มารราคะ

    ตอนที่ 48 สำนึกบุญคุณ

    ตอนที่ 48

    สำนึกบุญคุณ

     

     

     

                    “ข้าล่ะนับถือเจ้าจริงๆนะจูอิง นี่เจ้ารับมือกับเขาได้ยังไงกัน”หลังจากจัดการฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์เรียบร้อยแล้วอิงอินก็สวมใส่เสื้อผ้าของตัวเองให้กลับเข้าที่อีกครั้งก่อนจะล้วงเอาเม็ดยาเม็ดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าที่ถูกเย็บติดอยู่ภายในชุดออกมาก่อนจะกินมันเข้าไปเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณที่ถูกชุนหยางดูดไปให้กลับคืนมา

     

                    “ร่างกายของข้ามันค่อนข้างพิเศษนิดหน่อยก็เลยไม่โดนดูดพลังวิญญาณเจ้าค่ะ”จูอิงยิ้มเจื่อนๆออกมาเพราะบอกกับอิงอินไม่ได้ว่าจริงๆแล้วนางเป็นมารราคะเช่นกัน

     

                    “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ ที่แท้เจ้าก็มีหญิงงามเพียบพร้อมอยู่ข้างกายแล้วนี่เองถึงได้ไม่แตะต้องดอกไม้ในสวนเลย”อิงอินยิ้มออกมาก่อนจะมองไปรอบๆ เพราะเสียงครวญครางของพวกนางก็เลยมีหญิงสาวที่ยังรั้งอยู่ภายในสวนเข้ามาแอบดูหลายคนบ้างก็จงใจเข้ามาแอบดูบ้างก็บังเอิญผ่านมาแล้วไม่กล้าหันหลังกลับก็มิในช่วงหลายวันมานี้อิงอินไม่ได้มานั่งฟังเพลงเปล่าๆแต่ยังได้สังเกตหญิงสาวภายในสวนไปด้วยสมัยก่อนภายในสวนมักจะเต็มไปด้วยสาวงามที่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะราวกับกำลังเล่นสนุกกันในสวนสวรรค์ไม่มีผิดแต่ตอนนี้หญิงสาวเหล่านั้นลดหายไปมากกว่าครึ่งแถมยังไม่ค่อยเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกนางอีกต่างหากทว่าในสายตาอันแหลมคมของอิงอินนางกลับมองว่าหญิงสาวที่หม่นหมองเหล่านี้ยังดูมีความสุขกว่าตอนที่พวกนางหัวเราะและเล่นสนุกกันเพราะมนตร์เสน่ห์เสียอีก

     

                    “ข้า...ไม่คิดจะใช้มนตร์เสน่ห์กับใครหรอกขอรับข้าอยากจะให้พวกนางได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระมากกว่าหากจะตกหลุมรักก็ขอให้พวกนางได้ตกหลุมรักด้วยหัวใจของพวกนางดีกว่า” ชุนหยางส่ายหน้าออกมาด้วยท่าทีจริงจังตอนที่เห็นพวกนางล้มตัวร้องห่มร้องไห้หลังจากได้รับการปลดปล่อยจากมนตร์เสน่ห์ก็ยิ่งทำให้ชุนหยางรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่หาทางปิดผนึกมนตร์เสน่ห์เอาไว้การฝืนใจพวกนางถือเป็นเรื่องที่ชุนหยางไม่อยากทำเป็นที่สุด

     

                    “เจ้านี่เป็นมารราคะที่แปลกจริงๆแต่สวนแห่งนี้ก็เป็นของเจ้าแล้ว เจ้าจะดูแลมันแบบไหนก็เป็นเรื่องของเจ้าก็แล้วกัน”อิงอินหัวเราะออกมาเพราะความประหลาดใจ ถึงมารราคะจะไม่เข้ามาในเมืองต้าเหนิงเสียเท่าไหร่เพราะมารราคะไม่สามารถใช้มนตร์เสน่ห์กับพวกมารได้แต่อิงอินก็เคยได้พบเจอกับมารราคะมาไม่น้อย มารราคะเหล่านั้นต่างก็พยายามใช้มนตร์เสน่ห์ของตนดึงดูดเพศตรงข้ามกันอย่างขยันขันแข็งไม่ว่าจะทำเพื่อสนองตัณหาหรือทำเพื่อเพิ่มพูนพลังวิญญาณก็ตาม การได้เห็นมารราคะแบบชุนหยางนี้นับว่าหายากมากจริงๆ

     

                    “แต่ข้าก็ไม่ได้เกลียดมารราคะแบบเจ้าหรอกนะจริงสิเจ้ากับจูอิงก็กินยากันคนละเม็ดสิมันช่วยฟื้นฟูพลังกายได้ด้วยนะ”อิงอินที่กำลังกินยาเพื่อนฟื้นพลังวิญญาณและพลังกายอยู่นั้นเห็นว่ายาในกระเป๋ายังเหลืออีกหลายเม็ดก็เลยยื่นมันไปให้ชุนหยางกับจูอิงคนละเม็ด

                   

                    “นี่คงไม่ใช่ยาปลุกอารมณ์อีกนะขอรับ”ชุนหยางรับยามาจากจูอิงก่อนจะมองเม็ดยาด้วยท่าทีกังวล น่าเสียดายชุนหยางไม่มีความรู้เรื่องยาเสียเท่าไหร่เพียงแค่เห็นเม็ดยาที่ถูกปั้นเป็นก้อนกลมก็ไม่อาจทราบได้หรอกว่ามันเป็นยาอะไร

     

                    “นี่เจ้าล้อเล่นหรือหากข้าให้เจ้ากินยาปลุกอารมณ์อีกข้าไม่ต้องนอนสลบอยู่ที่นี่เลยหรือไงนี่เป็นยาตัวเดียวกับที่ข้าให้เจ้าเมื่อวานไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก” อิงอินค้อนใส่ชุนหยางเข้าให้ทีหนึ่งเพราะตอนนี้ขานางยังไม่หายสั่นดีเลยถึงจะเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณก็เถอะแต่พรุ่งนี้นางต้องปวดไปทั้งหลังและเอวเป็นแน่

     

                    “เป็นยาเหมือนเมื่อวานจริงๆเจ้าค่ะท่าทางท่านอิงอินจะไม่ได้คิดสั้นขนาดนั้นนะเจ้าคะ” จูอิงพูดแซวอิงอินด้วยท่าทียิ้มแย้มก่อนจะกินยาเม็ดนั้นลงไปอย่างรวดเร็วจูอิงเองก็เป็นแพทย์ผู้มีทักษะปรุงยาเช่นกันทำให้นางสามารถแยกแยะยาต่างๆได้อย่างแม่นยำต่อให้อิงอินจะวางยาปลุกอารมณ์อีกรอบนางก็สามารถแยกแยะออกได้อยู่ดี

     

                    “...” ยาฟื้นฟูพลังวิญญาณที่อิงอินพกติดตัวราวกับเป็นขนมขบเคี้ยวนี้แท้จริงแล้วราคาสูงไม่ใช่เล่นยามกินเข้าไปย่อมร่างกายก็จะสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่กำลังเพิ่มพูนขึ้นมาด้วยผลของยาเพียงแต่จูอิงที่กินเข้าไปกลับนิ่งเงียบไปเสียเฉยๆเพราะนางกำลังตกใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในร่างของนาง

     

                    “ท่านพี่ ท่านลองกินดูสิเจ้าคะ”จูอิงที่นิ่งไปครู่ใหญ่ในที่สุดก็กลับมาได้สติเสียที เพียงแต่ทันทีที่นางได้สติกลับบอกให้ชุนหยางกินยาเสียอย่างนั้น

     

                    “อืม...” ชุนหยางพยักหน้าก่อนจะกินยาเข้าไปอีกคนก่อนจะมีท่าทีตื่นตกใจไม่ต่างกับที่จูอิงเป็นก่อนหน้านี้เลยวันก่อนชุนหยางได้กินยาชนิดเดียวกันเข้าไปแล้วและได้สัมผัสถึงผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมของยาเม็ดนี้ด้วยร่างกายตัวเองแต่ในวันนี้ชุนหยางที่กินยาชนิดเดิมนั้นกลับรู้สึกต่างออกไป พลังวิญญาณของชุนหยางทำการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วแม้แต่ความเหนื่อยล้าจากการใช้ร่างกายอย่างหนักก็เบาบางลงอย่างรวดเร็วทั้งๆที่เป็นยาชนิดเดียวกันแท้ๆทำไมถึงได้มีผลต่างกันขนาดนี้ หรือว่า...

     

                    “มีอะไรงั้นหรือ หรือว่ายามีปัญหา”อิงอินเห็นทั้งสองต่างมีท่าทีแตกตื่นกับยาที่ให้ไปกลับเป็นฝ่ายงุนงงเสียเอง ไม่ใช่ว่านางก็เคยให้ยาชนิดเดียวกันไปแล้วมิใช่หรือทำไมพวกเขาถึงตกอกตกใจขนาดนี้

     

                    “มะ...ไม่มีอะไรหรอกขอรับ ข้าแค่ตกใจที่ยามันได้ผลมากเท่านั้นเอง”ชุนหยางที่รู้ตัวแล้วว่าทำไมผลของยาถึงมากกว่าปกติเช่นนี้รีบยิ้มกลบเกลื่อนแทบจะไม่ทันแน่นอนว่าอิงอินย่อมไม่เชื่อรอยยิ้มแกล้งทำของชุนหยางอยู่แล้วนางเลยหยิบยาในกระเป๋าออกมาก่อนจะกินมันเข้าไปอีกเม็ด

     

                    “ที่แท้ฤทธิ์ของยาก็ลดลงนี่เองพวกเจ้าคงจะประหลาดใจสินะที่ผลของมันน้อยกว่าเดิม ท่าทางข้าคงต้องกลับไปสั่งสอนคนปรุงยาสักหน่อยแล้ว”อิงอินลองกินยาเข้าไปกลับพบว่ายาที่นางได้กินมีผลน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมากตัวนางนั้นดินยาพวกนี้เป็นประจำก็เลยไม่ได้สังเกต หากไม่ใช่เพราะท่าทีแปลกๆของชุนหยางนางก็คงปล่อยให้คนปรุงยาทำผลงานแย่ๆออกมาเช่นนี้ต่อไปแน่

     

                    “เอ๊ะ...ที่แท้ก็เป็นเพราะคนปรุงยานี่เอง”ชุนหยางยิ้มเจื่อนๆออกมาพร้อมกับถอนหายใจ พวกเขาไม่ได้ตกใจเพราะยาคุณภาพต่ำลงหรอกแต่พวกเขากำลังตกใจกับผลของยาที่เพิ่มขึ้นต่างหาก

     

                    “ท่าทางข้าคงต้องกลับแล้ว เอาไว้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่นะ”พอคิดว่าตัวเองกำลังโดนโกงสมุนไพรจากคนปรุงยาจิตสังหารของจูอิงก็โผล่ออกมาครู่หนึ่งก่อนที่นางจะขอตัวไปจัดการกับปัญหาเสียก่อนไม่นึกเลยว่าแพทย์ผู้ทำหน้าที่ปรุงยาให้นางมานานจะทำกันได้ลง ท่าทางในฐานะผู้ค้าขายนางจะยังมีจุดอ่อนให้เล่นงานอยู่เสียแล้ว

     

                    “เดินทางปลอดภัยนะขอรับ”ชุนหยางก็อยากจะถามเหมือนกันว่าอิงอินจะมาหาพรุ่งนี้อีกจริงๆหรือ แต่ตอนนี้เขาควรปล่อยให้นางกลับไปก่อนเพราะชุนหยางมีเรื่องที่กำลังสงสัยอยู่ภายในใจและอยากจะพูดคุยกับจูอิงอย่างเร่งด่วนเหมือนกัน

     

                    “นี่มัน...หรือว่าจะเป็นผลของมารโลภะ”ทันทีที่อิงอินเดินจากไป ชุนหยางก็รีบหันไปถามจูอิงที่อยู่ข้างๆทันทีการที่นางบอกให้ชุนหยางรีบกินยาก็เพราะเหตุนี้ใช่หรือไม่

     

                    “ท่านเองก็เหมือนกันสินะเจ้าคะเช่นนั้นก็คงเป็นเพราะท่านไปหลับนอนกับมารโลภะจริงๆ” จูอิงเองก็ยังรู้สึกตกตะลึงเช่นกันก่อนหน้านี้ชุนหยางดูดซับเอาไวความสามารถพิเศษของไป๋ซิงซินมาเป็นของตัวเองและจูอิงก็ดูดซับพลังนั่นมาจากชุนหยางอีกต่อแต่นั่นเป็นพลังพิเศษที่เกิดมาพร้อมกับเจ้าตัวไม่เหมือนกับวิชามารที่ต้องฝึกฝนนี่จะบอกว่าพวกเขาได้รับความสามารถของมารโลภะมาทั้งๆที่ไม่เคยแม้แต่จะอ่านเคล็ดวิชางั้นหรือ

     

                    “แล้วพวกเราจะได้ผลเสียของมารโลภะมาด้วยหรือเปล่าความกระหายอยากได้นั่นอันตรายไม่ใช่เล่นเลย” ชุนหยางกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะนึกย้อนไปตอนที่อิงอินกดเขาลงกับพื้นความกระหายนั่นไม่แพ้ความกระหายของมารราคะเลย หากพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความอยากทั้งสองแบบพร้อมๆกันมีหวังได้กระอักเลือดตายเป็นแน่

     

                    “เรื่องนั้น...คงได้แต่รอดูเจ้าค่ะ”จูอิงถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา เรื่องนี้ไม่เคยมีในบันทึกของสำนักปราบมารด้วยซ้ำคนที่มีความสามารถพิเศษติดตัวมาตั้งแต่เกิดแบบไป๋ซิงซินนับว่าหายากเสียยิ่งกว่ายากส่วนเหล่าผู้ฝึกฝนวิชามารด้วยกันก็ไม่มีใครยินยอมจะหลับนอนกับผู้ฝึกฝนวิชามารราคะทำให้เรื่องนี้แทบจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่อให้กลับไปถามท่านหวังอี้ฝู่ก็คงไม่ได้คำตอบเช่นกัน

     

                    “ท่านชุนหยาง ท่านจูอิงเจ้าคะ”ระหว่างชุนหยางและจูอิงกำลังปรึกษากันเรื่องของร่างกายตนเอง อยู่ๆที่ด้านหลังก็มีหญิงสาวจำนวนหนึ่งเดินเรียงแถวกันเข้ามาด้วยใบหน้าเขินอายอย่างประหลาดจริงสิรอบๆนี้มีพวกนางแอบอยู่นี่นา

     

                    “เมื่อสักครู่พวกข้าได้ยินว่าท่านได้รับมอบหมายให้ดูแลสวนแห่งนี้ต่อหรือเจ้าคะ”ที่แท้พวกนางก็ออกมาคุยกับชุนหยางเพราะเรื่องที่อิงอินมอบหมายให้ชุนหยางดูแลสวนแห่งนี้แทนจางเหว่ยนี่เอง

     

                    “ใช่ ดูเหมือนข้าจะต้องรับหน้าที่ดูแลสวนเพราะเป็นสาเหตุทำให้เจ้าคนเก่าตายนะสิ”ชุนหยางพยักหน้าตอบด้วยท่าทีจำยอม แต่คำตอบของชุนหยางกลับทำให้พวกนางพากันยิ้มแย้มออกมาเสียอย่างนั้น

     

                    “เช่นนั้นให้พวกข้าอยู่ที่นี่ต่อได้หรือไม่เจ้าคะพวกข้าไม่รู้จะไปที่ไหนแถมยังรู้สึกผูกพันกับที่นี่ด้วย ท่านไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างให้พวกเราเหมือนก่อนก็ได้ขอแค่ให้พวกเราได้อยู่อาศัยภายในเรือนร่วมกับท่านก็พอเจ้าค่ะ”หญิงสาวตรงหน้าอาสาเข้าเป็นคนช่วยชุนหยางดูแลสวนอย่างดีอกดีใจ ดูเหมือนพวกผู้หญิงที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดีจะเลือกกลับมาทำงานที่สวนกันหมดแต่...

     

                    “เอ๊ะ...ค่าจ้าง?” ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังกล่าวขอบคุณชุนหยางกลับสะดุดเข้ากับคำว่าค่าจ้างเสียอย่างนั้นจริงสินี่เป็นครั้งแรกที่ชุนหยางกลายเป็นเจ้าของสถานที่แทนที่จะเป็นผู้อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นเรือนสกุลซูหรือเรือนของหวังอี้ฝู่พวกเขาต่างก็ต้องมีเงินเพื่อเลี้ยงดูเหล่าบ่าวรับใช้อยู่แล้วและการที่ชุนหยางกลายมาเป็นเจ้าของเรือนและตกลงรับหญิงสาวพวกนี้เข้ามาทำงานชุนหยางก็ต้องการเงินมาดูแลพวกนางด้วยเช่นกันเพียงแต่ชุนหยางแทบไม่เคยทำงานหาเงินมาก่อน แถมเงินที่มีติดตัวก็มีแต่เงินที่ท่านเยี่ยนเหวินให้มาเป็นของขวัญอำลาอีกต่างหาก

     

                    “พวกเจ้าเคยได้รับค่าจ้างกันคนละเท่าไหร่งั้นหรือ...”ชุนหยางนำถุงเงินที่เยี่ยนเหวินมอบให้ขึ้นมาดูก่อนจะมองไปทางเหล่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าขนาดเจ้าจางเหว่ยยังให้ค่าจ้างพวกนางแล้วชุนหยางจะเป็นตัวอะไรเล่าหากใช้งานพวกนางฟรีท่านเยี่ยนเหวินขอบพระคุณท่านมากที่ให้เงินมาเป็นของขวัญอำลา อย่างน้อยด้วยเงินจำนวนนี้ก็น่าจะทำให้ชุนหยางมีเวลาหาเงินอีกสักเดือน