ในจังหวะที่ขว้างมีดบินเมื่อครู่ จางหลินได้ซ่อนการโจมตีของเข็มที่มาจากพัดมังกรสีครามไว้เพื่อไม่ให้ฉู่หยานค้นพบมัน ฉะนั้นหากฉู่หยานตัดสินใจเผชิญหน้าโดยการปิดกั้นแทนที่จะหลบหลีก เขาจะต้องพบเข้ากับเข็มสีม่วงทั้งหกเล่มที่ซ่อนอยู่ด้านหลังมีดบินไว้
ราวกับว่าจางหลินคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า บุคคลที่มีความภาคภูมิใจอย่างหยานฉู่คงจะไม่หลบหลีกกระบวนท่าจากคนที่อ่อนแอกว่า และตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญอย่างแน่นอน
และนั่นก็นำมาซึ่งเหตุการณ์ที่เขาสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของหยานฉู่ไว้ได้ชั่วขณะ...
จางหลินกระโจนข้ามผ่านกิ่งไม้หลายกิ่งอย่างฉับไว ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจเขาก็อยู่ห่างออกไปจากตำแหน่งเดิมเกือบจะหนึ่งลี้แล้ว
แต่จู่ๆก็มีเสียงกระแสลมโหยหวนไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด นั่นคือหยูเป่ยเทียนที่มีสีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “เจ้าคิดว่าจะหนีรอดงั้นรึ!?”
จางหลินเหลือบมองกลับไป และพบเข้ากับคลื่นปราณดาบที่ถูกเหวี่ยงลงมาหมายจะสะบั้นร่างของเขาให้ขาดครึ่ง!
รูม่านตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าชีวิตของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย!
หากเขาไม่สามารถป้องกันกระบวนท่านี้ไว้ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่!
แต่อีกฝ่ายเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลึกซึ้ง เขาจะสามารถตั้งรับการโจมตีในครั้งนี้ได้อย่างไร?
เขาไม่มีเวลาในการคิดไตร่ตรองมากขนาดนั้น ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตคือการป้องกัน!
หากไม่มีมีดดาบที่จะคอยป้องกัน ก็มีเพียงแขนขาเท่านั้นที่จะคอยปกป้องตนเองจากอันตรายในช่วงเวลาวิกฤตได้
และด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วนี้ จางหลินหันหลังกลับมาก่อนจะยกแขนซ้ายขึ้นมาปิดกั้นตำแหน่งลำคอของเขาไว้ไม่ให้ถูกสะบั้น
หว่อง!
แต่เมื่อเขารู้สึกตัวเขาก็ต้องตกตะลึง เพราะการตอบสนองของร่างกายนั้นเร็วกว่าความคิด และการที่เขาใช้แขนในการป้องกันการโจมตีของอาวุธมีคมจะไม่ช่วยอะไรให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตนี้ได้เลย
ยิ่งอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลึกซึ้งด้วยแล้ว แค่การยกแขนขึ้นมาป้องกันของคนไร้ซึ่งพลังยุทธ์ จะสามารถหยุดการโจมตีจากดาบของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลึกซึ้งได้อย่างไร?
วินาทีนั้นดวงตาของจางหลินถูกปกคลุมด้วยความสิ้นหวังเมื่อตระหนักได้ว่าเขาได้ตัดสินใจผิดพลาด...
ฉัวะ!
แต่จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แทนที่แขนของเขาจะถูกฟันขาดสะบั้นโดยดาบพลังปราณ กลับกลายเป็นว่ามีพลังลึกลับบางอย่างได้ปิดกั้นดาบพลังปราณของหยูเป่ยเทียนไว้ ทำให้เขาไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนนอกจากกระเด็นไปไกลจากแรงสะท้อนของพลังปราณ!
“อะไร!?” สีหน้าของหยูเป่ยเทียนเปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าจางหลินสามารถป้องกันการโจมตีของเขาได้เพียงแค่ใช้แขนรับ!
ชั่วพริบตาต่อมาจางหลินตระหนักได้ในทันทีว่าเหตุผลที่แขนของเขายังไม่ถูกฟันขาดสะบั้น ก็เป็นเพราะ พลังลึกลับที่แผ่พุ่งออกมาจากกำไลหยกต้นกำเนิดที่เขาสวมไว้ที่ข้อมือ
นั่นคือสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ที่สามารถต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลึกซึ้งได้!
จางหลินมีเวลาดีใจได้ไม่นาน จู่ๆเขาก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แขนซ้ายราวกับกระดูกและข้อต่อของเขากำลังแตกออกจากกัน!
หว่อง!
และด้วยพละกำลังอันดุร้ายราวกับสัตว์วิญญาณ ร่างของเขาถูกส่งบินไปไกลราวกับกระสอบทราย กระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อีกต้นจนเขาสำลักเลือดออกมาหนึ่งคำ!
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีเวลาที่จะดื่มด่ำกับความเจ็บปวด หัวใจของเขาเต้นแรงพร้อมกับเลือดลมที่ไหลเวียนอย่างสูบฉีด ในเวลานั้นเขารีบลุกขึ้นและวิ่งหนีออกจากผืนป่าแห่งนี้ในทันทีโดยไม่คิดชีวิต
หยูเป่ยเทียนที่เพิ่งจะหายตกตะลึงก็จ้องมองไปยังทิศทางของจางหลินที่หลบหนีไปด้วยแววตาที่มุ่งร้าย “ต่อให้เจ้าสามารถป้องกันข้าได้ครั้งหนึ่ง แต่มันจะไม่มีครั้งที่สอง!”
การเดินทางในครั้งนี้ของพวกเขาถือเป็นความลับสูงสุดที่ห้ามให้มีผู้ใดรับรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด!
หากเขาปล่อยชายสวมหน้ากากงิ้วหลุดมือไป จุดประสงค์ของเขาจะถูกเปิดเผยในทันทีที่กลับไปที่วังหลวง และเมื่อนั้นเขาคงไม่สามารถปกปิดการมีอยู่ของสมบัติต้นกำเนิดได้อีกต่อไป
นั่นคือสมบัติต้นกำเนิดที่มีเพียงแค่ในตำนานเท่านั้น! แค่ข้อมูลหรือร่องรอยเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ให้แก่หกแคว้นใหญ่
ฉะนั้นแล้วไม่ว่าข้อมูลจะเล็กน้อยอย่างไร หยูเป่ยเทียนย่อมไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นเพื่อความปลอดภัยและเพื่อจุดประสงค์ของตนเองด้วยเช่นกัน
หลังจากตัดสินใจได้ เขาก็กำลังจะกระโจนลงจากกิ่งไม้เพื่อไล่ตามจางหลินต่อไป หมายจะสังหารเขาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว จากนั้นเขาจะได้ออกตามหาสมบัติต้นกำเนิดต่อไป
แต่ไม่ทันที่ขาของเขาจะได้ก้าวออกจากตำแหน่งเดิม ก็มีเสียงกรีดร้องสุดปอดดังขึ้นด้านหลังห่างออกไปหนึ่งลี้
“อ๊าก!!!!!”
เมื่อได้ยินเสียงนั้นร่างของหยูเป่นเทียนก็แข็งทื่อในทันที เพราะนั่นคือเสียงของหยานฉู่ที่กรีดร้องราวกับกำลังทนทุกข์ครั้งใหญ่
“องค์ชาย!”
พริบตานั้นหยูเป่ยเทียนล้มเลิกความคิดที่จะไล่ตามชายสวมหน้ากากงิ้ว และกระโดดข้ามผ่านต้นไม้ใหญ่กลับไปยังสถานที่ที่เขาปิดกั้นจางหลินไว้มื่อครู่
แต่เมื่อหยูเป่ยเทัยนกลับมาและมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับหยานฉู่ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดราวกับซากศพ!
สิ่งที่เขาเห็นก็คือหยานฉู่ลงไปนอนกองกับพื้นและกรีดร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง ที่แขนซ้ายของหยานฉู่ปรากฏลวดลายเส้นเลือดดำที่คมชัดกำลังลุกลามไปทั้งแขน ทั้งยังมีหมอกควันสีม่วงลอยออกมาจากรูขุมขนราวกับมลพิษ
“ยะ-ยาพิษ!” ดวงตาของหยูเป่ยเทียนแข็งค้างด้วยความโกรธแค้นและความตื่นตกใจ
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่าหยานฉู่คงจะถูกวางยาพิษจากการโจมตีเพื่อเปิดทางของชายหน้ากากงิ้วก่อนหน้านี้ และที่สำคัญการที่ยาพิษออกฤทธิ์แม้ว่าหยานฉู่จะกินยาแก้พิษไปแล้วก่อนหน้านี้ย่อมหมายความว่า…
ยาพิษของชายหน้ากากงิ้วผู้นั้นไม่ใช่พิษธรรมดาหรือพิษพื้นฐานที่มาจากสัตว์วิญญาณประเภทพิษ! แต่มันเป็นที่อาจจะปรุงขึ้นมาโดยตัวของชายหน้ากากงิ้วเอง!
เมื่อรับรู้ดังนั้นเขาก็ระเบิดเสียงคำรามอย่างโกรธจัด “ไอ้สารเลว!”
รังสีสังหารแผ่ขยายเป็นวงกว้าง เขารู้สึกหายใจไม่ออกราวกับตับแทบจะระเบิด!
หยานฉู่คือใคร? เขาคือองค์ชายแห่งแคว้นฉู่และเป็นบุคคลที่ทั้งแคว้นต้องให้ความเคารพในฐานะองค์รัชทายาท แต่วันนี้เขากลับถูกใครบางคนที่ไม่รู้จักโจมตีและวางยาพิษทำให้ตกอยู่ในสภาพที่น่าอเนจอนาถ
หากข่าวนี้แพร่งพรายออกไป ตำแหน่งรัชทายาทอาจจะเกิดการสั่นคลอนครั้งใหญ่
ขณะที่ความโกรธกำลังเข้าครอบงำจิตใต้สำนึก ก็มีเสียงกรอบแกรบดังขึ้น นั่นคือหยานฉู่ที่พยายามคลานเข่ามาอย่างน่าสมเพชเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ “ลุงหยู ช่วยข้า—”
ในขณะที่หยานฉู่กำลังคร่ำครวญ ปากของเขาก็ซีดเป็นสีม่วง แม้แต่ลวดลายของเส้นเลือดดำก็ลุกลามไปยังตำแหน่งไหปลาร้าและกำลังจะเข้าใกล้ตำแหน่งหัวใจแล้ว!
หยานฉู่อยู่ในสภาวะวิกฤตแล้ว!
หยูเป่ยเทียนที่มีดวงตาแดงก่ำก็ได้สติ เขาไม่รอช้าที่จะหมุนเวียนปราณบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างหยานฉู่อย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตัว “องค์ชาย อดทนไว้! ข้ากำลังช่วยท่าน!”