ฟงอวี่เมื่อได้ฟังก็ต้องมีสีหน้าที่ประหลาดใจ บอสไครเซอร์คนนี้อายุน้อยมาก ถ้ามองจากรูปร่างภายนอกก็20ต้นๆเองนะ แต่กลับทำให้ท่านไอรอนคนนั้นยอมรับได้ อย่าลืมนะว่าพวกมันทั้งสามเป็นใคร พวกมันคือหน่วยที่ทรงพลังที่สุดภายในองค์กร ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนพวกมันเป็นโจรขโมยที่ก่อเรื่องไปทั่ว สังหารอาชญากรที่โหดร้ายจนมีชื่อเสียงที่เลื่องลื่อไปทั่ว ด้วยพลังนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่ไม่ธรรมดา จึงทำให้สามารถหลบซ่อนและหลบหนีออกมาได้ทุกครั้ง ยิ่งทำไปนานๆเข้าค่าหัวของพวกเขาก็ยิ่งสูงขึ้น ในวันนึงพวกมันทั้งสามก็ถูกต้อนจนมุม สมาพันธ์การเดี้ยนได้ส่งริปเปอร์ที่มีพลังไม่ธรรมดาคนนึงออกมาไล่ล่าพวกมัน แต่ก็ได้ท่านไอรอนช่วยชีวิตเอาไว้ ทั้งสี่คนต่อสู้รุมเจ้าริปเปอร์กันจนแทบจะตายกันไปข้างและผลลัพธ์สุดท้ายพวกเขาทั้งสี่ก็สามารถชนะพร้อมกับหลบหนีออกมาได้
หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกมันทั้งสามก็ติดตามไอรอนคนนี้อย่างเคารพและเป็นพลังให้กับเขา แต่ก็ไม่คิดเลยว่าบอสที่หัวแข็งคนนั้นจะส่งมอบตำแหน่งให้กับชายหนุ่มคนนึงเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ตั้งแต่ที่รู้จักเขามาก็ไม่เห็นว่านิสัยของท่านไอรอนจะเป็นเช่นนี้เลยหนิ
"งั้นหรอ? ผมเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว ไอ้เจ้าเฟียร์เลนทรยศคุณสินะ"
ฟงอวี่กับอีกสองคนกำหมัดแน่นอย่างโกรธเกรี้ยว ใบหน้าเต็มไปด้วยความดำมืดพร้อมกับกลิ่นอายจิตสังหารที่รุนแรง เจ้าเด็กนั้นถูกแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าขององค์กรและยังเป็นคนที่ท่านไอรอนไว้เนื้อเชื่อใจ แต่มันกลับทรยศและขายข้อมูลต่างๆขององค์กรให้กับสมาคมจิ้งเหลนเพลิงหรอเนี่ย เสียดายที่มันตกตายไปก่อนแล้ว เพราะไม่งั้นพวกมันทั้งสามจะฆ่าสังหารเจ้านั่นด้วยตนเองเลยทีเดียว
ระหว่างนั่นทั้งสามคนก็โค้งคำนับให้กับไครเซอร์พร้อมกับเอ่ยขึ้น
"ขออภัยที่เสียมารยาทครับบอส ในเมื่อท่านไอรอนได้ส่งมอบตำแหน่งให้กับท่านแล้ว พวกเราทั้งสามก็ไม่มีปัญหาอะไรที่จะติดตามและรับใช้ท่าน หวังว่าองค์กรสเปคเตอร์ของพวกเราหลังจากนี้จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่างที่คาดไว้นะครับ!!"
ฟงอวี่กับอีกสองคนตกลงที่จะติดตามบอสชายหนุ่มคนใหม่นี้ พวกเขาไม่สงสัยถึงการตัดสินใจของไอรอนว่ามันเป็นยังไงหรือเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่ที่พวกมันได้ติดตามไอรอนมา เขาไม่เคยที่จะผิดพลาดหรือทำเรื่องอะไรโง่ๆ บอสไอรอน ไม่ใช่สิ รองหัวหน้าไอรอนคงจะเห็นอะไรในตัวไครเซอร์ผู้นี้ เขาจึงได้ฝากฝังทุกสิ่งเพื่อที่จะเริ่มต้นในอนาคตครั้งใหม่
"ขอบคุณครับทุกคน"
ไครเซอร์จับมือพวกเขาทั้งสามด้วยความยินดี ดวงตาเริ่มเปล่งประกาย สีหน้าหล่อเหลาแสดงความสุขออกมาอย่างชัดเจน ไม่คิดเลยว่าไอรอนจะมีคนที่ทรงพลังระดับนี้อยู่ถึงสามคน หนึ่งในนั้นยังเป็นถึงนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4อีก ต่อให้จะไม่มีพลังริปเปอร์แต่เขาก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพียงแค่จ้องมองท่าทางหรือลักษณะการเดินก็บอกได้เลยว่านี้แหละคือผู้เชียวชาญในการต่อสู้ เผลอๆเขาอาจจะต่อกรไอรอนที่มีพลังริปเปอร์ได้อย่างสูสีเลยด้วยซ้ำ
"งั้นก็เชิญบอสเข้าไปดูเถอะ พวกเราสำรวจคร่าวๆแล้วละ"
ทั้งสามพยักหน้ารับพร้อมกับเริ่มเดินเข้าสู่ปากถ้ำ ไครเซอร์กับไอรอนก็ไม่รอช้าที่จะติดตามพวกเขาเข้าไป
ภายในถ้ำกลางทะเลทรายแห่งนี้มีความกว้างที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่มันก็เพียงพอไว้ให้คนเดินผ่านเข้าไปได้ เมื่อพวกเขาทั้งหมดเดินเข้ามาเกือบสองนาที ทั้งห้าคนก็มาหยุดอยู่ตรงบริเวณนึง รอบบริเวณไม่มีอะไรอยู่เลย มีเพียงแค่กำแพงที่รายล้อมพวกเขาเอาไว้อยู่ เบื้องหน้าคือผนึงถ้ำที่ไม่มีเส้นทางให้เดินต่อหรือที่เรียกกันว่าทางตันนั่นเอง
"นี่แหละครับ บอสลองจ้องมองเข้าไปยังรูเล็กๆที่อยู่ตรงนี้ดูสิ"
ขณะนั่นฟงอวี่ก็ชี้มารอยแตกของกำแพงหินพร้อมกับอธิบายขึ้นเล็กน้อย
"อย่าบอกนะว่ามันอยู่หลังกำแพงนี่น่ะ?"
ไครเซอร์พูดขึ้นอย่างสงสัย เขาไม่รอช้าที่จะจ้องมองผ่านรูเล็กๆเข้าไป ทันใดนั้นภาพที่เขาเห็นตรงหน้าก็เต็มไปด้วยแสงสว่างสีทองประกาย มันสาดส่องสะท้อนเข้ามาในดวงตาอย่างเจิดจรัส ก้อนหินที่ราวกับคริสตัลมรกตผุดขึ้นไปทั่วทุกหนแห่งจนแทบจะไม่มีช่องว่าง
"นะ..นี่มัน ลูปคริสตัล เป็นเหมืองลูปคริสตัลจริงๆ!!"
เพียงแค่มองก็บอกได้เลยว่ามันมากมายยิ่งนัก ขนาดของแต่ละก้อนมันก็มีลักษณะที่ไม่ใหญ่มากนัก เพียงแค่ขนาดเท่ากำมือนึง แต่จากที่เห็นในสายตานั้น มันมากยิ่งกว่าหลายร้อยก้อนซะอีก เพียงพอที่จะทำให้องค์กรสเปคเตอร์ร่ำรวยขึ้นหลายสิบเท่า
"หะ..ไหนบอส ผมขอดูด้วย"
ไอรอนก็รีบเข้ามาดูเช่นเดียวกันและทันทีที่เขาเห็นดวงตาถึงกับเบิกกว้างกลมโต
"พระเจ้า?!! นี่มันเยอะมาก พวกเรารวยแล้วเว้ย!!"
ชายวัยกลางร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจ เลือดลมฉูบฉีดจนมีใบหน้าที่แดงกล่ำ นี้คือครั้งแรกที่มันได้เห็นอะไรเช่นนี้ ลูปคริสตัลนั่นโดยปกติแล้วเพียงแค่1-2ก้อนมันก็อาจจะไม่น่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่เบื้องหน้าที่มันเห็นนี่คืออะไร มันมากมายซะจนดวงตาของเขากวาดมองไม่ทั่ว มันคือเหมืองลูปครัสตัล โอกาศที่จะถือกำเนิดเหมืองแร่มันก็ไม่ได้มากมายอะไร อยู่ที่ปัจจัยและสภาพแวดล้อม แต่ก็ไม่คิดเลยว่าท่ามกลางทะเลทรายจะมีของล้ำค่าเช่นนี้อยู่จริงๆ
"เหอะๆ ไม่แปลกเลยที่พวกบอสจะตกใจ ในตอนแรกเจ้านี่ก็เข้ามาสำรวจเหมือนอย่างเช่นปกติ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มันมีจึงทำให้สังเกตเห็นถึงรูเล็กๆของรอยแตกนั่นได้และทำให้พวกเราทั้งสามได้มีโอกาสมาพบเจอมันยังไงละ ฮ่าฮ่า"
ฟงอวี่พูดอย่างชอบใจพร้อมกับชี้ไปยังบุคคลที่ยืนอยู่ด้านข้าง
"หึ? ไม่เท่าไหร่หรอกพี่อวี่ มันเป็นนิสัยส่วนตัวของฉัน พี่ก็รู้ไม่ใช่หรอ"
คนผู้นั่นพูดจบก็เปิดผ้าคลุมของตนเองออก ปรากฏให้เห็นถึงเส้นผมสีดำที่ยาวสลวยลงมา ดวงตาสีฟ้าครามมรกต ใบหน้าหล่อเหลาไม่แตกต่างไปจากไครเซอร์ ลักษณะของเขาแตกต่างไปจากมนุษย์อยู่บางส่วน ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าบริเวณหูของเขานั้นแหลมยาวอย่างผิดปกติ
ฟงอวี่กับไอรอนเมื่อเห็นว่าเขาเปิดเผยตนเองก็เลือบมองกันอย่างประหลาดใจ ดูเหมือนเจ้านี่จะเชื่อใจบอสคนใหม่อยู่ไม่น้อย เพราะเจ้านี่จะไม่ให้ใครเห็นถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริงของตนเอง
"นี่คุณเป็นเผ่าพันธุ์โนเวลหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อ..!!"
ไครเซอร์อุทานขึ้นเมื่อเห็นถึงหูที่แหลมยาวของเขา เผ่าพันธุ์โนเวลมีลักษณะที่สวยงาม พวกเขามีรูปลักษณ์ที่ไม่แตกต่างไปจากมนุษย์เลยซักนิด มีเพียงแค่หูของพวกเขาที่แหลมยาวและผิวพันที่เรียบเนียน เผ่าพันธุ์โนเวลถูกจัดว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความงดงามและมีคุณธรรมเป็นอันดับต้นๆของจักรวาล ไม่ว่าจะทั้งหญิงหรือชายก็ดูดีไปทั้งหมด ตัวของดวงดาวโนเวลเองก็มีพลังที่ไม่ธรรมดา พวกเขามีเทคโนโลยีระดับสูงที่เชียวชาญในเรื่องเชิงกลมิติต่างๆ เทคโนโลโนยีของพวกเขาสามารถฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของจักรวาลได้เช่นเดียวกัน ว่ากันว่าแม้แต่นักวิจัยชั้นนำของจักรวาลก็ยังไม่รู้การทำงานเทคโนโลยีของพวกเขา มันถูกสร้างขึ้นมาเป็นความลับและไม่แตกต่างไปจากดวงดาวแห่งสงครามเซราฟิมเลยซักนิด
ในจักรวาลแห่งนี้ดวงดาวโนเวลก็เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวชั้นนำที่มีพลังอันสูงล้ำ ประชากรของพวกเขามีอยู่หลายพันล้านคนและกระจายไปทั่วทุกหนแห่งของจักรวาล แต่ก็ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะได้มาพบเจอชาวดาวโนเวลคนนึงที่เมืองไร้กฎหมายแห่งนี้แถมเขายังเป็นอาชญากรอีก ว่าแต่เผ่าพันธุ์พวกเขารักความยุติธรรมไม่ใช่หรอ
"ใช่แล้วบอส มีไม่กี่คนที่รู้ว่าผมเป็นชาวโนเวล"
ชายหน้าหล่อพูดขึ้นพร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มออกมาอย่างขบขัน ไม่แปลกใจเลยที่บอสจะตกใจเช่นนี้ นอกจากไอรอนกับพวกฟงอวี่แล้ว คนในองค์กรมังกรดำก็ไม่มีใครรู้ถึงลักษณะที่แท้จริงของมัน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามันจะปกปิดตนเองไว้อย่างมิดชิดยังไงละ ถ้าเกิดคนนอกรู้ว่ามันคือชาวดาวโนเวลและยังเป็นอาชญากรอีกละก็ ตัวของมันคงจะถูกตามล่าโดยเผ่าพันธุ์เดียวกันอย่างแน่นอน
อีกด้านนึงในเวลาเดียวกันณห้องโถงใหญ่ของสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลก พวกเขากำลังจัดงานประชุมถึงเรื่องราวสำคัญที่มันกำลังจะได้เกิดขึ้น แต่ละคนมีสีหน้าที่เฉยชาเมื่อมองไปภาพโฮโลแกรมสามมิติที่กำลังถูกฉายอยู่ มันคือภาพอาณาเขตของเมืองขนาดใหญ่แห่งนึงที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง
"มัตติเป็นเอกฉันท์ ผลสรุปว่าเมืองไร้กฏหมายไม่สมควรจะมีอยู่อีกต่อไปแล้วสินะ อันที่จริงพวกเราปล่อยมะเร็งร้ายเช่นนี้ให้อยู่บนผืนโลกมานานเนิ่นนานแล้ว คงจะได้เวลากวาดล้างอาชญากรที่หลบหนีไปยังเมืองไร้กฏหมายจริงจังๆซักที"
...
อาว ซวยแล้วพระเอกกุ เพิ่งมาถึงเองจะโดนเล่นซะแล้ว