ตอนที่5
ตอนที่ 5 : yes or noร่างใหญ่อุ้มฉันลงบนเตียงนอนนุ่มๆ ฉันสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วอุ่นๆกำลังลูบไล้ที่ริมฝีปากของฉันด้วยฤทธิ์ของค็อกเทลหรืออะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ฉันไม่สามารถครองสติตัวเองได้ และตอนนี้อยู่ๆร่างกายของฉันก็เกิดร้อนวูบวาบ สมองมันเริ่มเบลอๆไปหมด “ไม่รู้จักระวังตัวเลยนะ” คุณเมฆพูดพร้อมกับปลดกระดุมตรงคอเสื้อของฉันออก “ไม่นะ…อื้อออ….อย่าเข้ามานะ…” ฉันพยายามลืมตามองและห้ามเขาด้วยอาการมึนเมาฉันรู้สึกได้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น….“นี่คุณ…..ยังไม่เคยหรอกเหรอ” คุณเมฆมองหน้าฉันด้วยความประหลาดใจผู้ชายคนนี้รังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ได้อย่างไร….แต่ทำไม ในใจลึกๆฉันถึงต้องการมันแต่ไม่ได้นะ เขาไม่ใช่แฟนฉันซะหน่อยคุณเมฆแสดงสีหน้าประหลาดใจหลังจากที่รู้ว่าฉันยังไม่เคยผ่านมือชายใด แล้วเผยยิ้มออกมาอย่างพอใจ“อย่านะ” ปากฉันบอกว่าอย่าๆ แต่การกระทำมันเริ่มตรงข้ามหรือนี่เป็นเพราะฤทธิ์ยาอะไรบางอย่างหรือเปล่า ทำไมฉันควบคุมตัวเองไม่ได้นะสักพักคุณเมฆหยุดรังแกฉัน มือหนาอุ่นๆเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าของฉันแล้วเผยยิ้มออกมาอย่างพอใจ “ครั้งนี้ถือว่าคุณยังโชคดีนะ”พอพูดจบเขาก็ลุกขึ้นถอดเสื้อต่อหน้าต่อตาฉันเฉยเลย เขาโคตรหล่อโคตรหุ่นดีสุดๆ หน้าท้องแบนราบเผยซิกแพคแน่นๆชัดๆ ทำฉันหวั่นไหวเกือบจะเผลอตัวเผลอใจไปชั่วครู่“อย่าคิดไปไกลนะ ผมแค่ไม่ชอบนอนใส่เสื้อน่ะ” คุณเมฆพูดพร้อมกับลุกไปเปิดไฟในห้องแล้วกลับมานอนข้างๆฉัน“อะไรกัน What!” ฉันสตั้นไป10วิ“ตอนนี้คุณยังไม่เป็นตัวของตัวเอง ผมไม่อยากจะใช้โอกาสนี้ขโมยบริสุทธิ์ของคุณไปหรอกนะ”พอเขาพูดจบ คุณเมฆจับฉันม้วนเข้ากับผ้าห่มเหมือนกำลังห่อศพยังไงยังงั้น“นี่คุณจะทำอะไรฉันน่ะ ปล่อยนะ” ฉันดิ้นสู้ด้วยความตกใจ“ผมไม่ฆ่าคุณหรอก แค่ป้องกันคุณจากตัวผมเองต่างหาก เพราะถ้าคุณยังทำหน้ายั่วผมอยู่แบบนี้ผมคงไม่อยู่เฉยๆแน่ นอนเถอะคุณเมามากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้าน” คุณเมฆกอดฉันแล้วหลับไป“WTF!แต่ก็แปลกนะ…เห็นเป็นหนุ่มเพล์บอยเจ้าเล่ห์แบบนี้ยังรู้จักให้เกียรติฉันอยู่บ้าง เช้าวันต่อมาฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ด้วยอาการเมาค้าง ปวดหัวมึนๆไม่หาย แถมตามร่างกายยังปวดเมื่อยไปหมดขยับตัวไม่ได้เพราะถูกห่อไว้เหมือนกับศพ“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามฉันฉันถึงกับสะดุ้งตกใจ เพราะหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นนอนอยู่ข้างๆฉัน“นี่……. คุณ!” ฉันตกใจขยับตัวหนีจนตกลงไปใต้เตียง กลิ้งอยู่สามตลบ“โอ๊ยยยย! เจ็บ”คุณเมฆลุกขึ้นจากเตียงจ้องมองฉันด้วยสีหน้าชอบใจ แถมยังขำเยาะเย้ยฉันอีก“ขำอะไรของคุณ คนบ้า” ฉันบ่นเขาพร้อมกับเอามือจับก้นด้วยความเจ็บปวดสักพักคุณเมฆเดินเข้ามานั่งลงต่อหน้าฉัน เขาเอามือจับปลายคางของฉันอย่างนุ่มนวลแล้วมองตาฉัน“แล้วเรื่องที่ดีลไว้เมื่อคืนล่ะ คุณจะว่าไง ตกลงจะให้ผมช่วยไหม” คุณเมฆเอ่ยถามฉันอีกครั้ง “ช่วยสอนบทเรียนเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่านะเหรอ คุณจะบ้าหรือเปล่า มันเกี่ยวกับการแก้แค้นตรงไหน” ฉันเบือนหน้าพูดพลางหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ“คุณไม่รู้อะไรล่ะสิ สิ่งที่มัดใจผู้ชายให้อยู่หมัดได้ก็คือSexนี่แหละ แต่ดูคุณสิจะเอาอะไรไปสู้ผู้หญิงคนนั้นได้ ทั้งหน้าตา การแต่งตัว แถมยังไม่มีเสน่ห์ชวนให้ผู้ชายหลงใหลเลยสักนิด แล้วแบบนี้จะไปทวงแฟนกลับมาได้ยังไง” คุณเมฆพูดถูกทุกอย่างเลยจนฉันเถียงไม่ออก“ฉะ ฉัน ไม่เอาด้วยหรอก จะให้คุณสอนเรื่องแบบนี้นะเหรอ นี่ฉันมีแต่เสียกับเสียนะ” ฉันปฏิเสธไป “อย่าคิดแบบนั้นสิ ผมไม่ได้จะบังคับขืนใจคุณทำอะไรแบบนั้นนะ ผมช่วยสอนคุณทางทฤษฎีได้ เพราะผมไม่รสนิยมบังคับใครอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณยินยอมก็อีกเรื่องนึง นี่เป็นบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงิน บัตรใบนี้จะเป็นของคุณทันทีเมื่อคุณตัดสินใจจะเป็นนักเรียนของผม ผมจะช่วยคุณแก้แค้น คุณช่วยเป็นนักเรียนให้ผมทุกครั้งที่ผมเรียกหา แบบนี้วินวินกันทั้งคู่”หนุ่มลูกครึ่งยื่นข้อเสนอที่ฉันถึงกับต้องลังเลใจไปชั่วขณะ เขากำลังคิดอะไรของเขากันนะ รวยถึงขนาดทำเรื่องไร้สาระแบบนี้เลยเหรอ“ไม่ได้ๆ นี่เราเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันพูดในใจพร้อมกับส่ายหัวเรียกสติตัวเอง“ว่าไง Yes or no” หนุ่มหล่อเอ่ยถามฉันอีกครั้ง“ไม่ ฉันไม่เอาด้วยหรอก” ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง“ฮึฮึ…ช่างดื้อรั้นอะไรแบบนี้” เขาหัวเราะออกมาอย่างพอใจ“โอเครๆ งั้นผมจะไม่บังคับคุณ” คุณเมฆยอมถอดใจเขาได้เขียนเบอร์โทรของเขาใส่กระดาษแล้วใส่ไว้ในกระเป๋าของฉัน“เผื่อเปลี่ยนใจโทรหาผมได้ทุกเมื่อนะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเล่นหูเล่นตาใส่ฉันฉันรีบไปคว้ากระเป๋าจากมือเขาแล้วเดินออกจากห้องไปครึ่งชั่วโมงต่อมาฉันกลับมาถึงบ้านด้วยอาการเหนื่อยล้า เหนียวตัวอยากอาบน้ำมากๆ พอลงจากรถเท่านั้นแหละ“พี่นิชา กลับมาแล้วเหรอ” น้องชายสุดที่รักคนเดียวเรียกชื่อฉันฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถามว่าดีใจไหมที่เห็นมันมาหาบอกเลยว่า…. ไม่ …ดูเหมือนฉันจะเป็นพี่ไม่ดีละสิที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อกับแม่เสียไปเมื่อสองปีก่อน ที่บ้านเลยเหลือแค่ฉันกับน้องชาย ฉันจึงต้องเป็นเสาหลักคอยทำงานส่งเงินให้น้องชายเรียนต่อมหาลัย แต่ไอ้น้องไม่รักดีดันเกเรไม่ตั้งใจเรียน หลอกเอาเงินไปเล่นการพนันจนเป็นหนี้หลายแสน ฉันเลยต้องคอยตามใช้ให้ตลอด ขนาดมีพี่สาวดีขนาดนี้มันยังไม่เชื่อฟังเลย มาพูดดีด้วยก็ตอนจะมาขอตังค์นี่แหละ“ก้อง แกใช้ตังค์หมดแล้วใช่ไหมถึงโผล่หน้ามาหาฉันได้” ฉันถามน้องชายด้วยสีหน้านิ่งเฉย“แหม พี่ก็ เห็นผมหน้าเงินไปได้ ผมแค่คิดถึงพี่อยากมาเยี่ยมเท่านั้นเอง” ก้องพูดพร้อมกับยิ้มให้ฉัน“ต่อให้มาขอตังค์ ฉันก็ไม่มีให้หรอกนะ” ฉันรีบตัดบทไป“อ้าว พี่มีงานดีๆทำแล้วไม่ใช่เหรอ งั้นก็ต้องพอมีตังค์เก็บบ้างสิ” ธาตุแท้มันเริ่มออกมาละ“ฉันเอาไปจ่ายหนี้พนันให้แกแทบไม่มีตังค์กินข้าวอยู่แล้ว” ฉันบ่นให้น้อง“ผมขอสักพันได้ไหม ผมไม่เหลือตังค์กินข้าวแล้ว”“ก็บอกว่าไม่มี ไม่มี ไม่มีเลยเจ้าค่ะ คุณน้องได้โปรดรับรู้ด้วย” แม่ปานวาดเข้าสิงทันที“แค่นี้ทำเป็นขี้งก ไม่เอาก็ได้วะ” ก้องบ่นให้ฉันแล้วเดินออกไปนี่แหละคือชีวิตที่แสนจะวุ่นวายของฉันหลังจากน้องรักกลับไป ฉันก็รีบตรงดิ่งมาที่ห้องนอนแล้งทิ้งตัวลงนอน ฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ตัดพ้อกับชีวิตที่ทำไมต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆไม่เว้นวันพอนึกถึงเรื่องพี่มาวินกับน้ำตาลทีไรน้ำตามันก็ยิ่งไหลออกมาด้วยความเจ็บปวดเสียใจ รู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นฉันลองโทรหาทั้งคู่อีกครั้งปรากฏว่าโทรไม่ติดทั้งสองคน สงสัยยังคงอยู่ที่โรงแรมยัง…ไม่หนำใจสินะแล้ววันนี้ทั้งวันฉันก็เอาแต่นอนร้องไห้