"อย่าตามข้ามานะ!"
ลู่หานในร่างของนกน้อย กำลังบินหนีเ้าบาซิลิสก์ตัวหนึ่งที่พยายามจะกินเขาอยู่ แต่ว่าในโชคร้ายก็ยังมีโชคดี ตอนที่เขาพลัดตกจากหลังของไค เขาเกือบโดนบาซิลิสก์อีกตัวเหยียบเข้าเสียแล้ว เขารีบกระพือปีกบินเพื่อเอาตัวรอด ในที่สุดเขาก็ลอยตัวขึ้นมาได้เสียที แต่ตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญกว่ามากเพราะเขาต้องเอาตัวรอดจากตัวประหลาดนี้เสียก่อน
นกน้อยที่ตอนนี้ระหกระเหิน บินหนีบาซิลิสก์อย่างทุลักทุเล ก็เริ่มที่จะหมดแรงเข้าไปทุกที ด้วยขนาดปีกที่เล็กและสั้นทำให้ลู่หานต้องให้กำลังอย่างมากเพื่อกระพือปีกให้บิน หากเขาจะกลายร่างเป็มนุษย์ก็คงหนีเ้าบาซิลิกส์ไม่พ้นอยู่ดี เพราะเขาไม่มีพลังที่จะสามารถป้องกันตัวได้เลย
ฟิ้ว~
ก่อนที่ลู่หานจะเพลี่ยงพล้ำ ก็ได้มีพายุขนาดใหญ่เกิดขึ้น ความแรงของมันสามารถเหวี่ยงเ้าบาซิลิกซ์ที่กำลังจะกัดเข้าที่ตัวของเขาออกไปได้ แต่ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่พายุธรรมดา สายลมรุนแรงกับฝนที่ถล่มลงมานั้นมีประกายเวทแรงกล้าอยู่ใจกลางของพายุ มันกำลังกลืนกินทุกอย่าง
.
.
.
สายลมเอือยพัดเบาๆ ต้นไม้ใบหญ้าพลิ้วไหวไปกับสายลม สิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ส่งเสียงร้องไพเราะเสนาะหู ในยามเช้าที่สดใส น้ำค้างที่เกาะตัวบนต้นไม้ใบหญ้าทำให้ป่าแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา แสงแดดในยามเช้าที่แสนอบอุ่น พร้อมกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานรับแสงของดวงอาทิตย์ หมู่มวลผีเสื้อบินว่อนตอมดอกไม้หลากหลายสีอย่างสนุกสนาน
เปลือกตาสีสวยเปิดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่หมดสติไปทั้งคืน ตากลมโตสวยกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับให้ตาคุ้นชินกับแสงแดด ใบหน้าสวยยู่หน้าเล็กน้อย พวงแก้มอมชมพูขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อโดนความร้อนจากแสงแดด ปากสีแดงสดเอ่ยพึมพำเบาๆ ลู่หานพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่ง ก่อนที่คิ้วสวยจะขมวดมุ่น เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
ที่นี่ที่ไหน
เขาจำได้ว่าเขาอยู่ที่ป่าเบร์ยเดนไม่ใช่หรือ แล้วก็กำลังหนีสัตว์ประหลาดตาสีแดงน่ากลัวอย่างบาซิลิกซ์อยู่ไม่ใช่หรือไง
สถานที่ไม่คุ้นตาทำให้คนตัวเล็กนั้นสงสัยเป็อย่างมาก เท้าเล็กเริ่มเคนื่อนที่เดินสำรวจพื้นที่รอบๆที่ตัวเองนอนอยู่ ก็พบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม กล่าวได้ว่าในชีวิตนี้เขาไม่เคยเห็นทัศนียภาพที่งดงามตระการตาเช่นนี้มากก่อน แสงแดดร่ำไรสะท้อนเข้ากันเมฆสีสันสดใส กับละอองน้ำตกขนาดใหญ่ ทำให้เกิดประกายสายรุ้งขึ้น ราวกับว่าเขาอยู่บน์ไม่มีผิด
"…"
.
.
.
“เซฮุน”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนตัวเองที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ เขาไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนเลยสักนิด เหมือนรูปปั้นหินเข้าไปทุกที ทำให้คนที่มองอยู่รู้สึกอึดอัด เพราะร่างโปร่งนี่นั่งอยู่ในท่านี้มาสองวันแล้ว
ไร้เสียงตอบกลับจากเ้าของชื่อ ทำให้คนเอ่ยเรียกจำต้องเดินเข้าไปสำรวจคนที่นั่งนิ่งเป็หินไร้ชีวิตชีวา ขายาวสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆคนที่นั่งอยู่บนแท่นหิน มือหนายื่นออกไปข้างหน้าหวังจะเขย่าตัวเพื่อนสนิท แต่คนตรงหน้ากลับลืมตาขึ้นมาเสียก่อน
“ข้านึกว่าเ้าตายแล้วเสียอีก”
เสียงทุ้มเอ่ยพลางทำหน้าโล่งอกและถอนหายใจเฮือกใหญ่ คนที่ชอบโดนทักว่าเหมือนคนตายอยู่ตลอดเวลาทำหน้าเรียบเฉย ั์ตาสีดำทมิฬจ้องมองเพื่อนสนิทที่เรียกชื่อของเขา เมื่อไม่เห็นอีกคนพูดอะไร ั์ตาสีดำทมิฬก็หลับตาลงอีกครั้ง
“เ้าจะไม่พูดกับข้าเลยหรือ”
“...”
“ก็ได้ ข้าพูดคนเดียวก็ได้”
ชานยอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดประชดประชันเล็กน้อย เขาเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง และเริ่มพูดถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก แต่่นี้นั้นดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติ ทำให้ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นถึงสองครั้งใน่เวลา 1 ปีที่ผ่านมา
“เมื่อคืนเกิดเซฟไฟร์ขึ้น”
“...”
เ้าของั์ตาสีดำทมิฬลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และมองมายังร่างโปร่งทันทีคนถูกถามไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อนสนิทตรงหน้า แต่กลับถามคำถามออกไปแทนที่จะเป็คำตอบให้อีกคน
“ทำไม”
"เ้าก็สนใจป่าเบรย์เดนอยู่ใช่ไหมเล่า ทำไมไม่ออกไปดูแลป่าของเ้าบ้าง"
“…”
"ข้าก็ไม่รู้มากนัก มันพัดพาอะไรบางอย่างเข้ามาที่นี่ด้วย แต่ข้าไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายกับสิ่งสิ่งนั้น"
“...”
"ข้าว่ามันมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ดูเหมือนว่ามีบางอย่างทำให้เวทแปรปรวน ปกติเซฟไฟร์จะไม่เกิดขึ้นบ่อยขนาดนี้ ในร้อยปีที่ผ่านมา เกิดเซฟไฟร์ไม่ถึงห้าครั้ง แต่ปีนี้กลับเกิดขึ้นถึงสองครั้ง"
“...”
"ข้างนอกนั่นต้องมีอะไรแน่ๆ"
“...”
ร่างสูงโปร่งที่นั่งฟังเพื่อนสนิทพูดเงียบๆ ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางบิดตัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความเมื่อยล้า จากการนั่งนิ่งๆ เป็เวลานาน
ภาพนี้อีกแล้ว ชานยอลได้แต่เบ้ปากให้กับเพื่อนตัวสูงที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดีไปหมด แต่เสียดายที่เพื่อนเขาเป็พวกแปลกคน เสียดายความหล่อที่พระเ้ามอบให้ชะมัด ช่างมอบให้ไม่ถูกคนเสียจริงๆ
สายตาเรียบนิ่งจ้องไปที่เพื่อนสนิท ที่ดูก็รู้ว่ากำลังนินทาเขาอยู่ในใจแน่ๆ เมื่อชานยอลเห็นว่าอีกคนมองเขานั่น ก็ยกมือสองข้างขึ้นมาพลางส่ายหน้าว่าไม่มีอะไร
“เ้าสนใจไปสำรวจป่ากับข้ามั้ย”
“ไม่”
เสียงแหบทุ้มเอ่ยออกมา ก่อนจะหันตัวหวังจะเดินไปจากตรงนี้ ใบหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ไม่ได้แสดงสีหน้ากังวลใดๆ กับเื่ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย ขายาวก้าวเดินอย่างมั่นคง
“เ้าจะไปไหน”
“อาบน้ำ”
เสียงเรียบเหมือนเคยถูกเปล่งออกมาจากเ้าของร่างที่ไร้ชีวิตชีวา แต่ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะได้เดินจากไป ชานยอลก็ได้วิ่งมายืนอยู่ข้างหน้าเ้าตัวแล้ว
“ไปแช่น้ำที่น้ำตกเอลล่าไหม”
“ไม่”
“เ้าอาบน้ำในถ้ำมานานแล้ว ไปแช่น้ำที่นั่นเถอะ เ้าจะรู้สึกดีมาก”
“...”
ร่างสูงโปร่งไม่ได้ตอบอะไรอีก ขายาวสาวเท้าไปข้างหน้า ไม่ได้สนใจร่างโปร่งของอีกคนเลยแม้แต่น้อย ความเฉยชาที่เซฮุนมีให้เขา ทำให้อารมณ์ของเขาขาดสะบั้น ชานยอลตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ที่ถ้าหากเมื่อ 100 ปีที่แล้วเขาทำเช่นนี้หัวคงได้หลุดออกจากบ่าแน่นอน
.
.
.
“หิวจัง”
เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาๆ มือสวยยกขึ้นมาลูบท้องของตัวเองงแบนที่ส่งเสียงร้องประท้วงเมื่อไม่มีอาหารตกถึงท้อง สองขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนสำรวจบริเวณรอบๆ ก่อนจะเจอเข้ากับผลไม้สุดโปรดปรานของเขา
“ลูกพีชนี่”
ปากสีแดงสดเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว พลางฉีกยิ้มสดใส จนเห็นเขี้ยวเล็กๆของเ้าตัว ร่างบางไม่รอช้า สองขาสาวเท้าตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ทันที ต้นไม้ที่นี่นั่นมีขนาดสูงใหญ่กว่าป่าวิตนีย์มาก คนตัวเล็กชั่งใจอยู่เล็กน้อย ก่อนจะกลายร่างเป็นก และบินขึ้นไปบนต้นพีช เมื่อขึ้นมาบนต้นไม้ได้แล้ว ร่างเล็กก็กลับมาเป็คนปกติ
ลู่หานเริ่มสำรวจผลไม้ที่อยู่บนต้นไม้ มือเล็กเอื้อมไปจับลูกพีชที่อยู่บนหัว แววตาแห่งความสุขเปล่งประกายจากั์ตาสีน้ำตาลอ่อน ปากสีแดงสดอ้าปากกว้างเผยให้เห็นสองเขี้ยวเล็ก ก่อนจะกัดเข้าไปที่ลูกพีชลูกนั้น รสชาติหวานหอมของลูกพีช ทำให้คนตัวเล็กยิ้มจนตายี๋ สองขาหย่อนลงมาจากกิ่งไม้แกว่งไปมาอย่างมีความสุข เมื่อผลไม้หนึ่งลูกหมดไป ร่างเล็กก็มองหาลูกพีชต่ออีกครั้ง แต่สายตาก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง
“…!”
เ้าของร่างบางเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง เพราะข้างหลังเขา หลังต้นพีชต้นนี้เป็หน้าผา ตอนนี้เขาอยู่บนต้นไม้ริมหน้าผาน้ำตกขนาดใหญ่ เมื่อครู่ที่เดินอยู่ข้างล่างเหมือนอยู่แดน์ หากแต่ภาพที่ได้มองอยู่ในขณะนี้เป็ยิ่งกว่า เขาเรียกว่าเป็สรวง์ได้หรือไม่
คนตัวเล็กยกยิ้มอีกรอบพลางสูดเอากลิ่นธรรมชาติเข้าเต็มปอด มือเล็กเอื้อมไปหยิบลูกพีชที่อยู่ไม่ไกลตัวเองนัก ปากสีแดงสดงับเข้าที่ผลไม้ลูกนั้นทันที สายตาก็ชื่นชมกับความงามของน้ำตกอย่างไม่วางตา
ลูกพีชลูกแล้วลูกเล่าที่ถูกคนหิวโซกินไป ทำให้ตอนนี้ท้องของเขาเริ่มจะรับไม่ไหว แต่ด้วยความที่ต้องเดินทางอีกไกล คนตัวเล็กก็ยังไม่ยอมหยุดเก็บลูกพีช ปากสีแดงสดคาบชายเสื้อเอาไว้ เผยให้เห็นหน้าท้องขาวเนียน มือเล็กเก็บลูกพีชมาใส่ไว้ในเสื้อจนเต็ม แต่คนโลภมากก็ไม่ยอมพอเสียที
"ลูกสุดท้าย"
แกร็ก!
"อ๊ากก!"
กิ่งไม้ที่เ้าตัวเหยียบอยู่ดันหักขึ้นมา ทำให้ร่างบางของลู่หาน ดิ่งลงสู่น้ำตกสูง แต่ร่างเล็กก็ไม่ได้กลายร่างเป็นก เพราะกลัวว่าผลพีชที่เก็บมาจะหล่นน้ำหายไป ลู่หานหลับตาปี๋ พลางกอดลูกพีชของตัวเองไว้แน่น ก่อนที่แผ่นหลังจะกระทบกับพื้นน้ำเย็น ทำให้น้ำกระจายเป็วงกว้าง
ตู้ม!
"ลงมาสิ"
เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนจะฆ่าเขาอยู่ ก็เขาจัดการรวบตัวเพื่อนตัวสูงคนนี้แล้วลักพาตัวมาที่นี่น่ะสิ ดูจะใจกล้าบ้าบิ่นไปสักหน่อยที่เขานั้นกล้าไปลักพาตัวจอมราชันอย่างั ตอนนี้ก็แทบจะโดนกินอยู่แล้ว เขาฟันธงเลยว่าถ้าเขาไม่ใช่เพื่อนของเซฮุนที่รู้จักกันมาั้แ่เด็ก เขาคงตายั้แ่รวบตัวเอาไว้แล้ว คงไม่มีชีวิตรอดจนบินมาถึงน้ำตกแห่งนี้หรอก
สายตาเย็นเหยียบถูกส่งไปให้ผู้ที่มีความกล้าอย่างยิ่งในการรวบหัวรวบหางเขามาที่นี่ ใบหน้าหล่อเหล่าของชานยอล ส่งยิ้มทะเล้นมาให้เ้าของร่างสูงโปร่ง พลางนอนแช่น้ำอย่างสบายใจ
คนที่โดนรวบตัวมาได้แต่ถอนหายใจ พลางถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่ออก แล้วกองไว้ข้างๆ กับคนที่ลงน้ำไปแล้ว สองขายาวก้าวลงไปในน้ำ แล้วว่ายไปอีกฝั่งของน้ำตก
ร่างสูงโปร่งสำรวจพื้นที่รอบๆ ของน้ำตกเอลล่าแห่งนี้ ที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์เหมือนเคย สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างใช้ชีวิตอยู่ใกล้ๆ น้ำตกแห่งนี้ นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้
ร่างสูงโปร่งลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ ั์ตาสีดำทมิฬหลับตาลงเมื่อรู้สึกสงบ ทั้งสองไม่พูดอะไร ต่างคนต่างแช่น้ำซึมซับเอาความผ่อนคลาย เสียงน้ำตกลงมากระทบพื้นเป็ระยะ ไม่ได้ทำให้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด แต่กลับทำให้รู้สึกสงบใจอย่างน่าประหลาด
ตู้ม!
มีบางอย่างตกลงมาสู่ผิวน้ำ มวลน้ำหนักที่ตกลงมาทำให้น้ำกระจายตัวเป็วงกว้าง คนที่กำลังผ่อนคลายกับการแช่น้ำทั้งสองจำต้องลืมตาขึ้นมามองทันที
ร่างเล็กที่ตกลงสู่ผิวน้ำของน้ำตก พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา ลูกพีชทั้งหมดลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ มือเล็กรีบคว้าลูกพีชที่ลอยออกไปเก็บมาไว้ที่เดิม ปากสีแดงสดคาบชายเสื้อไว้แน่น ดวงตาคู่สวยที่กำลังกวาดมองหาลูกพีชของตัวเองต้องชะงัก เมื่อเจอกับชายแปลกหน้าสองคนที่กำลังเปลือยกายและมองมาที่เขาอยู่
"อ เออ...สวัสดี"
ใบหน้าน่ารักขึ้นสีเมื่อสบสายตาเข้ากับั์ตาสีดำทมิฬ ปากสีแดงสดก็อ้าปากเหว่อ ชายเสื้อที่คาบไว้ถูกปล่อยลงมา ทำให้ลูกพีชทั้งหลายกลับมาลอยตัวบนผิวน้ำอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยมารยาทอย่างเก้ๆกังๆ
"..."
ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ แต่สายตาเรียบนิ่งนั้นยังมองมาที่ตัวเขา คนตัวเล็กซึ่งทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่กำมือแน่น ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนกลอกไปมาเหมือนหาที่วางสายตาไม่ได้ ไม่รู้จะมองไปที่ไหน ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า
"เ้าเป็ใคร?"
เสียงทุ้มถูกเอ่ยออกมาจากร่างสูงอีกคนที่อยู่ไม่ไกลจากเขานัก ั์ตาสีน้ำตาลเข้มก็มองเขาอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน ชานยอลว่ายน้ำเข้ามาใกล้เพื่ิอนตัวสูงและผู้มาใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ
"ป เป็นก"
"เป็นก?"
"ใช่"
"ทำไมข้าไม่เคยเห็นเ้า"
เสียงทุ้มยังคงเอ่ยถามร่างบางตรงหน้า แต่ร่างสูงโปร่งของอีกคนกำลังเดินขึ้นจากผิวน้ำ เซฮุนออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบๆและเริ่มใส่เสื้อผ้าที่ถอดไว้ ก่อนจะหันมามองทั้งสองคนที่กำลังคุยกันอยู่
"เอ่อ คือว่า ข้าหลงทาง ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน"
"เ้าเองสินะ ผู้บุกรุก"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา พลางสำรวจคนตรงหน้าด้วยสายตาอย่างถี่ถ้วน คนผู้นี้ดูเหมือนจะอายุน้อยนัก ใบหน้าสวยได้รูป ดวงตากลมโตที่ไม่กล้าสบตาเขา ริมฝีปากแดงสดที่เม้มเข้าหากันแน่นจนดูเหมือนจะห่อเื ก่อนที่จะเปิดปากเถียงเขายกใหญ่
"ข้าไม่ได้บุกรุก! ข้าหลงทางต่างหาก"
“…”
"ท่านพอจะบอกทางให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ต้องไปทางไหน ข้าอยากไปป่าวิตนีย์"
"ที่นี่ไม่มีทางออกหรอกนะ"
ชานยอลยิ้มมุมปาก ไม่บ่อยนักที่จะมีคนพัดหลงเข้ามาในป่าเบรย์เดน ที่นี่ถูกปกคลุมด้วยเวทแรงกล้า ผู้ที่สามารถควบคุมมันได้ก็คือเพื่อนหน้าตายของเขา ร่างสูงโปร่งพูดพลางเดินมาหาผู้บุกรุกตัวน้อยที่ตอนนี้ทำหน้าเหวออยู่
"ม ไม่มีทางออกหรือ ที่นี่มันที่ไหนกันแน่"
"ป่าเบรย์เดนยังไงหล่ะ"
"..."
"แต่ป่าเบรย์เดนที่ข้าเห็นเมื่อวานไม่ใช่แบบนี้นี่ ทั้งรกร้างและอันตราย แล้วท่านเจอเพื่อนของข้าหรือเปล่า"
"ข้าไม่แน่ใจว่าเพื่อนของเ้าจะอยู่ที่นี่หรือเปล่า"
คนตัวเล็กเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งคิ้วขมวดเข้าไปใหญ่ สีหน้าที่แสดงออกถึงความไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ถ้าที่นี่คือป่าเบรย์เดน เหตุใดจึงไม่เหมือนกับที่เขาเจอเมื่อวาน และถ้าเป็ป่าเบรย์เดนจริงเพื่อนเขาก็ต้องอยู่ที่นี่ ลู่หานพยายามนึกถึงเหตุและผลที่ร่างสูงข้างหน้าได้กล่าวมา แต่เขานั้นยังสับสนนัก
"หมายความว่ายังไง"
“ที่ที่เ้าอยู่ ไม่ใช่ใครก็เข้ามาได้”
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกครั้ง พลางหยิบลูกพีชที่ลอยน้ำอยู่ขึ้นมากิน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความพอใจกับรสชาติที่ได้รับจากลูกพีช คนตัวเล็กไม่ได้พูดอะไรออกไป แต่ทำหน้าเป็คำถามส่งให้คนที่ขโมยลูกพีชของเขา
“…”
"เ้าโดนพายุพัดมามิใช่หรือ นั่นคือเซฟไฟร์ เป็ทางเดียวที่เ้าจะเข้ามายังที่แห่งนี้ได้ พายุธรรมดาก็พัดเ้าเข้ามาไม่ได้หรอก เซฟไฟร์มีเวทมนตร์บางอย่างแฝงอยู่ เลยทำให้เปิดประตูเข้ามาในอาณาเขตนี้ได้"
“…”
“ที่นี่น่ะ ปิดตายมาร้อยปีแล้ว”
คนตัวเล็กนิ่งเงียบไป สมองกำลังประมวลผลกับข้อมูลที่เ้าตัวเพิ่งได้รับมาใหม่ ใบหน้าน่ารักแสดงสีหน้าหลากหลายอารมณ์ ประหลาดใจ ใ งุนงง การแสดงออกทั้งหมดนั่นอยู่ในสายตาของเ้าของั์ตาสีดำทมิฬ ร่างสูงโปร่งยืนมองร่างเล็กนั่นเงียบๆ ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนดังตะวันฉายแสง ริมฝีปากสีแดงสดที่ขยับไปมา กับพวงแก้มสีแดงระเรื่อยามเมื่อจ้องตา ใบหน้านี้ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“คาดไม่ถึงเลยล่ะสิ”
"แล้วข้าจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อเกิดเซฟไฟร์ขึ้นอีกครั้งหรือ?"
เสียงหวานเอ่ยออกมาอีกครั้ง ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องร่างสูงโปร่งของชานยอลอย่างรอคำตอบ
"ใช่"
"แล้วจะเกิดเซฟไฟร์ขึ้นอีกเมื่อไหร่"
"ร้อยปีที่ผ่านมา เกิดเซฟไฟร์ประมาณห้าครั้ง"
คำตอบที่ได้รับจากร่างสูงโปร่ง ทำให้ร่างบางแทบจะลมจับ หากหนึ่งร้อยปีเกิดขึ้นเพียงห้าครั้ง เขาต้องรออีกประมาณ 20 ปีเป็อย่างต่ำจึงจะสามารถกลับบ้านได้อย่างนั้นหรือ ยิ่งคิดเหมือนจะยิ่งเจอทางตัน เขามองไม่เห็นทางออกของเหตุการณ์ที่เลยสักนิด หากต้องติดอยู่ที่แห่งนี้เป็เวลานานขนาดนั้น ทุกคนคงคิดว่าเขาได้ตายไปแล้วแน่ๆ
"แล้วท่านช...โอ้ย!"
เสียงร้องถูกเปล่งออกมาจากเ้าของร่างบาง ที่ตอนนี้โดนสัตว์ประหลาดอย่างบาซิลิกส์ใช้กรงเล็บจิกเข้าที่ไหล่เล็ก มันกำลังบินขึ้นจากน้ำตก
"บาซิลิกส์!"
ชานยอลที่เห็นบาซิลิกส์ฉกคนที่อยู่ตรงหน้าไปต่อหน้าต่อตาก็ะโออกมาอย่างใ ร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนมองอยู่ เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ยังคงเงียบไม่ไหวติง คนตัวเล็กกำลังจะถูกคาบหายไป ขายาวกำลังจะก้าวไปข้างหน้าก็ต้องหยุดชะงักลง
"..."
เพกาซัสรูปร่างสง่างามคุ้นตาก็ได้ปรากฏตัวขึ้น ม้าเพกาซัสพุ่งตัวจากน่านน้ำทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยความเร็วดั่งสายลม คลื่นลมขนาดใหญ่พัดเข้าไปที่ตัวของเ้าบาซิลิกส์ ทำให้มันเสียการทรงตัว กรงเล็บที่จิกไหล่ของคนตัวเล็กไว้เปิดออก ทำให้ร่างเล็กดิ่งลงสู่พื้นทันที ร่างบางที่ตอนนี้ใจนหมดสติไป ไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“เซฮุน ข้ารับไม่ทัน”
เสียงทุ้มถูกเอ่ยออกมาทำให้คนที่ยืนมองเหตุการณ์นิ่งๆ เริ่มมีความเคลื่อนไหว มือหนายกขึ้นมา เพียงชั่วพริบตาร่างที่ควรจะตกสู่พื้นน้ำก็ถูกเวทมนตร์สีม่วงคลุมร่างเอาไว้ และลอยมาสู่อ้อมแขนของร่างสูงโปร่ง
ดาบที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสายลมพุ่งไปที่บาซิลิกส์ตัวนั้น ดาบคมปักคาอยู่ที่หัวใจของบาซิลิกส์ ทำให้ร่างของมันแน่นิ่ง และกำลังตกลงสู่พื้นดิน เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว ชานยอลก็กลับมาหาเพื่อนตัวสูงที่ตอนนี้กำลังอุ้มคนแปลกหน้าอยู่ในมือ
"เอายังไงกับคนผู้นี้ดี"
"..."
"ทิ้งไว้ที่นี่ก็ไม่ได้ งั้นข้าฝากเ้าดูด้วยนะเซฮุน ข้าคงต้องไปตรวจป่าเสียหน่อย ว่ามีบาซิลิกส์เข้ามาได้ยังไง"
เมื่อพูดจบชานยอลก็ได้จากไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ร่างสูงโปร่งยืนอยู่ตรงนั้นกับคนแปลกหน้าอีกคนที่ไม่มีสติเ้าของใบหน้าเรียบเฉยหันมามองหน้าคนที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองอีกครั้ง พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาชั่งใจเล็กน้อยไม่รู้จะเอายังไงต่อไปทำได้เพียงแต่พาคนตัวเล็กกลับไปที่ถ้ำก็เท่านั้น แต่ใช่ว่าเขาจะอยากพาคนแปลกหน้าไปยังถิ่นของเขา เพียงแต่ไม่มีทางเลือก แต่เขาหารู้ไม่ว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล