พิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า

    ตอนที่ 57 ตอนพิเศษข้าคือถ่านน้อยยอดอาชา

    เช้าวันต่อมา เจิ้นเทียนก็เรียกกระบี่ราชันไร้พ่ายออกมาจากถุงมิติ เขาผูกมันเข้ากับเชือกเส้นใหญ่เพื่อให้ม้าวายุเพลิงของเขา ฝึกกำลังด้วยการลากกระบี่หนักเล่มนี้ “วายุเพลิง ข้าต้องไปฝึกเรียนปรุงยากับท่านปู่ แต่เจ้าก็ต้องฝึกด้วยเช่นกัน วันนี้เจ้าต้องลากกระบี่ราชันไร้พ่ายเล่มนี้ให้ได้ครบหนึ่งรอบ เจ้าถึงจะได้กินข้าวเย็น เข้าใจไหม?” เจิ้นเทียนสื่อสารกับม้าวายุเพลิงของเขา ก่อนไปเรียนเรื่องปรุงยากับท่านปู่ภายในบ้าน ส่วนวายุเพลิงเป็นม้าที่ฉลาดมันจึงเข้าใจความหมายที่เจิ้นเทียนสื่อสารทันที ม้าสีแดงตัวนี้ของเจิ้นเทียน ความจริงเป็นม้าชั้นดีจากชนเผ่าทางตะวันออก ชื่อว่าชนเผ่าอาชาสวรรค์ ว่ากันว่าม้าของชนเผ่านี้นั้นสืบสายเลือดมาจากม้าของเซียนสวรรค์ที่บินได้ จึงทำให้มันวิ่งเร็วและมีพละกำลังมากกว่าม้าทั่วไป ม้าวายุเพลิงเองก็มีจิตใจที่เข้มแข็งและชอบการเอาชนะ มันรู้ว่าวันนั้นหากเจิ้นเทียนไม่ถ่ายทอดพลังเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยนให้กับมัน มันคงไม่สามารถแบกเขาและกระบี่ยักษ์เล่มนี้ได้ นั้นถือเป็นความอัปยศของมันที่รับไม่ได้เช่นกัน “ฮี้ๆๆๆ! ” มันส่งเสียงร้องเสียงดัง ก่อนค่อยๆออกแรงลากกระบี่ราชันไร้พ่ายที่หนักเกือบหมื่นจินอย่างสุดกำลัง จนขาทั้งสี่ข้างเส้นเลือดโปนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ไกลจากจุดที่มันกำลังลากกระบี่ยักษ์ เจ้าถ่านน้อยม้าของอู๋ต้าก็ออกมาเดินเล่น เพราะอู๋ต้าเชื่อว่าการปล่อยให้มันได้พักผ่อนจะทำให้มันได้ผ่อนคลายและวิ่งได้เร็วขึ้น แต่ตอนนี้ร่างที่เต็มไปด้วยขนสีดำของมันเริ่มกลายเป็นอ้วนท้วน เพราะอู๋ต้าหาของกินให้มันทุกวัน จนดูเหมือนม้าอ้วนตัวหนึ่ง เมื่อมันเห็นวายุเพลิงกำลังฝึกลากกระบี่ยักษ์มันจึงพูดภาษาม้าทักทายเพื่อนทันที “ฮี้ๆๆๆ!” มันทักทายวายุเพลิงพร้อมฉีกยิ้มจนเห็นฟันเรียงเต็มปาก พร้อมทำท่าท่าถามว่ากำลังทำอะไร วายุเพลิงไม่ตอบ พลางตวัดหัวแล้วมองไปที่เชือก เพื่อสื่อว่าแกไม่มีตาดูหรือยังไง เจ้าถ่านน้อยยิ้มกว้างต่อ พลางทำท่าทางจะชวนวายุเพลิงไปหาหิมะขาว ม้าสาวของมู่ปิง ที่มันแอบชอบตั้งแต่เด็กๆ ในสายตาของมัน ม้าหิมะขาวนั้นดูสวยและสง่างามกว่าม้าตัวอื่นๆ และในเผ่าฟ้าคำรามนี้ มีม้าตัวผู้เพียงสามตัว คือเจ้าถ่านใหญ่ม้าของพ่ออู๋ต้า วายุเพลิงแล้วก็ตัวมัน ซึ่งมันมั่นใจในความหล่อของมันมากว่าน่าจะจีบหิมะขาวได้ไม่ยาก วายุเพลิงเมื่อรู้ว่าเจ้าถ่านน้อยชวนไปเที่ยว ก็ส่งเสียงฟึดฟัดเหมือนกับจะบอกว่ามันกำลังฝึกอยู่ไม่มีเวลาไปเหลวไหลด้วย พร้อมตั้งใจลากกระบี่ยักษ์ต่อไป ทันใดนั้น! แสงสีทองก็ลอยออกมาจากกระบี่ราชันไร้พ่าย มันคือกระบี่หักที่เป็นจิตวิญญาณของกระบี่ราชันไร้พ่ายนั่นเองและเป็นจิตวิญญาณกระบี่ที่สามารถออกมาข้างนอกได้ เจ้ากระบี่หักเล่มนี้ที่มีนิสัยซุกซนเหมือนเด็กนี้ ลอยตัวออกมาเป็นแสงสีทองรูปกระบี่ มองดูม้าทั้งสองตัวพูดคุยกันอย่างสนใจ พลางส่งเสียงเหมือนอยากคุยด้วย “หึ่งๆ!” เสียงจากกระบี่หักดังขึ้น ราวกับถามว่าเจ้ากำลังเล่นอะไรกัน ข้าขอเล่นด้วย เจ้าถ่านน้อยรีบมองไปที่กระบี่สีทอง เหมือนเข้าใจคำพูดนั้น พลางส่งเสียงชวนกระบี่หักไปเที่ยวด้วยกัน “ฮี้ๆๆๆ!” กระบี่หักเองก็เหมือนเข้าใจคำพูดของเจ้าถ่านน้อย มันบินวนเวียนราวกับดีใจที่ได้เพื่อนใหม่ จากนั้นหนึ่งม้าและหนึ่งวิญญาณกระบี่ ก็ค่อยๆเดินหายไปทางในป่าด้านหลัง ส่วนวายุเพลิงหลังจากส่ายหัวเบาๆ ก็ตั้งใจฝึกลากกระบี่ต่อไป เจ้าถ่านน้อยเรียนรู้จากอู๋ต้าว่าการจะจีบสาวนั้นต้องมีของติดไม้ติดมือไปฝากด้วย มันเคยเห็นเจ้านายของมันเอาของไปฝากผู้หญิงที่จีบ ฝ่ายผู้หญิงนั้นปาของกลับสู่เจ้านายของมันเหมือนว่าไม่ต้องการแต่วิ่งไล่ตามเจ้านายของมันทันที ราวกับเห็นคุณค่าในตัวเจ้านายของมันมากกว่าสิ่งของ ทำให้มันรู้สึกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่สุดยอด ที่จะทำให้ม้าหิมะขาวถูกใจแล้ววิ่งไล่ตามมันอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน มันพาเจ้ากระบี่หักเดินมาถึงต้นท้อต้นใหญ่ที่เจิ้นเทียนเคยเก็บดอกพลัมให้กับมู่ปิง แล้วนึกย้อนถึงวันที่เจ้านายของมันช่วยโปรยดอกพลัมนี้ จนเป็นภาพที่ตระการตาและสวยงามมันจึงอยากทำบ้าง และพยายามจะปีนขึ้นไปเก็บดอกพลัมที่ขึ้นอยู่ด้านบนต้นท้อ “ตุ๊บ!  ฮี้ๆๆ!” เสียงร่างของมันหลุ่นลงมากระแทกพื้น พร้อมร้องอย่างเจ็บปวด จนเริ่มได้สติว่าม้าอย่างมันปีนต้นไม้ไม่ได้ ส่วนกระบี่หักสีทองขยับเบาๆราวกับส่ายหน้าให้กับความซื่อบื้อของมัน “หึ่งๆ!” เสียงจากกระบี่หักดังขึ้น บอกว่าเดี๋ยวมันไปเก็บให้ ให้เจ้าถ่านน้อยรออยู่ตรงนี้ เจ้าถ่านน้อยได้ยินดังนั้นก็ดีใจ รีบพยักหน้า แล้วส่งเสียงตอบรับทันที “ฮี้ๆ!” กระบี่หักสีทองรีบพุ่งเข้าไปตัดดอกพลัมที่ขึ้นอยู่บนต้นท้อ จนค่อยๆร่วงหล่นลงมาเรื่อยๆ เจ้าถ่านน้อยเห็นดังนั้นก็ส่งเสียงดีใจ แล้วสั่งให้เก็บมากขึ้นอีก กระบี่น้อยได้ยินดังนั้นจึงเร่งตัดดอกพลัมให้หล่นลงมามากขึ้น จนดอกพลัมนั้นร่วงลงมาแทบจะหมดต้น แต่แล้ว! มันก็ทำพลาด…! เพราะตอนนี้มันไปเผลอตัดรังต่อขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านบนของต้นท้อ จนหล่นลงมาแตกกระจาย “โพละ..! หึ่งงงงง! ” ต่อตัวใหญ่จำนวนหลายร้อยตัวบินออกมาจากรังที่แตกกระจายทันที พร้อมมองหาตัวการที่มาพังรังของมัน ชั่วอึดใจมันก็เล็งเป้าไปที่เจ้าถ่านดำที่กำลังอ้าปากค้าง เมื่อเห็นรังต่อตกลงที่ตรงหน้า พร้อมทั้งบินเข้าโจมตีทันที “ฮี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!”  เจ้าถ่านน้อยร้องเสียงหลงเมื่อเจอต่อตัวใหญ่รุมต่อย จนร่างกายเริ่มปูดบวมโดยเฉพาะบริเวณที่ใบหน้า มันรีบสะบัดตัวต่อออก แล้ววิ่งหนีออกไปด้วยความรวดเร็ว ขณะที่ตัวต่อจำนวนหลายร้อยก็บินไปตามด้วยความโกรธแค้น ทิ้งให้เจ้ากระบี่หักมองตาปริบๆ อยู่ที่ต้นท้อต้นนั้นเพียงลำพัง หนึ่งชั่วยามต่อมา เจ้าถ่านน้อยก็พาร่างสีดำอันอ้วนท้วน ที่เต็มไปด้วยรอยปูดบวมจากการถูกต่อขนาดใหญ่ต่อยเอา โดยเฉพาะที่หน้าและตาของมันที่บวมตุ่ยจนดูน่าตลกกลับมาหากระบี่หักสีทอง พร้อมกับคาบตะกร้าสานที่มันแอบไปหยิบมาจากบ้านคนอื่น กระบี่หักรีบบินเข้ามาขอโทษ แต่เจ้าถ่านน้อยหลังจากวางตะกร้าลงแล้ว ก็ใช้ขาหน้าทุบที่หน้าอกบอกว่าไม่เป็นไร มันเป็นถึงยอดอาชาแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ก่อนจะบอกให้กระบี่หักช่วยสร้างลมหมุนเพื่อเอาดอกพลัมมาใส่ในตะกร้านี้ หลังจากเก็บดอกพลัมทั้งหมดใส่ตร้ากร้า มันก็คาบตะกร้าแล้วพากระบี่หักเดินกลับมาทางบ้านของเจิ้นเทียน เพื่ออวดให้วายุเพลิงเห็นก่อนจะเอาไปมอบให้หิมะขาว ม้าสาวในดวงใจของมัน ทันใดนั้นมันก็เห็นมู่ปิงกำลังขี่ม้าหิมะ ขาวอยู่ที่หน้าบ้านของเจิ้นเทียน มันรีบแอบหลบทันที เพื่อรอให้มู่ปิงเข้าไปในบ้านของเจิ้นเทียนก่อน พลางบอกให้กระบี่หักช่วยดูต้นทางให้ด้วย เมื่อกระบี่หักส่งสัญญาณว่าทางสะดวก เจ้าถ่านน้อยก็ค่อยๆเดินออกมา พร้อมวางมาดเป็นม้าที่ดูสง่างามและคาบตะกร้าดอกไม้ออกมาด้วย สายตาของมันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และคิดคำสารภาพรักนับร้อยตามที่เคยได้ยินเจ้านายของมันพูด ทันใดนั้น! ร่างของมันก็แข็งทื่อ จนตะกร้าดอกไม้หลุดออกมาจากปากและหล่นลงสู่พื้นทันที มันรู้สึกว่าขาของมันทั้งสี่ข้างหนักจนยกไม่ขึ้น อาการนี้ไม่ได้เกิดจากพิษของเหล็กในตัวต่อ แต่เกิดจาก...... ภาพเบื้องหน้า... ที่ตอนนี้หิมะขาวกำลังเดินเข้าไปคลอเคลียกับวายุเพลิงเพื่อนของมัน มันเริ่มเจ็บจิ๊ดจากในอกราวกับว่าหัวใจของมันกำลังแตกสลาย ที่แท้เพื่อนของมันและสาวที่มันหลงรักแอบชอบกันอยู่ โลกนี้ช่างไม่มีความยุติธรรม ข้าเสี่ยงตายเก็บดอกไม้ให้เจ้า แต่เจ้ากลับชอบม้าที่ใช้แรงงาน เจ้าถ่านน้อยจึงหันหลังกลับและเดินคอตกกลับเข้าป่าอีกครั้ง ส่วนกระบี่หักบินก็ตามไปด้วยเช่นกัน ในค่ำคืนนั้น ผู้คนต่างก็ได้ยินเสียงม้าร้องโหยหวนดังขึ้นตลอดคืน ราวกับกำลังร้องไห้ด้วยความเสียใจ จนกลายเป็นเสียงร่ำลือว่าที่ต้นท้อริมลำธารห่งนี้ มีปิศาจม้าตัวหนึ่งคอยอารักขาอยู่ มันส่งเสียงร้องไห้เมื่อเห็นว่าดอกพลัมของต้นท้อนี้ร่วงจนหมด ราวกับคนรักที่กำลังจากลากัน
    ตั้งแต่นั้นมา...
    หนุ่มสาวชาวเผ่าฟ้าคำรามก็มักมาขอพรเรื่องความรักที่ต้นท้อต้นนี้ เพื่อให้สมหวังพร้อมมีรูปม้าแกะสลักหนึ่งคู่ มาวางเป็นคำมั่นสัญญาว่าจะรักกันตลอดกาล 

    ....................................

    คล้ายกับเรื่องพิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า ที่คุณอ่าน