เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 122 เกือบโดนจับได้

            ใบหน้าของบุรุษผิวเข้มยิ่งดูดำคล้ำราวกับก้นหม้อไม่กล้าแม้กระทั่งจะโต้ตอบ ได้แต่หันหลังเดินจากไป

            หนีเจียเอ๋อร์เปิดไห รินสุราใส่จอกสองใบใบหนึ่งสำหรับโจวชิงหวา อีกใบสำหรับตัวเอง จากนั้นก็ยกจอกทั้งสองขึ้น “อาหวา ขอแสดงความยินดี ที่ได้เป็นองครักษ์ของท่านรองเจ้าสำนักไป๋หาน!” 

            โจวชิงหวารับจอกมาด้วยท่าทางสง่างามพลางคลี่ยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยน ประหนึ่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ “อาหนี ขอแสดงความยินดี ที่ได้เป็นแพทย์ประจำตัวของท่านรองเจ้าสำนักไป๋หาน!” 

            พูดจบ ทั้งสองก็หัวเราะแล้วยกสุราขึ้นมาดื่ม

            ...

            หลังจากจัดการเรื่องราวในเมืองเย่เสร็จแล้วไป๋หานก็พาพวกเขากลับมายังเมืองหลวง

            ทว่า นางมิอาจเชื่อใจคนทั้งสองได้อย่างสนิทใจจึงสั่งให้คนไปคอยติดตามเฝ้าประกบทุกฝีก้าว ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาอยู่ตามลำพัง จึงเป็นเรื่องยากที่จะหาวิธีเข้าถึงเอกสารลับของสำนักฝูเซิงได้ อีกทั้งการอยู่ที่นี่ ก็ถือเป็นเรื่องง่ายที่ตัวตนของทั้งสองจะถูกเปิดโปงโจวชิงหวากับหนีเจียเอ๋อร์จึงเริ่มรู้สึกกังวล

            จนกระทั่งได้ยินข่าวว่าทางพระราชวังจะมีการจัดงานเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับร้อยปีของแคว้นฉีหลาน ถือเป็นเทศกาลอันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าตรุษจีนไหว้บ๊ะจ่าง และไหว้พระจันทร์เสียอีก

            ซึ่งครั้งนี้ คนของสำนักฝูเซิงและเหล่าองครักษ์เสื้อแพรจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยภายในพระราชวัง ดังนั้น หัวหน้าสำนักฝูเซิงก็ย่อมต้องอยู่ประจำการด้วยตลอดทั้งวัน

            หนีเจียเอ๋อร์จึงคิดว่านี่เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะสามารถหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวหญิงสาว ซึ่งลงมือโดยคนสำนักฝูเซิงในครานั้นได้และโจวชิงหวาก็เห็นพ้องต้องกัน 

            หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งหญิงสาวก็กระซิบว่า “ชิงหวาเจ้าพอจะหาทางส่งจดหมายเข้าไปในวังได้หรือไม่?” 

            โจวชิงหวาพยักหน้า “ไม่มีปัญหา” 

            หนีเจียเอ๋อร์จึงลงมือเขียนจดหมายพอหมึกแห้ง นางก็พับแล้วยื่นให้เขา “ส่งไปให้หร่วนรั่วสุ่ย”    

            โจวชิงหวารับมาใส่ไว้ในแขนเสื้ออย่างระมัดระวังพอตกกลางคืนก็มอบจดหมายให้สือหวู่ พลางกระซิบคำสั่งบางอย่าง ทำให้ดวงตาของอีกฝ่ายเบิกกว้างแต่สุดท้ายก็มิได้ถามไถ่อันใด เพียงเร้นกายออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายเท่านั้น

            ...

            ด้วยตกอยู่ในสายตาของผู้ติดตามตลอดทั้งวันหนีเจียเอ๋อร์กับโจวชิงหวาจึงต้องทำงานอย่างระมัดระวังและทุ่มเท หมายจะสร้างความพึงพอใจให้กับไป๋หานทั้งนี้ก็เพื่อให้อีกฝ่ายไว้วางใจและลดความหวาดระแวงลง

            ...

            วันเวลาผ่านไป จนมาถึงเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง 

            ก่อนรุ่งสาง โจวชิงหวาลอบเข้ามาในห้องของหนีเจียเอ๋อร์อย่างเงียบเชียบจากนั้น ทั้งสองก็จัดการแปลงโฉมให้อีกฝ่าย 

            แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปมากแต่หากเป็นคนคุ้นเคย ก็ย่อมจดจำพวกเขาได้ ดังนั้น ตั้งแต่ก้าวออกจากสำนัก ทั้งสองก็พากันก้มหน้าก้มตาเดินด้วยความระแวดระวัง 

            ไป๋หานคิดว่าพวกเขามีอาการประหม่าเพราะเข้าวังเป็นครั้งแรก จึงปลอบใจด้วยความเมตตา

            หนีเจียเอ๋อร์ก้มหน้า กล่าวขอบคุณเบาๆแต่ทันใดนั้น ก็เหลือบไปเห็นขบวนเสด็จได้แต่ไกล...

            เป็นฮองเฮา ที่เสด็จมาพร้อมองค์รัชทายาทต้วนอวิ๋นหลาน หนีเจียเฮ่อ และบรรดาเหล่าขันทีผู้ติดตามนั่นเอง!

            หนีเจียเอ๋อร์กับโจวชิงหวามองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูกชายหนุ่มรีบส่งสายตาไปที่ท้องของอีกฝ่ายเป็นนัยๆ หญิงสาวจึงเข้าใจได้ทันที นางรีบเดินไปทางซ้ายห่างไป๋หานเพียงสองก้าวและถามอย่างระมัดระวัง 

            “ท่านรองเจ้าสำนัก ข้าขอตัวไปเข้าส้วมได้หรือไม่? พอดีว่าปวดท้องน่ะขอรับ!” 

            ไป๋หานหยุดชะงัก พลางขมวดคิ้ว“อาหนีในเขตพระราชฐานควรพูดจาให้สุภาพ ‘ส้วม’ เป็นคำหยาบห้ามพูดออกมาเป็นอันขาด!” 

            หนีเจียเอ๋อร์ยิ้มเจื่อนๆพลางยกมือกุมท้อง “ขอรับ! ผู้น้อยจะจำเอาไว้”

            จากนั้น ก็หันไปพูดกับผู้ติดตามว่า“ช่วยนำทางหน่อย!” 

            ชายคนนั้นพึมพำด้วยความรังเกียจ“ตามมา!” 

            โจวชิงหวาจึงเอ่ยขึ้นทันที“ท่านรองเจ้าสำนักข้าก็ขอไปด้วย” 

            ไป๋หานหันหลังกลับยกมือขึ้นโบกผ่านหัวไหล่ “รีบกลับมาเร็วๆล่ะ”

            …

            พอเข้าไปในห้องน้ำ โจวชิงหวาก็เจอหนีเจียเอ๋อร์แต่พบว่ายังมีคนอื่นอยู่ข้างในด้วย เขาจึงเดินไปข้างหน้า ใช้ตัวบังหญิงสาวเอาไว้เรือนร่างบุรุษที่ฝึกวรยุทธ์มาหลายปี ย่อมต้องแข็งแกร่งและสูงใหญ่ จึงสามารถบดบังนางได้อย่างมิดชิด...ให้ความรู้สึกปลอดภัยเป็นพิเศษ 

            ขันทีที่เดินออกมา เหลือบมองท่าทีใกล้ชิดของคนทั้งสองแล้วยกมือขึ้นปิดปาก พลางใช้สายตาตำหนิอย่างโจ่งแจ้ง ด้วยมองว่านี่ช่างเป็นเรื่องที่บัดสีนัก

            หนีเจียเอ๋อร์ซึ่งอยู่ใกล้กับเขาพลันรู้สึกประหม่า พยายามไม่เหลียวซ้ายแลขวา เพียงเดินไปตามสัญชาตญาณเท่านั้น

            พอคล้อยหลังอีกฝ่ายโจวชิงหวาก็หันไปมองรอบๆ แล้วจู่ๆ ก็หยุดเคลื่อนไหว ทำให้ร่างบอบบางของสตรีที่เดินตามมาชนเข้ากับแผงอกแกร่งอย่างจัง

            หนีเจียเอ๋อร์กุมหน้าผากพลางพูดเสียงฉุนเฉียว “ก่อนหยุดเดินช่วยบอกสักคำได้หรือไม่? เจ้าคิดจะสังหารข้าหรือ!”

            โจวชิงหวายกมือขึ้นลูบหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบาแล้วหัวเราะออกมา

            หนีเจียเอ๋อร์ตวัดสายตามอง“ดูเหมือนเจ้าจะมีความสุขมากนะที่สามารถกลั่นแกล้งข้าได้” 

            “ข้าทำเช่นนั้นหรือ?”โจวชิงหวายกปลายนิ้วเรียว ปัดไรผมบนหน้าผากอีกฝ่าย

            หนีเจียเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่น“ก็ใช่น่ะสิ!” 

            โจวชิงหวากำลังจะเอ่ยปากแต่เสียงตะโกนของผู้ติดตามก็ดังขึ้นเสียก่อน “ออกมาได้แล้ว มัวชักช้าร่ำไรอยู่ได้!” 

            จากการกะเวลา คาดว่าขบวนของฮองเฮากับหนีเจียเฮ่อน่าจะผ่านไปแล้วทั้งสองจึงรีบออกมา 

            ทว่า หนีเจียเฮ่อที่เดินผ่านไปแล้วกลับหันมามองด้านหลังอีกครั้งด้วยความสังหรณ์ใจ เขาจับจ้องไปยังร่างเล็กบางและแผ่นหลังที่ดูคุ้นตาแต่กลับนึกไม่ออก ว่าเคยเห็นชายผู้นี้ที่ไหน? 

            ต้วนอวิ๋นหลานมองตามสายตาเขาก็เห็นเพียงแผ่นหลังของบุรุษจากสำนักฝูเซิงสองคนเท่านั้น

            แม่ทัพหนุ่มจึงเอ่ยถาม “เจียเฮ่อท่านกำลังมองอะไรอยู่หรือ?”

            หนีเจียเฮ่อถอนสายตากลับมาแล้วส่ายหน้า “ไม่มีอะไรขอรับ” 

            องค์ชายน้อยเงยหน้าขึ้นพลางถามด้วยเสียงเยาว์วัย “ท่านปรมาจารย์อาจารย์เจียเอ๋อร์จะกลับมาเมื่อใดขอรับ ตลอดทั้งเดือนมานี้ ยังไม่เห็นนางเลยข้าคิดถึงยิ่งนัก” 

            หนีเจียเฮ่อตอบอย่างนอบน้อม“ฝ่าบาทเสี่ยวเอ๋อร์ยังไม่ส่งจดหมายมา กระหม่อมจึงไม่รู้ว่านางจะกลับมาเมื่อใดพ่ะย่ะค่ะ” 

            องค์รัชทายาทก้มหน้าลง ถอนหายใจยาวก่อนส่ายศีรษะ ท่าทีราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อยเช่นนั้น ทำให้หลายคนยกยิ้มด้วยความเอ็นดู 

            ต้วนอวิ๋นหลานหันไปส่งยิ้มให้เด็กน้อยที่ทำหน้าตาเหงาหงอยอยู่ข้างๆแล้วพูดเสียงเบา “ฉีเอ๋อร์สักวันหนึ่งอาจารย์เจ้าก็ต้องออกเรือน เมื่อถึงเวลานั้น นางคงไม่อาจมาหาเจ้าได้ตามใจอีกรู้หรือไม่?” 

            ต้วนอวิ๋นซินเหลือบมองอนุชาพลางตรัสว่า “อวิ๋นหลานเจ้าลองเขียนจดหมายถามเสี่ยวเอ๋อร์สิ ว่าท่องเที่ยวเมืองเย่สนุกหรือไม่ มิเช่นนั้นเจ้าก็ตามไปดูนางเสียหน่อย”

            หนีเจียเฮ่อขมวดคิ้วสงสัยเหตุใดฮองเฮาถึงได้มุ่งมั่นจะจับคู่ให้คนทั้งสองนัก?

            ต้วนอวิ๋นหลานพูดไม่ออก“ฮองเฮา กระหม่อมทูลท่านไปหลายครั้งแล้วนะพ่ะย่ะค่ะว่าเสี่ยวเอ๋อร์กับกระหม่อมเป็นได้แค่พี่น้องร่วมสาบานเท่านั้น ไม่ปรารถนาจะสานสัมพันธ์ไปมากกว่านี้”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663