าแอปพลิเคชันพวกนี้อยู่

     

    [ผมเข้าใจแล้ว…ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ผมมีเงินทุนแล้วสินะครับ…น้าผี น้าจะให้เช่ากี่เซอร์เวอร์ ไม่สิ ซื้อเซอร์เวอร์ไปตั้งเองเลยดีไหมครับ]

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน