ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 33 แม่นาง...กินแท่งไม้ของฉันหน่อยเป็นไง

     

    ตอนที่เซี่ยฮุยยังพัวพันอยู่กับเจ้าสาวผี และภายในใจของเขากำลังเกิดความกังวล

     

    สมาชิกคนอื่น ๆ ภายในกลุ่มกลับผ่านอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทางได้อย่างง่ายดาย และพวกเขาก็กำลังจะถึงจุดรวมตัวแล้ว

     

    “ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กคนนี้คงจะมีแค่พลังสินะ”

     

    ชายอ้วนจับจ้องมองบนหน้าจอแสดงผล และแอบภาวนาอยู่ในใจเงียบ ๆ เพียงลำพัง

     

    เขาแอบคร่ำครวญอยู่ภายในใจ : บางครั้งถึงจะมีความแข็งแกร่งแต่การที่จะผ่านการทดสอบก็ขึ้นอยู่กับโชคด้วยเหมือนกัน

     

    ตอนนี้เขาหมดหวังกับเซี่ยฮุยที่จะผ่านด่านนี้เสียแล้ว

     

    “จะว่าไปเด็กผู้หญิงคนนี้ต่างหากล่ะที่สุดยอดที่สุด”

     

    สายตาของเขาเหลือบมองไปที่ฉากของเจี่ยปิงอวี่ เขาเฝ้าสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของเธอ

     

    “ผู้มีความสามารถสายน้ำแข็ง เป็นความสามารถที่แข็งแกร่งมาก แต่ถ้าหากขาดสมาชิกในทีมไปหนึ่งคนก็จะไม่สามารถลงดันเจี้ยนได้ สิ่งนี้จะทำให้คะแนนสะสมภายในทีมของพวกเขาลดลงอย่างมาก”

     

    เขาแอบส่ายหน้าอย่างหมดหวัง จากนั้นสายตาของเขาก็มองดูคนอื่น ๆ ที่เริ่มเข้าใกล้โรงเรียนร้างมากขึ้นเรื่อย ๆ

     

    ถ้าหากท้ายที่สุดเซี่ยฮุยไม่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ และไปที่จุดรวมตัวไม่ทัน คนในทีมก็จะไม่สามารถลงดันเจี้ยนได้

     

    แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาก็ยังตัดสินใจที่จะติดตามและสนับสนุนคนในทีมของพวกเขาต่อไป ในฐานะที่เป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์ ไม่ว่าผู้เข้าสมัครจะมีความสามารถระดับไหน เขาก็ต้องทำหน้าที่ให้คะแนนทุกคนจนกว่าจะสิ้นสุดภารกิจ

     

    อีกฟากหนึ่ง...

     

    “คุณสามี ร่างกายของคุณเยี่ยมจริง ๆ เลยนะคะ”

     

    ใบหน้าของเจ้าสาวผีแสดงออกถึงความสนใจออกมา ท่าทางของมันกลับมาคล้ายกับเจ้าสาวแสนสวยคนเดิมที่เขาเจอในช่วงแรกอีกครั้ง

     

    “แต่ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ ฉันว่าคุณยอมให้ฉันฆ่าคุณแต่โดยดีเถอะ พวกเราจะได้เป็นผีสามีภรรยาที่มีความสุขอีกครั้ง”

     

    “ผีสามีภรรยาอะไรของเธอ ฉันยังไม่อยากตายสักหน่อย”

     

    ได้ยินคำพูดของเจ้าสาวผี เซี่ยฮุยก็รู้สึกราวกับมีเพลิงกาฬที่ชั่วร้ายปีนป่ายอยู่ภายในใจ

     

    เป็นเพราะเขายังไม่สามารถทำลายผีเจ้าสาวตัวนี้ได้ อีกทั้งยังเป็นผีที่มีการป้องกันโจมตีด้วยพลังทางกายภาพ เขาจึงเริ่มเกิดอาการหัวร้อนเป็นอย่างมาก

     

    เขาพยายามโจมตีมันทุกวิถีทาง แม้ว่าเขาจะสวมใส่นวมอำนาจจักรพรรดิ และถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังขอบเขตพิเศษขั้น 9

     

    แต่เมื่อโจมตีเข้าใส่ร่างของผีเจ้าสาวตัวนี้ สิ่งที่เขามีกลับไม่เป็นผล

     

    พลังที่แข็งแกร่งต่อให้สร้างค่าความเสียหายได้มากกว่าปกติ แต่ความสามารถของผีเจ้าสาวตัวนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือเหตุและผล

     

    เซี่ยฮุยคิดว่าบางที่นี่อาจจะเป็นความแปลกประหลาดอย่างแท้จริงของภูตผีเหล่านี้

     

    ผีที่เขาเคยฆ่าตายก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าคงเป็นเพราะมันมีค่าสถานะเป็นมนุษย์ ดังนั้นจึงสูญเสียความสามารถพิเศษไปหลายอย่าง

     

    ถ้าหากมันมีเอฟเฟคที่สามารถเพิกเฉยการโจมตีทางกายภาพได้ ผีเสื้อแดงตัวนั้นคงไม่ถูกเขาฆ่าตายง่าย ๆ แบบนั้นหรอก

     

    อาวุธไม่มีประโยชน์! พลังไม่มีประโยชน์! แม้แต่หนีก็ไม่มีประโยชน์!

     

    เซี่ยฮุยขมวดคิ้วเข้าหากัน ตอนนี้เขายังอยู่ในโหมดต่อสู้ แต่กลับไม่มีร่องรอยการต่อสู้ให้เห็นแม้แต่น้อย ระหว่างที่สู้กันพวกเขาก็ย้ายออกมาอยู่ด้านนอกของบ้านหลังนี้แล้ว และจุดที่ยืนอยู่ก็เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง

     

    หากเขาสามารถหนีจากเจ้าสาวผีไปโดยไม่ต้องเสียเวลาสังหารมันก็คงจะดี เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ช่วยให้เขาประหยัดเวลาได้อีกเยอะ

     

    แต่ทุกครั้งที่ต้อนให้ผีเจ้าสาวถอยออกไป มันก็จะใช้เวลาเพียงชั่วครู่เพื่อไล่ล่าเขาอีกครั้ง ดังนั้นแผนหลบหนีของเซี่ยฮุยจึงไร้ประโยชน์

     

    เขายังคงหลบการโจมตีของเจ้าสาวผีอย่างไม่หยุด ทว่าในเวลาเดียวกันก็รู้สึกหมดหวังขึ้นมาอย่างฉับพลัน

     

    ตอนนี้วิธีการโจมตีของเขาที่มีอยู่ไม่สามารถทำอะไรผีเจ้าสาวได้แม้แต่อย่างเดียว

     

    ถ้าหากมีไอเท็มเหมือนกับก่อนหน้านี้ล่ะก็นะ...

     

    ไอเท็ม?!

     

    เซี่ยฮุยได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเพิ่งซื้อไอเท็มมาจากร้านค้า

     

    ถ้าคิดจะฆ่าผีตัวนี้...

     

    เซี่ยฮุยแอบรู้สึกงุนงง ทำไมเขาถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ?

     

    นี่มันเส้นผมบังภูเขาชัด ๆ!

     

    เขาหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้สึกละอายใจต่อตัวเอง อีกทั้งยังพยายามจะหาข้อแก้ตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดมากไปกว่านี้

     

    เขาหลบการโจมตีของผีเจ้าสาวอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เปิดกระเป๋าขึ้นมาและดูไอเท็มที่อยู่ในนั้น

     

    เลือดไก่...ยันต์ศักดิ์สิทธิ์...ข้าวเหนียวดำ...แท่งไม้ต้นท้อ!!!

     

    จริงด้วย...สิ่งนี้แหละ!

     

    เซี่ยฮุยมองแท่งไม้ต้นท้อที่ได้มาจากต้นท้อพันปีหลังถูกฟ้าผ่า เขารู้สึกดีใจขึ้นมาอีกครั้งขณะรีบหยิบมันออกมาจากกระเป๋า

     

    วินาทีต่อมาเซี่ยฮุยก็รู้สึกได้ถึงความหนังอึ้งของมัน แท่งไม้ต้นท้อขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนมือของเขาแล้ว

     

    “แท่งไม้ต้นท้อ!”

     

    วินาทีที่แท่งไม้ต้นท้อปรากฏขึ้นตรงหน้า สีหน้าของผีเจ้าสาวก็เปล่งเสียงตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว มันรีบถอยห่างจากเซี่ยฮุยทันที

     

    เซี่ยฮุยถือแท่งไม้ด้วยสีหน้าประหลาดใจ

     

    แท่งไม้ต้นท้อมีขนาดที่ค่อนข้างยาว ซึ่งยืดยาวถึง 5 เมตร

     

    “คุณมีแท่งไม้ต้นท้อได้ยังไง?”

     

    ผีเจ้าสาวถอยห่างจากเซี่ยฮุยสิบกว่าเมตร มันจ้องมองมาที่แท่งไม้ในมือของเขาด้วยสีหน้าและแววตาประหลาดใจ

     

    เอ๋...กลัวขนาดนี้เลยเหรอ?

     

    เซี่ยฮุยมองแท่งไม้ต้นท้อในมือ เขารู้สึกได้ว่าถ้าหากเปิดใช้พลังอีกเล็กน้อยก็คงจะสามารถทำให้แท่งไม้นี้แหลกคามือได้ คิดไม่ถึงเลยว่าของชิ้นนี้จะมีอิทธิพลกับผีเจ้าสาวถึงขั้นนี้

     

    “หึหึ”

     

    เซี่ยฮุยยิ้มและหันไปมองผีเจ้าสาว “กลัวเหรอ”

     

    “ใครบอกว่าฉันกลัว”

     

    ผีเจ้าสาวยังคงปากแข็ง แต่ท่าทางที่กำลังวิ่งหลบแท่งไม้ต้นท้ออย่างไม่หยุด ไม่สามารถหลอกเซี่ยฮุยได้ว่ามันกลัวแท่งไม้ต้นท้อ

     

    “ถ้าไม่กลัวก็อย่าหลบสิ”

     

    เซี่ยฮุยจับแท่งไม้ต้นท้ออย่างระมัดระวังและไม่กล้าใจพลังลมปราณทั้งหมดที่มี เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้ผีเจ้าสาวอย่างช้า ๆ

     

    “คุณจะทำอะไร อย่าเข้ามานะ”

     

    ผีเจ้าสาวที่แสร้งทำเป็นไม่กลัวก่อนหน้านี้ บัดนี้น้ำเสียงของเธอกำลังแสดงออกถึงความหวาดกลัว ร่างกายอรชรหลบหลีกเซี่ยฮุยอย่างรวดเร็วเพื่อทิ้งระยะห่าง

     

    เซี่ยฮุยเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางเช่นนั้นก็หยุดเดิน เพราะเขาค้นพบแล้วว่าความเร็วที่เขามีไม่สามารถเข้าใกล้ผีเจ้าสาวตัวนี้ได้

     

    เมื่อเซี่ยฮุยหยุด ผีเจ้าสาวก็หยุดเช่นกัน อีกฝ่ายถลึงตามองเขาจากไกล ๆ

     

    จบแล้ว!

     

    เซี่ยฮุยล้มเลิกความคิดที่จะใช้แท่งไม้ต้นท้อกำจัดผีเจ้าสาวตัวนี้เพื่อกอบโกยแต้มเสริมความแข็งแกร่ง

     

    เขาใช้มือข้างหนึ่งจับแท่งไม้ต้นท้อ จากนั้นก็เหลือบมองแผนที่ที่อยู่บนสายรัดข้อมือและวิ่งไปยังจุดรวมตัวทันที

     

    “นี่...คุณสามี...อย่าไปนะ”

     

    เมื่อเห็นเซี่ยฮุยกำลังจะหนีไป ผีเจ้าสาวก็เริ่มเกิดความร้อนใจขึ้นมา

     

    แม้ว่าจะไม่กล้าเข้าใกล้เซี่ยฮุย แต่มันก็ยังรวบรวมความกล้าวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา โดยทิ้งระยะห่างที่แท่งไม้จะไม่สามารถโจมตีมันได้

     

    เซี่ยฮุยไม่ได้สนใจและไม่คิดจะฟัง เมื่อเห็นว่าผีเจ้าสาวไม่กล้าเข้าใกล้แท่งไม้นี้ เขาจึงเดินต่อทันที

     

    “คุณสามี...คุณไม่รักฉันแล้วเหรอคะ?”

     

    “ช่วงเวลาที่เราเป็นสามีภรรยากันเหล่านั้น คุณทำใจที่จะทอดทิ้งฉันไปแบบนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”

     

    “คุณสามี คุณอยู่ที่นี่เถอะนะ ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณต้องตายไปพร้อมกับฉัน ขอแค่คุณอยู่กับฉันก็พอ”

     

    .......

     

    เซี่ยฮุยก้าวเท้าเดินไปด้านหน้า แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามีสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น

     

    แม้ว่าเขาจะก้าวเท้าเดินอย่างไม่หยุด แต่ฉากที่อยู่รอบตัวกลับหยุดนิ่งราวกับเขาย่ำเท้าอยู่กับที่

     

    นี่เป็นดินแดนที่มีความพิเศษและแปลกประหลาด!

     

    ผีเจ้าสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาเข้าสู่ขอบเขตพิเศษแล้ว อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะเป็นราชันผีขั้น 7 เป็นอย่างต่ำ?!

     

    “อะไรกัน...รู้ตัวแล้วเหรอ”

     

    เมื่อเห็นเซี่ยฮุยไม่ได้เดินต่อ ผีเจ้าสาวที่ยืนห่างออกไปก็แสดงสีหน้าราวกับรู้สึกอารมณ์เสียออกมา “ฉันยังอยากเล่นต่ออยู่เลย”

     

    “ราชันผี!”

     

    เซี่ยฮุยขบฟันแน่นและเปล่งเสียงผ่านไรฟัน เขาจ้องมองผีเจ้าสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความเย็นชา

     

    อีกฝ่ายรีบพุ่งตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็วราวกับหายตัวได้

     

    มันยื่นนิ้วออกมาเคาะหน้าผากของเขา “แหม...คุณสามีของฉันนี่น่ารักจริง ๆ เลยนะคะ เพิ่งรู้ว่าฉันเป็นใครเหรอคะเนี่ย”

     

    เมื่อเห็นเซี่ยฮุยกำลังจะขยับแขน ผีเจ้าสาวก็รีบถอยห่างจากเขาอีกครั้ง

     

    “ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกนะ”

     

    “จะอ้วก!”

     

    เซี่ยฮุยเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ทำท่าทางราวกับจะอ้วกออกมา “โตแล้วนะ เลิกทำท่าทางน่าสะอิดสะเอียนแบบนี้สักที”

     

    “แต่ฉันเต็มใจนี่นา! ฮ่า ๆ ๆ ...”

     

    “คุณสามี...คุณมองข้ามความหวังดีของคนอื่นมากเกินไปหน่อยนะคะ”

     

    มันยกมือขึ้นปิดปากพร้อมกับแสร้งหัวเราะออกมา จู่ ๆ ใบหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม

     

    “แม้ว่าจะน่าสนใจ...แต่ฉันก็เล่นกับคุณจนเบื่อแล้วเหมือนกัน”

     

    “แท่งไม้ต้นท้อในมือของคุณ ถึงแม้ว่ามันจะทำร้ายฉันได้เล็กน้อย แต่การโต้ตอบของคุณยังเชื่องช้าเกินไป แทบจะสู้ความเร็วของฉันไม่ได้เลยสักนิด”

     

    “ดังนั้นโปรดรับผลลัพธ์จากเส้นทางที่คุณเลือกเดินเถอะนะคะ คุณสามีตัวน้อยของฉัน”

     

    พูดจบ ผีเจ้าสาวก็หายวับไปกับตา เงาหลายเงาปรากฏตัวขึ้นรอบตัวเซี่ยฮุย ระดับความเร็วของมันสูงจนภาพที่เห็นกลายเป็นเพียงแค่เงาที่วิ่งผ่านไปภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที

     

    เซี่ยฮุยยกแท่งไม้ต้นท้อในมือขึ้นมา ถ้าหากเขาไม่สามารถฟาดมันเข้ากับร่างของผีเจ้าสาวได้ ของชิ้นนี้ก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย

     

    เมื่อเข้าสู่ค่าสถานะเปิดใช้พลังลมปราณ จิตใต้สำนึกของเขาก็หยุดใช้งานไปชั่วขณะ ในเมื่อเขาไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ถ้าเช่นนั้นก็พึ่งพาความรู้สึกก็แล้วกัน

     

    มาแล้ว!

     

    แรงสังหารถูกส่งมาจากทางด้านหลัง เซี่ยฮุยยังไม่ได้หมุนตัวกลับไปในทันที แต่เขากลับแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกว่าศัตรูอยู่ทางด้านหลัง

     

    เข้าใกล้แล้ว!

     

    5、4、3、2——

     

    “แม่นาง...กินแท่งไม้ของฉันหน่อยเป็นไง!”

     

    วินาทีนั้นเซี่ยฮุยก็ซัดไม้ออกไปโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมา

     

    วินาทีต่อมาเขาก็หยิบแท่งไม้ออกมาจากกระเป๋าและหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว

     

    แท่งไม้ต้นท้อไม่ได้เปราะบางเหมือนกับที่เซี่ยฮุยคิด พลังของมันถูกส่งออกมาจากแท่งไม้ถึงมือของเซี่ยฮุย

     

    “กรี๊ด!”

     

    เสียงร้องด้วยความตกตะลึงดังขึ้น เซี่ยฮุยหันกลับไปก็พบว่าร่างของผีเจ้าสาวกำลังนอนกุมท้องอยู่บนพื้น อีกทั้งยังส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

     

    “พรวด!”

     

    ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว เซี่ยฮุยเห็นร่างของมันนอนอยู่บนพื้น เขาจึงใช้แท่งไม้ที่มีความยาวห้าเมตรแทงเข้าปากของผีเจ้าสาวทันที

     

    “ฮือ ๆ ...”

     

    เจ้าสาวผีใช้มือทั้งสองข้างจับแท่งไม้ต้นท้อไว้ วินาทีต่อมาเปลวเพลิงก็เริ่มลุกท่วมแขนของมัน

     

    ภายในระยะเวลาเพียงแค่ชั่วอึดใจ ผีสุสานก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน จากนั้นก็มลายหายไปพร้อมกับลมที่พัดโชยผ่านมา

     

    “ฟู่!”

     

    เซี่ยฮุยยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผาก การต่อสู้เมื่อสักครู่เขาก้าวเท้าไปเพียงแค่ 2-3 ครั้งก็จัดการกับมันได้แล้ว

     

    แต่ถ้าหากไม่ใช่เพราะสติสัมปชัญญะสุดท้ายที่เขามีอยู่ในช่วงวิกฤต คงยากเกินกว่าที่จะเอาชนะมันได้

     

    เซี่ยฮุยกวาดตามองไปรอบ ๆ ตอนนี้ผีเจ้าสาวหายไปแล้ว บรรยากาศที่อยู่รอบตัวก็เปลี่ยนไปจากเดิมอีกครั้ง

     

    จวนและเนินเขาเตี้ย ๆ ที่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว และถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพที่เซี่ยฮุยเห็นก่อนหน้านี้

     

    ทางเดินกลับมาอีกครั้งแล้ว แต่เซี่ยฮุยกลับไม่ได้ออกเดินทางทันที

     

    “ทำไมถึงไม่มีนะ?”

     

    เซี่ยฮุยจ้องมองระบบที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     

    ทำไมถึงไม่มีแต้มเสริมความแข็งแกร่งนะ

     

    บนพื้นไม่มีอะไรดรอปลงมาแม้แต่ชิ้นเดียว

     

    แม้แต่เสียงแจ้งเตือนหลังจากสังหารราชาปีศาจก็ยังไม่ได้ยินเลย

     

    เซี่ยฮุยหยุดรออยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่พบว่ามีอะไรถูกดรอปลงมา

     

    เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?

     

    เขาเก็บแท่งไม้ต้นท้ออย่างเงียบ ๆ ขณะที่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย

     

    ราชันผีอย่างผีเจ้าสาวหลังจากถูกสังหารก็ควรจะได้รับรางวัลจำนวนมากถึงจะถูก แต่นี่กลับไม่มีอะไรให้เขาแม้แต่ชิ้นเดียว

     

    ถ้างั้น...ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว!

     

    เซี่ยฮุยหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง การคาดเดาครั้งสุดท้ายก็ผุดขึ้นมาในหัว

     

    ผีเจ้าสาวตัวนั้นรวมถึงสิ่งที่เขาเจอก่อนหน้านี้ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องหลอกลวง!

     

    นอกจากคำตอบนี้ เซี่ยฮุยก็ไม่สามารถหาเหตุผลอื่นมาตอบคำถามภายในใจของเขาได้

     

    ถ้าเช่นนั้น...เขาแหงนหน้ามองฟ้า

     

    พระจันทร์เต็มดวงสีแดงที่อยู่ด้านบน หลังจากที่ส่งเขามาที่นี่ก็ไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

     

    ถ้าเช่นนี้...ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว!

     

    เซี่ยฮุยกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

     

    การสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าเช่นนั้นก็คงจะไม่สามารถเชื่อระบบจากสมาคมศิลปะการต่อสู้ที่ติดตั้งอยู่ในสายรัดข้อมือได้เต็มร้อย บนสายรัดข้อมือนี้จะแจ้งแค่คะแนนทดสอบของผู้สมัคร แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิด BUG ระหว่างทำการทดสอบ

     

    ถ้าหากเป็นเช่นนี้แอปพลิเคชันที่ติดตั้งไว้นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการแจ้งข้อมูลให้กับผู้สมัครสอบ ก็ยังใช้เป็นเครื่องมือสื่อกลางได้ด้วย

     

    “พวกเขาสามารถเชื่อมต่อมายังผู้สมัครสอบได้ก็หมายความว่าเห็นพวกฉันน่ะสิ!”

     

    เซี่ยฮุยคิดเช่นนี้ก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเขาคงไม่สามารถทำกำไรกับการสังหารผีตัวนี้ได้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือกำไรที่ไม่สามารถมองเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ต่างหากล่ะ

     

    ใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ เซี่ยฮุยมองไปยังถนนที่อยู่ตรงหน้า การทดสอบในครั้งนี้เริ่มมีความหวังมากขึ้นแล้วสิ

     

    หลังจากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปที่จุดรวมตัวทันที

    คล้ายกับเรื่องยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์ ที่คุณอ่าน