ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 118 : คำเชิญของผู้เฒ่าเฉา

    หลังจากที่ความวุ่นวายจบลง ลูกศิษย์ทุกคนที่กำลังขึ้นเขาต่างก็ประสานมือแก่ผู้เฒ่าเฉาและออกเดินทางกันอีกครั้ง


    ผู้เฒ่าเฉายังคงยืนหาววอดๆราวกับคนที่อดนอนมาหลายวัน จากนั้นเขาก็มองไปยังจางหลินและกล่าวถาม “เจ้าหนูหน้าตาย ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่?”


    จางหลินแปลกใจเล็กน้อยที่ได้ยินคำถามนี้ แต่เขาก็ตอบกลับดีๆ “ข้าน้อยอายุ 19 ปี”


    ผู้เฒ่าเฉาลูบเคราขณะปราดมองจางหลินตั้งแต่หัวจรดเท้า “หน่วยก้านดีใช้ได้... เจ้าสนใจจะเป็นศิษย์ชั้นในของสำนักหรือไม่?”


    “อะไร!?” หนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงอุทานด้วยความตกใจ 


    แม้แต่จางหลินก็ผงะไปครู่หนึ่ง “ท่านกำลังหมายถึงอะไร?”


    ผู้เฒ่าเฉาขดริมฝีปากและลูบคางอย่างยิ้มแย้ม “เจ้ากล้าที่จะใช้ชายชราผู้นี้เป็นเครื่องมือเพื่อยุติความขัดแย้งของเจ้า ฉะนั้นถึงคราวแล้วที่เจ้าจะต้องตอบแทนข้า และสิ่งที่เจ้าต้องตอบแทนก็คือจงมาเป็นลูกศิษย์ชั้นในของสำนักจักรพรรดิดาราเสียเถิด”


    คำเชิญชวนที่ตรงไปตรงมาของผู้เฒ่าเฉา ทำให้หนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงมองหน้ากันด้วยความมึนงง


    ตั้งแต่เมื่อใดที่ผู้เฒ่าเฉาเอ่ยปากชักชวนใครบางคนให้มาเป็นลูกศิษย์ชั้นในของสำนักโดยไม่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองจากผู้อาวุโสชั้นนอก?


    แม้วิธีการนี้จะดูเหมือนเป็นการเอาเปรียบคนอื่นๆ แต่หากเป็นผู้เฒ่าเฉา จะไม่มีผู้อาวุโสคนใดกล้าที่จะโต้แย้งเขาในเรื่องนี้เลย


    ทว่าคำตอบของจางหลินเกือบจะทำให้ผู้เฒ่าเฉาล้มหัวทิ่ม “ข้าขอปฏิเสธ”


    หนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงรู้สึกราวกับโลกของพวกเขาพลิกกลับ สายตาที่พวกเขามองไปยังจางหลินราวกับกำลังจ้องมองคนโง่


    ต้องเข้าใจว่าสถานะของลูกศิษย์ชั้นในย่อมได้รับผลประโยชน์ที่ดียิ่งกว่าการเป็นผู้ดูแลพิเศษของตระกูลหนี่เป็นไหนๆ หากเป็นคนปกติคงจะไม่มีทางปฏิเสธคำเชิญของผู้เฒ่าเฉาอย่างแน่นอนแม้ว่าผู้ที่เชิญชวนจะไม่ใช่ผู้เฒ่าเฉาเองก็ตาม


    หากได้รับสถานะลูกศิษย์ชั้นใน เขาจะได้รับการดูแลที่ดีและจะสามารถรับภารกิจของสำนักซึ่งมีผลตอบแทนที่สูงยิ่งกว่า ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปฏิเสธในการเป็นลูกศิษย์สำนักชั้นในเลยแม้แต่น้อย 


    นั่นทำให้สองพี่น้องตระกูลหนี่รู้สึกสับสนว่าอะไรทำให้จางหลินตัดสินใจปฏิเสธคำเชิญของผู้เฒ่าเฉา


    แต่ผู้เฒ่าเฉากลับแสดงสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง และกล่าวโน้มน้าวต่อไป “เจ้าควรไตร่ตรองให้ดี หากเจ้าเป็นลูกศิษย์ชั้นใน เจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลว่าตระกูลโจวจะใช้อำนาจภายนอกมากดขี่เจ้าอีกต่อไป… เจ้าก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสถานะของเจ้าในตอนนี้ต่ำต้อยกว่าโจวเหยาเซียนมาก หากเจ้าไม่มีสถานะศิษย์ชั้นในคอยคุ้มครองในขณะที่อยู่ในสำนัก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เจ้าคงจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน”


    จางหลินเพียงตอบกลับอย่างใจเย็น “คู่มือสำนักจักรพรรดิดาราหน้าที่หนึ่ง ข้อที่หก กฎข้อย่อยที่หนึ่ง ห้ามมิให้ลูกศิษย์สำนักเข่นฆ่ากันเอง มิเช่นนั้นจะได้รับโทษสถานหนักจากหอลงทัณฑ์ บทลงโทษที่ร้ายแรงที่สุดคือถึงขั้นประหารชีวิต!”


    คิ้วของผู้เฒ่าเฉายกขึ้นอย่างสงสัย “เจ้ากำลังจะสื่ออะไร?”


    จางหลินนำมือทั้งสองไพล่หลังและกล่าวอย่างสงบ “ข้ายอมที่จะเป็นเพียงแค่ผู้ดูแลพิเศษดีกว่าการเป็นศิษย์ของสำนัก เพราะหากข้าคิดจะฆ่าใครสักคน การลงโทษของผู้ดูแลพิเศษไม่ได้หนักหนาเทียบเท่ากับบทลงโทษของการเข่นฆ่าลูกศิษย์ด้วยกันเอง… หากข้าเป็นศิษย์สำนัก คงเป็นเรื่องยากที่จะฆ่าสองพี่น้องตระกูลโจวโดยไม่ได้รับโทษทัณฑ์ประหารชีวิต”


    “แค่กๆๆ!” หนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงสำลักน้ำลายอย่างหนักราวกับเป็นวัณโรค เมื่อรับฟังเหตุผลในการปฏิเสธของจางหลิน


    ที่แท้เหตุผลที่เขาไม่ยินยอมที่จะเป็นลูกศิษย์ชั้นในก็เป็นเพราะ เขามีความคิดที่จะสังหารโจวเหยาเซียนและโจวหยวน!


    หากเขาสังหารสองพี่น้องตระกูลโจวในฐานะลูกศิษย์สำนัก เขาอาจจะได้รับบทลงโทษสถานหนักจากสำนักจนถึงขั้นประหารชีวิต!


    ด้วยเหตุผลนี้เขายอมที่จะละทิ้งสถานะและการดูแลที่ดีที่สุดไปด้วยซ้ำ


    หากเป็นคนปกติย่อมมองว่าแนวคิดของจางหลินเป็นเรื่องไร้สาระอย่างแน่นอน แต่สำหรับตัวของจางหลินที่ทั้งชีวิตไม่มีอะไรไปมากกว่าการเข่นฆ่า สถานะของผู้ดูแลพิเศษย่อมสะดวกยิ่งกว่าเป็นไหนๆ


    ก่อนหน้านี้ความเป็นปฏิปักษ์ของจางหลินและโจวหยวนเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เกิดจากความเย่อหยิ่งของโจวหยวนเท่านั้น เขามองว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และคงจะผ่านพ้นไปได้โดยไร้ซึ่งความขัดแย้งทันทีที่หนี่ซวงยื่นมือเข้ามาช่วย


    แต่การที่โจวหยวนได้ดึงบุคคลระดับสูงของสำนักอย่างโจวเหยาเซียนลงมา นั่นทำให้จางหลินตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถเมินเฉยทั้งสองได้อีกต่อไป!


    ในปัจจุบันความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างจางหลินและสองพี่น้องตระกูลโจวได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จางหลินมั่นใจว่าต่อให้เขาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับตระกูลโจวอีก แต่ตระกูลโจวจะไม่มีวันปล่อยเขาไปง่ายๆ 


    ในกรณีนี้ผู้ที่ไม่เด็ดขาดจะต้องพบกับชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย!


    เขาจะไม่มีวันปล่อยให้มีภัยคุกคามใดๆเกิดขึ้นอีกต่อไป! ประสบการณ์การสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตได้สอนให้เขาต้องไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ!


    หากเขาไม่ฆ่าศัตรูเพราะความใจอ่อน เขาก็จะเป็นคนที่ถูกฆ่าแทน!


    ฉะนั้นมีเพียงการถอนรากถอนโคนเท่านั้นที่จะหยุดเรื่องนี้ได้!


    คำตอบของจางหลินทำให้ผู้เฒ่าเฉาพูดไม่ออกเช่นกัน


    [เจ้าหมอนี่คิดจะฆ่าล้างลูกหลานตระกูลโจวจริงๆงั้นหรือ?]


    [เจ้าหนูนี่เป็นผู้ดูแลพิเศษของตระกูลหนี่ที่ถูกส่งมาปกป้อง หรือถูกส่งมาเพื่อเข่นฆ่าทุกคนที่มาขวางทางกันแน่?]


    สีหน้าแววตาของจางหลินยังคงไร้อารมณ์ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ซ้ำแล้วในแววตาที่ลึกล้ำยังเก็บงำความกระหายเลือดที่รอการปะทุเอาไว้


    ผู้เฒ่าเฉาที่เห็นดังนั้นก็เงียบไป ไม่นานเขาก็ถามขึ้นอีกครั้ง “เจ้าหนู เจ้าจะปฏิเสธสถานะศิษย์ชั้นในจริงๆงั้นหรือ?”


    จางหลินผงกศีรษะเบาๆและไม่พูดอะไรให้มากความ


    ผู้เฒ่าเฉาที่เห็นความจริงจังบนใบหน้าของจางหลินก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าหนูหน้าตาย แม้ว่าเจ้าจะยึดติดกับกฎของสำนักจักรพรรดิดารา แต่ในความเป็นจริงก็มีกรณียกเว้นหากต้องการเข่นฆ่าลูกศิษย์ด้วยกันเองโดยไม่ผิดกฎและไม่มีโทษทัณฑ์”


    “โอ้?” จางหลินดูจะสนใจหัวข้อนี้เป็นอย่างยิ่ง “ข้าอยากฟัง”


    ผู้เฒ่าเฉาเผยอมุมปากราวกับว่าอ้อยได้เข้าปากช้างไปแล้วครึ่งหนึ่ง “หากเป็นการประลองในสำนักหรือเป็นการแลกเปลี่ยนคำแนะนำ จะไม่อนุญาตให้มีการเข่นฆ่าลูกศิษย์ด้วยกันเองก็จริง แต่ก็ยังมีเหตุการณ์พิเศษเฉกเช่นการประลองระหว่างสำนักและการรับภารกิจของสำนัก ตราบใดที่ออกนอกขอบเขตของสำนักไปแล้ว กฎเกณฑ์ของสำนักก็ไม่สามารถคุ้มครองลูกศิษย์ได้อีกต่อไป… แน่นอนว่ายังมีวิธีการอื่นที่การเข่นฆ่าลูกศิษย์ด้วยกันเองจะไม่มีความผิด”


    “โอ้?” ดวงตาของจางหลินเริ่มจะเป็นประกายลุกวาว เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มที่จะถูกโน้มน้าวโดยผู้เฒ่าเฉาเข้าให้แล้ว


    แต่กลับกันหนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงที่ได้ยินได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา


    [ไหงผู้เฒ่าเฉาถึงได้ชี้โพรงให้กระรอกเช่นนี้?]


    [ชายชราผู้นี้คิดจะเปลี่ยนสำนักยุทธ์ให้เป็นแม่น้ำโลหิตหรือไม่?]